ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

๑๓. กรกฎาคม 16, 2010

Filed under: ไม่มีหมวดหมู่ — ประทีป จิตติ @ 00:17
Tags:

๑๓.

 

ไม่รู้ว่าทำไมผมจึงตอบรับคำชวนของราตรีโดยง่าย ไม่นึกตริตรองอันใด

            ไปหัวหินกันไหม?  เธอเอ่ยเมื่อใกล้รุ่ง

            ผมตอบ  ไปสิ  ทันที  ลุกขึ้นนั่งมองดูเธอในแสงสลัว จูบสะโพกหนั่นแน่นแข็งแรงก่อนจะลุกขึ้นจากฟูกนอน

            ไปไหน 

            อาบน้ำ ไปหัวหิน

            ดี  งั้นฉันจะกลับไปเอากระเป๋า  เธอลุกขึ้นใส่เสื้อผ้า กลับไปที่ห้อง

            อาบน้ำยังไม่ทันเสร็จเธอก็กลับมา เปลือยกายเข้ามาหาผม

            ยังอาบไม่เสร็จใช่ไหม?

            ผมไม่ตอบแต่รวบร่างเธอไว้ในอ้อมกอด  เธอเปิดน้ำจากฝักบัวให้ไหลแรง  เหมือนเรายืนอยู่ท่ามกลางสายฝน กอดรัดกันแน่นเพราะความหนาวเหน็บ สักพักไออุ่นจากร่างกายก็แล่นผสานกัน  ละอองไอน้ำลอยขึ้นจากพื้น ทั่วทั้งห้องอวลไปด้วยไอร้อน ด้วยไฟปรารถนา ร้อนเร่าแรง

 

 

ผมน่าขับรถเป็น จะได้เปลี่ยนกับคุณ

            ถึงเป็นก็เท่านั้น  สายตาของราตรีจ้องมองไปยังท้องถนนแน่วแน่  ฉันชอบขับเองมากกว่า

            คุณไม่ไว้ใจ?

            ฉันชอบขับต่างหากค่ะ

            งั้นผมจะเป็นผู้โดยสารที่ดี

            ยังไง? ที่คุณว่าดี

            ไม่หลับ

            เธอหัวเราะเสียงเหมือนแมวจาม  หลับเถอะค่ะ ฉันไม่ว่า

            คุณไม่ต้องการเพื่อนคุย?

            ถ้าคุณอยากคุย

            คุณไปทำอะไรที่หัวหิน?

            เปลี่ยนบรรยากาศ  ไม่ได้ทำอะไรนอกจากกิน นอน…อยู่กับคุณ

            อือฮึ  คุณจะอยู่นานเท่าไหร่

            คุณล่ะ?

            จนกว่าคุณจะเบื่อ

            จนกว่าฉันจะเบื่อ?  เธอหัวเราะคิก ละสายตาจากถนนมองผมแวบหนึ่งแล้วหันกลับไปอย่างเร็ว  ถ้าฉันเกิดเบื่อคุณขึ้นมาตอนนี้ล่ะ?

            คุณก็จอดรถให้ผมลง

            เธอชะลอความเร็วเบนรถเข้าไหล่ทาง ปล่อยให้แล่นไปตามแรงเฉื่อยค่อย ๆ ค่อย ๆ แตะเบรกจนหยุดสนิท

            ลงไปเดินเล่นกัน 

เธอจุดบุหรี่ ลงจากรถเดินไปที่ต้นก้ามปูใหญ่ กิ่งก้านของมันกำบังแสงแดดยามสายแผ่เป็นวงกว้าง

คุณเคยยิงกระต่ายไหม?

ผมไม่เข้าใจคำถาม นิ่งมองหน้าเธอ,  เธอหัวเราะ แยกขาออกจากกันทำท่ารูดซิปกางเกง  เคยไหม?

ผมหัวเราะงอหงายกับท่าประกอบคำถาม  แถวนี้คงไม่มี

แต่ฉันเห็นหลังมันไว ๆ นะ  ว่าแล้วเดินไปหลังพุ่มไม้

ผมกลับไปหยิบกล้อง บันทึกภาพทุ่งหญ้าสีเขียว ท้องฟ้าสีครามใส และภาพแม่พรานสาวที่โผล่ออกมาจากหลังพุ่มไม้สีหน้าขึงขัง

ไม่มีกระต่ายจริงอย่างคุณว่า  เฮ้!”

