ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

๓. กรกฎาคม 15, 2010

Filed under: ไม่มีหมวดหมู่ — ประทีป จิตติ @ 23:38
Tags:

๓.

 

เธอนอนหลับตาพริ้มซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาในอ้อมกอด แขนวางพาดบนอกผม บางขณะกอดรัดอย่างหลวมๆ  ลมหายใจเข้าออกของเธอแผ่วเบาสม่ำเสมอ  ผมจูบหน้าผากกลมมน สูดกลิ่นหอมจากเส้นผม มองแสงสว่างรำไรที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างกระจกใสเหนือฟูกนอน  เป็นความบังเอิญหรือความตั้งใจของเธอที่เลือกปรากฏกายในเวลาตีหนึ่งซ้ำเป็นหนที่สองผมสุดจะคาดเดา…  เธอสวมกอดผมเมื่อบานประตูเปิด ได้กลิ่นเหล้าจางๆระเหยจากลมหายใจ

                คุณดื่ม? 

ผมรู้สึกทันทีทันใดว่านั่นเป็นคำถามโง่ๆ คิดว่าเธอต้องย้อนถามกลับรู้แล้วยังถามทว่าไม่เป็นเช่นนั้นกลับได้ยินเสียงสะอื้น ทรวงอกของเธอสะท้อนสะท้านขึ้นลงเมื่อพยามยามข่มเสียงนั้น  ผมสวมกอดเธอแทนคำถามและคำปลอบโยน สักพักเธอผละตัวออก สายตาของเราทั้งสองประสานกันแวบหนึ่ง  เธอก้มหน้า ผมดึงแขนเธอไปยังเก้าอี้ยาวรั้งเธอให้นั่งลง

                กาแฟไหม?

                เธอยิ้มมุมปาก  คุณมีเบียร์ไหม?

                คุณอยากดื่ม?  เธอพยักหน้า  โล่งใจที่เธอไม่ย้อนเอากับคำถามโง่ๆของผมอีกครั้ง

                ผมลงไปยังร้านสะดวกซื้อที่อยู่ไม่ห่างจากอพาร์ทเม้นต์  กลับมาพร้อมเบียร์สี่กระป๋อง เปิดและส่งให้เธอ

                ฉันชอบยี่ห้อนี้?

            ผมเดาว่าคุณคงชอบ  เอาเถอะ ถึงตอนนี้ผมรู้แล้วว่าคุณชอบมัน

                ดื่มด้วยกันไหม  ผมลุกขึ้น เธอรั้งแขนผมไว้  กระป๋องนี้? 

ผมนั่งลง ริมฝีปากบางอิ่มของเธอประกบริมฝีปากของผม  ผมไม่แน่ใจว่ารสหวานที่ลอดเข้าไปสัมผัสลิ้นตัวเองนั้นเป็นรสจากเบียร์หรือของเหลวที่ประกอบขึ้นจากเลือดเนื้อของเธอกันแน่

 

เธอยังคงนอนหลับตาพริ้ม ริมปากบางเผยอเล็กน้อย  ผมจูบริมฝีปากนั้นแผ่วเบา นึกถึงรสหวานที่ได้รับเมื่อคืน  เธอระบายลมหายใจยาว กอดรัดผมแน่นแล้วค่อยๆดันออกห่าง ลืมตามองตาผม เผยอยิ้ม  ผมถามแก้เก้อ  กาแฟไหม?

                เธอสั่นหน้าเป็นพัลวัน  เช้าฉันไม่กินกาแฟ

                โจ๊กล่ะ ที่ร้านริมน้ำมีขาย  คุณชอบไหม?

 

 

ผมและเธอยืนอยู่กลางสะพานข้ามแม่น้ำ ลมแรงและเย็นแม้ว่าจะล่วงเข้าเวลาสายไปทุกขณะวินาที  เธอหลับตาสูดลมหายใจลึกเต็มปอด ระบายออกมาช้าๆ  ชี้ชวนให้ผมมองสะพานข้ามแม่น้ำที่อยู่ถัดไป  มันเป็นสะพานที่สร้างขึ้นมาใหม่ โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กเหมือนกัน ผิดแต่พื้นถนนถูกขึงแขวนไว้ด้วยสายเคเบิลจากเสาที่อยู่ตรงกลางลงมาเป็นรูปสามเหลี่ยม ที่ยอดเสาเป็นโคมไฟทำด้วยโลหะสีทอง ในยามค่ำคืนจะโดดเด่นด้วยแสงจากสปอตไลท์  ผิดกับสะพานที่ผมและเธอยืนอยู่ มันเป็นแค่สิ่งปลูกสร้างเชื่อมสองฟากฝั่งแม่น้ำให้คนเดิน ให้รถแล่นถึงกันธรรมดาๆตามความหมาย  ไม่มีไฟส่องสว่าง ไม่เหมาะจะเดินในยามวิกาล  ผมคิดถึงตรงนี้แล้วก็รู้สึกขันระคนเศร้า สะพานใหม่เบื้องหน้านั้นห้ามคนเดินเท้า สะพานสวยแต่คนกลับใช้เดินไม่ได้ ส่วนสะพานที่ทำหน้าที่ของมันจริงๆจังๆกลับไม่ปลอดภัย กลับไม่น่าเดินใช้ประโยชน์จากมัน  เรือลากจูงโผล่ลอดสะพานออกมา สักพักกระบะบรรทุกสีดำใหญ่ที่ถูกลากจูงก็ตามมา  ในนั้นว่างเปล่า ความลึกของมันน่าจะอยู่ที่ประมาณสามถึงสี่เมตร ผมกะด้วยด้วยสายตา ความจริงอาจมากกว่านั้น

