ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

ผู้ว่าฯ เงินล้าน. ธันวาคม 21, 2008

firstpage31

 

ผู้ว่าฯ เงินล้าน.

 สวัสดีวันอาทิตย์ ปีที่ ๓ อาทิตย์ที่ ๔๑.

เริ่มต้นศักราช ๒๕๕๒ มีกิจกรรมทางการเมืองสองเรื่องด้วยกัน หนึ่งนั้นคือ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร และเลือกตั้งซ่อมส.ส.แทนตำแหน่งที่ว่างลง อันเนื่องมาจากการตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน, ชาติไทย, มัชฌิมาธิปไตย และตัดสิทธิ์ทางการเมืองของคณะกรรมการพรรคนั้นๆ           

            คอยติดตามตรวจสอบกันนะครับว่ามีเขตไหนของจังหวัดไหนกันบ้าง

            ว่าถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพ เท่าที่ผมสังเกตจากป้ายหาเสียงของผู้สมัครต่างๆ แล้วแทบไม่เห็นข้อความบนป้ายนั้นบอกวันเดือนปีที่เลือกตั้ง ที่เห็นเด่นชัดก็คือรูปของผู้สมัคร หมายเลขประจำตัว ชื่อพรรคที่สังกัด (หากมี) นโยบายจะทำนั่นสร้างโน่นสร้างนี่ของแต่ละคน

            ข้อความนโยบายส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็ก ไม่อาจมองเห็นและอ่านได้ในระยะไกล และยิ่งคนสายตาไม่ดีอย่างผมด้วยแล้วยิ่งอ่านไม่เห็นเอาเสียเลย จะมีก็เพียงของบางคนนะครับที่ใช้ตัวหนังสือใหญ่รองลงมาจากหมายเลขประจำตัว ผมจึงอ่านได้ว่า “ผมขออาสาซ่อมกรุงเทพฯ” ประมาณนั้น

            ผมเคยคิดนะครับว่า ทำไมเวลามีการเลือกตั้งต่างๆ จะต้องติดป้ายหาเสียงกันถี่ยิบ ห่างกันประมาณทุกสองช่วงเสาไฟฟ้า เข้าใจอยู่หรอกครับว่าเป็นทฤษฎีเป็นกลยุทธการตลาด ยิ่งติดถี่มากเท่าไหร่ก็จะเป็นที่จดจำของผู้คนได้มากเท่านั้น

            แต่ทุกระยะสองช่วงเสาไฟถี่มากไปไหม แล้วจะต้องใช้ป้ายจำนวนเท่าไหร่เป็นเงินเท่าไหร่ก็เอาจำนวนป้ายคูณเข้าไป

            ผมไม่ทราบราคาค่าใช้จ่ายต่อป้ายนั้นสักกี่สตางค์ ที่พอทราบมาอย่างเลือนรางสำหรับป้ายขนาด ๒ คูณ ๑.๕ เมตรนั้นน่าจะอยู่หลักพันแต่ไม่น่าเกิน ๒ พันบาท (ข้อมูลนี้ผมไม่ยืนยันนะครับ) ค่าใช้จ่ายจำนวนนี้สำหรับผู้สมัครอิสระที่ไม่มีพรรคการเมืองหนุนหลัง ทำได้แต่เพียงป้ายเล็กๆ วัสดุไม่คงทนราคาถูก อีกทั้งไม่สามารถติดได้ทั่วเมือง (กรณีเลือกผู้ว่าฯ) ต้องเลือกติดในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับคะแนนเสียงเท่านั้น

            เมื่อป้ายเล็กย่อมไม่เป็นที่พบเห็นของผู้คน โอกาสที่จะได้รับการเลือกก็น้อยลง เป็นปัจจัยเรื่องของความรู้-ไม่รู้ของคนว่ามีผู้สมัครคนนั้นลงสมัครกับเขาด้วย (ติดเฉพาะพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับคะแนนเสียง คงได้เป็นผู้ว่าฯ หรอกนะครับ)

