ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

ในทรรศนะของเสียงส่วนน้อย กันยายน 14, 2008

Filed under: สวัสดีวันอาทิตย์© — ประทีป จิตติ @ 00:00
Tags:

สวัสดีวันอาทิตย์ ๓/๒๗

 

ข้อเขียนประจำสัปดาห์นี้เป็นความรู้สึกของผมที่มีต่อสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน อาจเหมือน คล้าย หรือแตกต่างกันกับท่านผู้อ่าน 

            อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมวิตกกับความต่างกันทางคิด คนเราคิดไม่เหมือนกันอยู่แล้ว แต่คิดไม่เหมือนยังไงเราต่างต้องดำรงชีวิตอยู่ร่วมสังคมเดียวกันให้ได้  ฉะนั้น ผมจะพยายามไม่ว่ากล่าวผู้ใดเกินไปจากความรู้สึก หากเกินเลยไปบ้างขอให้ท่านผู้อ่านรับทราบว่า ผมพยายามแล้ว–

            เมื่อวาน (๑๒ ก.ย. ๕๑) ผลการเลือกนายกรัฐมนตรีล่ม ภาษาทีวีพาดหัวข่าวว่า “เลือกนายกฯ ล่มกลางสภา”  การที่ยังไม่ได้ตัวนายกฯ ไม่เป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์เท่ากับการกระทำของฝ่ายค้านที่แสดงความกระเหี้ยนกระหือรืออยากเป็นรัฐบาลอย่างสุดใจขาดดิ้นออกมา

            ผมฟังการถ่ายทอดเสียงทางวิทยุแล้วเกิดความรู้สึกเช่นนั้นโดยไม่ต้องรอให้ใครมาทำการวิเคราะห์  สงสัยเป็นกำลังว่าไฉนพรรคประชาธิปัตย์จึงเปลี่ยนแปลงจุดยืนของตนได้เป็นรายวัน ก่อนหน้าให้ข่าวว่ายังไง ๆ ก็ไม่เป็นรัฐบาล อ้างว่าเป็นมารยาททางการเมืองให้พรรคที่มีเสียงข้างมากเป็นผู้จัดตั้ง พร้อมเสนอแนวคิดบรรเจิด “รัฐบาลแห่งชาติ”

            เมื่อประกาศจุดยืนเช่นนั้น ผมมองว่าหากพรรคประชาธิปัตย์เป็นคนก็เป็นสุภาพบุรุษคนหนึ่งที่เล่นตามกติกาตามหลักการ น่ายกย่อง  เอาเถอะ ไม่ว่าเบื้องหลังจะเป็นอย่างไรมองข้ามไปก่อน มองข้ามผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้หรือเสียไปจริงหรือไม่ ผมยอมรับภาพที่ปรากฏ 

            “สุภาพบุรุษ” คือผู้ที่ยอมเสียสละเพื่อคนอื่นได้เสมอ ไม่เว้นกระทั่งเรื่องของหัวใจ!

            แต่แล้วความรู้สึกดี ๆ ของผมที่บังเกิดกับพรรคประชาธิปัตย์ก็มลายหายไปกับท่าทีเมื่อวาน

            พรรคประชาธิปัตย์กลับกลายเป็นคนกลับกลอก ชวนให้คิดย้อนลึกกลับไปว่า สุภาพบุรุษเมื่อวานเป็นเพียงการแสดงเท่านั้น หาได้เกิดขึ้นจากใจจริง!

            เมื่อนักการเมืองปราศจากความจริงใจเสียแล้วก็แย่นะครับ เพราะไม่มีประชาชนคนไหนชอบ  คุณอาจใช้อำนาจเงินหรือการตอบแทนต่าง ๆ อย่างเต็มพิกัดเพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็นผู้แทน แต่คุณจะไม่มีวันได้รับความจริงใจตอบกลับมา

            “ใจ” ต้องแลกด้วย “ใจ”

