ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

Gangster-แก๊งสเตอร์ สิงหาคม 10, 2008

Filed under: สวัสดีวันอาทิตย์© — ประทีป จิตติ @ 02:14
Tags:

สวัสดีวันอาทิตย์© ๓/๒๒

หมายเหตุ–บทความนี้บอกตอนจบของภาพยนตร์

 

รสนิยมการชมภาพยนตร์ของเราแตกต่างกัน บางคนชอบแนวบู๊ล้างผลาญเลือดซาดท่วมจอไม่ต้องคำนึงถึงเหตุผลในโลกแห่งความจริงมากนัก  บางคนชอบแนวสนุกชวนหัวไม่ต้องจริงจังกับความจริงของชีวิต บันเทิงคลายเครียด  บางคน (อีกนั่นแหละ) ชอบแบบที่ว่าดูทั้งทีขอสาระหนักหัวหน่อย, ตามรสนิยมครับ อย่างไรเสียภาพยนตร์ก็เป็นสื่อผ่อนคลายอารมณ์ชนิดหนึ่ง หากมีแนวใดเพียงแนวเดียวคงน่าเบื่อเหลือทน อีกทั้งไม่เป็นศิลปะ  ศิลปะต้องหลากหลาย ไม่จำกัดอยู่ในกรอบแคบๆ

            ผมชอบภาพยนตร์แนวดรามา (drama) จะย้อนยุคหรือไม่ย้อนไม่เกี่ยง เนื้อเรื่องเข้มๆ ไม่ต่างไปจากเรื่องจริง เหมือนนิยาย เรื่องสั้น ที่ต่างคือเรื่องจริงที่สมมุติขึ้นมา แต่ร้านหนังเช่าที่ที่พักมักไม่มีแนวนี้เท่ากับแนวบู๊  ผมถามเจ้าของว่าทำไมแนวดรามาน้อยนัก  เขาว่าเพราะคนไม่ค่อยชอบ 

            ไม่กี่เรื่องนะครับที่ผมได้จากร้านนี้  ล่าสุดคือ American Gangster นำแสดงโดย Denzel Washington และ Russell Crowe

            เห็นชื่อครั้งแรกคิดว่าคงเป็นแนวบู๊ยิงกันตับแลบ แม้ว่าเจ้าของร้านว่าบอกว่าไม่ถึงขนาดนั้น เป็นแนวเจ้าพ่อมาเฟีย ผมยังไม่คิดเชื่อ แต่ด้วยไม่มีเรื่องอื่นจึงตัดสินใจเอาเรื่องนี้ อย่างน้อยชื่อชั้นของDenzel คงรับประกันได้ว่าหนังคงไม่แย่นัก

            ก่อนเปิดหนังชม ผมจำได้ว่าคอลัมน์ ‘ภาพยนตร์’ ในมติชนฯ (นพมาส แววหงส์ เขียน, ฉบับที่ ๑๔๓๕) เคยเขียนถึงเรื่องนี้ไว้ ผมไม่ได้อ่านจึงค้นหาอีกครั้ง เป็นไกด์ก่อนดู

 

 

American Gangster มีเค้าโครงจากเรื่องจริง (base on true story) ของเจ้าพ่อค้ายาเสพติดยักษ์ใหญ่ในทศวรรษ ๑๙๗๐ นาม Frank Lucas เป็นชายผิวสีที่ตำรวจคาดไม่ถึง ต่างคิดว่าเจ้าของเฮโรอีนบริสุทธิ์ราคาถูกกว่าท้องตลาดที่ชื่อว่า “blue magic” นั้นเป็นของพวกมาเฟียอิตาเลียน

            หัวคอลัมน์ ใช้ชื่อว่า “ก๊อดฟาเธอร์ผิวหมึก”

            ใครที่เคยชม The Godfather คงทราบดีว่า ดอน วีโต้ คอลีโอเน ปฎิเสธที่จะค้ายาเสพติดจากข้อเสนอ (ที่มิอาจปฏิเสธได้) ของอีกตระกูลหนึ่ง จนเป็นที่มาของความขัดแย้ง  ดอน วีโต้ ถูกยิงหน้าสำนักงานของตัวเอง โชคดีที่เขาไม่ตาย แต่ก็ส่งผลให้ไมเคิล-ลูกชายคนเล็ก กระโดดเข้าสู่วงการมาเฟียด้วยการฆ่าลูกชายของมาเฟียตระกูลนั้นพร้อมๆ กับนายตำรวจตัวเอ้แห่งกรมตำรวจนิวยอร์ก

            อย่างไรก็ตาม แม้ตระกูลของคอลีโอเนไม่ค้ายา แต่ไม่ได้หมายความว่าตระกูลอื่นจะไม่ขาย!

