ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

ด้วยความบังเอิญและตั้งใจ มกราคม 25, 2009

Filed under: สวัสดีวันอาทิตย์© — ประทีป จิตติ @ 00:00

ด้วยความบังเอิญและตั้งใจ.

สวัสดีวันอาทิตย์© ปีที่ ๓ อาทิตย์ที่ ๔๖
 
กองทัพต้องเดินด้วยท้องใช่ไหม นักเขียนไม่ใช่นักรบ ทว่าก็ต้องกินอาหารด้วยเช่นกัน ไม่งั้นสมองไม่แล่นปรูดปราด ทำงานทั้งท้องร้องครืนๆ จะเกิดสมาธิอันใดที่จะคิดขีดเขียน
          ตื่นเช้าขึ้นมาเมื่อเวลาเก้านาฬิกา (แม้จะเป็นวันเสาร์ก็เถอะ) ล้างหน้า ต้มน้ำชงกาแฟสักแก้ว จากนั้นนั่งเขียนงานต่อ (ฉันกำลังเขียนเรื่องไม่สั้นเรื่องแรก) ถึงเวลาที่ต้องทยอยพิมพ์ลงคอมพิวเตอร์ หลังจากเขียนลงกระดาษไปได้ ๔ ตอน
          ใกล้เที่ยงท้องร้องครืนคราง เหมือนมีพายุหมุนลูกใหญ่พัดอยู่ในกระเพาะ (ฉันเปรียบเทียบเกินจริงน่ะ ไม่เคยเห็นและประสบกับพายุลูกไหนสักลูก คงมีแต่มีมรสุมชีวิตบางห้วงยามแค่นั้น ซึ่งแน่ละ มันไม่เหมือนกัน) ดูนาฬิกาแขวน-อีกสิบนาทีจะเที่ยงวัน พักงานทั้งหมด ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ กินข้าวเที่ยง
 
ตั้งใจไว้ตั้งแต่เมื่อวันวานว่าจะทำไข่เจียวเนื้อบด ธรรมดามาก… ไม่หรอกถ้าธรรมดาคงไม่คิดตั้งใจ
          เป็นเรื่องบังเอิญเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ทำไข่เจียวธรรมดานี่ละ วันนั้นไม่มีเนื้อวัวเนื้อหมู มีแต่ปลาทูน่ากระป๋องไง ก็ตอกไข่ไก่ใส่ถ้วยสองฟอง ตีให้ฟู เหยาะเกลือป่นนิดหน่อย ใส่ปลาทูน่าลงไป ยีให้เนื้อแตกเป็นชิ้นเล็กๆ อ้อ โรยใบไธม์ลงไปด้วยเอากลิ่นหอมของมัน, ตั้งกระทะรอจนร้อน ใส่น้ำมัน (ฉันใช้น้ำมันมะกอก), รอให้ร้อนหรี่ไฟ (ฉันต้องปิดสวิตช์เพราะเป็นเตาไฟฟ้าแบบหรี่ไม่ได้) ใช้ช้อนทยอยตักไข่ลงไป (จะได้ไม่นองอยู่ตรงกลางกระทะ), เปิดไฟอีกรอบ ปิดฝากระทะ กะเวลาให้ดีไม่งั้นไข่ไหม้ เห็นว่ากระทะจะร้อนเกินไปปิดสวิตช์ สักพักเปิดฝาดู ปรากฏว่าไข่ด้านบนเริ่มเหลืองสุกด้วยการอบ (ข้อดีคือไม่ต้องกลับด้าน), โรยใบไธม์แต่งหน้าอีกสักนิด ปิดฝาอบไว้อีกสักหน่อย ระหว่างนั้นตักข้าวใส่จานรอ กลับไปตักไข่เจียวอบใส่จาน กินแกล้มด้วยน้ำพริกนรก (หรือจะน้ำพริกแห้งอื่นๆ ตามความชอบ)
          ถ้านึกภาพไข่เจียวอบนี้ไม่ออกให้คิดถึงพิซซ่านั่นละ ผิดแต่ว่าเป็นไข่ไก่ไม่ใช่แป้ง
          เที่ยงวันนี้ฉันจึงคิดดัดแปลง จากปลาทูน่าเป็นเนื้อวัวบด เพิ่มวัตถุดิบอีกหนึ่งอย่างคือกระเทียมหัวใหญ่
          เปลี่ยนขั้นตอนวิธีการทำนิดหน่อย
          เริ่มจากผัดเนื้อก่อน (เนื้อวัวจะสุกเร็วกว่าเนื้อหมู เนื้อไก่สุกยากที่สุด) สุกแล้วตักใส่จานพักไว้, ตักไข่ลงกระทะ รอจนเห็นว่าด้านบนเริ่มสุกโรยกระเทียมที่หั่นเป็นแว่น ตามด้วยเนื้อที่ผัดตกแต่งหน้า ตามด้วยใบไธม์ ปิดฝาทิ้งไว้ให้ระอุ
          เห็นเนยแข็งCheddar cheeseในตู้เย็น (คุณแม่บ้านซื้อมาทาขนมปัง) คิดถึงชีสที่โรยหน้าพิซซ่า (ที่เห็นยืดเหมือนยางเมื่อตักในขณะยังร้อน) สงสัยว่าหากใส่ลงไข่เจียวอบจะเข้ากันไหม บีบลงไปสักพักมันละลายเป็นเนื้อเดียวกับไข่ จากนั้นลงมือกิน
          เข้าท่า ทุกอย่างเข้าทางกันหมด หนแรกว่าจะแกล้มด้วยน้ำพริกนรกเหมือนเดิมแต่กลัวไม่เข้ารสกับเนยแข็ง แต่พอลองก็ไปกันได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจอันใด
          ระหว่างกินไปคุยไปนึกถามคุณแม่บ้าน “อย่างนี้หากทำขายได้ไหม” เธอว่า “ด๊ายค่ะ” (ลากเสียง แล้วลงมือกินต่อ) ให้ชื่ออะไรดี?…
          พิซซ่าไข่เจียว (ตามลักษณะคล้ายกัน)
          หรือ ออมเล็ทซ่า Omeletza, ความหมายเดียวกันกับคำแรกนั่นละ
          ราคา ๔๐ บาท, นี่ตั้งเอามั่วๆ ซั่วๆ
 
