ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

ต้นรางเรื่องๆไม่สั้น ๑๔. กรกฎาคม 30, 2009

Filed under: ไม่มีหมวดหมู่ — ประทีป จิตติ @ 11:22
Tags:


๑๔. ผ่านไปกับสายลม

IMGP1605


รถแล่นด้วยความเร็วร้อยยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง ป้ายบอกทางแยกเข้าอำเภอชะอำปรากฏเหนือทางหลวงเบื้องหน้า


“แวะกินข้าวที่ชะอำดีไหม?”  ราตรีถามเสียงเรียบ ๆ


ผมไม่นึกอยาก ไม่ใช่ว่าไม่หิว เพียงแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงอยากจะไปกินข้าวที่นั่น ชายหาดชะอำวันนี้จะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหนผมไม่รู้ และก็ไม่อยากรับรู้ด้วย, แน่ละ มันคงเปลี่ยนไปมากทีเดียว ครั้งสุดท้ายเมื่อได้ไปเยือนผมแทบคิดถึงภาพบรรยากาศที่เคยเหยียบย่างในครั้งแรกไม่ได้  ระยะเวลาห่างกันเพียงแค่สามสี่ปี ความเปลี่ยนแปลงได้เปลี่ยนโฉมไปในทางที่ผมไม่นึกชอบใจอีกต่อไป


“ไปเที่ยวชะอำกันไหม”


เรไรเคยชวนผมและผมก็ปฏิเสธ  ถามว่าทำไมไม่ไปพัทยาบางแสนระยองสัตหีบ หรือที่ไหนย่านนั้น


“ภาณุประชดใช่ไหม”  อารมณ์ของเธอยังดี ดูจากสีหน้าที่ยังมีรอยยิ้ม แม้จะเจื่อนไปนิด  “แต่ละที่ที่พูดมาภาณุเคยบ่นให้เรฟังทั้งนั้นเลยว่ามันเละ  เละเพราะททท.  มีที่ไหนบ้างล่ะจ๊ะที่เขาเข้าไปแล้วไม่เละ”


“ภาวนาขออย่าให้มันเข้าไปจะดีกว่านะเร”


“ยากนะ เราไม่รู้หรอกว่าพระเจ้าอยู่ข้างใคร”


“พระเจ้าอะไร?”


“ก็ภาณุภาวนาให้ใครช่วยสกัดททท.ล่ะจ๊ะ”


“ไม่ใช่พระเจ้า  พระเจ้าไม่มีหรอกเร  มีแต่เงิน! เงินนั่นล่ะพระเจ้าในความหมายของมนุษย์ในยุคทุนนิยม”


“คิดอีกมุมนะชาวบ้านก็ได้เงินมีงานทำ  มีงานก็มีเงิน”


“มีงานมีเงินบันดาลสุข!  นั่นละแนวคิดทุนนิยมเต็มขั้น  ทำไมไม่คิดว่านอกจากมีงานแล้วเราจะมีอย่างอื่นบ้างนอกจากเงินเงินเงิน  แล้วไอ้ที่ต้องเสียไปล่ะเร มันได้อย่างเสียอย่าง แล้วไอ้ที่เสียนะมันเกิดจากคามมักง่าย เอาแต่ได้  ไม่เคยคิดว่าจะได้ไม่คุ้มกับที่ต้องเสีย”


ผมเล่าเรื่องที่ได้ยินจากข่าวที่ไหนสักแห่ง ไม่แน่ใจว่าเป็นโทรทัศน์ วิทยุหรือนิตยสารข่าวว่ามีหมู่บ้านชาวเขาหมู่บ้านหนึ่งทางภาคเหนือ  ททท.เข้าไปจัดการการท่องเที่ยวแบบไปดูวิถีชีวิตชาวบ้าน ใช้ชีวิตอย่างชาวบ้าน อยู่อย่างใกล้ชิดธรรมชาติ…จัดที่พักอาศัยอย่างที่เรียกว่าโฮมสเตย์…อือฮึ โฮมสเตย์  นักท่องเที่ยวจะต้องจ่ายเงินเป็นค่าผ่านเข้าหมู่บ้าน และค่าผ่านทางนี้จะแบ่งให้ชาวบ้านเป็นเปอร์เซ็นต์ละเท่าไหร่ผมจำไม่ได้  แน่ละ มันคงไม่ถึงครึ่งหนึ่ง  ฟังเท่านี้ยังไม่รู้สึกแปลกประหลาดใจจนเมื่อรู้ว่าชาวบ้านที่เป็นชาวเขานั้นไม่ได้มีสัญชาติไทย ไม่ได้เป็นพลเมืองไทยทั้งที่อยู่อาศัยมานานจนเข้าเงื่อนไขกฎเกณฑ์ที่สามารถมอบสัญชาติให้เขาได้  ร้องขอทางการมานานแสนนานแต่ก็ได้รับการเพิกเฉย  ภาษีก็เสียเหมือนกับคนไทยทั้งที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย  ผมว่ามันตลกร้ายก็ตรงนี้ พวกเขาเหมือนตัวประหลาด เหมือนสัตว์ที่ถูกต้อนมาไว้ในสวนสัตว์สวนสนุกให้คนเข้าไปชี้ชมแล้วจากไป  เรไรต่อว่าผม แรงไปที่บอกว่าพวกเขาเหมือนสัตว์  ผมแย้งว่าเป็นการเปรียบเทียบไม่ใช่การดูแคลน  การที่คนกระทำเอารัดเอาเปรียบคนด้วยกันด้วยใจที่มองไม่เห็นว่าเขาเหล่านั้นก็เป็นคนเหมือนกันมันจะเป็นการมองด้วยความรู้สึกใด คนกับคน? หรือ คนกับสัตว์?  อย่ากระนั้นเลย ผมพูดถึงการค้าทาสสมัยพวกคนขาวเจ้าอาณานิคมที่ยกย่องตัวเองว่าประเสริฐอย่างนั้นอย่างนี้เหนือกว่าพวกคนผิวสีอื่น ๆ ยังครองโลก  ยกตัวอย่างภาพยนตร์