            ผมจึงไม่สามารถเห็นป้ายหาเสียงของคุณลีน่า จัง ในเขตที่ผมอาศัยอยู่ (ตลอดจนบางเขตที่สัญจรไปมาทุกวัน) ผมเห็นแต่ป้ายผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองและอิสระที่มีชื่อเสียง และได้รับความนิยมเพียงสี่คน และสี่คนนี้แหละครับ ที่ได้รับการคาดหมายว่าเป็นตัวเต็งว่าจะได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพ

            ผมไม่ทราบว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งนี้มีผู้สมัครสักกี่สิบคน เท่าที่เห็นหมายเลขของผู้สมัครทั้งสี่ ไล่มาตั้งแต่หมายเลข ๒, ๘, ๑๐ และ ๑๒ ผมเชื่อว่าคงมีหมายเลข ๑๓, ๑๔ …

            แต่ผมก็เห็นเพียงแค่สี่คน ๔ หมายเลขนี้เท่านั้น

            นี่ว่ากันเพียงเฉพาะป้ายหาเสียงเท่านั้นนะครับ ยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เมื่อสิ้นสุดแล้วแต่ละคนจะต้องควักกระเป๋าใช้จ่ายในการนี้คนละกี่สตางค์

            ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้นิยามตนเองว่า “ดร.แดนแคนดู” (บางคนแซวว่าดูแคลนเสียอย่างนั้น) ปฏิเสธที่จะลงสมัครอีกครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน ครั้งที่แล้วใช้เงินไปถึง ๓๐ ล้านบาท

            แค่ ๓๐ ล้านเอง!

            ดร.แดน นั้นเป็นผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรคการเมืองยังต้องใช้จ่ายถึงเพียงนี้ ผมคิดว่าจะเป็นไปได้ไหมว่า เพราะไม่มีพรรคการเมืองสนับสนุนจึงต้องลงเงินมากกว่าคู่แข่งที่สังกัดพรรค อันเนื่องมาจากความเสียเปรียบ จึงต้องทำการรณรงค์มากกว่า หรือเป็นไปได้ไหมว่าดร.แดนมีเงินเพียงแค่นั้นทำมากไปกว่านี้ไม่ได้ หากเป็นดังนั้นผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองคงใช้เงินมากกว่า หรืออย่างน้อยก็เท่าๆ กัน

            จะมากกว่าหรือน้อยกว่าช่างมันเถอะ แค่ ๓๐ ล้านบาทนี่ก็ร้องโอ้โฮแล้ว

            เป็นที่น่าคิดต่อไปว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพครั้งนี้ยังมีผู้สมัครจากครั้งที่แล้ว ที่เห็นและจำได้คือคุณลีน่า จัง แล้วผมไม่ทราบหรอกนะครับว่าครั้งที่แล้วและก่อนหน้านั้นเธอหมดเงินไปกี่ล้าน (เธอลงสมัครครั้งนี้เป็นหนที่ ๓)

            หากการลงสมัครเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ ต้องใช้เงินเป็นจำนวนหลักล้าน เห็นทีแล้วคนธรรมดาๆ อย่างผมคงไม่ต้องริอยากเป็นผู้ว่าฯ หรือจะหวังให้พรรคการเมืองมาอันเชิญให้ลงสมัครนั้นคงต้องรอให้น้ำท่วมหลังเป็ดเสียก่อน

            มาตรฐานของผู้ที่พรรคการเมืองจะเชื้อเชิญเข้าสังกัดนั้นต้องเป็นคนมีชื่อเสียง เป็นที่นิยม อาจเคยทำงานระดับประเทศ เคยเป็นดารานักแสดง (แน่ละต้องเป็นระดับพระเอกนางเอก) เป็นลูกเป็นญาติโกโหติกาของนักการเมืองที่สังกัดพรรคนั้นๆ เอาเท่านี้ก่อนนะครับ มากกว่านี้ยังคิดไม่ออก สรุปได้ว่าคนคนนั้นจะต้องมีโอกาสได้รับเลือกสูงเท่านั้น

