ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

๑๗. กรกฎาคม 16, 2010

Filed under: ไม่มีหมวดหมู่ — ประทีป จิตติ @ 00:24
Tags:

๑๗. แทนคำขอบคุณ


ผมนั่งมองฮานากินข้าวผัดอย่างมีความสุข เป็นความสุขอันเกิดจากการปรุงอาหารแล้วมีคนกินอย่างเอร็ดอร่อย, เป็นข้าวผัดสูตรเดียวกับที่ผมคิดทำให้เรไร

            เหมือนฮานาจะชอบกระเทียมเป็นพิเศษ ใจผมคิดทะลึ่งอยากบอกเธอว่า เพื่อนบางคนของผมบอกว่ากระเทียมจะเพิ่มพลังทางเซ็กส์เป็นพิเศษ แต่สำหรับเพื่อนกวีผู้เคยบวชเรียนนับสิบปีบอกว่ามันเป็นการเพิ่มความกำหนัด อย่างไรก็ตามผมว่ายังไงเสียมันก็หนีไม่พ้นเรื่องเพศเรื่องเซ็กส์เรื่องกามารมณ์อยู่ดี แต่ผมก็จนใจที่จะบอกเธอให้เข้าใจ เพียงเพราะปัญหาเรื่องภาษาของผมนั่นเองที่เป็นอุปสรรค คิดจะบอกเธอเป็นคำ ๆ ก็เกรงว่าเธอจะเข้าใจผิด คิดว่าผมชวนเธอหลับนอนด้วยกันเสียอย่างนั้น

            “คุณไม่กิน?”

            ฮานาละสายตาจากจานข้าว

            “เป็นยังไง?”

            ผมพยักพเยิดไปที่ข้าวผัด

            “เชียส!

            สำเนียงเธอแปล่ง ๆ ผมพยายามคิดว่ามีศัพท์อังกฤษคำไหนบ้างที่แปลว่าดีแปลว่าอร่อย ไม่ทันได้คิดนานเธอก็ว่า “ดีลิเชียส”

            ผมยิ้มจนแทบหัวเราะ แล้วก็หัวเราะออกมาจนได้ เพียงเพราะคำคำนี้ทำให้ผมคิดถึงงานเขียนของพญาอินทรีแห่งสวนทูนอินแห่งสวนอักษรในบรรณพิภพไทยรงษ์ วงสวรรค์

            เธอเงยหน้ามองผมก่อนหยิบแก้วน้ำมาดื่ม ถามว่าหัวเราะอะไร

            ผมจนใจที่จะบอกกล่าวสื่อสารกับเธออีกครั้ง บอกเธออย่างกำปั้นทุบดินว่า ผมชอบคำคำนี้

            “ฉันคิดว่าคนทำอาหารต้องชอบมันทุกคน”

