ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

กลับมาเล่า (และบ่น) กุมภาพันธ์ 7, 2009

Filed under: สวัสดีวันอาทิตย์© — ประทีป จิตติ @ 23:30
กลับมาเล่า (และบ่น)
สวัสดีวันอาทิตย์, ปีที่ ๓ อาทิตย์ที่ ๔๘
 
อาทิตย์ก่อนหายหน้าไปจากบล็อค (ฉันนิยามให้มันเป็นร้านหนังสือของตัวเอง) หนึ่งด้วยเหตุไม่มีเรื่องจะมาเล่า (และบ่น), สอง ด้วยต้องการหนีจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปนั่งกินดื่มกับคนเป็นๆ เสียบ้าง (กับมิตรรักของฉันเอง)
          เหตุของประการแรก เป็นเพราะไม่อาจสลัดหลุดพ้นจากโลกจินตนาการของตัวเอง ด้วยความริอ่านเขียนเรื่องยาว ที่ว่าเรื่องยาวไม่ใช่นิยายเพราะเขียนโดยใช้เทคนิคเรื่องสั้นปะติดปะต่อเรียงร้อยเป็นตอนๆ ด้วยความที่เคยเขียนแต่เรื่องสั้นจึงนับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ยากเกินไปนัก เขียนวันละฉาก (ด้วยความตั้งใจ) เริ่มตั้งแต่เวลาดีสี่ทุ่มไปจนเที่ยงคืน ทำซ้ำทุกวันเป็นเวลาสองอาทิตย์แล้ว อาทิตย์แรกยังไม่ถลำตัวลึก แต่พออาทิตย์ที่สองกู่แทบไม่กลับ, วันและเวลาหลังงานประจำหมดไปกับการเขียนเรื่องนั้น หนังสือข่าวประจำสัปดาห์อ่านไม่หมด ตกค้างไปสองฉบับ ต้องอ่านย้อนหลัง พยายามที่จะสลัดหลุดออกมาจากเรื่องยาว ทว่าก็มีอันต้องเตร่ไปกินดื่ม… ไม่เสียเที่ยวเสียทีเดียว อย่างน้อยก็ได้พล็อตเรื่องสั้นมาเรื่องหนึ่ง (ซึ่งทำให้ฉันหมดความกังวลที่อาจตีบตัน ทิ้งการเขียนเรื่องสั้นไปเสีย)
          เหตุของประการที่สอง ระยะหลังรู้ตัวว่าสายตาตัวเองสั้น และยังแพ้แสงมั่กมาก (มากๆฮา) หนังสือหนังหายังอ่านได้เป็นปรกติ แต่เวลารอรถเมล์นี่ต้องรอให้วิ่งเข้ามาในระยะห้าสิบถึงยี่สิบเมตรจึงจะเห็นว่าเป็นรถสายอะไร ฉะนั้นจึงไม่อยากเพ่งมองจอโทรทัศน์หรือคอมพิวเตอร์โดยไม่จำเป็น, รู้สึกดีอีกด้วยว่า เมื่อห่างหายจากจอคอมพิวเตอร์ นอกจากไม่ทรมานสายตายังรู้สึกถึงความเป็นมนุษย์เป็นคนธรรมดาเหมือนเมื่อก่อนสมัยที่ยังไม่ประสีประสากับเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่ต้องรับรู้เรื่องที่ไม่อยากรู้ (ฉันอยากรู้เพราะมันดันง่ายต่อการที่จะรู้) ไม่ต้องอ่านจดหมายที่ส่งไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนแล้วตอบกลับมาโดยไว (กระนั้นฉันเองก็ใช่ว่าจะตั้งหน้าตั้งตารอคอยจดหมายตอบกลับ บางครั้งสองวันค่อยกลับมาเปิดอ่านจดหมายตอบกลับที่ตอบกลับมาภายในไม่กี่ชั่วโมงของวันที่ส่ง) มีเวลาที่จะอ่านหนังสือมากขึ้น เขียนได้มากขึ้น หรือทำอะไรอื่นได้มากขึ้น
          ที่สำคัญเมื่อไม่มีเรื่องที่ไม่ต้องการรับรู้แทรกเข้ามา ก็ไม่ต้องเป็นสุขเป็นทุกข์มากไปกว่าสิ่งที่ได้พบเห็นในชีวิตจริง
          และหากคิดถึงผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ เหนือไปจากสิ่งที่ปัจเจกชนจะได้ คือการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในทางอ้อม (ไม่ใช่ทางตรงเพราะฉันไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เป็นอันดับแรก)
 
