ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

๒๖.ราตรีสวัสดิ์ ตุลาคม 8, 2010

Filed under: ไม่มีหมวดหมู่ — ประทีป จิตติ @ 15:21

๒๖.

 

041

คุณหานี่อยู่ใช่ไหม?”

ผมสะดุ้ง หันควับไปมองเจ้าของเสียง  ราตรียื่นสมุดบันทึกให้ผม ผมรับแล้วหลบเธอจะเดินกลับขึ้นห้อง

“คุณจะเขียนถึงฉันยังไงต่อ”

เธอร้องถามไล่หลัง เท้าผมหยุดกึก ราตรีคงอ่านสิ่งที่ผมเขียนไว้หมดแล้ว

สมองผมคิดหาคำตอบอย่างรวดเร็ว ทว่ามันหลากหลายคำตอบเสียเหลือเกิน มากเกินจนคัดเลือกไม่ถูก

ตัดสินใจหันหน้าไปผจญกับความจริง เดินเข้าไปหาเธอ ฝ่ามือที่เคยลูบไล้ใบหน้าบัดนั้นฟาดลงมาทันใด ผมตกใจด้วยคาดไม่ถึง มีแต่ความชาด้านเสียเกินจะรู้สึกเจ็บแสบอันใด

ผมทำอะไรผิดไปหรือ? คือคำถามที่อยากจะถาม แต่ชั่วขณะนั้นกลับพูดสิ่งใดไม่ออก

“คุณกล้าดียังไงถึงเอาเรื่องของฉันไปเขียน หรือคุณคิดว่าตัวเองเป็นนักเขียนจึงมีสิทธิ์”

“เรื่องของคุณ?”

“ทำไมคุณต้องย้อน”

“ผมไม่ได้ย้อนอะไรนี่ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของผมด้วยต่างหาก”

“อือฮึ คุณเลยถือสิทธิ์นั้น”

“ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงได้คิดอย่างนั้น การที่ผมจะเขียนบันทึกเกี่ยวกับใครสักคนมันไม่ชอบตรงไหน  ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณเข้าใจเรื่องสิทธิบ้าบออะไรนั่นแค่ไหน แต่อย่างน้อยคุณก็น่าจะคิดได้บ้างว่านี่มันเป็นบันทึกของผมเป็นบันทึกส่วนตัว”

“ฉันคงไม่พูดเรื่องนี้หรอกหากว่าฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณเขียนเอาไว้มันจะเป็นข้อมูลให้คุณเอาไปขยายเขียนเป็นเรื่องบ้า ๆ ของคุณ”

“แต่ผมยังไม่ได้เขียนใช่ไหม ผมยังไม่ได้เขียนเรื่องบ้า ๆ นั่น มันเป็นแค่ความคิด เป็นความคิดที่ผมยังไม่ได้สรุปอะไรลงไป”

“แต่คุณก็คิด”

“ใช่ ผมคิด”

“ทำไม?”

“ทำไมอะไร”

“ทำไมคุณถึงไม่บอกว่าคุณไม่ได้คิด”

“ผมโกหกตัวเองไม่ได้”

                “คุณรักฉันใช่มั้ย”

                ผมอึ้งไปกับคำถามชนิดหักมุมสามร้อยหกสิบองศานิดหนึ่งก่อนตอบโดยไม่ต้องคิดมากความ

                “ใช่ ผมรักคุณ”

                “แล้วเรไรล่ะ”

                “ผมไม่แน่ใจ”

                “ไม่แน่ใจ ๆ  รู้มั้ยว่านั่นน่ะแปลว่าคุณรักเธอ”

                “เราจะพูดกันตรงนี้อีกนานไหม”

                ผมตัดบท ไม่อยากพูดถึงเรไร บุคคลที่สามที่ไม่เกี่ยวข้องอันใดด้วย 

ราตรีไม่ตอบ เดินกลับขึ้นบ้าน  

ผมยืนนิ่ง สรรพสิ่งรอบกายคล้ายหยุดนิ่งตามไปด้วย

                “คุณจะไม่ขึ้นมาใช่ไหม”

                “ไม่”

เธอเดินกลับลงมา

“เราต้องคุยกัน”

                พลันผมคิดถึงภาพระหว่างเธอกับฮานา รวมทั้งเสียงกระเส่ารัญจวนนั่นด้วย ถามกลับไปทันใด

“แบบไหน ยืน นั่ง หรือนอน”

                นัยน์ตาของราตรีเบิกโพลงในทันที ทว่าไม่มีประกายแห่งความโกรธ มีแต่ความวาววาม

                “คุณต้องการอย่างไหนล่ะ?”

