ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

๒๑. สิงหาคม 20, 2010

Filed under: ไม่มีหมวดหมู่ — ประทีป จิตติ @ 01:47

๒๑. ความทรงจำ

 

ผมคิดถึงเพลงเพลงหนึ่งที่เรไรเปิดให้ฟังในวันที่ผมนอนป่วยอย่างเช่นขณะนี้  ผมไม่ได้เปิดมันฟังนานแล้ว นานจนคิดชื่อเพลงไม่ออก

หากคิดจะรัก..ก็รัก

หากคิดจะฝัน..ก็ฝัน

เธอบอกว่าเธอชอบเพลงนี้  ผมถามเหตุผล เธอว่าก็เพราะชอบน่ะสิ  ผมเซ้าซี้ถามเธอต่อทั้งที่เธอตอบคำถามนั้นแล้ว

“มันต้องมีเหตุผลมากกว่าชอบสิ ชอบเพราะอะไร”

“งั้นเรขอไม่มีเหตุผลต่อละกัน  ภาณุล่ะจ๊ะชอบเพราะอะไร”

“ทำไมเรถึงคิดว่าเราชอบ”

 “ถ้าภาณุไม่ชอบแล้วจะเก็บเอาไว้ทำไม”

ก็ที่เธอรักคือฉัน แล้วเธอจะฝันถึงใคร

ก็ฝันนั้นไม่อาจเป็นดั่งที่เห็นเช่นดั่งฝัน

“ไปหาหมอดีมั้ยภาณุ” เรไรถามหลังจากใช้หลังมือแตะหน้าผากของผม

“กินยาแก้ไข้เดี๋ยวก็หายเร นอนเยอะ ๆ กินน้ำมาก ๆ พ่อบอกอย่างนั้น”

“ถ้าพ่อมาเห็นภาณุตอนนี้ก็คงบอกให้ไปหาหมอ”

“พ่อพูดอย่างนั้นทุกครั้งแหละเร แต่ก็ไม่เคยเอาเราไปหาหมอได้สักครั้ง”

“ดื้อ เด็กดื้อ”

“ไม่เด็กแล้วเร ไม่เด็ก  เรารู้ตัวน่ะว่าเมื่อไหร่ขนาดไหนจึงจะไปหาหมอ”

“ผู้ใหญ่ดื้อไม่น่ารัก”

“เลิกกวนใจซะทีเถิดน่าเร เราสัญญา ถ้ามันหนักจริง ๆ เราจะไป”

“ถึงตอนนั้นก็”

“ทำไม ตอนนั้นทำไม”

“จะกินอะไร จะเที่ยงแล้ว ข้าวเช้ากินหรือยังจ๊ะ”

“คิดว่าเราสำออยหรือเร เรารู้ตัวน่ะว่าข้าวมันต้องกิน ไม่งั้นกินยาไม่ได้ พ่อบอกนะ พ่อบอก”

“พ่อบอกอีกแล้ว ถ้าเชื่อพ่อทำไมไม่ไปหาหมอ” เรไรเดินเข้าห้องครัว “หุงข้าวต้ม ทำไมคนป่วยต้องกินแต่ข้าวต้ม”

“เรกินอะไรเวลาไม่สบาย”

“อะไรนะ ภาณุพึมพำอะไร เรไรไม่ได้ยิน”

ผมไม่พูดอะไรต่อกับเรไรอีก  เจ็บคอ คอแห้ง  อยากกินน้ำ น้ำ น้ำ แต่ใจไม่สั่งการให้สมองบังคับร่างกายให้หยิบจับทั้งที่ขวดน้ำแก้วน้ำอยู่เพียงแค่มือเอื้อม

ไข่เจียวส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ไม่นานก็ได้กลิ่นไส้กรอกรมควัน คิดถึงกับข้าวสำหรับคนป่วยของพ่ออาจมีหมูหย็อง กุนเชียง ไข่เค็ม น้ำปลาใส่พริกขี้หนูซอยกระเทียมซอยกับกุ้งแห้งบีบมะนาวลงไป เวลากินผมจะออดอ้อนทำออเซาะพ่อต่าง ๆ นานา ห้วงยามนั้นพ่อจะไม่ว่าว่าผมอ่อนแอไม่ทำตัวสมเป็นเด็กผู้ชาย ถึงพ่อจะว่าผมก็ไม่สน เพราะนานทีปีหนหรอกผมจะได้ใกล้ชิดพ่อมากเท่านั้น หากผมไม่ป่วยพ่อก็คงไม่มานั่งดูแลเอาอกเอาใจประคบประหงมเพียงแต่ถ้าเราอยู่ด้วยกันเท่านั้น เวลาผมป่วยผมคงไม่ทำเช่นนี้กับพ่อ