            ทีนี้กลับมาที่แก๊งสเตอร์…

            ผมเห็นมีความเกี่ยวข้องกันในแง่ของความจริงคือ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์กเข้าไปมีเอี่ยว แต่ในท่ามกลางปลาเน่าทั้งหลายก็ยังมีปลาดีปะปนอยู่ นั่นคือ นักสืบ Richie Roberts ความดีของเขาคือความบ้าระห่ำที่หาญต่อสู้กับสิ่งผิด

            “‘วีกรรม’ หรือ ‘วีรเวร’ ในสายตาของตำรวจเกือบทั้งกรมในนิวยอร์ก คือความเถรตรงที่ถือว่าซื่อบื้อของเขา เมื่อเขาพบเงินสดเกือบล้านเหรียญเป็นธนบัตรที่ไม่ได้ทำเครื่องหมายในกระเป๋า ซึ่งเจ้าพ่อค้ายาเสพติดทิ้งไว้เป็นของกำนัลแก่ตำรวจ มิไยที่เพื่อนคู่หูของเขาจะทักท้วงไม่ให้ทำตัวเป็นแกะดำในกรม ที่ตำรวจค่อนกรมรับสินบนหรือประพฤติมิชอบกันทั้งนั้น”  (จากคอลัมน์)

            (อดไม่ได้ที่จะคิดถึงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่มี Bruce Willis นำแสดง,  Serpico  นำแสดงโดย Al Pachino  เรื่องแรกนั้นพระเอกเป็นตำรวจนิวยอร์กที่ไม่รับส่วย แถมพยายามจะเปิดโปงพฤติกรรมของเพื่อนร่วมกรม  เรื่องหลังจำไม่ได้แล้วครับว่าเป็นตำรวจที่ไหน แต่เขาบ้าระห่ำพอตัว เป็นตำรวจตงฉิน)

            หนังแสดงให้เห็นถึงภาวะที่ต้องตัดสินใจอยู่อึดใจ แล้วตัดฉับให้เห็นการนับเงิน ทำให้คนดูคิดว่าที่สุดเขาก็เอาเงินไว้เสียเอง แต่ผิดคาด เขานั่งนับเงินท่ามกลางสายตาเหยียดหยาม ชิงชังของเพื่อนตำรวจเพื่อจะส่งเก็บหลักฐานต่อไป  คงไม่ต้องบอกต่อว่า หลังจากนั้นเขาจะเป็น ‘ไอ้ตัวมาร’ ของเพื่อนตำรวจทันที

            “การณ์นี้ทำให้เขาเป็น ‘คนไม่น่าไว้ใจ’ ไปในทันทีทันใด  ตำรวจอื่นๆ รังเกียจและระแวงเขาเพราะความซื่อสัตย์ของเขากลายเป็นความไว้วางใจไม่ได้!  เพื่อนร่วมงานไม่สามารถไว้วางใจเขาได้”  (จากคอลัมน์)

            กระทั่งมีคนเห็นความดีของเขา ดึงตัวมาตั้งหน่วยปราบแก๊งค้ายาโดยเฉพาะ ไม่ขึ้นตรงต่อกรมตำรวจนิวยอร์ก เป็นปฐมเหตุให้เรื่องราวดำเนินต่อไป แต่หนังไม่ได้สร้างให้ริชชี และ แฟรงค์มาเจอกันกระทั่งตอนท้ายเรื่อง

 

 

หลังชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วผมต้องนั่งทบทวนอีกครั้ง (เหมือนทุกครั้ง) ว่า หนังมีต้องการนำเสนออะไร  สำหรับ  American Gangster ผมว่าเน้นไปที่การเปิดโปงขบวนการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ

            นอกจากตำรวจแล้วยังพัวพันโยงไปไปถึงกองทัพอเมริกัน!