 
อ่านหนังสือข่าวประจำสัปดาห์ (มติชนสุดสัปดาห์ ๖๑๒ ก.พ. ๕๒) พบข้อเขียนหนึ่ง บอกว่าที่ญี่ปุ่นออกกฎห้ามเด็กนักเรียนพกโทรศัพท์มือถือไปโรงเรียน?
          เหตุผลไม่มีอะไรพิสดาร มันมาจากการใช้ที่อย่างไม่บันยะบันยัง ไม่รู้เวลา ไม่รู้สถานที่ และความจำเป็นที่จะต้องใช้ (อย่างไร? ฉันว่าไม่ต้องไปดูไกลถึงญี่ปุ่น บ้านเราก็ตกอยู่ในลักษณะเดียวกันดูแทนกันได้) ไม่ใช่เผด็จการและละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานอันใด เหตุผลที่น่าสนใจศึกษานั่นเพราะผู้ใหญ่ของเขาหวังดีต่อเด็ก รักเด็ก เมื่ออะไรที่มันมากจนเกินความพอดีกระทั่งจะกลับกลายเป็นผลเสียจึงต้องออกมาควบคุม (ฉันไม่รู้หรอกว่ามี Japanese คนไหนออกมาประท้วงว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นเผด็จการบ้างหรือไม่ แต่หากเป็นบ้านฉันฉันคงไม่ต้องจินตนาการ ต้องตั้งคำถามใหม่อย่างคาดหวังว่าจะมี Siamese ยกมือสนับสนุนบ้างไหม), ในเล่มเดียวกันยังมีรายงานพิเศษ ผลสำรวจ วัยรุ่นไทยขาด มือถือ ไม่ได้ ยกเป็นศูนย์รวมความบันเทิง และความทันสมัย
          เป็นความบังเอิญประจวบเหมาะที่กลับมาใช้โทร.มือถืออีกครั้ง (หลังจากเลิกใช้ไปเมื่อกว่าสามปี) ไม่ได้มีความจำเป็นอันใดเลย แต่เป็นด้วยตกกระไดพลอยโจน เป็นเครื่องเก่าของแม่บ้าน เธอไม่อยากขายเพราะมันจะได้ไม่กี่สตางค์ เนื่องจากเครื่องไม่สมประกอบในบางโหมดการใช้งาน มันใช้โทร.เข้าและออกได้เท่านั้น
  ถ่ายรูปฟังเพลงได้ แต่กลับใช้ไม่ได้ (ใช้ไปซื้อของไม่ได้ด้วยฮา)
          ด้วยข้อเสนอแบบเหมาจ่ายเดือนละหนึ่งร้อยบาทโทร.ได้สองร้อยนาที จ่ายชำระค่าบริการผ่านทางเครื่องเอทีเอ็มได้ ไม่ยุ่งยากเหมือนสมัยที่เคยใช้ เลยวันเติมเงินยังไม่เติมริบเงินที่ค้างทั้งหมด จึงรับมันมาใช้อีกครั้ง
          ไม่ได้โทร.หาใครเลย ชีวิตยังคงเป็นปรกติ แต่แล้วจู่ๆ เจ้าโหมดการใช้งานที่เสียกลับใช้งานมาได้เสียเฉยๆ (แต่ยังขึ้นอยู่กับอารมณ์ของมัน บางครั้งก็ใช้ไม่ได้เสียอย่างนั้น) สนุกกับการถ่ายภาพมากกว่าการโทร.ออกพูดคุยกับผู้ใด ฟังวิทยุได้ ยิ่งชอบใจ
          แม่บ้านค้อนขวับ ทีอยู่กับเธอไฉนจึงใช้ไม่ได้ (เธอไม่ฮา!)
          การที่มันใช้ถ่ายภาพได้นั้นทำเอาเสียเวลาไปสองวัน คิดหาสายเชื่อมต่อเพื่อดึงภาพลงเครื่องคอมพิวเตอร์ ปลุกปล้ำกันจนรู้เมื่อท้ายสุดว่าใช้ไม่ได้เพราะระบบเครื่องคอมพ์ฯ ล้าสมัยมากๆ Windows MillenniumEdition ไม่รับ driver สายเชื่อมต่อ, เดือดเนื้อร้อนใจด้วยความอยากเอาชนะ เสาะหาโปรแกรม Windows XP มาลง ปรากฏว่า RAM ไม่พอเสียอีกปั้ดโธ่!
          สุดท้ายเลยเลิก ยอมแพ้ด้วยตั้งคำถามถามตัวเองว่า จำเป็นไหม?… วันนี้ยังไม่จำเป็น!
          แม้จะเสียเวลาแต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ปัญหานั้นแก้ได้ด้วยวิธีไหนหากว่ายังตั้งใจจะเชื่อมต่อโทรศัพท์กับเครื่องคอมพิวเตอร์…
               คิดเอาประโยชน์เท่าที่มีและใช้ได้ ฟังวิทยุรายการเพลงแคลสสิคจากสถานีจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยได้ ฟังรายงานผลการแข่งขันฟุตบอลได้เท่านี้ก็ดีแล้วล่ะ ส่วนภาพถ่ายเก็บไว้ในเครื่องโทรศัพท์ก็เพียงพอ พร้อมเอาลงเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกครั้ง (ฉันปลอบใจตัวเองอย่างนี้หึหึ!)
         