เรไรกลับมาเอาหลังมือแตะหน้าผากผมอีก

“พ่อทำข้าวต้มให้ภาณุกินหรือเปล่า”

ผมพยักหน้า

“เรทอดไข่กับไส้กรอก พ่อทำอะไรให้ภาณุกินบ้างจ๊ะ”

“บางทีก็มีไข่เค็ม หมูหย็อง”

“มีน้ำปลาพริกด้วยไหม”

ผมพยักหน้า

เรไรลุกเดินเข้าไปในห้องน้ำ กลับออกมาพร้อมผ้าขนหนูเช็ดหน้าเปียกหมาด พับได้ขนาดฝ่ามือวางโปะไว้ที่หน้าผากของผม

“เดี๋ยวเรทำน้ำปลาพริกก่อนนะ แล้วจะมาเช็ดตัวให้ ภาณุจะกินน้ำมั้ย”

ผมพยักหน้า  เรไรรินน้ำใส่แก้ว “ลุกไหวไหม”

“ถ้าไม่ไหวแล้วยังไง” ผมตอบพร้อมกับลุกขึ้นนั่ง

“ดีแล้ว เป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง”

คำพูดของเรไรยิ่งทำให้ผมคิดถึงพ่อยิ่งขึ้น ยิ่งทำให้ผมชิงชังตัวเองที่ไม่ใส่ใจไปเยี่ยมเยียนแม้จะรู้ว่าพ่ออยู่อย่างเป็นสุข กระนั้นก็ตาม ผมยังคิดอยู่ลึก ๆ ว่าพ่ออยากให้ผมไปหาบ้าง แต่พ่อก็ไม่เคยขอร้องเลยสักครั้ง การเงียบเฉยของพ่อยิ่งทำให้ผมละเลย นานวันเข้าผมแทบไม่เคยคิดถึงพ่อ ผมคิดถึงแต่ตัวเอง คิดถึงแต่คนอื่น หมกมุ่นอยู่กับตัวเอง ยุ่งย่ามกับเรื่องของคนอื่น

หากวันนี้มีเธอกับฉัน จะรอวันนั้นทำไมเล่าหนา

เมื่อวันนี้มีเราคู่ฟ้าแล้วไยจะหามายาแห่งฝัน

“เช็ดตัวก่อนนะ แล้วค่อยกินข้าว พอดีข้าวต้มเย็นภาณุจะได้กินได้คล่องคอ”

“เพลงนี้ชื่อเพลงอะไร”

“หากคิดจะรัก..ก็รัก”

“เรเปิดอีกรอบได้ไหม”

หากเราจะคิดรักกันสุขใจ อย่าหวั่นไหวจงไปข้ามวัน

เมื่อวันนี้มีเธอกับฉันแล้วไยจะฝันไปไยเล่าหนา

ก็ไม่ต้องหวังดังที่คอยฝัน ก็เธอกับฉันมั่นในศรัทธา

อย่าเอาชีวิตไปวางกับสายธารา ด้วยเวลาพาเศร้าตรม

“เราชอบเพลงนื้ เพราะอะไรเรรู้ไหม?”

“เพราะว่าชอบ ก็แล้วเหตุผลล่ะจ๊ะ หรือว่าไม่มี”

“มี, เหตุผลมีอยู่ว่า เพราะเรชอบเพลงนี้”

“ก็นั่นแหละ เหตุผลเดียวกัน”

 

เวลาคนเราเจ็บป่วยล้มหมอนนอนเสื่อ เราจะคิดถึงใครบ้าง สำหรับผมคิดถึงพ่อกับย่า หรือหากไม่ใช่สองคนนี้จะเป็นใครก็ได้ที่คอยดูแลผมในยามเจ็บป่วย อย่างเรไรก็เป็นคนหนึ่งที่เข้ามาอยู่ในความทรงจำ