            แฟรงค์ ลูคัส ใช้เส้นสายของเพื่อนที่ประจำการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ประเทศไทย และเวียดนาม) ขนเฮโรอีนจากสามเหลี่ยมทองคำโดยผ่านเครื่องบินของกองทัพ  ซึ่งแน่ละว่าการณ์นี้ย่อมกระทำคนเดียวไม่ได้ มันต้องจ่ายจากทั้งระดับล่างขึ้นไปถึงระดับสูง

            ฉากหนึ่งที่คาดคิดไม่ถึงคือเมื่อกองทัพต้องถอนตัวออกจากเวียดนาม เครื่องบินไม่มีที่ว่างให้บรรทุกซุกซ่อนสินค้าเหมือนแต่ก่อน ทางเดียวที่จะทำได้แนบเนียนคือซุกมันไว้ในหีบศพทหารที่เสียชีวิตในสมรภูมิ  ริชชีได้รับอนุญาตให้ตรวจค้นเครื่องบินลำต้องสงสัยแต่ค้นหาอย่างไรก็ไม่เจอ สุดท้ายเขาจึงคิดจะเปิดหีบศพ แม้ว่าจะถูกทักท้วงจากทหาร แต่เมื่อหน้าที่ก็คือหน้าที่เขาต้องหาของกลางให้ได้  คุณคิดว่าเขาจะทำเช่นนั้นได้ไหม ในเมื่อศักดิ์ศรีของกองทัพอเมริกันขวางกั้นอยู่?…

            คำตอบคือ ทำไม่ได้!

            ริชชีและพรรคพวกต้องรอให้เฮโรอีนออกมาจากฐานทัพอากาศแล้วจึงเข้าจับกุมที่แหล่งผลิต  ไม่มีกองทัพเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างไร (แม้กระทั่งรายละเอียดตอนจบของเรื่องก็ไม่ได้กล่าวถึงประเด็นนี้อีก)

            ทีนี้มาเล่นหนักกับตำรวจแห่งกรมตำรวจนิวยอร์ก

            แฟรงค์ ลูคัส ถูกจับกุมในที่สุด ในฉากการเจรจาต่อรอง เขาถามริชชีว่า จริงหรือที่คุณเจอเงินล้านแล้วไม่ฮุบไว้เสียเอง  เขาพยายามเสนอสินบน ซึ่งแน่ละ ริชชีไม่รับ  สุดท้ายแฟรงค์ให้ความร่วมมือโดยการเปิดโปงเจ้าหน้าที่ที่มีเอี่ยวทั้งหมด 

            เป็นการเอาคืนต่างจากไมเคิล คอลีโอเนอย่างไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ  ไม่ได้หวังถึงการได้รับลดหย่อนโทษ แต่เป็นความฝังใจที่ถูกตำรวจกดขี่ห่มเหง โดยเฉพาะกับคนผิวสีเช่นเขา!

            บทสรุปท้ายเรื่องคือ ตำรวจแห่งกรมตำรวจนิวยอร์กถูกจับกุมไปถึง ๓ ใน ๔ แทบเหี้ยนกรม!

            มีสิ่งสะท้อนใจผมอย่างหนึ่งว่า สมัยยังเด็กคิดว่าประเทศอย่างสหรัฐอเมริกานั้นห่างไกลจากคำว่า ‘คอรัปชั่น’  ประเทศพัฒนาแล้วคงไม่มีเรื่องอย่างนี้ แต่ความจริงไม่เป็นอย่างนั้น

            ยิ่งมีความเจริญมากระบบการโกงก็ยิ่งซับซ้อน นักการเมือง, ทหาร, ตำรวจ, มาเฟีย ต่างเกื้อหนุนกันอย่างแยบยล เชื่อว่าปัจจุบันนี้ก็ยังมี  เช่นนั้นผมควรจะสงสารประเทศตัวเองทำไม จะต้องไปเปรียบกับเขาทำไม  ทำให้เชื่อว่าการทุจริตนั้นมันมีอยู่ทั่วทุกประเทศ

            แต่มีความแตกต่าง

            ผมเชื่อว่าอเมริกา (และประเทศพัฒนาอื่นๆ) ไม่อนุญาต, เพิกเฉยต่อการกระทำนั้น ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนทั้งสิ้น (แต่อาจไม่เปิดเผยเป็นข่าว) ไม่ว่าระบบกลโกงจะซับซ้อนยังไงก็ยังมีคน, มีหน่วยงานอย่างของริชชีตามล้างตามเช็ดอยู่เป็นคู่ขนาน  ตรงนี้สิ ที่ผมควรสงสารประเทศตัวเอง 

            ผมไม่เคยเห็นกฎหมายบ้านเมืองนี้ศักดิ์สิทธิ์  ไม่มีหลักใดรับประกันได้ว่า ไม่ว่าใครหน้าไหนจะมีอำนาจ มีความยิ่งใหญ่เพียงใดเมื่อทำผิดแล้วจะได้รับการลงโทษตามบทกำหนด

