ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

เราและเงาของหนังเรื่องหนึ่ง มีนาคม 22, 2010

Filed under: ตระกร้าเรื่องสั้น — ประทีป จิตติ @ 13:06

ตีพิมพ์ จุดประกายวรรณกรรม ๗ ก.พ. ๕๒ 

 

เขาวางกล่องดีวีดี เดอะ คิลลิ่ง ฟิลด์ส บนโต๊ะ กวักมือเรียกบริกรสาว

            ขอเป๊ปซี่ขวด  ล้วงซองบุหรี่จากกระเป๋าเชิ้ตลายสก๊อต  จุดสูบ แหงนหน้าพ่นควันเป็นทางยาว  อากาศวิปริตนะ ว่างั้นมั้ย  สองวันก่อนร้อนชิบ วันนี้ฝนตก รถโคตรติด ห่า

            ร้อนนะ ขนาดฝนตกยังร้อน ผมว่า

            คงเป็นเพราะการเมืองด้วยละมั้ง ว่างั้นมั้ย

            ผมว่ามันใกล้จุดเยือกแข็งต่างหาก

            หนาว?”

            เหมือนภูเขาไฟ อากาศภายนอกอาจจะเย็น แต่ภายในกำลังเดือด รอวันปะทุ ผมส่งนิตยสารข่าวสุดสัปดาห์ให้เขา

            คุณตามเรื่องการเมืองมากไป  เขาว่าพลางเปิดหน้ากระดาษผ่านตา  พบคุณทีไรไม่พ้นเรื่องการเมืองต้องเข้ามาเอี่ยว  ถามจริงเถอะ รู้แล้วมันทุกข์จะรู้ให้มันได้อะไร?

            ผมไม่ได้ทุกข์อะไรนี่

            จริง?”

            อือฮึ

            เขารินเป๊ปซี่ ดื่มรวดเดียวหมดแก้ว เรอเสียงดัง

เขาว่าเสื้อแดงจะทำสงครามครั้งสุดท้าย ให้รอจับตาดูหลังตัดสินคดีเจ็ดหมื่นล้าน  เขาปิดนิตยสารข่าวส่งคืนให้ผม  รินเหล้าครึ่งแก้วตามด้วยน้ำแข็งสองก้อน  มันจะครั้งสุดท้ายยังไงวะ ฝ่ายแพ้จะยอมรับความพ่ายแพ้งั้นเรอะ

คุณว่าไงล่ะ?”

ไม่รู้ว่ะ แต่ถ้าไม่ยอม มันก็ต้องลุกขึ้นสู้กันอีกนั่นแหละ  ก็นั่นละ มันจะสุดท้ายยังไงวะ

สุดท้ายสุดท้ายคือการเริ่มต้น

คงงั้นมั้ง เริ่มต้นที่มันรุนแรงกว่า  เลือดเข้าตากันแล้วนี่ ไม่มีใครถอย เดินหน้าฆ่ากันให้ตายกันไปข้าง

หรืออาจทั้งสองข้าง

แล้วใครชนะ?”  เขายกแก้วเหล้ากระดกรวดเดียวหมด ใช้หลังมือเช็ดริมฝีปาก

ผมหยิบกล่องดีวีดี เดอะ คิลลิ่ง ฟิลด์ส จ้องมองมัน พลันภาพต่าง ๆ ในหนังก็แล่นเข้ามา  เขมรแดงชนะ  คุณดูแล้วใช่ไหม

            แล้วคนที่คิดว่าถ้าเขมรแดงชนะแล้วประเทศจะดีขึ้นล่ะเป็นไง  มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด  ไอ้ห่าแม่งทำได้ไงวะ ต้อนทั้งคนเจ็บ ลูกเด็กเล็กแดงออกจากเมืองไปทำไร่ไถนา ตายตามทางกลาดเกลื่อน ฆ่าหมอฆ่าครูฆ่านักศึกษาปัญญาชน  ก็ไหนว่าทำเพื่อประชาชน  ผมว่าฮิตเล่อร์นี่เข้าขั้นแล้วนะ แต่นี่เข้าขั้นกว่า  ฮิตเล่อร์นี่ฆ่าพวกยิวใช่ไหม ถือว่ายิวคนละเชื้อชาติ แต่เขมรแดงนี่มันฆ่าชนชาติเดียวกัน มันทำได้ยังไง มันเอาทฤษฎีไหนของพวกซ้ายมาใช้

