ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

๑. กรกฎาคม 15, 2010

Filed under: ไม่มีหมวดหมู่ — ประทีป จิตติ @ 23:24
Tags:

๑.

 

ผมสะดุ้งตกใจเมื่อเงยหน้ามาพบหญิงสาวคนหนึ่ง นัยน์ตาเศร้ากลมโตคู่นั้นสบตาผม  ผมไม่แน่ใจว่าเธอเป็นคนเป็นมนุษย์เช่นผมหรือไม่ เพียงเพราะคำเล่าลือที่ว่าอพาร์ทเม้นต์แห่งนี้เคยมีคนตาย  ขยายเรื่องราวให้ได้รับรู้อีกด้วยว่า ผู้ตายนั้นเป็นหญิงสาว  ผมก้าวขาไม่ออก เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ทั้งที่คืนนี้อากาศเย็นถึงสิบห้าองศาอย่างที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ  ก่อนที่ผมจะคิดไกลออกไปเธอก็เอ่ยคำพูดออกมา  ฉันมาหาเพื่อน แต่ไม่มีคนเปิดรับ  แล้วชี้ไปยังห้องตรงข้ามกับห้องผม

            ห้องนั้นนานๆมาที ผมไม่พบเขาบ่อยหรอก  ไม่รู้ว่าตัวเหมือนกันว่าทำไมจึงตอบเธอไปได้อย่างนั้น  อาจเป็นเพราะนัยน์ตากลมโตที่ฉายความเศร้าสร้อย…

            ฉันไม่รู้จะไปไหน

            คุณจะนั่งอยู่ตรงนี้?

            ฉันไม่อยากตะลอนอยู่ข้างนอก  แล้วลงนั่งกับพื้นบันได กอดอก ซบหน้ากับหัวเข่า ร่างสั่นสะท้านเมื่อลมเย็นลอดเข้ามาทางช่องแสงเหนือชานพัก

            อากาศเย็น…  ผมรู้ว่าอากาศเย็น แต่พูดเพราะต้องการให้เธอตระหนักว่าไม่เหมาะที่จะนั่งอยู่ตรงนี้จนเช้า  หากคุณไม่รังเกียจเข้าไปนั่งพักในห้องผมก่อนดีไหม คิดอะไรก็แล้วแต่คุณ  คุณอาจคิดออกก็ได้ว่าจากนี้จะไปไหน ทำอะไรต่อไป

            ระหว่างประโยคผมพูดตะกุกตะกัก บอกเธอว่า ไปนั่งที่ห้องดีกว่า เสียก็สิ้นเรื่อง  แต่ก็นั่นละ ผมไม่รู้หรอกว่าหากพูดสั้นขนาดนั้นแล้วเธอจะนิ่งเงียบ ทำเป็นไม่สนใจคำเชิญของผมหรือไม่  รอคอยคำตอบจนรู้สึกอึดอัด บอกตัวเอง เรื่องของเธอแท้ๆเธอยังไม่แยแสห่วงใยตัวเองแล้วผมจะยุ่มย่ามไปด้วยทำไม  ผละจากเธอเดินเข้าห้องพัก เมื่อปิดประตูความกลัวก็แล่นจับใจอีกครั้ง บอกตัวเองว่าผีไม่มีจริง หรือถ้าจะมีก็ไม่น่ากลัวเหมือนคน  คนหลอกคนบางครั้งยิ่งกว่าผีเปรตอสุรกายใดๆที่มนุษย์จินตนาการสร้างภาพขึ้นมา

          จริงแล้ว ผีที่เรากลัวก็คือซากที่สิ้นลมหายใจของของคนนั่นเอง

 

 

ผมดูนาฬิกาแขวนที่ผนังหลังโต๊ะทำงาน อีกไม่นานจะตีหนึ่ง  กดน้ำร้อนจากกระติก ชงกาแฟ  เสียงเคาะประตูห้องดังสามครั้งติดต่อกัน  ผมสะดุ้ง ใจลงไปกองที่ตาตุ่ม  เสียงเคาะนั้นยังดังอีก เร็วขึ้นถี่ขึ้น  ผมทำใจกล้า วางแก้วกาแฟ เดินไปหยุดที่หลังบานประตู มองดูผู้มาเยือนยามรัตติกาลที่ช่องมอง… เป็นหญิงสาวคนนั้น