Amistad ที่เคยดูกับเธอ ภาพการทำร้ายพวกทาสชาวอัฟริกันมันต่างจากคนกระทำต่อสัตว์หรือไม่?  ผมไม่รู้ ไม่แน่หรอกว่าหมาที่พวกคนขาวเลี้ยงยังได้รับการปฏิบัติดีเสียยิ่งกว่า, เรไรนิ่งฟังเงียบ  ตอนนั้นอยากบอกเธอว่าเขาใหญ่ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มากในความคิดของผม อยากชวนเธอไปที่นั่นมากกว่าแต่คิดว่านั่นไม่ใช่ความคิดไม่ใช่ความต้องของเธอแต่แรก ผมไม่มีสิทธิ์จะเอาความชอบส่วนตัวไปเปลี่ยนความตั้งใจของเธอ


“งั้นไปหัวหินนะ นะ”  เธอพยายามเอาใจผมทั้งที่ตัวเธออยากไปมากกว่า


“มันก็เหมือนกันนั่นแหละ  ทำไมเรไม่ไปดูหิ่งห้อยที่อัมพวาล่ะ!”


เป็นคำพูดที่แทงใจดำเรไรอย่างแรง สีหน้าเธอเปลี่ยนไปทันที ดูไม่ออกว่าโกรธหรือสำนึกเสียใจผิดหวังแล่นขึ้นมา  เธอเคยยินดีเห็นดีเห็นงามเมื่อครั้งททท.โปรโมตให้บ้านเธอเป็นดินแดนอเมซิ่งแห่งใหม่ของเมืองไทยแล้วคล้อยหลังไปไม่นานก็มีปัญหาตามมา  ก็เหมือนกับที่อื่น ๆ  นักท่องเที่ยวพากันบ้าแห่ไปดูหิ่งห้อยอย่างกับพวกอเมริกันยุคตื่นทอง  เรือหางติดเครื่องยนต์แรงม้าเท่ารถปิกอัพแล่นไปมาจนชาวบ้านไม่เป็นอันหลับอันนอน  คลื่นอันเกิดจากการแล่นของเรือพัดกัดเซาะตลิ่งวันแล้ววันเล่า  มีการวิ่งเต้นขอซื้อที่ดินริมน้ำจากชาวบ้านมาทำรีสอร์ท  บ้านพักต่างอากาศของพวกเศรษฐีทั้งใหม่เก่าสร้างไว้ให้คนพม่าอยู่ ตัวเองมาแค่เสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดยาว ๆ  ถมดินสร้างเขื่อนโดยหารู้ไม่ว่านั่นเป็นการฆ่าหนอนหิ่งห้อยที่อาศัยอยู่ใต้ผืนดินริมน้ำ โค่นทำลายต้นไม้ริมน้ำอย่างลำพูที่เป็นแหล่งจับคู่ผสมพันธุ์  เมื่อดินแดนที่บอกขานทั่วโลกว่ามันช่างน่าอัศจรรย์เสียเหลือเกินทำท่าจะย่อยยับไปภายในไม่ถึงชั่วอายุคนเรไรไม่เคยพูดถึงบ้านเธออีกเลย  ใบปิดโฆษณาโฮมสเตย์ของพวกญาติพี่น้องผองเพื่อนถูกดึงออกจากร้าน  ชิดชนกพี่สาวก็โวยวายอยู่พักใหญ่ บอกว่าคนได้เที่ยวได้รู้จักที่ต่าง ๆ ก็เพราะททท.  เรไรไม่เถียงแต่บอกว่าไม่ชอบใจวิธีการจัดการที่เหมือนเอาแต่ได้ ส่งเสริมแต่การท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ไม่สนใจรักษาสภาพแวดล้อมไปพร้อมกัน  ชิดชนกโวยวายไม่เห็นด้วยอีกพักใหญ่แต่สุดท้ายก็ต้องลงให้กับเรไร…


คิดแล้วผมรู้สึกเสียใจที่พูดแทงใจดำเรไร, ผมเพิ่งรู้สึกเสียใจ?  เสียใจขณะมุ่งหน้าไปสถานที่ที่เคยปฏิเสธกับเธอกับผู้หญิงที่ผมบอกตัวเองว่าเหมือนรู้จักมานานนับสิบปี?