เธอรี่เข้ามาดูภาพที่ผมบันทึก หัวเราะชอบใจแล้วจูบแก้มผมให้เป็นรางวัล

 

 

ผมเลือกที่จะเงียบ ไม่พูดไม่เล่าเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับตนเองอีก, จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองพูดมากมากจนล้นเกินพอดี  แม้ว่าราตรีจะเป็นฝ่ายถามไม่ใช่ผมคิดพูดขึ้นเอง

            ทำไมเงียบ  น้ำเสียงเรียบ ๆ ไม่เชิงคาดคั้น

            คุยแต่เรื่องตัวเองคุณเบื่อเปล่า ๆ

            น่าสนใจออก

            ผมไม่เชื่อ, นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอไม่เบื่อ อาจตอบรับไปตามมารยาท  คุยเรื่องคุณบ้าง

            ไม่น่าสนใจหรอกค่ะ

            เป็นคำตอบที่เหมือนกระแทกประตูปิดลงกลอนสนิท  ผมไม่มีสิทธิ์จะล่วงล้ำเข้าไปในความคิดและชีวิตของเธอ!

            นึกฉิวขึ้นมาที่ผมเปิดประตูชีวิตให้เธอเดินเข้ามาสำรวจเสียจนเกือบทั่ว ไม่ต้องค้นหาทางเข้าให้เสียเวลา  ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาในสิ่งที่อยากรู้

            ผมนั่งหลังตรง มองเสี้ยวหน้าด้านข้าง เธอยังคงจับจ้องผิวถนนเบื้องหน้าไม่คิดจะหันมายิ้มหรือพูดอะไรก็ได้กับผม  ผมคิด มันก็สมกับชื่อของเธอดีแล้วนี่  ทุกสิ่งในความเป็นเธอยังคงดำมืดสำหรับผมราตรี

            เธอลดกระจกลงจุดบุหรี่สูบ  ทำไมคุณถึงคิดว่าฉันจะเบื่อเรื่องของคุณ

            มันดูเหมือนว่าผมขี้คุย

            ไม่หรอก เป็นเพราะฉันถาม คุณตอบ  ฉันอยากรู้เองต่างหาก

            แต่บางเรื่องคุณไม่ได้ถามแต่ผมก็บอก

            ถามคำตอบคำอย่างนั้นสิน่าเบื่อ

            ยังไงก็เถอะมันไม่ดีนักหรอกที่เราจะรู้เรื่องอะไรต่ออะไรระหว่างกันรวดเดียว ไม่เหลือไว้ให้อีกฝ่ายค้นหา

            กับคนอื่นฉันไม่รู้หรอกนะ แต่สำหรับฉันยังไงมันก็ต้องค้นต้องหาอยู่ดี  คำพูดมันก็แค่ลมปาก การกระทำต่างหากจะพิสูจน์ว่าเป็นจริงอย่างที่คุณพูดหรือเปล่า  อย่างคุณบอกว่าคุณชอบแมวดำคุณก็พูดได้ ใครจะรู้ล่ะว่าเอาเข้าจริงคุณอาจเกลียดมันยังกับอะไรดีก็ได้

            อือฮึ  แต่กับบางคนเขาคิดว่าโอ๊ยพอแล้ว ๆ  ฉันรู้จักคุณหมดทุกซอกเปลือกแค่ภายในเวลาสองสามชั่วโมง รู้แล้วล่ะว่าจะเอายังไงกับคุณต่อ  ชอบหรือไม่ชอบตัดสินใจได้เลย  ฮึ

            ทั้งที่เราพูดด้วยความจริงใจงั้นหรือ?

            คุณรู้ได้ไงล่ะว่าสิ่งที่พูดไปนั้นจริงใจ?

            คุณอินกับมันจัง  อย่างกับว่าเคยมาแล้ว

            ผมถึงได้กลัวไงล่ะ

            กับฉัน?  ดีดบุหรี่ทิ้ง  ไม่ต้องกลัว คุณก็รู้แล้วนี่ว่าฉันคิดยังไง

            ผมแค่นหัวเราะ  พอกัน

            อะไร?

            คำพูดก็แค่ลมปาก

            เธอหัวเราะ ช่างอารมณ์ดีเสียจริง  เอาเถอะ อย่างน้อยก็พอจะรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของเธอขึ้นมาบ้าง, ลมตีเข้ามาในรถวูบหนึ่งก่อนจะปิดกระจก

 

จบตอน./๒๖ มิ.ย. ๕๒

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s