            เปิดประตูทั้งที่ยังคล้องโซ่ไว้  เธอยืนกอดอก ตัวสั่นอยู่ลำพังเพียงผู้เดียว  ฉันเข้าไปได้ไหม?  ผมปลดโซ่ ดึงบานประตูเข้าหาตัว  เธอกอดอกตัวสั่นเดินเข้ามาช้าๆ  ปิดประตู เดินนำเธอไปที่เก้าอี้ยาว แต่เธอยังคงยืนอยู่นิ่งที่เดิม กวาดสายตามองไปรอบๆห้องทีละมุมๆ หยุดที่ถ้วยกาแฟ

            ผมจะชงให้  ถามเพราะคิดว่าคงดีหากเธอได้เครื่องดื่มร้อนๆ

          เธอยิ้มเล็กน้อย  ขอบคุณ

 

 

เธอยังคงนั่งชันเข่า สองมือกุมถ้วยกาแฟ ห่อปากเป่าเบาๆ ให้ควันร้อนหอมสัมผัสใบหน้า สายตาจ้องมองน้ำสีเข้มดำอยู่อย่างนั้น จนผมอยากร้องเตือนว่ากาแฟควรดื่มตอนที่มันยังร้อน  สักพักเธอหยุดเป่า จิบอย่างช้าๆ เหลือบมองมาทางผม ผมหลบสายตามองดูเวลาที่มุมขวาของจอคอมพิวเตอร์2:12

            คุณชื่ออะไร  ผมถามเป็นครั้งที่สาม  คุณไม่มีชื่อ? 

            เธอละสายตาจากถ้วยกาแฟ มองและยิ้มให้ผม วางถ้วยลงบนเก้าอี้ยาว ลุกเดินเข้ามาหาด้วยปลายเท้าอย่างช้าๆหยุดตรงหน้า ปลดกระดุมกางเกงยีนเลื่อนลงไปกองที่ข้อเท้า จีสตริงลูกไม้สีดำตัดกับผิวขาวเนียนทำให้ผมตะลึงใจเต้นแรง  เธอเดินอ้อมมาด้านหลัง ฝ่ามือนุ่มวางบนบ่าบีบคลึงเข้าหาต้นคอ  นิ้วหัวแม่มือทั้งสองกดลงไปตามกระดูกเรื่อยขึ้นไปจนถึงท้ายทอย หยุดที่กลางกระหม่อม ก่อนแยกมาคลึงที่ขมับ  ผมหลับตารู้สึกตัวเบา เคลิ้มเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ  ทรวงอกของเธอเบียดชิดสนิทแน่นกับแผ่นหลัง  ผมลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ความทรงจำสูญหายไปชั่วขณะ  คิดถึงชีวิตหลังความตายจะเป็นเช่นนี้หรือไม่  คุณชื่อ… 

            ริมฝีปากเธอไล้ที่ข้างใบหู ลงมาที่แก้มแล้วหยุดที่ริมฝีปากผมแทนคำตอบ  ความรู้สึกล่องลอยพลันดับวูบเมื่อเธอผละริมฝีปากออก…

          เสียงน้ำจากฝักบัวพรั่งพรูกระทบพื้นกระเบื้องเซรามิค ไอความร้อนลอดลอยละล่องออกมา

 

 

