ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

ปีใหม่ที่น่าน มกราคม 10, 2010

Filed under: สวัสดีวันอาทิตย์© — ประทีป จิตติ @ 15:28
Tags: ,

ปีใหม่ที่น่าน

 

สวัสดีปีใหม่ครับ

            (รำพึง) หลังจากโต้แย้งภายในใจอยู่นานสองนานเป็นวัน ว่าจะเขียนหรือไม่เขียนสวัสดีวันอาทิตย์  เหตุผลด้านที่ไม่ยอมเขียนนั้นบอกว่า เพราะไม่มีเรื่องจะเขียน แต่ในส่วนลึกบอกว่า เพราะขี้เกียจต่างหาก ด้านที่อยากเขียนก็สมทบว่า ใช่แล้ว หากขี้เกียจจะอยากเป็นนักเขียนได้อย่างไร

            คิดไปคิดมานึกถึงคำมิตรน้ำหมึกที่ว่า เขียนอะไรก็เขียนไปเถอะ แม้ว่าจะไม่ดีพอกับความต้องการของตัวเอง, อย่างน้อยก็ได้เขียน

            อย่างน้อยก็ได้เขียนนี่มันปลอบใจด้านที่อยากเขียนครับ เพราะสำนึกว่าหากละเลยการเขียนไปนานเข้า สักวันเมื่อจับปากกาดินสอ หรือกดแป้นพิมพ์มันจะติดขัด เหมือนเมื่อครั้งหัดจับปากกาใหม่ ๆ

            ผมอยากเป็นเช่นนั้น?

 

 

วันเวลานี้ไม่มีเรื่องอะไรในหัว นอกจากจะบอกเล่าถึงการได้ไปท่องเที่ยว เรียกให้หะรูหะราหน่อยก็คือ พักผ่อน

            จะเที่ยวหรือพักผ่อน เอาเข้าจริงก็ไม่ได้พักผ่อนสักเท่าไหร่

            หมายถึงพักผ่อนร่างกาย

            แต่ใจได้พักผ่อน ขณะที่ร่างกายยังคงออกแรง ดั้นด้นจากสถานที่นี้ไปสถานที่นั้น

            เริ่มจากกรุงเทพฯ ตอนดึกของคืนวันที่ ๓๐ ธันวาคม (ปีที่แล้ว) ไปยังจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง

            เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว มีผู้ร่วมคณะเดินทาง ๘ คน ล้วนเป็นมิตรรักมิตรสนิท

            ส่งน้องสาวคนรักของเพื่อนที่จังหวัดแพร่แล้วเดินทางต่อไปยังตัวเมืองจังหวัดน่าน แวะเยี่ยมครอบครัวสหายผู้น้องแล้วเดินทางต่อ

            ที่หมาย…ดอยผาช้าง อุทยานแห่งชาตินันทบุรี

Nan 1Nan 2

            ไปถึงพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า รีบคว้ากล้องไปกด ๆ ๆ ๆ ชัตเตอร์ จากมุมนี้ไปมุมนั้น  อารมณ์ตอนนั้นไม่ได้ซาบซึ้งกับบรรยากาศเลยเพราะมัวแต่กดบันทึกภาพ แต่กลับได้อีกบรรยากาศหนึ่งที่รายล้อมรอบตัว คือแต่ละคนต่างก็กระทำกิริยาเดียวกัน คือบันทึกภาพพระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า  ต่างคนต่างเอื้ออาทรแบ่งปันมุมที่จะบันทึกภาพ เห็นกลุ่มนี้เสร็จภารกิจก็รีบขยับให้อีกกลุ่มหนึ่งเข้าแทนที่  วันเวลาไม่คอยท่านะครับ เผลอแผล็บเดียวพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว เหลือแต่เพียงแสงสีส้มแดงพาดเป็นแนวยาวขนานกับพื้นโลก สักพักความมืดเข้ามาแทนที่