            ที่ว่าเจ้าพ่อยาเสพติดตัวจริงคือนักการเมือง (ไม่ว่าจะระดับไหน) ผมเชื่อว่าจริง  ยิ่งเชื่อมากขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินจากปากเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบด้านนี้โดยตรง

            “เรื่องนี้บอกอะไรเราไม่น้อยเกี่ยวกับสภาพการณ์ของกรมตำรวจนิวยอร์กในทศวรรษ ๑๙๗๐ และไม่รู้ว่าจะบอกความเป็นทัศนะสากลอันไร้กาลเวลาพรมแดนด้วยหรือเปล่า”  (จากคอลัมน์)

            สวัสดี ·

 

๑๐ ส.ค. ๕๑

 

 

 

 

 

American Gangster (2007)

There are two sides to the American dream.

กำกับการแสดง   Ridley Scott

นำแสดง Denzel Washington

              Russell Crowe

              Chiwitel Ejiorfor

              Cuba Gooding, Jr.

Advertisements
 

16 Responses to “Gangster-แก๊งสเตอร์”

  1. ประทีป จิตติ Says:

    All the power on earth can’t change destiny.

    from the Godfather poster

  2. คืนแรกที่ได้หลับเต็มตื่นลืมตาพร้อมนกกาสวัสดิ์ขอรับ

    แจ๋ว!

    ย่อหน้า วรรคตอน ตัวเน้น เดินเรื่องเล่า เหลือกำลัง!
    พี่ท่านยังเดินนำทอดเงาให้ผู้น้อยต้อยตามอยู่ซำเหมอ วันอาทิตย์นี้ตั้งใจจะกั้นฝามุงชายคากระต๊อบ(บนเน็ต)เพิ่ม เห็นสวัสดีวันอาทิตย์ทีไรอดถามตัวเองไม่ได้ทุกที ‘ไยเอ็งจึงไม่สามารถเขียนให้ตรงเวลาเป็นวัตรเช่นนี้บ้าง?’ ถามเสร็จก็ตอบตัวเองว่า ‘ได้เซ่! เดี๋ยวเขียนให้ดู’

    ไม่ได้ดอกขอรับ (ตอบไปอย่างนั้นเอง)

    เคยลองแล้วล้มเหลว แผลบเดียวถึงวันเสาร์(อีกแระ)ยังไม่รู้จะหยิบจับประเด็นอะไรเลย เคยพยายามเขียนตุนไว้แล้วโพสท์ตามเวลา ไป ๆ มา ๆ ไม่ทันอยู่ดี แยกสมองแบ่งอารมณ์ไม่ทัน (ยังเขียนโดยใช้อารมณ์อยากอยู่อีกมาก)

    หลังจากเหลวมาครั้งแล้วหนเล่าข้าพเจ้าก็ยังใช้ฝ่ามืออบอุ่นลูบหัวตัวเอง ‘เอานา..ล้มก็ลุกใหม่ล้มก็ลุกใหม่..ใครจะว่าอะไรแก’

    วันนี้เป็นวันดีสำหรับเริ่มต้นอีกครั้ง ที่จะนั่งทบทวนกำหนดทิศการเดินทางช่วงต่อไป นั่งคิดอยู่คนเดียวก็กระไร นั่งโม้กับพี่ท่านพลางคิดไปพลางดูเข้าท่ากว่า..

    มองไปข้างหน้าเหลืออีกสี่เดือนจะสิ้นปี

    ข้าพเจ้าใช้เวลาตั้งแต่ต้นปีเกลาเรื่องเก่าเสร็จหมดแล้ว ยังเหลืออีกหนึ่งความตั้งใจ เขียนนิยายสักเรื่องสำหรับความทรงจำปีนี้

    สี่เดือน..อีกไม่ช้าไม่นาน ข้าพเจ้าจะนั่งเขียนนิยายวันละนิดละหน่อย เขียนบทความตามประกบสวัสดีวันอาทิตย์สัปดาห์ละหน เขียนร้อยกรองตามแต่ฉันทลักษณ์อักขระของมวลมิตรจะพาไป

    หวังใจว่าสัปดาห์สิ้นปี ๒๕๕๑ ข้าพเจ้าจะกลับมาร้านประทีปนั่งซดน้ำชาทบทวนกำหนดทิศทางอักขระวเนจรของปีต่อไปโดยมีนิยายหนึ่งเรื่องวางอยู่บนตัก และความเรียง บทกลอน อีกหลายบทกองเป็นเครื่องเคียง

    บ่อยครั้งข้าพเจ้าสะกิดสีข้างถามตัวเอง ‘เอ็งจะตะบี้ตะบันเขียนไปทำไม?’