            ไม่มีพรรคการเมืองไหนกล้าเสี่ยงเอาเงินหลักล้านใช้โดยมองไม่เห็นผลตอบแทน เพราะทั้งหมดคือการลงทุน

            อย่างไรก็ตาม แม้ลงทุนไปแล้วไม่ได้รับเลือก เงินจำนวนนั้นจัดเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่เหมือนอย่างดร.แดนนี่ครับ ครั้งเดียวจอดโบกมือหย็อยๆ  แถมยังเป็นหนี้ต้องผ่อนส่งเงินที่กู้ยืมมาใช้จ่ายไม่รู้ว่าอีกกี่งวดจึงจะหมดทั้งต้นและดอก และไม่รู้ว่าในอนาคตจะยังคิดลงสมัครอีกสักหนึ่งหนไหม

            อย่างคุณชูวิทย์อีกคนหนึ่งนั่นปะไร สองครั้งบอกว่าหยุดก่อนๆ ไม่ไหวแล้ว (ไม่ฮา) แม้ว่าเหตุผลในการไม่ลงสมัครครั้งนี้จะไม่บอกตรงๆ ว่าหมดเงินไปสักกี่มากน้อยก็ตาม คุณชูวิทย์แกทำธุรกิจนะครับ ทำธุรกิจแล้วทุนหายกำไรไม่ได้ก็ไม่รู้จะทำซากไปทำไม

 

ยังเป็นตะกอนที่ตกค้างคาใจผมอยู่ ไหนๆ ก็พูดถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพแล้ว ต้องไม่ลืมว่าการเลือกตั้งครั้งที่จะเกิดขึ้นใหม่ในปีหน้านี้เป็นผลพวงมาจากผู้ว่าฯ คนก่อนถูกศาลรับฟ้องกรณีทุจริตโครงการจัดซื้อรถดับเพลิง (ที่ทุกวันนี้ยังจอดตากลมแดดฝนอยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบังหรือเปล่าก็ไม่ทราบ)

            ทั้งที่ตนเองและพรรคก็เล็งเห็นแล้วว่าคดีนี้ศาลอาจรับฟ้อง และถ้ามีความผิดจริงสถานภาพการเป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพจะเป็นโมฆะทันที

            เอาเถอะครับ แม้ว่าคดียังไม่สิ้นสุด ผู้ว่าฯ ก็แสดงความรับผิดชอบลาออกเสียก่อน แล้วก็ประโคมข่าวว่า นั่นคือสปิริต?

            ฟังแล้วดูน่านับถือนะครับ แต่ผมไม่นับถือ!

            ไม่นับถือเพราะผมมองว่ามันคือการดันทุรังตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ถ้าเป็นการดันทุรังแล้วประกาศว่าถ้าศาลตัดสินว่าตนเองมีความจะผิดยินดีชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะต้องมีการเลือกตั้งกันใหม่ก็ยังพอรับได้ แต่กระนั้นก็ทำให้การบริหารต่างๆ ที่กำลังรออยู่ต้องเนิ่นนานล่าช้าออกไป ตรงนี้ยิ่งนานก็ยิ่งสูญเสีย (ตีเป็นมูลค่าเงินได้ไม่ถ้วน) ถ้าจะให้ดีต้องยินดีชดใช้ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของกรุงเทพอย่างเดียว

            แต่พูดก็พูดเถอะ ในเมื่อไม่มีกฎเกณฑ์ให้ต้องชดใช้ ใครล่ะจะโง่ใช้คืน!

