ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

ต้านร่างเรื่องไม่สั้น ๑๒. กรกฎาคม 15, 2009

Filed under: ไม่มีหมวดหมู่ — ประทีป จิตติ @ 12:41
Tags:


๑๒.



novel12


ผมตื่นนอนเอาเมื่อเกือบสาย มองไปที่ระเบียงแสงสีทองเริ่มจับขอบฟ้าที่ฝั่งแม่น้ำตรงข้าม  ลุกขึ้นเลื่อนบานประตูก้าวออกไปยืนเท้าแขนกับราว ลมอ่อนพัดมารู้สึกเย็นไปทั้งร่าง ตัวผมล่อนจ้อน  ช่างเถอะ ผมไม่สนใจอายสายตาของใครหากจะแลเห็น  ยืดแขนทั้งสองเหนือศีรษะสูดลมหายใจลึกเข้าเต็มปอดสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน
“อิสรภาพเป็นสิ่งที่เราหวงแหน แต่บางครั้งเราก็อยากถูกกักขังด้วยคนที่เรารัก  ดีกว่านั้นหากคนที่เรารักจะรักเราด้วย  อย่าคิดว่าเรคิดขึ้นมาเองนะ จำมาข้าง ๆ คู ๆ น่ะ”
เหมือนเสียงของเรไรดังอยู่ข้างหู
ผมเชื่อว่าเธอจะคิดพูดประโยคเช่นนั้นเองได้, ผู้หญิงอย่างเรไรซื่อสัตย์กับความคิดของตนเองเสมอ
เสียงโทรศัพท์ดัง ผมรับ  ปลายสายบอกของานแบบห้องครัว ผมบอกว่ายังไม่เสร็จ แย้งว่ายังไม่ถึงกำหนดส่ง  ฝ่ายนั้นยังคงยืนยันจะเอาให้ได้
“เสร็จเท่าไหร่เท่านั้น”
ผมดูนาฬิกา ยังพอมีเวลาที่จะเร่งเขียนให้เสร็จก่อนเวลานัดแม้ว่าผลที่ออกมาจะไม่ถูกใจผมก็ตาม แต่ใครจะไปรู้ลูกค้าอาจชอบก็ได้


“บอกแล้วว่าได้เท่าไหร่เท่านั้น  เสียเวลาเปล่า ๆ” เขาวางซองสีน้ำตาลขนาดเท่าซองจดหมายลงโต๊ะ  “ส่วนของมึง”
เขาสั่งเบียร์มาอีกสองขวด  “งานเขียนเป็นไง”
“ไม่มีอะไรใหม่”
“แล้วไอ้กองที่กูเคยอ่านล่ะ?”
“แค่ต้นร่าง”
“ก็ลงมือเขียนจริง ๆ ซักทีสิวะไอ้หอก  เรื่องของมึงสนุกดี”
ผมไม่คิดว่าเขาพูดจริง  เขาไม่เคยบอกว่าเรื่องไหนของผมสนุกนอกจากคำว่า ก็ดี…ก็ดี
“กูจะลงใต้”
“ภูเก็ต?”
“อือ”
“ทำร้านอาหาร?”
“อื้อ  ทุนพ่อตา เมียบริหาร” เขาหัวเราะแห้ง ๆ  “กูลูกจ้าง”
“คิดมากน่ะไอ้หอก”
ขวดเบียร์กระทบกันดังกริ๊ก  แดดยามบ่ายในแม่น้ำเป็นสีเงินระยิบระยับ ฟ้าใสแจ๋วต่างจากเมื่อวานที่มัวหม่นด้วยเมฆฝน

ผมแยกจากเพื่อนเมื่อหมดเบียร์ขวดที่สี่ ต่างคนต่างก็มีอาการติดลมอยากดื่มต่อแต่ต้องตัดใจล่ำลา ในเมื่อลึก ๆ ในใจแล้วต่างก็ไม่รู้สึกปลอดโปร่ง  ต่างต้องวางแผนชีวิตกันใหม่  เขาดูเหมือนจะลงตัว ส่วนผมมีแต่ความเคว้งคว้าง
ผมยังไม่อยากกลับที่พัก  ซื้อเบียร์อีกสี่กระป๋องไปนั่งดื่มกลางสะพานข้ามแม่น้ำ สายลมเย็นโบกพัดไม่ขาดระยะ  ทอดสายตามองไปเบื้องหน้าไม่มีจุดหมาย  คนเดินผ่านไปมา ผมไม่สนใจว่าใครจะมองจะคิดอย่างไร อีกไม่นานอาทิตย์จะลับขอบฟ้าผมจะนั่งอยู่จนถึงเวลานั้น  จะอยู่ระหว่างรอยต่อของกลางวันกับกลางคืน  คิดถึงวันที่ผ่าน ๆ มา ทำไมผมไม่เคยคิดทำเช่นนี้
ทุกอย่างที่ผมคิด ทุกอย่างที่ผมถามล้วนมีคำตอบ แต่ผมไม่สนใจเสาะหามัน
หยิบกล้องจากกระเป๋าสะพาย กดชัตเตอร์บันทึกภาพท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสีไปแต่ละวินาที
“ทำไมถ่ายแต่ท้องฟ้า”
เสียงผู้หญิง? ผมหันไปมอง-ราตรี!
อารมณ์น้อยใจแล่นปราดขึ้นมา ไม่ตอบคำถามได้แต่หันไปบันทึกภาพท้องฟ้ายามสนธยาต่อไป
อาทิตย์ลับขอบฟ้า ดวงโคมบนสะพานข้ามแม่น้ำสว่างชัดขึ้น แสงไฟจากรถยนต์วูบวาบผ่านไป ๆ  บันทึกภาพท้องถนนยามค่ำสามสี่ภาพแล้วเก็บกล้อง เก็บกระป๋องเบียร์ บอกราตรีอย่างเสียไม่ได้
“ผมกลับละ”
เธอคล้องแขนผม  ใจหนึ่งอยากสะบัดหลุดจากการเกาะกุม แต่อีกใจ…
“เงียบ?” เธอถามที่ข้างหูแล้วเลยหอมแก้ม
ผมไม่ตอบ เดินต่อไปเรื่อย ๆ
“โกรธฉัน?” มีเสียงหัวเราะนิด ๆ
“โกรธ?”
“ฉันทำเป็นไม่รู้จักคุณ”
“เรารู้จักกันหรือเปล่า?”
“อื้ม”
หมายความว่าอย่างไรสุดที่ผมจะคาดเดา


เสียงกริ่งโทรศัพท์ดัง ผมรีบคว้าผ้าเช็ดตัวมานุ่ง กึ่งเดินกึ่งวิ่งจากห้องน้ำจะไปรับ ทว่าไม่ทันราตรี
ผมรับสาย-เงียบ สัญญาณตัดไป  ผมได้แต่ภาวนาขอให้ผู้ที่โทรมาไม่ใช่เรไร  ราตรีสวมกอดผมทางด้านหลัง ดึงผ้าเช็ดตัวเช็ดหยดน้ำที่เกาะตามร่าง  อยากถามเธอว่าผู้หญิงหรือผู้ชายที่โทรมา แต่…
ภาพของเรไรค่อย ๆ เลือนหายไปมีแต่ใบหน้าของราตรีอยู่ในอุ้งมือ



จบตอน.





 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s