            แต่ดูเหมือนนักการเมืองจะไม่สนใจ “ใจของประชาชน” มากเท่าใจของตนเอง

            ผมรู้สึกอย่างนี้กับท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้มิใช่ครั้งแรก แต่เกือบทุกครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง  กล่าวเช่นนี้มิใช่ว่าผมนิยมชมชอบพรรคพลังประชาชน หรือพรรคการเมืองอื่นจึงไม่พูดถึง  กล่าวอย่างใจจริง กับสถานการณ์ทางเมืองขณะนี้นี้ผมหวังกับพรรคประชาธิปัตย์มากว่าจะแก้ปัญหาได้สำเร็จโดยผ่านกระบวนการทางรัฐสภา, ตามหลักการ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เองก็ยืนยันและแสดงท่าทีเช่นนั้นมาตลอด

            แต่พูดก็พูดเถอะ เบื้องหลังหลักการนั้นจะเป็นการเดียวกับบทสุภาพบุรุษหรือไม่อย่างไรคำตอบย่อมมีอยู่ในสายลม อย่าลืมว่าลมย่อมพัดหวนได้เสมอ เสมอแต่ต้นปลายเป็นยังไงไม่สนก็แย่  คนอย่างผมไม่ชอบพวกปากหวานก้นเปรี้ยว ภาพลักษณ์สวยหรูเป็นมือสะอาด  ดีไม่เกี่ยงชั่วไปไกล ๆ  เป็นนักสร้างภาพไปวัน ๆ กลับกลอกไปมา อย่างนี้คบกันไม่ได้

            นี่คือความคิดความรู้สึกที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์ และรวมถึงพรรคการเมืองอื่น ๆ ด้วย

            อย่างไรก็ตามพรรคการเมืองเป็นเพียงนามธรรม จะยุบจะตั้งใหม่ชื่ออะไรมันก็ยังเป็นพรรคเป็นบ้านให้กับบรรดานักเลือกตั้งหน้าเดิมบ้างหน้าใหม่บ้าง และนักเลือกตั้งก็มีหลากหลายประเภท กล่าวอย่างหยาบ ๆ คือมีทั้งดีและไม่ดี  มีทั้งเลวน้อยที่สุดไปถึงเลวมากที่สุด

            ดี-ชั่ว-เลว ก็เป็นนามธรรมอีกนั่นละ  พูดไม่ได้ ชี้หน้าชมด่าว่าไม่ได้หรอกว่าดียังไงเลวยังไง ต้องมีหลักฐานมายืนยันไม่งั้นถูกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท  หลักฐานไม่จำเป็นต้องเป็นเอกสารเช่นตั๋วรับจำนำ พฤติการณ์พฤติกรรมของคนก็เป็นได้ การจะตัดสินคนคนหนึ่งว่าเป็นอย่างไรจึงมิควรใช้ความรู้สึกส่วนตัวด้านเดียว แต่ควรพิจารณาการกระทำของเขาด้วย

            เราเลือกนักเลือกตั้งคนนั้นคนนี้แต่ไม่เลือกพรรคที่เขาสังกัดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเลือกทั้งคนทั้งพรรคเหมือนที่พรรคการเมืองแทบทุกพรรคเชิญชวนทุกครั้งเมื่ออยู่ในสมัยเลือกตั้ง  การเลือกทั้งคนทั้งพรรคเกิดผลดีกับพรรคการเมืองนั้นแน่นอน การยกโขยงเข้ารัฐสภาทั้งพรรคจะจัดการอะไรก็สะดวกดายสบายนัก การที่ถือว่าฝ่ายตนเองมีเสียงมากเป็นเสียงที่ประชาชนส่วนใหญ่เลือกเข้ามาถูกจับมาประกาศเป็นความชอบธรรมอยู่เสมอ โดยไม่สนใจเสียงส่วนน้อยที่ไม่เลือกว่าไม่เลือกเพราะเหตุใด  เมื่อนักเลือกตั้งมองประชาธิปไตยอย่างนี้ก็ผิดหลักแต่แรก จะพัฒนาเป็นอนาธิปไตย หรือเผด็จการ หรืออะไรก็ว่ากันไป

            เราแทบไม่รู้เลยว่าเสียงส่วนใหญ่ที่กล่าวอ้างกันนั้นมีจำนวนมากกว่าเสียงส่วนน้อยหรือไม่ เพราะไม่มีใครอ้างสักครั้งว่า “นี่คือความเห็นจากคนส่วนน้อยนะพี่น้องเอ๊ย!”