            แต่มีคนโง่บ้างก็ดีนะครับ เพราะคนฉลาดๆ นั้นบริหารบ้านเมืองฉิบหายมามากแล้ว

            ใครเป็นผู้ว่าคนต่อไปคิดเสนอกฎนี้ขึ้นมาเถิดครับ ระบุไปชัดๆ เลยว่าผู้สมัครฯ จะต้องไม่อยู่ในระหว่างการฟ้องร้องคดีความต่างๆ ไม่ต้องให้ถึงกับสมัครได้แต่ต้องชดใช้เงินหรอกครับ ไม่ต้องไปเปิดช่องมากนัก เพียงแค่ข้อเดียวก็ยังสามารถจะแหวกช่องได้หลายช่องอยู่แล้ว

 

สุดท้ายผมก็ยังไม่ทราบวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพอยู่นั่นเอง, เลือกตั้งวันที่เท่าไหร่ครับคุณผู้สมัครทั้งหลาย ลงทุนทำข้อความไปติดที่ป้ายเพิ่มสักหน่อยปะไร ไหนๆ การลงทุนก็คือความเสี่ยงอยู่แล้ว อย่าเสี่ยงให้คนกรุงเทพรู้จักเพียงแค่หมายเลขของคุณแต่กลับไม่รู้วันที่ที่จะไปเลือกคุณเลยครับ

            อีกทั้งยังช่วยประหยัดงบประมาณการประชาสัมพันธ์ของกรุงเทพมหานครได้อีกทางหนึ่ง

            คุณต้องไม่ลืมว่าเงินจำนวนนั้นมันคือเงินของพ่อแม่พี่น้องผองเพื่อนคนกรุงเทพของผมครับ

            สวัสดี ·

 

อานันท์ ประทีฯ./๑๘ ธ.ค. ๕๐

Advertisements
 

12 Responses to “ผู้ว่าฯ เงินล้าน.”

  1. พี่ท่านอานันท์ ถึงบ้านปลอดภัยเรียบร้อยดีนะครับ

  2. แม่เพลง Says:

    ท่าน…ท่านหลงลืมหรือเปล่าว่าเพื่อนท่านไม่ใช่เด็กเสิร์ฟไม่ต้องมีติ๊บก็ได้
    ท่าน…ท่านหลงลืมหรือเปล่าเมื่อคืนกลับบ้านยังไง (ฮา)

    ไปล่ะ…จะไปดูนิทรรศการศิลปะที่สุดที่รักร่วมจัดแสดงที่หอศิลป์สักหน่อย

  3. เที่ยงวันอาทิตย์.

    ถึงบ้านครับ ไม่เลย และไม่หลับกลางทาง (ฮา)

    พวกท่านตื่นกันเร็วดีนะครับ

    ถามหน่อย มึนตึ้บกันบ้างหรือเปล่า ผมต้องซัดกาแฟสองถ้วย อ่านหนังสือไม่เข้าหัวสักตัว
    .

    .
    แม่เพลงถามอย่างนี้แสดงว่าผมแชร์ค่าอาหารแล้วใช่ไหม
    .
    .

    ยินดีที่ได้พบปะกันครับผม

    ด้วยความระลึก.

    ป.ล.ท่านพี่ดินเดินทางด้วยความรื่นรมย์นะขอรับ

    *ต้องเปลี่ยนธีม อันเก่ามัน error

  4. CHELSEA v Juventus

    Villarreal v Panathinaikos

    Sporting Lisbon v Bayern Munich

    Atletico Madrid v Porto

    Lyon v Barcelona

    Real Madrid v LIVERPOOL

    ARSENAL v Roma

    Inter Milan v MANCHESTER UNITED

    Ties to be played 24/25 February and 10/11 March

  5. คุณประทีป … ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งครั้งหนึ่ง ไม่ต่ำกว่า 20 ล้าน อ.แก้วฯ – คอนเฟิร์ม!

