ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

๗. กรกฎาคม 15, 2010

Filed under: ไม่มีหมวดหมู่ — ประทีป จิตติ @ 23:52
Tags:

 

๗. นิยาย…

 

เป็นวันที่สามที่ผมได้พบเธอในยามค่ำคืน พอรุ่งเช้าสายเธอก็จากไป ไม่ได้ให้ความหวังว่าจะกลับมาอีกเมื่อรัตติกาลมาเยือน…

            ฉันไปนะ 

เธอบอกและโอบเอวผมจากด้านหลังขณะล้างจานชามอาหารมื้อเช้า

            ผมปิดสมุดบันทึก ซดกาแฟที่เหลือครึ่งถ้วย หากผมจะนำเรื่องราวการปรากฏตัวของเธอดัดแปลงเป็นงานเขียนปัญหามีอยู่ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร แบบไหน ผมจินตนาการไม่ออก  สมหวัง ผิดหวัง หรือค้างไว้ครึ่งๆกลางๆ?…  สองอย่างแรกต้องใช้ความคิดอย่างหนัก จริงจัง ไม่ต่างจากการวางผังออกแบบงานตกแต่งอาคาร ส่วนอย่างหลังอาจเป็นความจริงได้มากกว่า  เช่นนั้นผมจะหลอกตัวเองให้เขียนตอนจบอย่างมีความสุขได้อย่างไร 

ผมควรจะก้าวผ่านความจริง ทว่าผมจะทำได้หรือไม่?…

           

 จู่ๆในค่ำคืนอันเหน็บหนาวของเดือนมกราคม หญิงสาวที่เขาไม่รู้จักก็ปรากฏตัวขึ้น 

ผมค้างสิ่งที่จะเล่าให้เรไรฟังต่อเมื่อเห็นเธอยิ้ม 

มันลิเกใช่ไหมเร?

            เล่าต่อสิภาณุ

            โอเค  เขาชวนเธอเข้าหลบลมหนาวในห้องพัก แล้วก็…เช้ามาเธอก็หายไป

            ภาณุไม่ได้วางตัวเธอให้เป็นผีใช่ไหม?

            ทีแรกก็คิดอย่างนั้น แต่คิดว่ามันคงไม่สมเหตุสมผลเพราะวันต่อมาเขาก็พบเธออีก เช้านั้นเธอยังอยู่

            ภาณุคิดว่าผีกลัวแสงแดดหรือจ๊ะ

            ไม่ แต่คนอ่านอาจคิดไม่เหมือนเราจริงไหมเร

            ภาณุจ๊ะจำหนังเรื่องเดอะซิกเซ้นซ์ได้ไหม  เด็กคนนั้นเขาบอกว่าเห็นผีเห็นวิญญาณตลอดเวลา– all time คนดูก็ไม่ได้ติดใจอะไร

            เรอยากให้เธอเป็นผีหรือ?

            ภาณุต่างหากที่อยากให้เธอเป็น  อย่างน้อยก็แวบแรกใช่ไหม

            ใช่ ทีแรกเราคิดอย่างนั้น แต่ความจริงแล้วเธอเป็นคน

            อย่างกับภาณุเป็นผู้ชายคนนั้น

            เราจมอยู่กับมันน่ะเร บางครั้งก็แยกแทบไม่ออกระหว่างโลกความจริงกับจินตนาการ

            งั้นถ้า… ภาณุเป็นเขาภาณุจำยังไงจ๊ะ

            เรหมายถึง?

            ภาณุจะมีเซ็กซ์กับเธอไหม?

            ถ้าเราไม่ตอบก็แสดงว่าไม่แน่ใจใช่ไหม  งั้นเราก็ขอตอบว่ามี

            ภาณุ!”

            เมื่อบอกว่ามีก็อาจไม่ก็ได้จริงไหมเร

            แล้วยังไงต่อไป?

            เขาเริ่มชอบเธอ

            เพราะแค่เซ็กซ์?

            มากกว่านั้น

            อะไร?

            “love at the first sight เหมือนปาฏิหาริย์  เจอกันมองตาก็เข้าใจ เหมือนได้ใกล้ชิดกันมานานรู้จักมาตังแต่ชาติปางก่อน

            แสดงว่าจุดจบของเรื่องนี้เศร้าไม่สมหวัง เพราะปาฏิหาริย์ไม่มีจริง?

            นั่นคือสิ่งที่เขาต้องรอคอยคำตอบ

            ภาณุต้องวางพล็อตให้จบสิว่าคำตอบสุดท้ายจะเป็นยังไง

            เราไม่รู้จริงๆเร  เรเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์หรือเปล่า

            ไม่เชื่อแต่ก็อยากให้มี  ฟังดูขัดแย้งกันดีไหมภาณุ

            ใครบ้างล่ะเร ที่ไม่เคยเห็นแย้งกับตัวเอง

          นั่นสิ, มีใครบ้างที่ไม่เคยเห็นและขัดแย้งกับตัวเอง?…

 

ราตรีค้นหาเพลง Lady of the night จากอินเทอร์เน็ต ทำให้ผมรู้ว่าผู้ร้องเพลงนี้ชื่อ ดอนน่า ซัมเมอร์ เป็นหญิงสาวผิวสีเช่นเดียวกับประธานาธิบดีหนุ่มของสหรัฐอเมริกา บารัค โอบามาต่างกันนิดตรงที่ว่าความจริงประธานาธิบดีหนุ่มคนนี้เป็นลูกครึ่งผิวสีซึ่งไม่ค่อยมีใครพูดให้ชัดเจน แม่ของเขาเป็นคนขาว พ่อเป็นอัฟริกัน