            เสียงส่วนน้อยที่ปรากฏเป็นข่าวในสถานการณ์ทางการเมืองพ.ศ.นี้คือฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการเผชิญหน้า ตาต่อตาฟันต่อฟันหรือจะอหิงสากันอย่างไรไม่รู้จบสิ้น  เป็นเสียงที่ปรากฏน้อยเหลือเกินตามสื่อหลัก สิ่งพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์  เสียงส่วนน้อยในที่นี้ไม่ได้หมายถึงจำนวนคน แต่หมายถึง “ความรู้สึก” “ความคิดเห็น” ต่าง ๆ ซึ่งเมื่อเทียบสัดส่วนการนำเสนอแล้วมองแทบไม่เห็นหัว

            เช่นเดียวกับเสียงส่วนน้อยในพรรคการเมืองที่มักแสดงตัวตนไม่ได้ มติพรรคว่าอย่างไรก็คัดค้านไม่เห็นด้วยไม่ได้

            ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยการเคารพเสียงส่วนมากเป็นสิ่งที่ดี แต่จะดียิ่งหากเสียงข้างมากรับเอาความเห็นจากเสียงส่วนน้อยไปพินิจพิจารณาใคร่ครวญว่าเพราะเหตุใดจึงเกิดความเห็นต่าง?

            พรรคประชาธิปัตย์, พรรคการเมืองอื่น, ม็อบต่อต้านหรือสนับสนุนรัฐบาล, สื่อต่าง ๆ ยินดีรับฟังและนำเสนอ “เสียงส่วนน้อย” เสียงนี้บ้างไหม

            สวัสดี ·

๑๓ ก.ย. ๕๑

Advertisements
 

8 Responses to “ในทรรศนะของเสียงส่วนน้อย”

  1. คำตอบคือ “ไม่”

    เสียงส่วนน้อยในสังคมไม่ต่างอะไรกับคนที่ไร้เสียง

    มีเรื่องให้ทำมากมาย จนไม่มีเวลาเสพย์ข่าวสารน่ะท่าน
    แล้วปลายก็พบว่ามันทำให้ชีวิตสุขสงบขึ้น

    สวัสดีวันอาทิตย์และไปนอนก่อนล่ะค่ะประทีป
    ง่วงแย้วววววววววว

  2. อรุณสวัสดิ์…

    ท่านเพลงตื่นหรือยัง?

  3. ข้อความทำนองนี้ เคยเขียนให้คุณปลายครั้งหนึ่ง
    เวลานี้ ขอบันทึกไว้อีกครั้ง ที่นี่ …

    รายการสุริวิภา สัมภาษณ์ท่าน ติช นัท ฮันท์
    “ทำอย่างไรดีคะ่ท่านฯ ทุกวันนี้ ตื่นมา เห็นข่าวทะเลาะกันของคนในชาติ เป็นทุกข์เหลือเกิน”

    “… เป็นทุกข์ทุกวันเพราะดูข่าว ก็อย่าดูข่าวทุกวัน”

    แรกฟัง อดค้านในใจไม่ได้ว่า นั่นเป็นคำตอบแบบกำปั้นทุบดิน และ เป็นแนวปฏิบัติอันทำให้ขาด “ส่วนร่วม” เกินไปหรือเปล่า ?

    เมื่อใจว่าง จึงค่อยๆ เห็นคล้อยตาม … แม้ไม่อาจเรียกว่า ดับที่เหตุแห่งทุกข์ เสียโดยตรง แต่ก็ใกล้เคียง

    ไม่เพียงแค่ข่าวหรอกพี่ทั่น ส่งให้หงุดหงิดใจ
    นิสัยนักการเมือง หนักหนากว่าเนื้อข่าวยิ่งนัก

    เพื่อนคนหนึ่งในโลกเสมือนจริงประมาณนี้ บอกว่า
    การเลือกตั้ง เหมือนเลือกส้มในตลาด
    ได้ส้มดีบ้าง ฟ่ามบ้าง … เน่าบ้าง

