ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

เกิดมาทำไม กรกฎาคม 26, 2009

เกิดมาทำไม

สวัสดีวันอาทิตย์ ปีที่ ๔ อาทิตย์ที่ ๑๘

 

IMGP3178

 

ผมกำลังฟังเพลงของกระทาชายที่มีชื่อว่า บ๊อบ ดีแลน และเพลงที่กำลังบรรเลงอยู่ในขณะนี้ มาสเตอร์ ออฟ วอร์  หากท่านไม่เคยฟัง และคิดท่วงทำนองไม่ออกขอให้นึกถึงเพลง คนกับควาย ของคาราวาน

            เป็นทำนองเดียวกัน

            หรือถ้านึกไม่ออกอีกขอจงไปซื้อหามาฟังทั้งต้นแบบและฉบับยืมทำนองด้วยความเคารพคารวะ  พูดไปทำไมมี สมัยนี้หากท่านมีเครื่องคอมพิวเตอร์ต่ออินเตอร์เน็ตเสียประเดี๋ยวก็ได้ฟังมากกว่าสองเพลงที่พูดถึง

            นอกจากเพลงของบ๊อบ ดีแลนแล้ว ผมตั้งโปรแกรมให้เล่นสลับไปมากับเพลงของเนล ยัง  ที่มีอยู่เป็นอัลบั้มบันทึกการแสดงสด ไม่มีปกบอกรายละเอียดว่าเล่นที่ไหน คงรู้แต่ปีค.ศ.ที่ปั๊มลงบนแผ่นซีดีสีเงินวาว ตัวหนังสือสีแดงว่า ๑๙๙๓  เบ็ดเสร็จก็แค่ ๑๖ ปีเท่านั้นเอง

            อาจเป็น ๑๖ ปีแห่งความหลังสำหรับใครบางคนที่เป็นแฟนเพลงของเนล ยัง

            เขียนถึงคนทั้งสองคนหนึ่งเป็นเพราะบังเอิญเปิดเพลงฟังขณะเข้าครัวทำอาหารเช้าควบกลางวัน  อีกหนึ่งเป็นเพราะได้อ่านคอลัมน์ คนในวงกลม ของพี่อ้วน วิรัตน์ โตอารีย์มิตร (ขวัญเรือน ปักษ์หลังกรกฎาคม)  พูดถึงการตายของนักร้องนักแสดงเช่น เอลวิส เพรสลีย์, มาริลีน มอนโร, จอห์น เลนนอน, เคิร์ท โคเบน จนถึง ไมเคิล แจ๊กสัน

            พี่อ้วนบอกว่าคนเหล่านี้แม้จะตายไปแล้วแต่เหมือนตัวยังอยู่ยังมีการกล่าวขวัญถึงไม่เสื่อมคลาย  เหมือนความตายที่เกิดแก่พวกเขาในวัยที่ยังไม่ควร ตายขณะที่กำลังมีชื่อเสียงทำให้พวกเขาเป็นอมตะ

            จริงแท้ที่ใดใดในโลกนี้ไม่เที่ยง  อมตะในที่นี้ก็เช่นกัน แต่วาระสุดท้ายของอมตะนี้อาจยาวนานไปถึงวันสิ้นโลกก็ได้จริงไหม

            พี่อ้วนบอกอีกว่า หากคนเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่วันนี้อาจไม่มีใครกล่าวขานถึงเช่นในวันที่เขากำลังรุ่งเรือง นี่ก็คือสิ่งไม่เที่ยง ชื่อเสียงเกียรติยศย่อมมีขึ้นลงตามจังหวะเวลาของชีวิต

            คนเหล่านั้นหากยังมีชีวิตอยู่ในวันนี้ก็เป็นคนแก่ (ขอเว้นเคิร์ทไว้สักคน เพราะเขาอายุอานามไล่เลี่ยกันกับผม ที่ยังบอกใครต่อใครว่าวัยนี้เขาเรียกว่าหนุ่มใหญ่) เอลวิส อาจเลิกร้องเพลงแล้วก็ได้ หรือหากยังร้องอยู่ก็คงไม่เปรี้ยงปร้างเท่าผลงานตอนหนุ่ม ๆ จริงไหม  มาริลีนล่ะ คงเป็นคุณยายคุณทวดได้แล้วกระมัง  จอห์นล่ะ ก็อาจทำงานเพลงต่อไปเช่นท่านเซอร์พอล แมคคาร์ทนีย์และริงโก้ สตาร์  แต่ดูเอาเถอะ สองคนนั้นเปรี้ยงปร้างเท่ากับตอนเป็นเดอะ บีทเทิลส์หรือไม่

            อย่างผมเห็นและฟังงานเพลงของพอลแล้วยังคิดถึงเดอะ บีทเทิลส์ มากกว่าเห็นเป็นพอล แมคคาร์ทนีย์