            อันที่จริงค่ำคืนนั้นหลังจากพระอาทิตย์ลาลับแล้วก็ไม่มืดสนิทเสียทีเดียว เนื่องจากเป็นวันข้างขึ้น พระจันทร์ทอแสงสว่างเต็มดวง นั่งกินดื่มสนทนาท่ามกลางแสงจันทร์จนผมคิดว่าคืนนั้นน่าจะนอนอาบแสงจันทร์เสียให้เต็มอิ่ม แต่ก็ทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะลมแรงพอดู อากาศเย็นไม่ถึงหนาวหนักแต่บวกแรงลมเข้าแล้วก็ทำให้หนาวเย็นได้โดยพลัน

Nan 3

Nan 4

            เป็นอันว่าเมื่อผ่านพ้นคืนวันสิ้นปีล่วงเข้าวันปีใหม่ สมาชิกร่วมคณะค่อยลดหาย จากนั้นไม่นานผมก็มุดหัวเข้าเต็นท์นอน ท่ามกลางความเงียบกริบ ได้ยินเสียงลมพัดวู่ ๆ อยู่ภายนอก

            รุ่งเช้าตื่นไม่ทันบันทึกภาพพระอาทิตย์ขึ้น มาเก็บได้เมื่อตอนโผล่พ้นยอดเขาไปมากแล้ว ใช้เทคนิควิชามารเข้าช่วย ตั้งค่าแสงให้ต่ำลง อย่างไรก็ตามยังมองรู้อยู่ดีละว่า คนถ่ายนั้นตื่นสาย ด้วยเพราะดวงอาทิตย์ที่ลอยสูงพ้นสันเขานั้นเป็นพยานได้อย่างดี

            สายหน่อย ๆ โยกย้ายไปอีกสถานที่หนึ่ง…

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

            สถานที่นี้คนเข้ามาเยอะ สังเกตแล้วส่วนมากเข้ามานอนค้างคืน เพื่อวันรุ่งขึ้นจะเดินทางต่อไปยังที่อื่น, คณะของผมก็เช่นเดียวกัน ฉะนั้นมิตรที่รับหน้าที่เป็นสารถีจึงมีเวลากินดื่มมากกว่าคืนก่อน

            อากาศที่นี่ไม่เย็น, ไม่เย็นจนแทบไม่รู้สึกนะครับ อีกทั้งไม่เงียบจนได้ยินเสียงลมอย่างที่ดอยผาช้าง…พูดให้ถูก ถึงจะเงียบอย่างไรก็คงไม่ได้ยินเสียงลม เพราะลมนั้นแทบไม่มี

            ตื่นเช้าอากาศดี มองไปทางห้องน้ำก่อน มีคนรอเข้ามากพอดู  มีทั้งล้างหน้าแปรงฟัน รออาบน้ำ จัดการทำธุระหนักและเบา  ตรงมุมลานสนามกว้างมีก๊อกน้ำ เห็นคนล้างจ้าง ล้างหน้า ยืนแปรงฟัน  เห็นผู้คนคึกคักอย่างนั้นแต่กลับไม่อึกทึกครึกโครม ยังเห็นความถ้อยทีถ้อยอาศัยกันและกัน

            เพียงแค่ภาพบรรยากาศอย่างนี้ ความสุขก็อวลอยู่รอบตัว เหมือนสายหมอกบาง ๆ ที่แลเห็นอยู่โดยรอบ

            ถึงตอนนี้พลันคิดเสียดายที่ไม่ได้หยิบกล้องมาบันทึกภาพ

            แต่อย่างไรก็ตาม ภาพที่ว่านั้นก็อยู่ในหัว ในความทรงจำ

            จากอุทยานแห่งชาติดอยภูคา โยกย้ายไปอีกที่หนึ่ง

            อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ดอยเสมอดาว…

            ไปถึงเมื่อพระอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้าอีกแล้ว เนื่องจากระหว่างทางแวะไปบ่อเกลือ ย้อนกลับไปทางตัวเมืองจังหวัดน่าน มนัสการไว้พระธาตุแช่แห้ง

            พระธาตุแช่แห้งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีเถาะ ผมไม่ได้เข้าไปข้างใน ได้แต่เดินดูบรรยากาศ บันทึกภาพอยู่ภายนอก  ผู้คนมามนัสการกราบไหว้กันมากพอสมควร แต่ไม่ถึงกับแน่นขนัด มองไปทางไหนล้วนเห็นแต่ภาพคนยิ้ม ใบหน้าอิ่มเอิบซึ่งอาจเป็นอานิสงค์จากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นได้, ผมเองก็เช่นกัน ที่เป็นอย่างนั้น แม้ว่าแดดยามบ่ายจะแรง แต่กลับรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว

Nan 5 

Nan 6

            ถึงที่พักช่วยกันกางเต็นท์ มิตรผู้เป็นสาถี (และยกให้เป็นหัวหน้าคณะ) บอก (ไล่) ให้ไปถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก วันนี้สังเกตเห็นเลยว่าแต่ละวินาทีพระอาทิตย์เคลื่อนลงเร็วมาก อาจเป็นเพราะแนวเมฆสูงด้วยก็เป็นได้  พระอาทิตย์ลับเข้าไปในเมฆแล้วหลุดออกมาอีกครั้ง แล้วลับเข้าไปอีกครั้ง ครั้งนี้เข้าแล้วหายไปเลย ขนาดที่ทำให้มิตรอีกคนหนึ่งเฝ้ารอลุ้นรอหายไปเลย

Nan 7

Nan 8

            แต่การหายรอหายของดวงอาทิตย์กลับทำให้มิตรแช่มชื่นขึ้นมาบ้าง เมื่อขณะเรากำลังนั่งกินดื่มสนทนา พระจันเต็มดวงก็โผล่พ้นจากเนินด้านหลัง ต่างคนส่งเสียงเรียกให้เขามุดออกจากเต็นท์มาบันทึกภาพ ผมเองก็คว้ากล้องมาบันทึก แต่คุณภาพภาพไม่ดีนักเพราะไม่มีขาตั้งกล้อง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา อย่างน้อยผมก็เก็บภาพไว้ให้คิดระลึกถึงวันนั้นได้

            พระจันทร์ทอแสงสว่าง มีเมฆลอยบดบังบางขณะ  มิตรผู้เป็นสารถีชี้ชวนให้ชมหมู่เมฆ ชวนกันสร้างจินตนการภาพตามที่เห็น

            ขณะหนึ่งผมมองเป็นปลาทู มีพระจันทร์ดวงกลมเป็นดวงตา สักพักมิตรว่า

ตอนนี้ไม่ใช่ปลาทูแล้ว กูว่ามันเหมือนปลาซาบะย่างว่ะ

เสียงฮาครืน…

            รุ่งเช้าผมตื่นไม่ทันบันทึกภาพพระอาทิตย์ขึ้นเหมือนเคย

            เป็นวันสุดท้ายที่จะต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ

            แวะรับคนรักของมิตรที่จังหวัดแพร่  แวะมนัสการไหว้พระธาตุช่อแฮ พระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีขาล

            ลงทะเบียนคนเกิดปีขาล ได้รับพระเป็นที่ระลึก  ทำสังฆทานร่วมกับมิตร  แวะดู ซื้อของฝาก จากนั้นมุ่งหน้ากลับเมืองหลวง

Nan 10

Nan 11

Nan 12

 

 

คิดถึงคำชวนของมิตรก่อนหน้านั้นว่าอยากให้ผมไปเที่ยวบ้าง จะได้เห็นอะไรที่ต่างออกไปจากกรุงเทพฯ ไม่ว่าชีวิตความเป็นอยู่… เหนืออื่นใด เขาว่า บางทีอาจนำสิ่งที่ได้เห็นมาใช้ในการเขียนหนังสือ

            ซึ่งผมก็ได้อย่างที่เขาว่าจริง ๆ

            ที่ชัดเจนคือชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวต่างจังหวัดชนบท

            ถึงตอนนี้ผมคิดว่า คนเมืองอย่างผมอาจมีและไม่มีอะไรเทียบเท่าพวกเขาได้ คือมันมีดีและต่างกันไป

            บางขณะผมคิดว่า ชีวิตในชนบทมีต้นทุนทางความคิดหลากหลายมากกว่าในเมืองเสียอีก มีทั้งภูมิปัญญา มีทั้งชีวิตและชีวา มีความเป็นมิตร มีความบริสุทธิ์ใสซื่อ ฯลฯ ซึ่งหาแทบไม่ได้กับในเมืองหลวงที่ผมอยู่