    ผมว่าคุ้มจะตาย (อยากตายจริงๆ) แลกกับการบริหารเงินหลายหมื่นล้าน ผมอ่านๆ ตาม web นี่แหละครับ ว่าประมาณ 6 หมื่นล้าน เป็นเม็ดเงินระดับเดียวกับ บริษัท consumer products ในบ้านเรา ไม่แปลกใจที่คนอย่างคุณอภิเลิฟตัดใจจาก PEPSI, GRAMMY และ TRUE โดดเข้ามาในสนามฯ นี้

    เอาล่ะ เป็นงานท้าทายวิชาบริหารของเขา – เข้าใจอย่างนั้น

    เงินหาเสียงเอามาจาก สำหรับผู้สมัครทางเลือก ผู้สมัครโนเนม แอนด์ เดอะ ผู้สมัครไม้ประดับ น่ะเหรอ ? เมื่อวานผมพาลูกหลานไปออกกำลังกายที่อินดอร์ฯ หัวหมาก บังเอิญว่า “มีบอล” ไทย-อินโด

    ที่นั่น ผมเดินผ่านผู้สมัครเบอร์ 5 คุณลูกโลก กงจักร ใจดี http://www.goodjai.com เขายืนแจกใบปลิวอย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางสายตามองมาที่เขาราวกับสิ่งมหัศจรรย์!

    เอาล่ะครับ หลายสิ่งหลายอย่างในนโยบายแม้ดูว่าดี และ แอป … “แอปสแต่ก”สุดๆ แต่มันตั้งอยู่บนพื้นฐานของความดีงาม ตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์คนอื่น มากกว่าผลประโยชน์ของ “พวกมัน” – กลุ่มทุน ที่กำลังเป็นประเด็นในพรรคหนักคนหล่อ!!!

    ฮ่าๆ (เป็นภาษาอังกฤษ แปลว่า ไอ้ฮ่าเอ้ย!) ผมชอบเขาจริงๆ นะ ผมว่า ถ้าเรามีคนอย่างเขามากๆ สังคมคงดี อย่างน้อยก็ดีกว่าคนบ้าบออย่างผม หาสาระอะไรไม่ได้เลย เมื่อเทียบกับเขา

    คุณลีน่าจัง สารภาพว่า เธอนำเงินกำไรจากการขายครีมหน้าเด้งมาทำทุนหาเสียงในครั้งแรกๆ จากนั้น ก็ผลิตและขายครีมนมเด้ง เพื่อนำมาหาเสียงสู้กับนายอภิรักษ์ในคราวที่ผ่านมา

    เชื่อไหม คุณลีน่า เธอต้องนำเงินกำไรจากการขายครีม “จิมโบ๊ะเด้ง” มาหาเสียงในครั้งนี้ สงสัยว่า ยอดขายไม่ดี หรือ จิมโบ๊ะไม่เด้งกันแน่ ! ผมเห็นเธอเดินหาเสียงพร้อมกับผู้ชายถือโทรโข่งเพียงแค่ 2-3 คน ในบริเวณใกล้กันกับคุณลูกโลก

    ผมเห็นด้วยกับคุณประทีปว่า การเลือกตั้งเหมือนการลงทุน(ของพรรคการเมือง) แต่สำหรับประชาชนผู้เสียภาษีจิ๊บๆ อย่างเรา หรือสำหรับผมคนเดียว ก็เป็นได้ … การเลือกตั้งเหมือนซื้อหวย โอกาสถูกน้อย โอกาสรวย – ไม่มี

    ทั้งสนามใหญ่ และ สนามเล็กอย่าง กทม. … นโยบายหาเสียง เป็นเหมือนฝันดีในตอนกลางคืน และต้องอื่นมาพบกับเรื่องเดิมๆ ในเวลาแดดส่องถึงพื้น

    เราเอาผิด คาดคั้นอะไรกับ นักหาเสียง ได้หรือ (นักเลือกตั้ง และ นักการเมือง เป็นคำเก่าๆ ที่เขาไม่ใช้กันแล้ว … เพราะรู้ว่า เพอร์เซปชั่น มันไม่ดี) และในเมื่อไม่มีกฎเกณฑ์ให้ต้องชดใช้ ใครล่ะจะโง่ใช้คืน!