ราตรี 

ผมกระซิบที่ข้างใบหู  เธอยิ้มหัวเราะก๊ก จูบปลายจมูกผมแล้วลุกนั่ง  แดดอ่อนทาทาบร่างเปลือย ทรวงอกอิ่มสะท้อนขั้นลงตามแรงลมหายใจขึ้นลงสม่ำเสมอ  ลุกขึ้น  ผมมองบั้นท้ายกลมกลึงหนั่นแน่นยักย้ายไปตามจังหวะก้าวเดิน ก้มตัวสอดขาลงจีสตริงลูกไม้สีดำทีละข้างไม่รีบร้อน สวมบรา ไพล่แขนมาทางด้านหลังเกี่ยวขอ สยายผมกระจายเต็มแผ่นหลังรวบด้วยยางยืดไว้อย่างง่ายๆ  ยีนสีฟ้าซีดถูกดึงขึ้นสุดที่ใต้สะดือ เสื้อยืดขาวตัวหลวมเลื่อนลงปิดทรวงอกคู่งาม  เธอเดินย้อนกลับมา ทรุดลงจูบแก้มผม  จะพบคุณอีกไหม 

            เธอยิ้มแทนคำตอบ จูบแก้มผมอีกครั้ง ลุกขึ้นเดินไปหยุดหลังบานประตู เหมือนกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง แต่ไม่ได้หันกลับมามองผมอีก

          เสียงสลักประตูดังกริ๊ก  ผมรู้สึกใจหาย

 

 

เหมือนผมได้ยินเสียงคร่ำครวญมาจากที่ไกลแสนไกล…

          ไม่อยากให้เธอจากไป

          เธอเองก็รู้ ตอบรับด้วยรอยยิ้ม

            แสงแดดจัดขึ้นจนผมรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า  ลืมตาช้าๆหวังจะได้พบเธออยู่เคียงข้าง แม้รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีทางเป็นเช่นนั้นแต่ก็อดแอบหวังไม่ได้อยู่ดี…  แล้วก็จริงอย่างที่สำนึกบ่งเตือน ข้างกายผมว่างเปล่า มีเพียงกลิ่นกายของเธอติดอยู่บนหมอน บนฟูกนอน บนผ้าห่ม  ผมฝังจมูกลงบนเครื่องนอนเหล่านั้น ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด รู้แต่ว่ากลิ่นนั้นทำให้ผมสดชื่นอย่างประหลาด เบาตัวเคลิบเคลิ้มล่องลอย เป็นความรู้สึกเดียวกับสี่ห้าชั่วโมงก่อน

            ผมซบหน้ากับหมอนใบที่เธอหนอนหนุนอยู่นาน นานเสียจนคิดว่าไม่มีประโยชน์อันใดต่อไปกับการโหยหาอดีต มีแต่ร่องรอยความทรงจำเท่านั้นไว้เตือนให้ระลึกถึงราตรี หญิงสาวที่ปรากฏกายในยามค่ำคืนอันหนาวเหน็บ  ลุกจากฟูกนอนเข้าห้องน้ำ เมื่อคืนเธอยืนอยู่ตรงนี้ ใต้ฝักบัว  เธอหันร่างเปลือยเปียกมาเผชิญหน้าเมื่อรู้ว่าผมยืนอยู่ตรงนี้ นัยน์ตากลมโตสุกใสฉายแววความปรารถนาเชื้อเชิญให้ชื่นชมสัมผัสเรือนร่าง  ผมได้แต่ยืนนิ่งใจสั่นสะท้าน เงอะงะคิดเริ่มต้นทำสิ่งใดไม่ถูก  ไอความร้อนจากสายน้ำอุ่นลอยละล่องบิดม้วนรอบกายคล้ายหมอก มือบางทั้งสองยื่นมาลูบไล้ใบหน้าผม เรื่อยลงมาปลดกระดุมเชิ้ตทีละเม็ด รูดออกจากแขน ส่งมันลอยขึ้นสู่อากาศตกลงที่อ้างล้างหน้าแล้วร่วงลงพื้น…  ผมสลัดศีรษะหยุดภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น 

ก้าวไปยืนใต้ฝักบัว เปิดน้ำ หลับตายืนนิ่งคิดถึงงานที่จะต้องทำวันนี้

 

จบตอน

 

๑๙ ม.ค. ๕๒

 

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s