ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

๑๖. กรกฎาคม 16, 2010

Filed under: ไม่มีหมวดหมู่ — ประทีป จิตติ @ 00:22
Tags:

๑๖. บุปผา

 

เอาเสื้อผ้าเก็บเข้าตู้แล้วออกมายืนที่ระเบียงมองไปทางด้านที่เป็นชายหาด ลมเย็นพัดเอื่อยอ่อน หลับตาฟังเสียงหวีดหวิว เสียงคลื่นสาดซัดจาง ๆ เสียงจิ๊บ ๆ จ๊าบของเหล่านกตัวน้อย  รู้สึกง่วงงุนขึ้นมาแต่ผมไม่อยากนอน คิดว่าหากได้ลงเล่นน้ำคงได้ความสดชื่นขึ้นมาบ้าง

จริงอย่างที่คิดการได้ลงมาลอยตัวลอยคอในสระน้ำทำให้ผมสดชื่น

            คิดอะไรต่ออะไรไปเรื่อยเปื่อยกระทั่งมาจริงจังกับปัจจุบันขณะ เริ่มจากคำถามที่ว่าผมมาลอยตัวอยู่กลางสระนี้ได้อย่างไร เพราะรู้จักกับราตรี ทำไมถึงรู้จักกับเธอได้ เรื่องมันเหมือนนิยายประโลมโลกทั้งหลายที่วนเวียนอยู่กับความรักความใคร่ เรื่องของผมมันก็กำลังวนเวียนอยู่กับสิ่งเหล่านั้น นั่นแหละ ผมจึงเกิดคำถามขึ้นมาทื่อ ๆ  เรามาทำอะไรที่นี่?  นี่เรากำลังทำอะไรอยู่?  ถามไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้จริงจังหาคำตอบ ทว่าผมไม่สามารถสลัดคำถามนั้นออกไปได้ 

จู่ ๆ อีกนั่นแหละผมบังเกิดคำถามโง่ ๆ นี่มันเป็นความจริงหรือฝัน?  ทั้งที่แกนหลักของคำตอบมันก้องสะท้อนพร้อม ๆ กับคำถาม มันคือความจริง 

            ผมกลัวความจริง?  ความจริงที่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างผมกับราตรีมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและง่ายดาย  ดูทุกสิ่งมันง่ายไปหมด ก็แล้วทำไมผมต้องคิดว่าชีวิตจะต้องมีเรื่องยาก ๆ ด้วยเล่า  เส้นทางชีวิตไม่ราบเรียบก็จริง ทว่ามันคงบ้างที่มันไม่สูงชันเกินไปนัก บางทีผมกำลังเดินอยู่ในช่วงที่ว่านี้

            ผมควรจะใช้เวลาในช่วงนี้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย?  ใช่, นั่นคือคำตอบที่ผมจำเป็นต้องเลือก  ป่วยการเปล่าหากไม่คิดปล่อยวาง ปล่อยให้มันเป็นไปตามยถากรรมบ้าง…

ความคิดต่าง ๆ หายวับเมื่อหัวชนกับขอบสระ ลืมตาขึ้นเห็นฮานายืนค้ำอยู่ กลับตัวยืนยิ้มให้เธอ เสียงยางรถยนต์บดกับก้อนกรวดแล้วออกตัวแล่นไปอย่างเร็ว หันกลับมาที่ฮานาพบว่าเธอลงมาแหวกว่ายอยู่ในสระเสียแล้ว

 

 

ผมเพลินนั่งมองฮานาว่ายน้ำกลับไปมาอยู่หลายรอบ ผมเพิ่งมีโอกาสเห็นผู้หญิงใส่ชุดว่ายน้ำทูพีซใกล้ ๆ เต็มตาก็คราวนี้  ชุดว่ายน้ำสีส้มสดห่อหุ้มสองเต้าขนาดกี่นิ้วผมเองก็กะไม่ถูก บอกได้แต่ว่าไม่เล็กไม่ใหญ่ไปกว่าฝ่ามือของผม ดูกลมมนเหมือนผลส้มซันควิก  ไม่แน่ หากชุดว่ายน้ำของเธอเป็นสีเขียวอ่อนผมคงเปรียบเอากับผลส้มโอน้อย ๆ  เรียวขาท่อนแขนดูแข็งแรงเหมือนคนออกกำลังกายเป็นประจำ กีฬาที่เธอชื่นชอบคงเป็นว่ายน้ำ

เธอเปลี่ยนจากท่าฟรีสไตล์มาเป็นกรรเชียงแล้วไม่นานนักก็เปลี่ยนมาเป็นท่าผีเสื้ออีกครั้ง  ในกระบวนท่าทั้งสามผมชอบท่าผีเสื้อของเธอมากที่สุด  ผีเสื้อสีส้มตัวน้อยแหวกว่ายไปมาอยู่ในสระ จะเป็นผีเสื้ออะไรก็เถอะ แต่ไม่ใช่ผีเสื้อสมุทรแน่นอน

            ทำไมไม่ว่ายต่อ? 

ฮานาถามเมื่อว่ายเข้ามาถึงขอบสระ ยังไม่ทันคิดหาคำพูดก็ถูกดึงลงไป 

มาว่ายด้วยกัน

            เกิดความรู้สึกรำคาญตัวเองขึ้นมาที่ไม่สามารถสื่อสารกับเธอได้อย่างใจคิด  อดคิดถึงเรไรขึ้นมาไม่ได้ นี่ถ้าผมเอาจริงเอาจังกับการเรียนภาษาอังกฤษคงไม่ต้องอึดอัดใจอย่างนี้ 

เรไร?…  ผมกำลังทำบ้าอะไรของผมอยู่นี่  เรไรคงง่วนอยู่กับลูกค้าขณะที่ผมไม่อนาทรทุกข์ร้อนกับความเป็นไปของชีวิต  สำนึกจากก้นบึ้งผุดขึ้นบอกผมว่าผมตกงานแล้ว และอีกไม่นานเงินที่เก็บสะสมไว้ก็จะละลายไปหากผมยังไม่ครุ่นคิดวางแผนชีวิตจากวินาทีนี้ต่อไป พลันสมเพชตัวเองขึ้นมาในบัดดล

            ภาณุใช่ไหม

            อือฮึ?

            โยอิบอกว่าคุณชื่อภาณุ

            โยอิ?

            ราตรี

            โยอิหมายถึงกลางคืน?

            ฮานายิ้มพยักหน้ารับ  ภาณุหมายถึงอะไร

            แสงสว่างของดวงอาทิตย์

            เป็นชื่อที่ดี  คุณเกิดตอนเช้า?

            อือฮึ

            อาซาชิ

            ชื่อผม?

            แสงอาทิตย์ยามเช้า

            รุ่งอรุณ

            ฮานาเลิกคิ้ว

            ดอน, ฮานาแปลว่า?

            ดอกไม้

          ผมหลงคิดไปว่าฮานาคือชื่อเดียวกับฮันนาในเดอะ รีดเดอร์ จนใจที่จะอรรถาธิบายความบ้องตื้นให้เธอฟัง ได้แต่ยิ้มแก้เก้อต่อหน้านางบุปผาจากต่างแดน

 

๑๙ ส.ค. ๕๒

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s