            หากจอห์นยังอยู่และมีผลงานเพลงผมก็ยังมองเขาเป็นหนึ่งในสี่เต่าทอง และคิดถึงเพลงพลีส มิสเตอร์โพสต์แมน, ไอ ว้อน ทู โฮลด์ ยัวร์ แฮนด์ และ ด๊อน เล็ท มี ดาวน์ (ยกเว้นแกจะทำเพลงที่มันประทับใจมาก ๆ จนยอมรับมันไว้ในก้อนสมอง)

            ไม่ต้องมองอื่นไกล อย่างเบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ แม้วันนี้ยังได้รับความนิยม (เป็นกลุ่ม) มันก็เทียบไม่ได้เลยกับเมื่อ ๒๐ ปีก่อน  แต่ก็ต้องยอมรับนะครับว่าพี่เบิร์ดนั้นแกเก่งในเรื่องการรักษามาตรฐานของตนเองไว้

            อย่างไร ลองดูกลุ่มคนรักพี่เบิร์ดสิล้วนมีหลากหลายวัยเข้าไปกรี๊ดกร๊าดในคอนเสิร์ตแบบเบิร์ดเบิร์ด บางคนเรียกน้อง บางคนเรียกพี่ บางคนเรียกเรียกป๋า บางคนเรียกป้า (ฮา)

            อย่างนี้ก็ต้องคิดถึงคำพูดของพี่เป้า สายัณ สัญญา ที่ว่า  รักสายัณน้อย ๆ แต่ขอให้รักนาน ๆ

            ไม่ฮานะครับ เพราะคำพูดประโยคสั้น ๆ นี้ได้ใจดีเหลือเกิน

            อ้าว แล้วตัวเจ้าของคำพูดนี้ล่ะ ยังมีคนรักนิยมชมชอบมากเหมือนเมื่อก่อนอยู่ดีหรือ?

            อ่านคอลัมน์พี่อ้วนจนจบก็คุยถามกับตัวเองว่า สรุปว่านี่มันเข้าหลัก อนิจจังนี่หว่า

            มีคนตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับชีวิตของไมเคิล แจ๊กสันต่าง ๆ นานาว่าพยายามทำตัวให้เด็กไม่ให้แก่ ชะลอ (หยุด) สังขารไม่ให้ล่วงไปตามวัย  ไม่ว่าจะเป็นการใช้ฮอร์โมนบำบัด นอนในตู้ (ห้อง) ปรับความดัน อะไรเหล่านั้นก็ว่ากันไป หรืออีกกระแสก็ว่าแกเป็นพวกวิตกจริตไม่อยากตกความนิยม อยากคงไว้ด้วยความนิยมที่แกยังคงมีต่อไปไม่เสื่อมคลายจนเกิดอาการโรคเครียด นอนไม่หลับจนต้องพึ่งยา  เท็จจริงอย่างไรข่าว (ลือ) อย่างนี้ยังไม่ได้ไม่รับการยืนยัน  ฉะนั้นฟังแล้วอย่าเพิ่งด่วนไปปักใจเชื่อ

            คนที่รักษาความหนุ่มได้ตลอดกาลอย่างน้อยก็มีหนึ่งละ คือพญาอินทรีแห่งสวนอักษรนามรงค์ วงษ์สวรรค์ (หนุ่ม) ที่หยุดอายุตัวเองไว้ที่ ๒๘  หากไมเคิลคิดรักษาความหนุ่มเช่นพ่อรงค์ ไม่แน่ไมเคิลอาจดังต่อเนื่องยาวนนานไปจนกลายเป็นปู่ทวดดังเช่นพญาอินทรีก็ได้ ใครจะรู้

           

 

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับบ๊อบ ดีแลน กับเนล ยัง ที่ขึ้นเรื่องไว้ล่ะ  เกี่ยวสิ

            ผมจะเกี่ยวกันเข้าก็จากนี้ละ (ฮา)

ข้อเขียน ครั้งหนึ่งกับไมเคิลฯผมเขียนขึ้นต้นไว้ว่า คนคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเป็นตำนาน ขณะมีชีวิตอยู่ก็เป็นตำนานไปแล้ว…เมื่อถึงแก่ชีวาวายก็ยิ่งเป็นตำนาน

            บ๊อบ ดีแลน กับเนล ยัง ยังมีชีวิตอยู่  สองคนนี้ก็เป็นตำนานให้ได้กล่าวขานถึงบทบาทต่าง ๆ ในแวดวงดนตรีและสังคมทั้งในอดีตและปัจจุบัน  อาจจะยาวนานต่อไปจนกว่าชีวาจะหาไม่   จากนั้นก็จะมีกล่าวขานต่อไป

            มีชีวิตอยู่ทั้งทีทำอะไรที่ชาวบ้านเขาสรรเสิรญเถิดครับ  อย่าให้เขาด่าขนาดตายไปหลายสิบร้อยปีก็ยังมีคนแช่งชักอยู่ไม่รู้จบ

            อาจเข้าสู่คำถาม  เกิดมาทำไม?

            ถามตัวเองนะครับ อย่าให้คนอื่นถาม (ไม่ฮา) ·

 

๒๕ ก.ค. ๕๒

 

 

 

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s