            ไม่ได้คิดต่อว่าบ้านเมืองที่ผมอยู่หรอกนะครับ

            อย่างน้อยเป็นความคิดความรู้สึกที่เติมเต็ม ทำให้เห็นภาพสภาพแวดล้อมอย่างเข้าใจมากขึ้นว่าที่เป็นเช่นนั้นเพราะอะไร

            ผมคงไม่ต้องอธิบาย

            ความแตกต่างของวิถีชนบทกับเมืองนั้นชัดเจนอยู่แล้ว

            และที่สุดของที่สุดคือ ได้สัมผัสมิตรภาพระหว่างมิตร ซึ่งอีกไม่กี่เดือนก็จะครบรอบ ๒๐ ปี แล้วที่เราได้รู้จักกัน

           

 

สองวันก่อนชาวคณะนัดพบคุยกัน สรุปการเดินทางครั้งนั้น

            เรา ลงความเห็นกันว่า จะกลับไปเยือนที่นั้นกันอีก

            ที่เมือง นันทบุรีศรีน่าน·

 

๑๐ ม.ค. ๕๓

           

           

 

7 Responses to “ปีใหม่ที่น่าน”

  1. jj Says:

    ช่วยดูหน่อย รุ่นนี้ดีเปล่า

    http://www.apple.com/th/ipodshuffle/features.html

    จุ๊บๆๆ
    (sorry to post this message in this room, i cannot send by hotmail.)

  2. สวัสดีครับพี่ท่าน เพิ่งจะมีโอกาสมาละเลียดอักษรของพี่ท่านก็วันนี้เอง

    สาวน่านเคยชวนผมบ่อยหนให้ไปเที่ยวที่น่าน จนแล้วจนรอดผมก็ได้แต่ปฏิเสธ แต่คิดว่าสักวันคงได้ไป

  3. ประทีป Says:

    สาวน่านคนนั้น…อ้อ ๆ ๆ ไปแอ่วสิสหาย รับรองประทับใจหนุ่มสุรินทร์แน่ ๆ

  4. อุเหม่..ก๊อปปี้ไรท์ของพี่ท่านออกจะหรูไปหน่อย ทำลายรสภาพเทียวนะขะรับ เอ็ฟเฟ็คแบบที่เป็นลายนูนสีเดียวกับภาพมีไหมขอรับ?
    ได้เวลามาเชิญพี่ท่านเป็นทางการ นิตยสารทำเม้าส์อัพเดทด้วยตัวเองที่ข้าพเจ้านั่งตาเหลือกทำมาหลายวันหลายสัปดาห์เสร็จเรียบร้อย (แต่ยังไม่สมบูรณ์ คงต้องค่อย ๆ ทำที่เหลือไปเรื่อย ๆ) รบกวนเรียนเชิญพี่ท่านแวะเชื่อมต่อร้านประทีปเข้ากับ Facebook ด้วยเถิดขะรับ (ลองอ่านขั้นตอนต่าง ๆ ตามที่สี่เจ๋อนั่งเม้ากัน
    http://www.facebook.com/pages/chwn-xan/189609763313

    คารวะ

  5. คิดเชื่อมต่อ ‘ชวนอ่าน’ เข้ากับร้านประทีปแยกหัวข้อเรื่องสั้นและบทความตาม Cat แต่ตอนนี้โค้ดดึงฟีดพร้อมรูปใช้กับ WP ไม่ได้คงต้องรอซ่อมแซมอีกสักพัก

  6. ประทีป Says:

    ขอบพระคุณขอรับพี่ท่าน

    สำหรับก๊อปปี้ไรต์ นั้น จากวินโดวส์ ไรเตอร์ มันไม่มีให้เลือกขอรับ แต่ก็ขอบพระคุณที่แสดงความเห็นมา คราวหน้าจะปรับให้ดีกว่านี้

    สำหรับภาพชุดที่ น่าน ไว้รอชมใน Photo Postcard เต็ม ๆ ครับ รับรอง ไม่มีเสียอรรถรส

    คารวะ.

  7. ประทีป Says:

    แวะเข้าไปแล้วขอรับ ต้องลงทะเบียนเรียนอะไรด้วยใช่ไหมถึงจะโต้ตอบกับท่านได้

    โลกไซเบอร์มันเร็วจนน่าปวดหัว และขี้เกียจจะก้าวตามแล้ว…

    เฮ้อ…


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s