ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

ห้องเรียนในตลาด ธันวาคม 27, 2009

Filed under: สวัสดีวันอาทิตย์© — ประทีป จิตติ @ 12:40
Tags: ,

ห้องเรียนในตลาด

 

Goodmorning 34

 ถั่วพูขีดละเท่าไหร่ครับ

            ผมถามแม่ค้าขายผักเจ้าประจำที่ตลาดนัดหน้าหมู่บ้าน

                ขีดละห้าบาทจ้ะ เธอตอบพลางหันไปวุ่นกับลูกค้าอีกคน  น้องจะเอาไปทำอะไรหรือ

                หนูจะทำน้ำพริก… ลูกค้าตอบ

                ผมสงสัยว่าทำไมราคาของถั่วพูวันนี้ถูกลงมาก เคยซื้อได้ขีดละสิบบาทสูงสุด ต่ำสุดแปดบาท วันนี้ลดพรวดพราดลงไปกว่าครึ่ง

                สมมุติฐานที่หนึ่ง, คิดว่าราคาถูกเพราะของไม่ดีก็ไม่ใช่ หยิบถั่วพูขึ้นมาฝักหนึ่ง ทั้งสด อวบ กรอบ ฉะนั้นที่คิดว่าของไม่ดีจึงขายถูกจึงไม่น่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

                สมมุติฐานที่สอง, หรือคงเป็นเพราะว่าตลาดใกล้วายแล้ว (ดูเวลา สองทุ่มกับอีกสามนาที) สามีเธอกำลังทยอยเก็บผักลงจากแผง ก็มิน่าใช่อีก เพราะผมมักมาถึงตลาดเวลาประมาณนี้ ราคาถั่วพูวันนั้นก็ไม่ใช่ห้าบาท

                เท่าไหร่ดีจ้ะ เธอหันมาถามผมหลังจากบริการลูกค้าอีกคนเสร็จเรียบร้อย

                ขีดหนึ่ง ผมตอบตามความเคยชินกับปริมาณที่ซื้อ แล้วเปลี่ยนใจโดยเร็ว สองขีดละกัน

                ปรกติปริมาณหนึ่งขีดมิใช่น้อยและมากเกิน ผมกะไว้ว่ากว่าจะกินหมดก็ยังทันความสด ที่ตัดสินใจซื้อสองขีดเพราะต้องติดวันหยุดเสาร์อาทิตย์ สองวันนี้ผมจะหมกตัวอยู่แต่ในที่พัก ฉะนั้นต้องเตรียมเสบียงให้พร้อม

                แม่ค้ายื่นกระจาดพลาสติกให้หยิบถั่วพู ผมปฏิเสธบอกให้เธอหยิบให้เลย เพราะดูแล้วไม่จำเป็นต้องเลือก คุณภาพของนั้นเท่ากัน  พลางมองผักอื่น ๆ ว่ามีอะไรน่าสนใจอีกบ้าง

                เห็นเห็ดหอมสดแพ็คห่อ  เห็ดหอมนี่ขายยังไงครับ 

                แพ็คละยี่สิบจ้ะ 

                ผมหยิบขึ้นมาดู  ขนาดของดอกเห็ดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๔ ถึง ๕ เซนติเมตร มีอยู่สิบดอก แล้วคิดเทียบกับราคาขายในห้างสรรพสินค้า ผมคิดว่าไม่แพง คือจำนวนนี้หากขายในห้างคงไม่ใช่แค่ยี่สิบบาท

                รับไหมจ้ะ

                ครับ เอาเห็ดด้วย

                เธอหยิบถุงพลาสติกเตรียมใส่เห็ด  ผมรีบบอก  ใส่รวมกับถั่วพูก็ได้

                หยิบแบงก์ห้าสิบส่งให้ เธอส่งแบงก์ยี่สิบกลับมา

                จู่ ๆ ผมก็ถามว่าทำไมราคาผักแต่ละวันไม่เท่ากัน

                มันไม่เท่ากันหรอกจ้ะ ขึ้นอยู่กับว่าของมากหรือน้อย  ของมากราคาก็ต่ำ ของน้อยราคาก็ต้องสูง

                อ้อ  คิดในใจว่ามันก็หลักดีมานด์ กับ ซัพพลายนั่นเอง ไฉนคิดไม่ถึงแต่แรก

                แม่ค้ายิ้ม  ผมมองแล้วไม่ใช่ยิ้มเยาะหรืออะไร คิดว่าเป็นเพราะยิ้มดีใจที่ได้พูดคุยกับลูกค้าเป็นปรกติ

                ก็จริง แค่หลักง่าย ๆ แค่นั้นแต่ผมมองข้าม มัวแต่ไปตั้งสมมุติฐานบ้าน ๆ  คิดว่า หรือผมไม่มีหัวทางค้าขาย