            ล้างบางไง ผมว่านะ  ให้เหลือแต่พวกตัวเองเท่านั้น จะได้ปกครองง่าย

            แดกได้ง่าย ๆ สิ สุขสบายแต่พวกตัวใหญ่ ๆ เท่านั้น

            ไม่รู้สิ  หมายถึงผมหรือคุณยังไง ๆ ก็ไม่รู้ใจจริง ๆ ของเขา

            ว่าแต่ว่าผมโคตรผิดหวังกับหนังของคุณเลย คิดว่าจะมีฉากตีแผ่ให้เห็นการกระทำของพวกเขมรแดงชัด ๆ กลายเป็นว่าแค่เพียงแบ็กกราวน์ เป็นเหตุหลักของเรื่อง

            ก่อนดูผมก็คิดเหมือนคุณ แต่ไม่ได้ผิดหวังอะไร กลับซึ้งกับมิตรภาพระหว่างซิดนีย์ ชอนเบิร์กกับดิธ ปราน

            คุณชอบนี่ ไอ้เรื่องราวมิตรภาพอะไรพวกนี้  แต่ก็นั่นแหละ ผมก็ชอบ  ซึ้งว่ะ  ทั้งตอนที่ปรานไม่ยอมทิ้งนายซิดนีย์ ทั้งที่รู้ว่าไม่นานพนมเปญจะแตก มีโอกาสอพยพไปกับครอบครัวได้ แต่กลับไม่ไป

            ก็เขารัก และนับซิดนีย์เป็นคนในครอบครัวเขาเหมือนกัน  ไม่ใช่แค่เพื่อน แต่เป็นพี่เป็นน้อง

            แต่นายซิดนีย์เขาไม่ได้คิดยังงั้น ก็อีตอนหลังเขาได้รับรางวัลนักข่าวอะไรนั่นหลังกลับมาอเมริกา เขาสารภาพกับพี่สาวนี่ว่า ปรานอยู่เพราะว่าเขาอยากให้อยู่ก็เท่านั้น

            เพื่อผลประโยชน์ในการทำข่าวของตัวเอง?

            ไม่รู้สิ แต่ผมว่าเขาหลงลืมอะไรไปอย่าง คือปรานเสี่ยงต่อถูกพวกเขมรแดงจับ

            ซิดนีย์ไม่รู้นี่ว่าพวกเขมรแดงจะบ้าขนาดนั้น

            แต่ยังไงก็เถอะวะ ประสบการณ์การเป็นนักข่าวมันน่าจะรู้  อย่างตอนไซ่ง่อนแตกก็น่าจะเป็นบทเรียนให้เขาพึงสังวร ใครก็ตามที่ทำงานให้รัฐบาลอเมริกันโอกาสถูกจับถูกฆ่าทั้งนั้น ไม่งั้นพวกนั้นจะวิ่งเต้นขออพยพหนีรึไง  ตรงนี้ผมว่าซิดนีย์รู้นะ

            แต่คุณอย่าลืมว่าปรานเองเขาก็เป็นนักข่าว นอกจากเขาจะอยู่เพื่อซิดนีย์แล้ว ยังอยู่ด้วยจิตวิญญาณของนักข่าว ซิดนีย์ก็เป็นแบบอย่างของเขา  เขานับถือความเป็นนักข่าวทั้งของซิดนีย์และของตัวเขา  ผมเรียกบริกรสาว ขอน้ำแข็งอีกหนึ่งกระติก

            ผมชอบซิดนีย์ที่เขารู้สึกผิด ที่มีส่วนอย่างมากให้ปรานถูกพวกเขมรแดงจับ  ไม่รู้นะ หากเป็นคนอื่นคงทำใจให้ลืมไปแล้ว ไม่ตามเรื่องต่อว่าปรานจะเป็นตายร้ายดียังไง  เขาเติมเหล้าให้ผมและตัวเอง

            ตอนจบยิ่งซึ้ง ผมขนลุกน้ำตาคลอเลย  คุณจำสีหน้าแววตาของปรานเมื่อได้พบซิดนีย์ได้ไหม มันเป็นแววตาที่บ่งบอกถึงความดีใจเป็นที่สุด  ผมหันหน้าออกไปนอกร้านเพราะบ่อน้ำตาเริ่มตื้นเขิน