            ฮานายิ้มแล้วกินข้าวผัดที่เหลือจนเกลี้ยงไม่หลงเหลือข้าวติดจานสักเมล็ดเดียว  ผมไม่รู้หรอกว่านี่เป็นนิสัยส่วนตัวของเธอ หรือว่าเป็นเพราะมารยาททางสังคม หรือเป็นเพราะว่าข้าวผัดของผมนั้นอร่อยถูกปากเธอมากมาย แต่นั่นก็ทำให้ผมนึกนิยมชมชอบเธอขึ้นอีกเป็นกองนอกจากรูปร่างหน้าตาของเธอ ผมอยากเล่าให้เธอฟังว่าสมัยยังเด็ก ย่าผมกำชับสั่งสอนหนักหนาว่าอย่ากินทิ้งกินขว้าง โดยเฉพาะข้าว นอกจากจะไม่เป็นบาปกับพระแม่โพสพแล้วยังให้สำนึกต่อชาวนา ข้าวแต่ละเมล็ดที่พวกเราได้กินล้วนมาจากหยาดเหยื่อแรงงานชาวนา กระทั่งเลยเถิดไปให้พวกเราคิดถึงหัวอกของผู้ไม่มีอันจะกินซึ่งมีอยู่มากมายหลายชีวิต เมื่อถูกสั่งสอนอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กผมจึงทำใจไม่ให้หดหู่ไม่ได้เวลาเห็นคนกินข้าวเหลือตามร้านอาหาร มันไม่ได้ทำให้ผมคิดถึงบุญคุณของชาวนาเท่าสมัยยังเด็ก แต่กลับคิดถึงผู้ไม่มีอันจะกินเสียมากกว่า คิดว่าก่อนสั่งอาหารเขาน่าจะกำชับแม่ค้าว่าขอข้าวเพียงพอดีกับกระเพาะหรือความอยากความหิวของเขา ซึ่งก็มีคนจำพวกนี้อยู่ ซึ่งก็ยังมีคนตรงข้ามกับคนพวกนี้อยู่ ผมเคยคิดอีกมุมหนึ่งว่าแล้วมันจะเดือดร้อนอะไรกับใครเล่าในเมื่อเขาเป็นคนซื้อคนจ่ายข้าวจานนั้น จะกินหมดหรือไม่หมดมันก็เงินของเขาเงินของเรา ใช่, เงินของเรา ดูเหมือนว่ายุคสมัยนี้เงินมันมีอำนาจเหนือกว่าความเห็นอกเห็นใจความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ผมคิดโทษระบบเศรษฐกิจของเราที่นิยมทุนมากกว่าความเป็นคนเป็นมนุษย์ด้วยกัน ยุคสมัยของย่ากับของผมมันต่างกันราวฟ้ากับเหวสวรรค์กับนรก ฮึ ประสาอะไรกับตำลึงชะอมถั่วพูที่เมื่อก่อนเก็บเอาตามรั้วบ้านแจกจ่ายให้เพื่อนบ้านหากว่ามันมีมากเกินคนในบ้านจะกินหมด ประสาอะไรกับยุคสมัยนี้ตำลึงที่รั้วบ้านเหี้ยนเตียนเพียงเพราะถูกใครก็ไม่รู้เดินดุ่ม ๆ เที่ยวเก็บไปขายที่ตลาดหน้าตาเฉย…

          ฮานามองผมที่นั่งเงียบเฉย ผมถอนใจ ยิ้มให้เธอ  จะทำอย่างไรดีนะ จะทำอย่างไรดีที่จะสื่อสารกับเธอได้มากกว่าข้อจำกัดที่ผมมี  คิดถึงราตรี หากว่าเธออยู่ด้วยอาจช่วยเป็นสื่อกลางระหว่างผมกับเธอได้เป็นอย่างดี

            “เล่าสิ่งที่คุณคิดให้ฟังได้ไหม?”

            “คุณพูดภาษาไทยได้?”

            ฮานาหัวเราะร่วนกับเสียงตกใจระคนใบหน้าแปลกใจของผม

            ผมหัวเราะบ้าง “แล้วไม่บอกผม ปล่อยให้คิดแต่สปีคอิงลิช”

            “ก็คุณไม่ถาม”

            ผมหัวเราะอีก แล้วเล่าสิ่งที่คิดให้เธอฟังอย่างช้า ๆ

            “เอาละ ผมจะล้างจานละ”

            ว่าแล้วผมถือจานกับแก้วน้ำเข้าห้องครัวโดยเร็ว เพียงหวังว่าจะไม่ให้เธอต้องออกตัวทำหน้าที่นี้

            “พ่อครัวไม่ต้องล้างจาน”

            ฮานาเดินตามเข้ามายืนอยู่ด้านหลัง พูดไม่พูดเปล่าเธอดันตัวผมไปทางด้านข้าง แทรกเข้ามาทำหน้าที่นั้นแทน กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเส้นผมสัมผัสเข้าจมูก ผมค่อย ๆ สูดดมอย่างกลัวว่าเธอจะรู้ตัว ลอบมองลำคอขาวเนียน พยายามเก็บกลั้นตัณหาอารมณ์ไว้ให้ลึกสุดก้นบึ้งและเมื่อรู้ตัวว่าจะข่มมันลงไปไม่ได้ผมจึงผละออกมา ทว่าฮานาฉุดแขนผมไว้ เขย่งปลายเท้ายื่นหน้าจูบแก้มผม

            “ขอบคุณสำหรับข้าวผัด”

          ข้าวผัดสูตรเดียวกับที่ผมคิดทำให้เรไร แต่จะให้ราตรีเป็นผู้ลิ้มรสทดลองคนแรก ทว่ามันกลับได้ถูกทดลองลิ้มรสจากหญิงสาวที่ผมเพิ่งรู้จักได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง•

 

๑๓ ก.ค. ๕๓

           

 

One Response to “๑๗.”

  1. ประทีป Says:

    สำหรับท่านที่จะอ่านย้อนหลัง เข้าไปที่หมวดหมู่ ต้นร่างเรื่องยาว ครับ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s