  อย่างไม่เสียหลายเสียทีเดียว กลับมาพร้อมมีเรื่องเล่า (และบ่น) อีกครั้ง

          สวัสดี ·

 
อานันท์ ประทีฯ./๗ ก.พ. ๕๒
           
Advertisements
 

12 Responses to “กลับมาเล่า (และบ่น)”

  1. lek Says:

    ซื้อคอมพ์ใหม่ดีกว่าครับ. เอาจอ LCD ใหญ่ๆ จะได้ไม่ต้องสายตาสั้นครับ.

  2. สวัสดีขอรับท่านเล็ก

    ที่ว่าซื้อคอมพ์นั้น หมายถึงหน้าจอใช่ไหมขอรับ อะฮ้า ผมเปลี่ยนมาเกือบปีแล้ว LCD นี่ละครับ ช่วยกรองแสงไปได้มาก

    แต่อาการปวดตายังเป็นอยู่ เพราะต้องทำงานปรู๊ฟทั้งวันนั่นเอง

    นอนดึกตะหาก

  3. แม่เพลง Says:

    สวัสดีค่ะท่านประทีป

    แหม…ไม่บอกนิ ว่าไม่ชอบการตอบเมลเร็วๆ จะได้ปล่อยให้รอ 555

    งานมินิคอนเสิร์ตจบลงด้วยดี เพราะข้าเจ้าไม่ขึ้นเวทีไปร้องเพลง (ฮา)
    ไปนอนก่อนละ เมื่อคืนนอนตีห้าตื่นเจ็ดโมง คืนก่อนก็ตีสามตื่นตีห้า
    ใกล้ร่วงเต็มทีแล้ว

    ขออนุญาตหายไปปัตตานีสักสี่ห้าเพลานะท่านนะ

  4. สวัสดีครับแม่เพลง

    เดินทางด้วยใจอิ่มเอม และสันติสุขขอรับ

    ป.ล.การรอคอยจดหมายทำให้ผมคิดถึงวันวานที่ยังหวานอยู่น่ะ Please Mr.Postman!

  5. อย่างนี้ต้องเรียกว่า หยุดไปหายใจ สักพัก
    ที่บ้านหนอน ท่านวินทร์ว่า ‘เดี๋ยวนี้เราหายใจทางอินทะเนท’

    จะผิดอะไร ปลายัง(ทะลึ่ง)หายใจทางเหงือกได้
    แรกเริ่ม ไอ้พวกนี้มีเหงือกที่ไหนเล่า – ทะลึ่งจริง!