ตกเย็นข้าวที่หุงไว้เมื่อสายยังเหลือกินได้กว่าสองจาน คิดทำข้าวผัดสูตรที่ได้จากพี่ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มใหม่ (นิยายรัก) ฤดูร้อนและ รอยเท้าบนผืนทราย
          ดัดแปลงวัตถุดิบของพี่ชายเสียหน่อย (เพราะมีอยู่แล้วในตู้เย็น) ส่วนวิธีทำยังเหมือนพี่เขาทุกอย่าง หากอยากรู้สูตรดั้งเดิมนั้นเป็นยังไงอยากรบกวนให้ซื้อมาอ่านกัน เป็นต้นร่างนิยายสองเรื่องแรกที่พี่กนกพงศ์เขียนเชียวนะนั่น
          เอาข้าวที่เหลือคลุกเคล้ากับน้ำมันมะกอก กระเทียมหัวใหญ่หั่นเป็นแว่น โรยใบไธม์ (แทนพริกไทยดำเม็ด) ให้เข้ากัน พักทิ้งไว้ก่อน, ตั้งกระทะตอกไข่ไก่ลงไป เกลี่ยไข่แดงให้แตก ทอดจนสุก, ผัดเนื้อวัวบด โรยเกลือป่น ซอสเห็ดหอม โยนบล็อคโคลี่กับแครอทหั่นเป็นลูกเต๋า ปิดไฟ (ไฟอ่อน) ปิดฝากระทะอบให้ผักสุก, เพิ่มไฟอีกครั้งให้พอร้อนแล้วปิด ใส่ข้าวลงไป ใส่ไข่ลงไปคลุกให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จข้าวผัดสูตรและวิธีทำของพี่กนกพงศ์ (ที่จริงต้องบอกว่าของ ชบา เพราะหล่อนเป็นคนผัด ตามเนื้อเรื่อง)
          จากนั้นลงมือกิน โรยด้วยน้ำพริกนรก สุดยอด (แต่ของพี่เขาก็ต้องสุดยอดเหมือนกัน)
          ถามคุณแม่บ้านว่าอย่างนี้ขายได้ไหมอีก (ที่ถามเพราะอยากรู้ว่าพอจะมีคนกินได้ไหม ไม่ได้คิดเปิดร้านอย่างที่ถาม)
          “ด๊ายค่ะ” อร่อยไหม? “อร่อยค่ะ”
          ทีนี้สุดสัปดาห์หน้าก็เลือกรายการอาหารได้มากกว่าเดิม และอาจได้สนุกกับการพลิกแพลงวัตถุดิบที่มีอยู่โดยบังเอิญ อย่าง Omeletza นั่นไง
          ความบังเอิญช่างเป็นสิ่งอัศจรรย์หากว่าใส่ใจกับมัน เป็นเรื่องปรกติธรรมดาหากว่ามองข้ามผ่านไป, ว่าอย่างนั้นไหม
          ความบังเอิญอาจเกิดขึ้นเพียงหนเดียว ไม่มีซ้ำซ้อนต่อเนื่องกัน
          สวัสดี ·
 
อานันท์ ประทีฯ./๒๔ ม.ค. ๕๒


– ลืมบอก ในภาพถ่ายข้าวออกสีกะปิ เป็นเพราะใช้ข้าวกล้องหอมมะลิ เคยได้ยินว่า ข้าวผัดที่ดีต้องใช้ข้าวหอมมะลิ ที่แช่เก็บในตู้เย็น เวลาผัดเม็ดข้าวจะร่วนซุยดีแท้…
-สีเขียวไม่ใช่ใบตอง (หากใช่ก็เข้าท่าดี) เป็นชามใส่สลัดพลาสติก


ผมชื่ออั่งเปาครับ อายุ ๕ ขวบแล้ว

Advertisements
 

One Response to “ด้วยความบังเอิญและตั้งใจ”

  1. เมื่อคืนฝันถึงนายด้วยนะ เปา…

    คงเป็นเพราะคิดถึงนายมาก เวลาฉันเห็นพวกพ้องเผ่าพันธุ์ของนายก็อดไม่ได้จะคิดถึง

    ที่เลย คงสบายดี แก่แล้วนะ ๕ ขวบแล้ว

    เราพบกันครั้งเมื่อ ๕ ปีก่อน ตอนนั้นนายตัวเท่าลูกหมา (ฮา) เผลอแผล็บตัวโต หนักกว่า ๓๐ กิโลฯ

    คิดถึง..
    ฉันเอง


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s