                ผมเกือบโพล่งออกไปแล้วว่าก็อย่างที่คุณทำกับฮานาไงล่ะแต่ก็กลืนคำถามนั้นลงคอโดยพลัน  ราตรีเดินเข้าไปในตัวบ้านผมเดินตามเธอเข้าไปนั่งลงที่ชุดเก้าอี้หวาย เธอออกมาจากครัวถือเบียร์มาสองกระป๋องลงนั่งข้างผม ยื่นเบียร์ให้ผม ผมรับไว้แล้ววางลงโต๊ะ

“ผมไม่แน่ใจว่ารสหวานที่ลอดเข้าไปสัมผัสลิ้นตัวเองนั้นเป็นรสจากเบียร์หรือของเหลวที่เกิดจากเลือดเนื้อของเธอกันแน่”

ไม่ใช่แค่คุ้นกับประโยคนั้นทว่าผมจำมันได้ขึ้นใจเลยทีเดียว ก็ประโยคนั่นน่ะผมเขียนไว้ในคืนวันที่สองที่ผมได้พบเธอ

“คุณอยากจะลิ้มลองมันอีกไหม”

เธอหัวเราะ น้ำเสียงออกไปในทางเย้ยหยัน

หากเป็นกาลเวลาอื่นผมจะนิยมชมชอบเธอที่สามารถจดจำสิ่งที่ผมเขียนไว้ได้ แต่ด้วยเสียงหัวเราะหยันเหยียดนั่นทำให้ผมคิดนึกตรงข้าม ผมเกลียดเสียงหัวเราะพานเกลียดเจ้าของเสียงหัวเราะบ้า ๆ นั่นด้วย  ราตรีไม่รู้หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เข้าใจว่าผมรู้สึกอย่างไรกับประโยคนั้น มันเป็นความรู้สึกชื่นชมเธออย่างชัดเจนโจ่งแจ้งแต่เธอกลับดูถูกความรู้สึกนั้น ด้วยเสียงหัวเราะห่าบัดซบ!

“คุณคิดประโยคนั้นได้ยังไง”

“ความรู้สึกไง ผมใช้ความรู้สึกเขียนมันออกมา”

น้ำเสียงผมราบเรียบ ทั้งที่อยากตะโกนออกมาให้สมกับความคับแค้นใจ

“คุณไม่ได้ใช้ความคิด?”

ผมไม่ตอบ

“คุณใช้แต่อารมณ์ ใช้ความรู้สึก คุณเพ้อฝัน คุณไม่ชอบอยู่กับความจริง”

ผมเงียบ

“คุณทำราวกับว่าการได้พบฉันนั้นมันเหมือนความฝัน…คือความจริงหรือความฝัน แต่การปรากฏกายของเธอนั้นไม่ใช่ปาฏิหาริย์…ความจริงความฝันคุณยังแยกไม่ออก คุณขัดแย้งในตัวเองนะ”

“มีใครบ้างล่ะที่ไม่ขัดแย้งในตัวเอง คุณงั้นรึ?”

“ฉันคิดแต่ว่าฉันมีอิสระ ฉันชอบตั้งคำถามแต่ฉันจะไม่สงสัยมัน”

“แล้วคุณจะได้คำตอบได้ยังไง”

“ฉันจะไม่คาดหวังจะต้องได้คำตอบในทุก ๆ เรื่อง มันจำเป็นนักหรือว่าทุกเรื่องจะต้องมีคำตอบ”

“นั่นเป็นเพราะคุณหามันไม่เจอ คุณถึงได้คิดแบบนั้น”

“ก็ในเมื่อหาไม่เจอจะดันทุรังหาไปทำไม”

เธอเปิดเบียร์ยื่นให้ผม ผมดื่มเข้าไปอึกใหญ่ อยากมึนหัวมากกว่าที่กำลังมึนงงกับคำพูดของเธอ