รถนต์แล่นเร็วขึ้นเมื่อผ่านทางแยกเข้าอำเภอชะอำ


“ที่ที่คุณจะไปเปลี่ยนบรรยากาศเป็นยังไง ผมหมายถึงโรงแรม บังกะโล”


“เป็นบ้านพักค่ะ”

“บ้าน?”


“ใช่ บ้านพักส่วนตัว เดินไปนิดหนึ่งก็เป็นชายหาด”


“ส่วนตัว?”


เธอหัวเราะแค่น ๆ

“เพื่อนฉันไม่อถิสิทธิ์ขนาดนั้นหรอก”


ผมนึกภาพบ้านพัก รีสอร์ท โรงแรมที่ผุดสร้างติดชายหาด  แน่ละ แม้ว่ามันจะยังเป็นพื้นที่สาธารณะแต่คนทั่วไปยังยากที่จะผ่านจากถนนเข้าไปถึงอยู่ดี  ไม่ส่วนตัวก็คล้ายจะส่วนตัว ขวางกั้นแบ่งแยกด้วยถนนส่วนบุคคล ห้ามผ่าน


“ผมเคยไปพักบ้านเพื่อน หวังว่าคงไม่ใช่ที่เดียวกัน”


“โลกไม่แคบขนาดนั้นหรอกค่ะ”


ผมบอกชื่อเพื่อนและสถานที่บ้านพัก  เธอบอกไม่รู้จัก  เป็นอันว่าไม่ใช่ที่เดียวกันแน่นอน แต่ก็อยู่ย่านเดียวกันคือเขาตะเกียบ


“คุณไม่หิว?”


“คุณล่ะ?”


“คุณทำให้ฉันกินได้ไหม”


“ทำไมถึงอยากให้ผมทำ”


“คุณชอบทำอาหาร”


“อือ  ใช่ ผมชอบ”


“คุณจะทำอะไร”


“ยังไม่บอกได้ไหม”


ให้ตาย

!  ผมชอบทำอาหารทำกับข้าวก็จริงแต่ก็ทำตามใจปากตัวเองเสียมากกว่า ไม่ได้หมายความว่าจะทำอะไรได้มากมายหลายประเภท  สปาเกตตี ไข่ดาว ไข่เจียว ข้าวผัด…ไข่เจียว ข้าวผัด?  เถอะ ผมพอจะรู้แล้วว่าจะทำอะไรให้เธอกิน


จบตอน

 

2 Responses to “ต้นรางเรื่องๆไม่สั้น ๑๔.”

  1. โอ..ธีมจ๊าบมั่ก!

    ขอบพระคุณสำหรับข่าวประกวดนิยายขอรับ ข้าพเจ้าจะพยายามให้เสร็จก่อนสิ้นตุลาฯ คิดส่งให้ ‘ทมยันตีอะวอร์ด’ พิจารณา ทราบดีว่ากระชั้นเกินไป ไม่ทันได้บ่ม เริ่มเรื่องไว้ตั้งแต่ปลายปีกลาย จนป่านฉะนี้ยังไม่ได้เนื้อหาที่สมใจสักที หลังชนฝา ก้นลนไฟแล้ว จะเข็นให้เสร็จแล้วค่อยดูอีกทีว่าสมควรรบกวนสายตาคณะกรรมการหรือไม่

    ได้มีอีกเวทีคงไม่เลว เขียนจบแล้วค่อยดูส่วนสัดอีกทีว่าพอจะส่งเข้าไปนวดนาดสนามใด

    มัวแต่วุ่นอยู่กับเจ้าจิ้งจอกโลกันตร์ ไม่ได้ติดตามแม่หญิงเรไรเสียหลายตอน ขอเวลาจัดการชีวิตที่สับสนวุ่นวายของตัวเองอีกสักระยะ หวังให้ชีพจรอักขระคืนกลับเต้นปกติภายในต้นเดือนนี้ (ให้ได้!)

    ดูแลสุขภาพด้วยขอรับ

    คารวะ

    ป.ล. ตอนเร่งเครื่องผ่านแยกเข้าชะอำมียักษ์ตกรถยนต์ขอรับ พี่ทั่นลองดู

  2. โอว ขอบพระคุณที่เห็นยักษ์ตกรถ ฮา…

    พี่ท่านสำหรับงานเขียนกว่าเดือนแล้วที่ขี้เกียจเขียน

    แต่ไม่ได้ขี้เกียจคิดนะพี่นะ เรียกว่า เขียนอยู่ในหัวนั่นแหละ พร้อมอยากเขียนเมื่อไหร่เขียนเลย โชะ!!!!

    555

    ก็ปลอบใจตัวเองเสียอย่างนั้น

    รักษาสุขภาพเขียนให้ได้อย่างใจหวังครับพี่

    คารวะ.


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s