                ฉันอยากกระโดดลงไป… เหมือนในหนัง 

เธอว่าขณะเท้าแขนบนราวสะพาน มองดูเจ้ากระบะยักษ์ที่กำลังเคลื่อนตัวลอยอยู่บนผิวน้ำ 

อาจารย์สอนถ่ายภาพเคยบอกว่าอีกไม่นานภาพอย่างนี้จะไม่มีให้เห็นอีก ฉันเลยถ่ายเก็บไว้หลายม้วน สิบปีผ่านไปก็ยังเห็นอยู่  แต่ก็เถอะนะ ฉันว่าจำนวนมันคงลดลงไปมากหากเทียบกับเมื่อก่อน

            ผมเคยคิดอยากขอติดพวกเขาไปด้วย  อยากรู้ว่าชีวิตที่ดำเนินไปอย่างช้าๆเรื่อยๆกลางลำน้ำนั้นจะเป็นยังไง  เวลานาทีที่ผ่านไปแต่ละขณะจะเป็นยังไง  จะรู้สึกคุ้มค่า รู้คุณค่าของเวลามากน้อยขนาดไหน  แต่ก็อย่างว่า ผมอาจรู้สึกเบื่อก็ได้ เบื่อที่เวลาช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน

                เธอเงยหน้ามองผม  ดวงตากลมโตมีแววสงสัย ทว่าใบหน้าเจือด้วยรอยยิ้ม 

คุณชอบให้วันเวลาผ่านไปเร็ว? 

                เป็นบางเวลาเท่านั้น  คุณล่ะ? 

เธอไม่ตอบ กลับไปมองเจ้ากระบะยักษ์ที่เคลื่อนห่างไปทุกขณะ 

ผมอยากหยุดเวลาหรือไม่ก็อยากให้มันผ่านไปอย่างช้าๆ  ที่จริงมันก็เป็นเรื่องของความรู้สึกของแต่ละคน  เวลามันเดินของมันไปเรื่อยๆสม่ำเสมอ ไม่มีช้ามีเร็ว มีแต่คงที่ หรือจริงแล้วมันอาจไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ  ไม่มีอะไรทั้งนั้น แม้กระทั่งทุกสิ่งที่เราเห็นทุกสิ่งที่เราคิด มันไม่มีอะไรเลย มันเป็นเพียงสิ่งที่เราปรุงแต่งมันขึ้นมาโดยจิตของเรา  สองสามปีมานี้ผมแทบไม่ใส่ใจกับเรื่องเวลา… 

ผมอยากพูดต่อไปว่าจนเมื่อได้พบคุณ มีคุณอยู่เคียงข้างเช่นขณะนี้  อยากหยุดเวลาแต่ละวินาที อยากให้หนึ่งชั่วโมงมีมากกว่าหกสิบวินาที หนึ่งวันมีมากกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง 

แต่…

                หนึ่งนาทีหากอยู่กับคนรักเราจะรู้สึกว่าช่างสั้นแสนสั้น หากอยู่กับคนที่เราชิงชังกลับยาวนานเหมือนสักชั่วโมง  เธอหัวเราะ  ฉันอาจจำมาพูดผิดๆถูกๆนะคะ แต่คิดว่ามันก็ผกผันเหมือนกัน ทำนองนี้ละ

                ผมว่ากับคนรักแม้หนึ่งวินาทีก็นับว่าเนิ่นนานแสนนาน มีค่าอย่างที่สุด  ลังเลที่จะพูดต่ออยู่อึดใจ  …เหมือนผมได้รู้จักคุณมานาน ไม่ใช่แค่สองวัน แต่เป็นสองปี

                เธอเลิกคิ้วดำหนา ดวงตากลมโตคู่นั้นขยายกว้างกว่าเดิม แต่ก็เพียงแวบเดียว 

ไปที่สวนริมน้ำกันเถอะค่ะ 

คล้องแขนผมแล้วออกเดิน  เอนศีรษะซบไหล่ผมเหมือนคู่รัก เหมือนในฉากหนึ่งของภาพยนตร์สักเรื่องที่เคยได้ดูและฝันอยากมีฉากชีวิตอย่างนั้นบ้าง… เนิ่นนานมามากแล้ว 

ผมและเธอเดินไปอย่างช้าๆเรื่อยๆโดยไม่ใส่ใจกับสิ่งรอบข้าง

เหมือนโลกทั้งใบมีเพียงแค่เราอยู่สองคน

 

จบตอน

 

๒๒ ม.ค. ๕๒

 

 

 

 

 

 

               

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s