    ไม่มีเข่งอื่นให้เลือกบ้างเลยจริงๆ

    ขุนอรรถ

  4. ผมเอง Says:

    บ่ายคล้อยขอรับท่านพี่ขุน

    ผมเองก็เคยใช้วิธีดังกล่าวนะ อะไรคือเหตุแห่งทุกข์ ก็ไม่เอามันมา แต่ คิดได้อีกวิธีหนึ่ง คือ “จับ แล้ว ปล่อย” ขอรับ

    ทางธรรมเรียกว่าอะไร คือ ไม่ยึดมั่นถือมั่นได้ไหมขอรับ (คนไกลวัด)

    รับรู้ เมื่อมันจะทำให้ทุกข์ ก็ปล่อย ผมไม่ทุกข์แล้ว

    ทุกข์ สุข อยู่ที่ใจ

    ต้องฝึก ไม่แต่เรื่องข่าวสารบ้านเมืองหรอกขอรับ เรื่องประจำวันก็ต้องมีบ้าง…หากไม่ฝึกก็ “ตาย…!” ฮา

    ด้วยมิตรภาพครับ

  5. ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    จะทุกข์ไปทำไมกัน
    หากภาวะการณ์นี้คลี่คลาย
    เราจะได้นักการเมืองแบบใหม่(ที่ไม่เหี้ย)ไหม
    หากประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล
    แล้วถ้ามีพวกที่ไม่ชอบรัฐบาล
    มายึดทำเนียบรัฐบาล ละ

    หาก พธม. เลิกลาไป
    แน่ใจหรือว่าพวกเค้าจะไม่กลับมาอีก

    ผมไม่อยากจะคิดดมากไป
    แต่ที่ผมคิดคือ
    เราเลยจุดที่จะกลับไปเหมือนเดิมได้แล้ว
    ท่านพี่ว่าไหม?

    ทุกวันนี้ผมก็เซ็งข่าว
    ยิ่งเห็นวันจะเสนอชื่อ นายกฯ
    ยิ่งสมเพชตัวเอง
    (เตือนตัวเองแล้วว่าอย่าดู แต่ก็อดไมได้)
    ไม่รู้แม่งจะเถียงกันทำไม กะอีแค่เรื่อง
    นับองค์ฯ ก่อน หรือ หลัง
    ทุเรศ ชิบหาย (ขอโทษท่านพี่ที่ไม่สุภาพ)

    ตอนนี้ที่ทำให้ผมสนใจมากคือ

    มันจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงได้บ้างไหม?

    คำตอบคือ ไม่มี

  6. พี่ทั่นวิปฯ

    แวะอ่านคอมเหม็นพี่ทั่นโดยเฉพาะเลยหนา
    ตะก่อน ผมเองเหน็บบรรดาสหายน้ำลายอุดมการณ์ทำนองว่า
    “หากอะไรๆ ขัดหูตา ม่ายล่ายหลั่งจาย ไปเสียหมด
    … สถานปนาประเทศส่วนตัว แล้วย้ายไปอยู่กันเฉพาะกลุ่มเลยดีไหม”

    หลังๆ ถามตัวเองบ่อยๆ … สงสัยต้องหา “ประเทศส่วนตัว” เสียแล้ว
    แต่คงไม่ชวนพี่ทั่นไปด้วยกันหรอกหนา

    … เกรงว่า อยู่รวมกันได้ไม่นาน พี่ทั่นเนรเทศผมแหงมๆ (ฮา)

    : )

  7. ผมเอง Says:

    แสดงความรู้สึdออกมาตรง ๆ นั่นแหละดีแล้วท่าน ไม่งั้นพวกเขา (มัน)จะรู้ได้ไงว่า เรารู้สึกยังไง

    “เหี้ย” ในระดับท่านวิปฯ หาใช่คำด่า แต่เป็น สบถ…ฮา!

    สบถได้แต่อย่าเอาแต่ด่า 24 ชม.เหมือนคนในทำเนียบ ที่จับ “เหี้ย” มาทรมาน อ้าว คน หรือ เหี้ย เหี้ยกว่าฟะ

    ขอร้อง เปลืองทรัพยากรเว้ย!


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s