เขาเงียบไปเป็นครู่

            จำได้ ฉากนี้ปรานวิ่งเข้าหากระโดดกอดเหมือนเด็ก ๆ เลย  ยิ่งประโยคแรกที่ซิดนีย์พูดกับปราน อภัยให้ผมนะ แล้วปรานก็ว่า ‘Nothing to forgive, Sydney. Nothing’ การแสดงออกของปรานมันชัดเจนว่าเขาไม่โกรธ หรืออาจไม่เคยคิดโทษใครเลย  ทุกอย่างมันเป็นชะตากรรมที่เขาถูกเพื่อนร่วมชาติกระทำ ไม่ใช่ซิดนีย์

            เพลงอิมเมจินเฟดเข้ามาฉากนั้น บ่งบอกทุกอย่างได้หมดเหมือนกัน ว่าไหม

พอดีกับเพลงนั้นดังมาจากตู้เพลง

            คุณหยอดเพลงนี้?”

            อือฮึ ผมเลือกเอาไว้เอง

            สรุปว่า เดอะ คิลลิ่ง ฟิลด์ส ไม่ใช่หนังสงครามยิงกันหูดับตับแลบ กลายเป็นเรื่องราวมิตรภาพของคนท่ามกลางเปลวไฟสงคราม

            ในท่ามกลางความเกลียดชัง ยังมีความรัก

            คุณว่าสังคมเราตอนนี้ยังมีความรัก?”

            มี อย่างน้อยก็คุณกับผม

            ทั้งที่ผมบอกคุณเสมอว่า ผมไม่เหลืองไม่แดง?  ถามจริง คุณแดงใช่ไหม?”

ผมหัวเราะร่า  เกือบแดง

            อะไรวะ?”

เราคิดเราเห็นต่างกันได้หรือเปล่า

ผมฮึมฮัมอิมเมจิน พลันนึกภาพหากเมืองไทยเป็นอย่างกัมพูชาเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน มันจะเป็นได้อย่างไรในเมื่อสงครามเย็นสลายไปแล้ว?

            คิดอะไรอยู่?”  เขาถามแล้วชนแก้ว

ผมเล่าสิ่งที่คิดให้เขาฟัง

เรารบกันเองไม่ได้หรือไง เขาว่า  แต่มันไม่ใช่ทุ่งนาหรอกนะที่เป็นเดอะ คิลลิ่ง ฟีลด์ส

อะไร?”

เขาแค่นหัวเราะ เบือนหน้าไปนอกร้าน… ·

Advertisements
 

11 Responses to “เราและเงาของหนังเรื่องหนึ่ง”

  1. พี่ทั่นดับไฟช่วยโลกร้อนหรือขะรับ?

  2. ประทีป Says:

    พี่ท่าน…แซวมาสองสามครั้งแล้วนะขอรับ ฮา… ไว้ว่าง ๆ จะเข้ามาปัดฝุ่น ติดไฟให้สว่างไสวเสียที

  3. ปลาย Says:

    เอาเบียร์ดับไฟได้ไหมท่าน อิอิ

    ป่ะๆๆ ปลายเดือนนี้เตรียมตัวชนป๋องกันหน่อย
    มีเรื่องราวจากเมืองใต้มาฝากเยอะเลยยยยยยยย

  4. Ha….

    ภาพประกอบเยี่ยมมากขอรับ, สักแก้วเถอะน่า

    คารวะ.

  5. เปลี่ยนครบหมดทุกธีมแล้วยังขะรับ ไม่รู้เมื่อไร WP จะปล่อยให้ใช้ธีมอิสระนะขะรับ

  6. มองไปมองมา ไม่ถูกใจสักธีม…ขอขาวๆ ไว้ก่อน ฮา….

  7. เพิ่งรู้ว่า สามารถแชร์ไปยังเฟซบุี๊คได้ด้วย เยี่ยมเลย

  8. อ้าว! เพิ่งรู้จริงอ่ะ
    พี่ท่านแค่เอา add ไปใส่ในบันทึก เฟซบุ๊กก็จะดึงไปให้เองอัตโนมัติ แต่ต้องรอข้ามวัน หากต้องการให้ดึงเร็วต้องใช้ตัวช่วยขะรับ ลองดูในแท็ป ‘บล็อก’ ที่เฟซบุ๊กเถ้าดิลล์ขะรับ

  9. แฮ๋ แบบว่าไม่ได้จัดแต่งบล็อกเสียนาน ก็ตั้งแต่มีเจ้าสมุดหน้าสีฟ้านั่นแลขะรับ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s