            ผมค้นหาเว็บไซต์ที่สามารถดาวน์โหลดเพลงนี้ได้อย่างไม่ยากเย็น  เพลงนี้บันทึกอยู่ในอัลบั้มชื่อเดียวกันเมื่อปี ๑๙๗๔ ปีเดียวกับที่ผมเกิด เป็นช่วงรอยต่อระหว่างร็อคแอนด์โรลกับป๊อป

            Summer-ฤดูร้อน ขับร้องเพลงที่มีความหมายตรงข้ามกับดอกราตรี เป็นเรื่องของผู้หญิงกลางคืนอย่างที่เรไรว่า…นิยายรักฤดูร้อน น่าจะเหมาะเป็นชื่อเรื่องงานเขียนเรื่องยาวเรื่องแรกของผม ทว่ามีนักเขียนชื่อดังใช้ไปแล้ว  ผมอาจทู่ซี้ใช้ชื่อนี้ให้ได้แต่คงไม่เป็นการดี แม้จะบอกใครต่อใครว่าผมคิดได้เองและบังเอิญเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร ผมคิดถึงเรื่องอาหรับราตรี…คิมหันต์ราตรี เข้าท่าแต่ฟังดูเป็นแขกไปหน่อย  ราตรีฤดูร้อน, ราตรีรัตติกาล, ราตรีๆ ๆ ๆ ดูเหมือนผมจะสลัดคำว่าราตรีไม่ออก ไม่เป็นไรผมจะจดชื่อเหล่านี้ไว้ก่อน บางทีเมื่อผมลงมือเขียนจริงๆจังๆชื่อที่เหมาะอาจวาบขึ้นมาได้เอง

            เรไรชอบชื่อที่ได้จากแก่นเรื่อง

            เรไรแนะนำผมว่าเมื่อเขียนเสร็จแล้วเราจะได้ชื่อเรื่องให้คัดเลือกมากมาย  เธอไม่รู้หรอกว่าบางครั้งการคิดหาชื่อเรื่องก็ยากเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดในกระบวนการเขียน

            อย่างไรก็ตามเวลานี้ผมควรเห็นด้วยกับความคิดเห็นของเธอ

          แม้แต่ ความว่างยังมีชื่อ, ผมควรจะปล่อยวางความคิดเรื่องชื่อนี้เสีย

 

เสียงกุกกักๆเหมือนคนลากของหนักดังอยู่ข้างนอกห้อง  เสียงกุญแจกระทบดังกริ๊กๆ  ผมลุกขึ้นเดินไปหยุดหลังบานประตู มองผ่านช่องมอง หญิงสาวผมบ๊อบสั้นในชุดเสื้อยืดขาวตัวหลวม ยีนส์สีฟ้าซีดกำลังเสียบกุญแจเข้าลูกบิด  ข้างเธอมีกระเป๋าเดินทางชนิดลากจูงใบขนาดกลางตั้งอยู่  ประตูเปิดเธอเอี้ยวตัวลากกระเป๋าเข้าไป  เห็นแต่เพียงเสี้ยวหน้าแต่ก็ไม่ชัดเจนนัก  คิดถึงราตรี หากยังอยู่เธอคงได้พบเพื่อนแล้ว

            หากว่าราตรีกลับมาคืนนี้เธอก็จะได้พบ  แน่ละ เธอคงไม่มาขลุกอยู่กับผมเหมือนเช่นคืนก่อน  ผมจะทำอย่างไร ผมควรจะบอกเธอดีไหมว่าเพื่อนกลับมาแล้ว 

ผมตัดสินใจจะไม่บอกเธอ  ไม่แปลกอะไรสักนิด และไม่สำคัญด้วยว่าผมจะรู้หรือไม่รู้  ไม่มีใครรู้ว่าผมเห็นเพื่อนเธอ

แต่ก็ไม่แน่ ราตรีอาจจะรู้ด้วยตัวเองก็ได้ หากว่ายังคงเพียรพยายามโทรศัพท์ไปที่ห้องตรงข้ามอย่างที่เธอบอก  ถึงตอนนั้นเธอจะยังคิดถึงหรือไม่  บางทีค่ำคืนที่ผ่านมาอาจเป็นค่ำคืนสุดท้ายระหว่าผมกับเธอ ซึ่งผมไม่หวังให้เป็นเช่นนั้น

เอาเถอะ อย่างน้อยเพื่อนเธอก็ไม่ใช่ชายหนุ่มอย่างที่ผมหวั่นใจอยู่ลึกๆ

คิดเช่นนั้นแล้วก็ยิ้มขึ้นมาได้  ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงรู้สึกโล่งใจ  ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆถึงรู้สึกหวงราตรีขึ้นมา ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์อะไรเลยหากเธอจะพักอยู่กับชายคนใดสักคน

ชีวิตเป็นของเธอ ไม่ว่าจะก่อนหน้าหรือหลังจากได้พบกับผมแล้วก็ตาม…

โทรศัพท์กังวาน  ผมลงนั่งที่เก้าอี้ยาว ยกกระบอกขึ้นจากแท่น ปลายสายเป็นเสียงของเรไร

 

อ่านตอนต่อไป.

 

๖, ๑๘ ก.พ. ๕๒

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s