    ข้าพเจ้าตอบคำถามนี้ไปมากมาย มีอีกคำตอบที่คิดขึ้นได้(ตอนนี้) ‘ตัวอักษรทั้งหมดจะเป็นพอร์ตโฟริโอ(ไม่ใช่โปลิโอนะ)ของเอ็ง บอกให้รู้ว่าเอ็ง คิดอย่างไร? เขียนอะไรมาบ้าง? พัฒนาการเป็นเช่นไร? ต่อเนื่องหรือกะปริบกะปรอย? ทั้งหมดจะบอกความเป็นตัวเอ็งฐานะคนเขียนหนังสือคนหนึ่ง’

    ไม่ใช่เพื่ออวดใคร แต่ตัวอักษรเป็นเช่นกล้าไม้ หมั่นรดน้ำพรวนดินนับวันมีแต่จะเติบใหญ่ แน่นอนวันหนึ่งกล้าอักษรผอมเรียวที่ปักลงดินจะเติบต้นเป็นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ผลิรวงดอกออกช่อผล

    ลองคิดดู..ได้หลับตาสักงีบใต้เงาต้นอักษรที่ตัวเองเพียรดูแล เอื้อมมือเด็ดผลกัดดัง กร๊อบ! ทั้งยังเด็ดโยนให้สหายผ่านทางได้ชิมรส

    แค่คิดก็ครึ้มใจแล้ว..อย่ากระนั้นเลย ก้มหน้าก้มตารดน้ำพรวนดินต่อไป (หากไม่มีอันใดผิดพลาด สุดสัปดาห์หน้าสวัสดีวันอาทิตย์จะมีเจ้าเห็บน้อยคอยต้อยตามยิกยิกยิก..และอีก..ยิก)

    คารวะ

  3. สวัสดีวันอาทิตย์เจ้าท่านประทีป

    ข้าเจ้าไม่ได้ดู American Gangster
    ทว่าระหว่างอ่านหนังเรื่อง Assault on Precinct 13 ก็แวบเข้ามาในความคิด
    เป็นหนังที่ไม่ตั้งใจเข้าไปดู ช่วงนั้นเกิดภาวะบางอย่างกับตัวเอง
    จึงเข้าไปดูหนังทุกวัน กระทั่งวันนั้น…เหลือหนังเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวที่ยังไม่ได้ดู
    ไม่ต้องห่วงว่าจะเปลืองเงิน (ฮา)
    สมัยก่อนตอนทำงานประจำนั้น ข้าเจ้าได้บัตรทองดูหนังฟรีของเมเจอร์และอีจีวี
    ไม่งั้นคงไม่เดินเข้าโรงหนังเป็นว่าเล่นได้หรอกท่าน
    เห็นหน้า

  4. ((แหง่ววววว จะกด enter มันดันไป submit ซะได้))

    อ้ะมาต่อ

    เห็นหน้าคุณพี่มอเฟีตจากเดอะแมทริกซ์แล้วทำให้ตัดสินใจเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ไม่ยากนัก
    สาเหตุที่ไม่ดูหนังเรื่องนี้แต่แรก เพราะดูท่าแล้วว่ามันต้องเป็นหนังไล่ล่าตามฆ่ากันเป็นแม่นมั่น คือถ้าเป็นหนังที่มีการฆ่าระห่ำอย่างการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ซึ่งเป็นหนังประวัติศาสตร์ แบบนี้จะดูนะ เพราะประวัติศาสตร์คือคนรักของข้าเจ้า (ฮา)แต่หากเป็นหนังซึ่งเขียนบทขึ้น พยายามที่จะหลีกเลี่ยงความรุนแรงน่ะท่าน

  5. ((โอ้ย…อีกแล้ว วันนี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจริงเชียว))

    อาจเพราะเป็นหนังที่ดูแบบไม่คาดว่าจะเป็นอย่างไร
    เพราะงั้นระหว่างดูจึงแทบอยากเขกหัวตัวเอง ในความเป็นภาพยนตร์มันก็มีดีของมันให้เรามอง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะยอมมองหรือไม่เท่านั้นเอง

    …คุณรับผิดชอบชีวิตคนอื่นไปทั่ว แล้วเคยรับผิดชอบชีวิตตัวเองหรือไม่ เรารับผิดชอบชีวิตตัวเราเองดีแล้วหรือยัง…