            น่าแปลกที่หากร่างกายและจิตใจสมบูรณ์เป็นปรกติผมมักไม่คิดถึงคนเหล่านั้นอย่างลึกซึ้ง บางทีนี่อาจเป็นสัญชาตญาณของคนเท่านั้น ที่ต้องการที่อยากได้ความรักจากผู้อื่น แล้วเราก็เปรียบไอ้ความรักนั้นให้เป็นเสมือนน้ำทิพย์หล่อเลี้ยงจิตใจ บางครั้งเกินเลยปล่อยให้จิตใจเป็นใหญ่ ให้ก่อเกิดเป็นอารมณ์ต่าง ๆ อยู่เงียบ ๆ พูดคุยกับตัวเองไม่เคยได้ นี่มันก็เกิดจากจิตใจแท้ ๆ ไม่เคยคิดที่จะบังคับจิต ไม่เคยฝึกควบคุมจิตมิให้คิดฟุ้งซ่าน ความกลัวเมื่อต้องอยู่คนเดียวมันก็คือจิตอ่อนแอ จิตอ่อนแอเมื่อไหร่ร่างกายก็จะอ่อนแรงลงด้วย ดูเหมือนกายและจิตจะสัมพันธ์กัน คนเราหากใจเป็นทุกข์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเสียแล้วจะยังอยากกระทำการงานอันใดกันเล่า อยากนั่งเลื่อนลอยอยู่เฉย ๆ ทั้งวัน นานเข้าก็นอนลืมตาโพลงมองฟ้ามองเพดาน ดูเหมือนว่าเรากำลังจ้องมองสิ่งต่าง ทว่า แท้จริงแล้วกลับไม่เห็นสิ่งใด ๆ

            น่าขัน, คิดได้ดังนี้ผมก็หัวเราะแค่น  ผมเองกำลังตกอยู่ในในสภาวะเช่นนั้น แต่ก็เถอะ หากไม่ตกอยู่ในสภาวะนี้แล้วผมจะคิดได้อย่างนั้นไหม หรือจริงอย่างราตรีว่า ทุกสิ่งที่เรารู้มันล้วนเกิด ผ่านพ้น และเราได้สัมผัสกับมัน เมื่อได้สัมผัสจึงมีความทรงจำ แล้วผมก็หวนคิดถึงครั้งที่เคยถกกับเรไรว่า ที่สุดอย่างพระพุทธองค์ก็ล้วนประสบสัมผัสกับความไม่รู้มาก่อนจะกี่ชาติภพก็ไม่รู้ละ เรไรเบ้หน้า ผมบอกเธอว่าไม่ได้ลามปามถึงพระถึงเจ้า ก็ท่านยังบอกว่าสามารถแย้งคำสอนของท่านได้ ก็นั่นละ ผู้ที่แย้งและพยายามพิสูจน์ก็ได้คำตอบอย่างเดียวกับท่าน  ผมอุปมาว่าต้องเห็นโลงศพเสียก่อนจึงจะหลั่งน้ำตา เรไรแย้งว่าเขาเรียกประสบกับตัวเองแล้วจดจำ ทุกสิ่งที่ได้ประสบสัมผัสนั้นเป็นบทเรียน บางคนรู้แล้วก็ไม่ทำซ้ำ แต่บางคนก็ทำซ้ำ ๆ มันก็ไม่เกิดผลการพัฒนาอะไร บทสรุปของการพูดคุยเรื่องนั้นเราต่างมองหน้ากัน ยิ้มให้กัน นี่เราจะมาตั้งตนเป็นนักปรัชญากันใช่ไหม เรไรหัวเราะเสมือนเยาะเย้ยตัวเอง เธอว่า เราก็ได้แต่พูดในสิ่งที่คิดแต่ลงมือทำตามได้แค่กระผีก  จริงของเธอ ก็ในเมื่อขณะนี้ผมกำลังผลิตบทเรียนซ้ำ ความฟุ้งซ่านย้ำสอนผมเพื่อให้ได้จดจำได้อย่างขึ้นใจกระนั้นหรือ

            ไม่ละ, ผมเบื่อบทเรียนนี้เต็มทีแล้ว ยิ่งเรียนมันยิ่งทำให้ผมจมดิ่งไปกับความหลังที่ผ่านพ้นเป็นอดีต ผมจะต้องอยู่กับปัจจุบันอย่างที่ราตรีว่า  ขณะนี้ผมกำลังเป็นไข้ และร่างกายต้องการพักผ่อน ร่างกายจะพักผ่อนได้ต้องได้รับการสั่งการจากสมอง ฉะนั้นผมจะสั่งการให้ร่างกายได้นอนพัก บอกตัวเองว่านอนเสีย หลับเสีย กำหนดลมหายใจเข้าออก สติจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น เข้าและออกอย่างช้า ๆ แล้วไม่นานผมก็จมดิ่งเข้าสู่ดินแดนอันแสนสุขสงบประหลาดอย่างช้า ๆ

 

๖ ส.ค. ๕๓

 

 

 

 

 

 

 

 

           

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s