ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

ถ้าอยากเป็นนักเขียน… ตุลาคม 4, 2008

Filed under: คุยกับวินทร์ เลียวฯ — ประทีป จิตติ @ 00:00
Tags:

จากคุยกับวินทร์ เลียววาริณ winbookclub.com

ผู้เขียน หัวข้อ: ถ้าอยากเป็นนักเขียน…
ที่ว่าง

ถ้าอยากเป็นนักเขียน…
เมื่อ: 2008-09-21 02:23:33

สวัสดีค่ะคุณวินทร์ ชอบและติดตามงานเขียนของคุณวินทร์มานานแล้วค่ะ
โดยเฉพาะหนังสือชุดที่ให้กำลังใจ สุดยอด เวลาเหนื่อยล้ากับการเดินตามฝัน ได้อ่านแล้วรู้สึกดีมาก ๆ บางครั้งถึงกับน้ำตาไหล รู้สึกได้จริง ๆ ว่าเราไม่ได้อยู่บนโลกนี้คนเดียว

ความพยายามของมนุษย์เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ และอันที่จริงแล้วมันสำคัญกับความเป็นมนุษย์มากกว่าความสำเร็จเสียอีก

ขอบคุณนะคะที่ผลิตงานเขียนนี้อย่างต่อเนื่อง ดีใจแทนน้อง ๆ ที่มีหนังสือดี ๆ ไว้ให้อ่าน โดยเฉพาะในชนบท เชื่อเช่นกันค่ะว่า หนังสือดี ๆ หนึ่งเล่มสามารถเปลี่ยนชีวิตคนหนึ่งคนได้ และยิ่งกับเด็ก ๆ มันจะเกิดเป็นแรงบันดาลใจเป็นฐานที่แข็งแกร่งไปตลอดชีวิต

และเพราะเชื่อเช่นนั้นมาตลอด เลยทำให้ฝันอยากเป็นนักเขียน

ขอถามคุณวินทร์นะคะว่า ถ้าอยากเป็นนักเขียน ในกรณีเพิ่งเริ่มต้น ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่คะถึงจะอยู่ได้เรียกว่าเป้นนักเขียนอาชีพ และถ้าอยากเขียนนวนิยายเป็นเล่มแรกเลย ไม่ใช่เรื่องสั้น ยากมั๊ยคะที่สำนักพิมพ์จะรับงานของคนที่ไม่เคยมีชื่อมาก่อน หรือควรจะเริ่มต้นจากการเขียนเรื่องสั้นส่งตามนิตยสาร เพื่อให้มีผลงานบ้าง หรืออาจจะเขียนส่งประกวดก่อน สำเร็จแล้วจึงค่อยเริ่มเขียนนวนิยาย เผอิญว่าเป็นคนชอบเขียนนวนิยายมากกว่าเรื่องสั้นน่ะค่ะ ทั้งที่ก็รู้ว่ามันเขียนยากกว่า

รบกวนด้วยนะคะ ^ _ ^
2008-09-21 02:23:33

winbookclub
คำตอบ

ตอบเมื่อ: 2008-09-21 21:35:20

ผมบอกเสมอว่า เป็นนักเขียนไม่ยาก ขอเพียงทำงานฝึกฝนต่อเนื่อง และอึด คนส่วนใหญ่ที่ไปไม่ถึงเพราะเลิกกลางคันทั้งนั้น

วิธีที่ดีที่สุดคือเขียนเรื่องสั้นก่อน แล้วส่งไปตามนิตยสารต่างๆ ค่อยๆ สร้างสมประสบการณ์และชื่อ ผ่านไปสักห้าปีค่อยรวมเล่ม แล้วค่อยๆ ผลิตงานต่อเนื่อง

ส่วนการเป็นนักเขียนอาชีพนั้น ลองเขียนแบบไม่อาชีพไปก่อนสักสิบปีค่อยมาว่ากันก็ยังไม่สายครับ

Advertisements
 

5 Responses to “ถ้าอยากเป็นนักเขียน…”

  1. เป็นอาชีพไม่น่าทำอย่างยิ่ง
    ลงเวลาสิบปีเพื่อแค่เลี้ยงปากท้อง จากนั้นนั่งหลังขดหลังแข็งวันแล้ววันเล่า
    คิดอย่างไรก็ล้มเหลว(ทางการเงิน)ทั้งชีวิต

    ไม่ต้องสงสัยเลยพี่ท่าน นักเขียนหน้าใหม่ไฟแรงหายไปไหนกันหมด

    เชื่อว่าสูตรสำเร็จ(แน่ล่ะ-คนละคำกับความสำเร็จ)สำหรับนักเขียนประเทศนี้ก็คือ ทำอาชีพอะไรก็ได้เลี้ยงปากท้อง และเขียนเป็นงานอดิเรกไป(นานเท่าใจยังคงยืนยันมั่นรัก)

    เห็นพี่ท่านเห็นท่านอ้ายทั่นคั่นแล้วปลื้มใจนัก

    ภายในเวลาสิบปี ข้าพเจ้าได้นั่งเอนหลังพลิกอ่านงานของเหล่าท่านแน่ เกรงอยู่ก็แต่สุขภาพมันจะรอไหวไหมก็ไม่รู้..(เช้านี้จบไม่ค่อยฮาแฮะ!)