                อาจจะมี แต่ไม่ใช่สิ่งที่ผมชอบต่างหาก

                อย่างน้อยคำถามและคำตอบที่ได้ก็ล้มสมมุติฐานทั้งสองข้อของผมไป

                เรื่องราคาของถูกเมื่อตลาดใกล้วายนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ขึ้นอยู่กับแม่ค้าแต่ละคนว่าจะลดจะแถมยังไงต่างหาก เพราะวันทั้งวันก็ต้องขายในราคาที่กำหนดอยู่แล้ว

                ผมขอบคุณแม่ค้า แล้วเดินไปแผงขายไข่ไก่

                สิบฟองครับ หยิบให้เลย 

                ผมไม่เลือก เพราะเห็นแล้วว่าแต่ละฟองไม่ต่างกัน

                ยี่สิบแปดบาท

                จ่ายเงินแล้วเดินออกจากตลาด คิดรายการอาหาร

                ข้าวต้ม ไข่เจียว

                ไข่เจียวใส่ถั่วพูหั่นซอยบางประมาณ ๑ ถึง ๒ มิลลิเมตร (กะด้วยสายตา) กับเห็ดหอมหั่นบาง ๆ สักดอกสองดอก (แทนเนื้อสัตว์) กินกับข้าวต้ม ต้มจนข้าวบานและเหนียว ไม่ใสเป็นน้ำเหมือนเอาข้าวสวยเติมน้ำร้อน เหยาะเกลือ ซอสถั่วเหลือง อร่อยจนเอาสเต็กมาแลกก็ไม่ยอม

                ฮา  ผมคิดไป เดินไป หัวเราะไป

                จะเป็นด้วยเพราะอะไรไม่ทราบ ผมรู้สึกอารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก

                ดีมานด์ แอนด์ ซัพพลาย  ฮา

            จีดีพี เป็นยังไงผมไม่รู้ แม่ค้าก็คงไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าว่า ของน้อยราคาสูง ของมากราคาต่ำนั่นละใช่เลย เหมือนที่เธอบอกผมเมื่อกี้

                หลักการตลาด หรือกลไกของตลาดอย่างนี้ ไม่ต้องจบเมืองนอกเมืองนา ผมคิดว่าชาวบ้านร้านตลาดก็คิดได้  อยากรู้เรื่องปากท้องของประชาชน เพียงลงมาเดินตลาดสักประเดี๋ยวก็ได้เรื่อง ไม่ต้องทำรายงานวิจัยให้เปลืองงบประมาณ

            พลันคิดถึงวิชาเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ที่เคยเรียนและผ่านมาอย่างหมิ่นเหม่!

เศรษฐศาสตร์ หมายถึงอะไร  ผมสงสัยจึงเปิดดิคชันนารี ของ สอ เสถบุตร (เวอร์ชั่นซอฟแวร์)

                ในหมู่คำ economical หมายถึง ประหยัด, กระเหม็ดกระแหม่, มัธยัสถ์, วิธีประหยัด, ใช้โดยประหยัดมากที่สุด

                ไล่ลงมาถึง economist หมายถึง ๑.ผู้ประหยัด  ๒.นักเศรษฐศาสตร์

                อย่างนั้น ผมสงสัยว่า ชาวบ้านร้านตลาดห้วงยามนี้ต่างก็เป็นนักเศรษฐศาสตร์กันถ้วนหน้า

                อดคิดไม่ได้ว่าคนที่เป็นเศรษฐี (จะมีเงินกี่หมื่นล้านไม่ใช่ประเด็นสำคัญ) เขาเริ่มมาจากตรงนี้ ·

 

๒๗ ธ.ค. ๕๒

                 

                                 

 

6 Responses to “ห้องเรียนในตลาด”

  1. หวัดดีพี่ท่าน

    ถ้าอีตาทวดมา ฝากบอกด้วยว่าต้องเสียค่าปรับ

  2. หวัดดีพี่ทั่น
    ยังไม่ไปจ่ายค่าไฟอีกรึ!

  3. อ้อ..ลืมถาม
    งานชุมนุมช่างฯช่อฯปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
    (ช่วงนั้นเวลาเน็ตหมด ไม่ทันได้ซักถาม)

  4. ประทีป Says:

    อาทิตย์นี้งดนะครับ ไปน่านน่ะ..

    เดินทางพรุ่งนี้

    สวัสดีปีใหม่ครับผม

  5. เดินทางโดยสวัสดิภาพขอรับพี่ท่าน
    พบกันปีพรุ่ง

  6. ป่านฉะนี้คงสูดอากาศโปร่งอยู่ดอยใดสักดอย บนพื้นที่ซึ่งนักรบประชาชนเคยฝากรอยไว้
    ขออากาศบนดอยคุ้มครองพี่ท่านและคุณแม่บ้าน มีความสุขทุกลมหายใจ

    เช้าปีใหม่สวัสดิ์ขอรับพี่ท่าน


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s