    ขุนอรรถ

    ผมคงจะมีความสุขที่ได้คิดต่างจากคุณประทีปบ้าง ระยะหลังเราคิดตรงกันหลายเรื่อง นี่มันเผด็จการชัดๆ (ฮา)

  6. แก้คำผิด
    … และต้องตื่นมาพบกับเรื่องเดิมๆ ในเวลาแดดส่องถึงพื้น …

  7. “การเลือกตั้งเหมือนซื้อหวย โอกาสถูกน้อย โอกาสรวย – ไม่มี”

    ประสาพี่ๆ น้องๆ ที่ทำงาน เวลาไม่ถูกหวยจะบอกว่า

    “ถูกแดกอีกแล้ว!”

    คนพูดไม่ฮาเลยขอรับ

  8. ธาร ยุทธชัยบดินทร์ Says:

    จำได้ว่าอีตาชูวิทย์เคยบอกว่าเฉพาะเงินจ่ายไปแบบมีใบเสร็จก็ 27 ล้านบาทเข้าไปแล้ว คราวนี้เลยขอลา เฮ้อ การเมืองเรื่องเลือกตั้งนี่มันสำหรับคนมีเงินจริง ๆ คนจนหมดสิทธิ์ แค่ค่าสมัครก็หาไม่ได้แล้ว มันตั้งหลายหมื่นไม่ใช่หรือ

  9. ธาร ยุทธชัยบดินทร์ Says:

    เข้าไปอ่านตรง”หน้า่โรงจำนำ” อ่านไปยิ้มไป นึกเห็นภาพตัวเองเคยยืนซื้อหนังสือที่แผงนั้นเหมือนกัน บางทีก็แค่ยืนดูระหว่างคอยรถเมล์สาย 6 หรือ 111 พยายามทบทวนความจำอยู่ว่าเคยเอาอะไรไปจำนำที่โรงนั้นบ้างหรือเปล่า แต่จำไม่ได้แล้ว

    ผมโตมาในฐานะเด็กฝั่งธนฯคนหนึ่ง แถวบูคโล ไล่มาสำเหร่ เจริญนคร คลองสาน วงเวียนใหญ่ สะพานพุทธ ผมลุยมาหมดแล้ว (หาที่กินเหล้า ฮา)

  10. คนฝั่งธนฯ เหมียนกัลล์ ทว่าเฉียดท่าพระฝั่งธนไปไม่มากไม่น้อย ค่อนไปทางสามแยกไฟฉาย…ขอรับ

    ผมไปลงรถที่นั่นแล้วเดินไปลงเรือข้ามไปฝั่งพระนคร ต่อรถอีกสายไปแถวคลองเตยโน่น…

    ทำเลตรงคลองสานนั้นดีมาก ๆ ไม่อยากคิดนึกเลยว่าสักวันจะเดินเข้าโรงจำนำ ขาออกก็ซื้อนิตยสารสักเล่ม ด้วยเงินที่ได้รับจากคุณอา…(ว่าแล้วก็อยากเขียนเรื่องให้มีองค์ประกอบเหล่านี้)

    ฮาไม่อ็อก!
    หึหึหึ

  11. ธาร ยุทธชัยบดินทร์ Says:

    พรุ่งนี้ผมจะกลับกรุงเทพฯแล้ว บ้านผมอยู่บางบอน 3 ไม่ใกล้ไม่ไกลจากท่าพระและสามแยกไฟฉาย ถ้ามีโอกาสคงง่ายที่จะปะทะแก้วกัน 555

  12. ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูล


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s