    ท่านประทีปหยุดไปหายใจสักพักนั่นดีแล้ว
    อย่าให้ถึงขนาดหยุดหายใจสักพักเลย

    … เดี๋ยวไม่มีคนปรู้ฟงาน !

    ด้วยรักและคิด … คิดเล็กคิดน้อย

    : )

  6. ใช้พื้นที่เสมือนว่ามีจริงนี้ เขียนคำคิดถึงถึงแม่เพลงเสียหน่อย

    ไม่มีแม่ฯ คอยอู้คอยแซว ชีวิตมันขาดๆ หายๆ
    ไม่ถึงกับขาดอากาศหายใจ

    แต่เหมือนคิดถึงคุณยาย คิดถึงหมากพลู – ถุ้ย!

    วอนจังกู (ชื่อเกาหลี)

  7. สวัสดีขอรับท่านขุน

    กลับมาอีกรอบด้วย วิน XP พยายามปลุกปล้ำอยู่นานสองนาน

    รู้สึกทันสมัยขึ้นเยอะ อิอิ

    ด้วยมิตรภาพ.

  8. ธาร ยุทธชัยบดินทร์ Says:

    โธ่ เดี๋ยวนี้เค้าใช้วิสต้ากันแล้ว 555 แต่ผมก็ยังใช้XPอยู่นะ เพราะสเปคเครื่องใช้วิสต้าไม่ได้ เอาเถอะ คิดว่าXPก็ถมถืดแล้วนะ (ใช้เวอร์ชั่น 2006)

  9. ธาร ยุทธชัยบดินทร์ Says:

    พิมพ์ตก “เพราะสเปคเครื่องใช้วิสต้าไม่ได้”

  10. ประทีป จิตติ Says:

    ฮา ๕๕๕

    สงสัยผมต้องให้มีตัวใหม่กว่าเจ้า Vista แล้วกระมังครับพี่ ถึงเมื่อนั้นค่อยขยับเขยิบเปลี่ยนจากเอกพี….

    นี่นะ ยังหาแรมมาเพิ่มไม่ได้เลยขอรับ อาศัยที่ว่า ไม่ได้ใช้งานอะไรนอกจากพิมพ์ และเน็ตเล็กน้อย

    อิอิ

  11. ธาร ยุทธชัยบดินทร์ Says:

    555ไม่นานหรอก ตอนนี้ไมโครซอฟท์กำลังทำ window 7 ออกมา เห็นลือกันว่าขนาดของมันเล็กนิดเดียวแต่ทำงานได้ดีกว่าวิสต้ามากซึ่งเจ้าวิสต้านี่ก็ทำงานได้ค่อนข้างอืดไปหน่อย (เขาว่าอีกนั่นแหละ อิ อิ)

    เมื่อวานผมฟอร์แมทเครื่องคอมพ์ เพราะเห็นว่าระยะหลังมันอืด ๆ ชอบกล พอติดตั้งxpเสร็จก็ลงโปรแกรมจำเป็น ๆ ลงไป คราวนี้ค่อยวิ่งปรู๊ดปร๊าด
    คอมพ์ผมมันโบราณมากเลย กะว่าจะหารุ่นใหม่ ๆ สเปคสูง ๆ ก็ขาดแคลนปัจจัย
    อ้อ เรื่องแรมนั้น ประทีปมีเท่าไหร่ล่ะ อย่างน้อยก็ควรมีซัก 256 m จะให้ดีก็ 1 g ไปเลย

  12. อิอิ พี่ธารขอรับ ไม่อยากจะบอกเลยว่า แรมผมนั้นมีแค่ ๑๒๔ แรม แถมยังเป็น SD RAM เสียด้วย

    ทว่า เครื่องก็ไม่ช้านะครับ เพราะไม่ลงโปรแกรมหนักๆ แค่พิมพ์งาน ฟังเพลงบ้าง และใช้เน็ต และปิดโปรแกรมบางตัวที่มันรันออลไทม์ ก็ใช้ได้ครับ

    แต่ก็ว่าจะหามาเพิ่มสักขาสองขา

    แรมนะครับ ไม่ใช่ม้า

    ฮี้…..กรับๆๆๆๆๆ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s