    คือคำถามจากจิตแพทย์ผู้ดูแล นายตำรวจJake Roenick ที่จมจ่อมอยู่กับชีวิตซึ่งติดกับดักด้วยเหล้าและยาจากความรู้สึกผิดในอดีตที่ต้องรับผิดชอบในการตายของลูกน้องตัวเอง

    Assault on Precinct 13 เป็นหนังเกี่ยวกับตำรวจและวงการตำรวจเช่นกันซึ่งพัวพันกับยาเสพติดอีกเช่นกัน พล็อตคล้ายขนาดนี้จะไม่ทำให้ข้าเจ้านึกเห็นหนังเรื่องนี้ระหว่างอ่าน…สวัสดีวันอาทิตย์…ได้อย่างไร

    เมื่อJake Roenick ต้องยืนระหว่างตำรวจดี ตำรวจเลว และผู้ร้าย
    ในสถานการณ์ซึ่งเขาเป็นนายตำรวจหัวหน้าสถานีตำรวจซึ่งกำลังจะปิดตัว ข้าวของกำลังถูกย้ายไปอีกที่ สายโทรศัพท์ถูกตัดขาด เหลือเพียงเขากับลูกน้องอีก2คนอยู่ฉลองปีใหม่ วันใหม่ เพื่อทำการปิดสถานีอย่างเป็นทางการ แต่วันใหม่ไม่ได้มาอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อสถานีของเขาถูกรับมอบหมายให้ฝากขังอาชญากรคนสำคัญและคนร้ายอีก3คนที่รถเสียกลางพายุหิมะ ตามมาด้วยเหตุการณ์ถล่มโรงพักด้วยเหล่าตำรวจเลวเพื่อฆ่าปิดปากอาชญากรกับผู้อยู่ในเหตุการณ์

    แล้วสาเหตุของการที่ตำรวจเลวต้องการฆ่าอาชญากรก็เพียงเพราะว่าตัวคนร้ายจะให้การเชื่อมโยงว่าผู้มีอิทธิพลในภาครัฐคนไหนกันเป็นเจ้าพ่อค้ายาเสพย์ติดตัวจริง

    Jake Roenickไม่เคยรู้ตัวว่าชีวิตของเขาถูกตรึงติดอยู่กับที่บนเก้าอี้พร้อมเหล้าและยามาจากความกลัวที่ต้องเผชิญหน้าความรู้สึกเจ็บปวดและความรู้สึกผิดในใจที่คอยหลบมันมาเสมอ เขาเขยิบเข้าใกล้มนุษย์ธรรมดาอย่างเราๆมากกว่าBatmanที่สามารถหาทางออกได้ด้วยการใส่หน้ากากออกไปชดเชยความรู้สึกผิดและเผชิญหน้ากับความกลัว
    แต่คนธรรมดาๆ ที่เลือกได้แค่ว่าจะเดินหน้ากล้าเผชิญหรือถอยหลังหรือหยุดอยู่กับที่แล้วใช้ยาเสพติดเป็นตัวเยียวยาความเจ็บปวดในใจ
    เราทุกคนล้วนเคยทำสิ่งผิดพลาด และหลายครั้งเรารู้สึกผิดกับสิ่งเหล่านั้นแต่เราไม่เคยได้ตระหนักถึงว่าอดีตเหล่านั่นมันบั่นทอนอนาคตและตัวเราไปมากแค่ไหน
    เหมือนกับJake Roenick ซึ่งเฝ้าแต่นั่งอยู่กับที่คอยรับผิดชอบชดเชยอดีตที่ผ่านไปแล้วของคนซึ่งตายจากไปจนลืมที่จะสนใจรับผิดชอบชีวิตตัวเอง
    เหตุการณ์ครั้งนี้ที่จนตรอกต้องสู้ไม่ใช่แค่ความระทึกคุ้มค่ากับการเสียเวลาไปนั่งดูเท่านั้น
    หากคุ้มค่าสำหรับJake Roenick เช่นกัน เพราะมันทำให้เขาสามารถโยนยาทิ้งแล้วหันมารับผิดชอบชีวิตด้วยตัวเอง ไม่ใช่ให้ยาและสุรามาบงการชีวิตอีกต่อไป
    .
    .
    .
    หนังเรื่องนี้เข้าจังหวะเดียวกับแบทแมนน่ะท่าน มันจึงดูไม่น่าสนใจ ขนาด MR.&Mrs.Smith ซึ่งข้าเจ้าไม่คิดจะดูเช่นกัน ก็ยังถูกเลือกดูก่อน Assault on Precinct 13