เหมือนราตรีจะบอกว่าเธอมีชีวิตอยู่กับความจริง ส่วนผมมีชีวิตอยู่กับความฝัน

“สิ่งที่คุณคิดว่ารู้นั่นรู้นี่มันก็แค่มายาคติ ความจริงคือมันไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไร ไม่มี  อย่างคุณอาจคิดว่าตัวคุณนั้นมีอิสระ แท้ที่จริงคุณกำลังถูกพันธนาการด้วยความคิดว่าคุณมีอิสระ”

“งั้นคุณก็ถูกพันธนาการด้วยสิ”

“หึ ฉันมีอิสระ ไม่ใช่ฉัน อยากมีอิสระ”

ผมแค่นหัวเราะกับความคิดคำพูดนั้น

“อิสระ อิสระคือการหลุดพ้นจากเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างงั้นหรือ ผมเข้าใจถูกไหม”

ราตรีจุดบุหรี่ สีหน้าเอาจริงเอาจัง

“คุณเคยบ้างมั้ย ในชีวิตของคุณเคยทำอะไรอย่างไร้เงื่อนไขสักครั้งมั้ย”

ผมจุดบุหรี่บ้าง เสียงแห่งความเงียบเข้าโอบล้อม ควันสีเทาม้วนตัวปกคลุมอยู่รอบกาย

“ครั้งหนึ่ง วันนั้นไม่มีเวลา ไม่มีอดีตไม่มีอนาคต มีแต่สิ่งที่เป็นอยู่ตรงหน้า ผมนั่งดูท้องทะเลโดยไม่รู้สึกว่ามันเป็นทะเล นอนดูท้องฟ้าโดยที่ไม่รู้สึกว่ามันเป็นท้องฟ้า ในหัวของผมไม่มีอะไร ไม่ได้คิดอะไร รอบกายผมคล้ายไม่มีการเคลื่อนไหว มีเพียงผมเท่านั้นที่เคลื่อนไหว มีเพียงลมหายใจเข้าลมหายใจออก ผมรู้สึกถึงความสงบ สงบกับการที่ไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น เหมือนจับเอาทุกอย่างโยนทิ้งไป มันเบามันโล่ง รู้สึกถึงพลังบางอย่างเข้ามาทดแทน เป็นแรงขับดันให้ชีวิตเคลื่อนเดินหน้าต่อไปได้”

“คุณได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ชีวิตคนเรามันควรจะเป็นอย่างนั้น ไม่ใช่แบ่งแยกแตกตัวออกมาจากมัน แต่ถึงจะพยายามแยกแตกตัวออกมาได้สุดท้ายก็ต้องกลับไปเป็นหนึ่งเดียวกับมันอยู่ดี แตกสลายรวมเป็นหนึ่งเดียว นั่นคือความจริงแห่งชีวิต ความเพ้อฝันคือการพยายามแยกแตกตัวออกจากความจริง”

“ผมว่ามันไม่ถูกไปทั้งหมด บางครั้งความเพ้อฝันก็เป็นเครื่องมือหนึ่งในการเยียวยาชีวิต มีข้อแม้ว่าต้องไม่เพริดไปกับมัน”

“ต้องไม่ทิ้งฐานของความจริง”

“มันเป็นอิสระอย่างหนึ่งของมนุษย์ เรามีอิสระที่จะคิด ที่จะฝันต่าง ๆ นานา แต่นั่นมันยังไม่ใช่อิสระจริง ๆ อย่างที่คุณว่าใช่ไหม คือมันยังมีเงื่อนไขที่ทำให้เราอยากเป็นอิสระ”

ผมและราตรีสบตาประสานกัน ต่างคนต่างกระโจนเข้าไปค้นหาบางสิ่งบางอย่างที่ตกตะกอนอยู่ในก้นบึ้ง

“ฉันรักคุณ เรไรก็รักคุณ แต่ความรักของเราไม่เหมือนกัน”

ราตรีโน้มตัวเข้าหาผม ริมฝีปากสัมผัสริมฝีปาก ลิ้นสัมผัสลิ้น ผมแน่ใจแล้วว่ารสหวานที่ลอดเข้าไปสัมผัสลิ้นตัวเองนั้นเป็นของเหลวที่เกิดจากร่างกายของเธอ

ราตรีผละออกจากอ้อมแขน

“ราตรีสวัสดิ์”

 

๑๕๑๙  ก.ย. ๕๓

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s