    อรุณสวัสดิ์ขอรับพี่ท่าน

    ปล.คำ ‘คนละ’ตามความหมายข้างบน ใช้กับสัตว์,สิ่งของ,นามธรรม (สิ่งอื่นที่ไม่ใช่คน) ได้ไหมพี่ท่าน?

  2. มันน่าเหนื่อยนะขอรับท่านพี่ , ท่านดิน
    ผมนั่งทำโปรเจ็ค เงาผีเสื้อ นิยาย มานานมากแล้ว
    เกือบสองปีได้แล้วขอรับ
    มีเนื้อปาไป หนึ่งร้อยหกสิบกว่าหน้ากระดาษ ในโปรแกรม เวิร์ด
    คล้าย ๆ ว่าจะใกล้ความจริง (เสร็จ) แต่ในความจริง เรื่องยังเดินไปเกินครึ่งไปนิดหน่อย

    หลัง ๆ มานี่ ชักอยากยุบรวมให้มันเป็นเรื่องสั้นเสียให้ได้ มีความคิดว่า มันคงเป็นเรื่องสั้นที่ดีได้

    แต่ผมเสียดายเวลา เกือบสองปีมานี้

    ถามความคิดเห็นทั้งสองท่าน

    ผมควรยุบหรือทำต่อไปดี
    สับสนอย่างแรง

    สวัสดีครับ

  3. ข้อความทั่นวิปฯ พาลไพร่ให้นึกถึง นิตยสาร oom ซึ่ง ณ เวลานี้กลายร่างเป็น pocket book ไปเสียแล้ว จะโป้ง จะแป้ก ยังไม่แน่ใจ นี่ก็รอ pocket book เล่มสอง หลายวันแล้ว – น่าเป็นห่วง

    เชื่อว่า ก่อนเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คงผ่านอาการ “สับสนอย่างแรง” เช่นกัน

    คุณอุ้ม เธอประกาศด้วยถ้อยคำมั่น(ใจ)ผ่านเอกสารแนบ magazine เล่มท้าย ทำนองว่า “เพื่อให้ตัวหนังสือ โลดเล่นอยู่บน shelf นานกว่าเดิม” (เดิม = รายเดือน, บางครั้งเกือบสองเดือน!)

    ไม่อาจก้าวล่วงรู้ใจทั่นวิปฯ ต้องการ “ให้นาน” แบบคุณอุ้มหรือไม่ สุดแต่ใจจะไขว่คว้า(เอา)

    โฮป ดิส หวูด เฮล์ป … มอร์ ออร์ เลส !

    ด้วยรักและคิดตังค์

    : )

  4. สี่ห้าปีเหรอ ถึงรวมเล่มแรก ผมตั้งไว้ สี่ปี เอง

    สีปีคาดว่าจะมีเรื่องได้ลงพิมพ์สัก ๒๔ ถึง ๓๐ เรื่อง ตอนนั้นแบ่งเป็นสองเล่ม เล่มละ ๑๕ ตูม…เล่มสองมีออกแน่นอน ทิ้งไว้สักสองปี

    สองปีออกเล่มหนึ่ง…

    ทั้งนี้ต้องเขียนต่อเนื่องด้วย

    อันความคิดนี้ก็ได้มาจากเจ้าสำนักนั่นแล เล่มแรกออกง่าย แต่เล่มสองน่ะยากกว่า ถ้าไม่มีการวางแผน เพราะนักอ่านจะลืมหากนานเกินไป

    ไม่หวังเงิน ชื่อเสียงน่ะผมพลอยได้ ผมหาความสุขจากการเขียน

    “คนละ” อืม น่าคิดจริงพี่ท่าน ถามมาด๊าย…

    ถ้าใช้ “ต่างจาก” ก็น่าจะชัดเจนนะครับ

    คนละเรื่อง เป็นความคิดของคนที่แตกต่างกัน ก็เลย คนละเรื่องได้ ไม่ใช่ หมาละเรื่อง หรือ แมวละเรื่อง

    ไว้จะไปหาคำตอบที่เจ๋งแล้วมาบอกอีกทีขอรับ

    ด้วยมิตรภาพ.

  5. คนละเรื่องเดียวกัน ดิคมันแปลได้ยังงี้–the another matter is same

    ส่วนคนละ–a person vacates


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s