    ที่ย้ำอย่างนี้ไม่มีอะไรหรอก…เพียงรู้สึกว่า บ่อยครั้งเหลือเกินในชีวิตที่เรามักตัดสินว่าหนังเรื่องนี้ไม่น่าดู ก็ด้วยความคิดของเราเองที่สร้างภาพเขานั่นเอง

    มิตรภาพไม่มีวันจาง

  6. โห..ท่านเพลงยาวววววว!!
    ก๊อก!ก๊อก! เลือดซาดเนี่ย! เจตนาเปล่าพี่ทั่ลล์

  7. ขอบพระคุณแม่เพลง ที่เล่าเรื่องอีกเรื่อง น่าสนใจ หากเห็นแผ่นจะหยิบมาชมโดยพลัน
    .
    .
    ท่านพี่ เลือดซาดดดด มิได้ตั้งใจขอรับ ฮะฮ้า…ตอนเริ่มต้นเขียนน่ะ เพิ่งตื่นนอน ประมาณสี่ทุ่ม เขียนเสร็จตีหนึ่ง นี่ไม่ได้เตรียมเขียนล่วงหน้า แต่เรื่องมันอยู่ในหัวตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วหลังดู…หากเขียนวันนั้นคงแย่กว่า รอให้ตกผลึก ก็เขียนได้อย่างไหลรื่นเท่านั้น

    สวัสดีเช้ามืดวันจันทร์ครับ.
    ผมเอง

  8. ชี้แจงแก้ไข จากมิตรบ้านหนอนสนทนา–วินทร์ เลียววาริณ ครับ

    (จากคุณที่คั่นหนังสือ)
    .
    .
    จากเรื่อง เดอะ ก๊อดฟาเธอร์ นะครับคุณอานันท์ ท่อนที่กล่าวถึง

    “……….. แต่ก็ส่งผลให้ไมเคิล-ลูกชายคนเล็ก กระโดดเข้าสู่วงการมาเฟียด้วยการฆ่าลูกชายของมาเฟียตระกูลนั้นพร้อมๆ กับนายตำรวจตัวเอ้แห่งกรมตำรวจนิวยอร์ก”

    พอดีเพิ่งจะอ่านจบนะครับ ความจริง ไมเคิล คอร์เลโอเนไม่ได้เป็นคนสังหารลูกชายของมาเฟียตระกูลตาตตาเกลียนะครับ บรูโน ตาตตาเกลียตายด้วยคำสั่งสังหารของ ซันนี่ คอร์เลโอเนลูกชายคนโตของครอบครัวคอร์โอเน ส่วนไมเคิลเป็นคนลงมือสังหารซอลลอสโซ เพื่อนชาวตุรกีของบรูโน ตาตตาเกลียอีกที สังหารพร้อมกับตำรวจนายหนึ่งนั่นแหละครับ

    ปล.American Gangster ตอนแรกที่หยิบก็เพราะชอบ Russell Crowe มาก ประทับใจดีครับเรื่องนี้ ผมว่าเป็นหนังแผ่นที่น่าสนใจมากเรื่องหนึ่งถ้าใครคิดจะดูหนังแผ่นในช่วงนี้ ไม่ชอบอยู่ท่อนเดียวตอนที่ Denzel นั่งอยู่ในกรุงเทพฯแท้ ๆ แต่ดันบอกว่าที่นี่มันก็ป่าเหมือนกัน ชิชะ! อเมริกา

    ด้วยความเคารพครับ
    .
    .
    .
    ที่คั่นหนังสือครับ

    ขอบพระคุณยิ่งที่นำสิ่งที่ถูกต้องมาบอกกล่าว ผมมีหนังสือเหมือนกันครับ แต่อ่านไปนิดเดียวด้วยความใจร้อนเลยไปหาแผ่นมาชม

    ยอมรับนะครับว่า ดูแล้วต้องย้อนไปมา บางทีหนังก็เดินเรื่องเร็ว ไม่เหลือความละเอียดเท่ากับตัวหนังสือ

    ผมสับสนช่วงนั้นพอสมควร ชื่อเอย ตระกูลเอย มัวแต่ใส่ใจฉากแคสสิคฉากนั้น

    ขอบคุณที่คั่นหนังสือครับ

    ด้วยมิตรภาพ.

    ป.ล.ฉากกรุงเทพฯในสายตาฮอลลีวู้ดมักออกมาขัดใจ อย่างเดอะบีช นั่นก็เหมือนกัน

  9. เข้าบ้านตัวเองบ่ได้ขะรับพี่ทั่น
    เซ็งเป็ด!คารวะ

  10. ไม่ใช่แต่ท่านดินเข้าขนำไม่ได้หรอกท่าน
    ข้าเจ้าเดินไปก็เข้าไม่ได้เช่นกัน

    เหนื่อยแล้ว…ขอตัวนอนเร็วสักคืน

    “จิ๊กโก๋ร้านหนังสือ” ไปตอนคำถามที่ท่านถามทิ้งไว้กับนักเดินทางใต้แสงดาวแล้วนะ

    คาราวะก่อนนอน

  11. ตื่นแต่เช้าเชียวนะพี่ทั่น

  12. บ่ายคล้อย…(นึกถึงหน้าผู้ประกาศสาวช่องทีวีไทยไว้ขอรับ)

    ทำอย่างนี้มาได้สองอาทิตย์แล้วพี่ท่าน แรกๆ พึ่งนาฬิกาอยู่ เด๋วนี่ตื่นก่อนมันเสียอีก

    (นอนต่อ รอให้มันปลุก ฮา)
    .
    .
    ท่านเพลง ถึงกับ “ตอน” เลยหรือ แม้วๆๆๆๆ (ไม่อาวไม่อาว)

    ด้วยมิตรจิตครับ

  13. ค่ำคืนสวัสดิ์พี่ท่าน

    ภาพฉากบางกอกในอดีตนั้นข้าพเจ้าหมายถึงฉายด้วยชีวิตตัวละคอนโลดแล่นในเรื่องสั้นของพีท่านต่างหากเล่าขะรับ..แหะ แหะ ผู้น้อยกล่าวไม่เคลียร์อีกแย้วใช่ไหม? ใช่ไหม?

    เมื่อเช้าข้าพเจ้าตาเหลือกตื่นตีสี่ วันนี้เลยโยกเยกยามบ่าย ค่ำนี้ยังไม่รู้เป็นอย่างไร เอนหลังอ่านหนังสือล่ะขะรับ

    คารวะ

  14. กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก

    ดันเขียนผิดให้ท่านเจ้าของร้านผู้เชี่ยวชาญการพิสูจน์อักษรมาเล่นมุข 555

    เมื่อบ่ายบุรุษไปรษณีย์นำหนังสือจากนักเขียนรุ่นพี่มาส่ง
    บ่ะไจ้หนังสือของเปิ้นหนา หากเป็นกลอนสวดสังข์ศิลป์ซัยเล่มหนึ่งและสอง
    ต้วยปี้แก้วฮู้ว่าข้าเจ้ากำลังสนใจสินซัยอีกทั้งอยากหยิบวรรณกรรมพื้นบ้านเหล่านี้มาใส่ในงานเขียน

    เท่านี้ก็ยังความซาบซึ้งเหลือคณา

    ขอตัวไปอ่านหนังสือเช่นกัน

    ด้วยมิตรภาพ

  15. สวัสดียามเช้าท่านประทีป…

    หลังส่งโปสะเก็มด้านบน ข้าเจ้าชัทดาวน์ชิบาบาหวังใจว่าจะลงอ่านหนังสือ
    พอดีนึกตะหงิดใจ เหตุไฉนพี่กวีที่สนิทมิออนเอ็มเช่นเคย
    บวกกับเมื่อวานตอนคุยเอ็ม พี่ท่านว่าตัวรุมๆ ปวดหัวตุ้บๆ
    ปลายประสาทหูขวาที่เคยอักเสบน่าจะกลับมาอีกครั้ง
    ข้าเจ้าจึงโทรถาม พี่ว่าเมื่อคืนหลังขอตัวไปอาบน้ำนั้น จากนั้นไม่นาน
    พี่ท่านก็เข้า รพ. กลางดึก เพิ่งออกจาก รพ. ช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา
    แม้นปากว่า…ไม่เป็นไร
    หากน้ำเสียงนั้นชวนใจหายไม่น้อย

    เฮ้อ…ชีวิตตั้งอยู่บนความไม่มั่นคงแน่นอนจริงๆ นะท่าน

    ท่านเองก็เช่นกัน…รักษาสุขภาพนะ

    ด้วยรัก

  16. ฉายเป็นตัวละครหรือขะรับ งั้น ต้องออกแนวเยาวชนล่ะซีเนี่ย จะรับไว้พิจารณาขอรับ

    ชีวิตก็งี้ละครับท่านเพลง..ท่านเองด้วยนะขอรับ…ขอบคุณขอรับ

    อาบน้ำ ทำงานละ เฮ้อ วันศุกร์แล้วเฟ้ย!

    อรุณสวัสดิ์ขอรับ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s