ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

แหกปาก กรกฎาคม 27, 2008

Filed under: สวัสดีวันอาทิตย์© — ประทีป จิตติ @ 06:33

สวัสดีวันอาทิตย์© ๓/๒๐

 

led-zeppelin

Led Zeppelin

กว่าสองสัปดาห์มาแล้วที่ผมใช้เฮดโฟนฟังเพลงกลบเสียงอันไม่พึงประสงค์ระหว่างการทำงาน  เล่าวิธีการนี้ให้เพื่อนฝูงฟังก็สงสัยถามกลับว่าแล้วปรู๊ฟงานรู้เรื่องหรือ  ผมตอบ รู้เรื่องยิ่งกว่าได้ยินเสียงคนตะโกนสั่งงานข้ามหัวไปมา

 

 

 

            เขียนแล้วก็เหมือนบ่น ทว่าไม่ใช่ เพียงแค่อารัมภบทสักหน่อย เรื่องที่ผมกำลังจะเล่าต่อไปนี้เกี่ยวเนื่องกับเสียงเพลง (Sound) ไม่ใช่เกี่ยวกับเสียงอึกทึก (noise) ระดับแปดหลอดบ้านอยู่หลังโรงเลื่อย

            ไอ้ที่ว่า “บ้านอยู่หลังโรงเลื่อย” นั้น ผมไม่ได้ประดิษฐ์ประโยคขึ้นมาเอง เคยอ่านหนังสือ A perfect world (ซึ่งเป็นภาพยนตร์ด้วย นำแสดงโดย Kevin Costner กำกับโดยปู่ Clint Eastwood) ตอนหนึ่งพระเอกเดินเข้าไปร้านของชำ ไม่พบเห็นใครในร้าน พลางเข้าใจว่าเจ้าของคงอยู่ด้านหลังจึงตะโกนสั่งของ พลันเสียงเจ้าของร้านก็แผดลั่นมาหลังเคาน์เตอร์  “ให้ตายเถิดวะ นายจะโกนทำหอกอะไร บ้านอยู่หลังโรงเลื่อนรึไง!” 

            พระเอกของเรายิ้มเจื่อนเมื่อเห็นเจ้าของร้านเป็นชายร่างเล็ก (Danny De Vito)

            ผมจึงจดจำใช้เรียกมนุษย์ที่ชอบตะโกนพูดเสียงดังทั้งที่อยู่ห่างกันไม่กี่คืบ สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบ้านอยู่หลังโรงเลื่อย ต้องเข้าใจและให้อภัย

            แต่ให้ตาย!  คนบางคนยังไม่วายสำนึก, ช่างปะไร ผมก็แค่หลบออกมาโดยใช้เสียงเพลงนั่นละครับ

 

ผมตรวจปรู๊ฟไปด้วยมีเสียงเพลงคลอข้างหูไปด้วย อ่านรู้เรื่องกว่าได้ยินเสียงรบกวน  มีเสียงเพลงคลอนะครับ ไม่ได้สนใจฟัง คงเหมือนกับเปิดเพลงในขณะขับรถ  ผมขับรถไม่เป็นจึงไม่แน่ใจว่าระหว่างนั้นคนขับจะตั้งใจฟังเพลงหรือขับรถมากกว่า หรือใช้เสียงเพลงเป็นเพื่อนไม่ให้บรรยากาศเงียบเชียบเกินไป  เงียบแล้วจะง่วง หลับระหว่างขับรถนี่อันตราย  ใครมีรถขับวานช่วยบอกทีว่าเปิดเพลงระหว่างขับรถเพื่ออะไร เหมือนอย่างที่ผมคิดหรือไม่

            แม้ใช้เสียงเพลงคลอข้างหูไม่ได้ฟังแต่บางครั้งเมื่อถึงท่อนฮุคผมเผลอฮัมตามอย่างลืมตัว แต่ไม่ลืมอยู่อย่างว่าไม่ได้อยู่คนเดียวจึงร้องอย่างแผ่วเบา ทั้งที่ความจริงน่าจะร้องให้มันสุดเสียงไปเลย ร้องแบบไม่ได้ยินเสียงตัวเองนั่นยิ่งดี (เพราะหากได้ยินแล้วอาจสูญเสียความมั่นใจ–เสียงฉี่ของสุนัขกระทบสังกะสีอาจไพเราะกว่า)  ผมว่านั่นคือการปลดปล่อยอะไรบางอย่างที่มันอัดแน่นอยู่ข้างในเป็นอย่างดี

            ‘ไอ้เจ้าอะไร’ ที่มันอัดแน่นอยู่นั้นคืออะไรผมเองก็บอกไม่ถูกนะครับ  บอกไม่ถูกนี่มันก็อึดอัดเหมือนกัน พอจะรู้ว่ามันมีหลายอย่าง บางเรื่องไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรแต่ดันไปเก็บมันไว้โดยไม่ปล่อย นานวันเข้าก็ทับถมมากขึ้นๆ โดยไม่รู้ตัว ยิ่งไม่คุยไม่ระบายเรื่องเหล่านั้นด้วยแล้วบางทีมันก็เล่นเอาเถิดจนผมกลายเป็นคนซึมๆ เศร้าๆ ได้เหมือนกัน

            มีหลายวิธีนะครับที่จะปลดปล่อยไอ้เจ้าอะไรนั่นมันออกมา ทั้งการคุยกับคน กับสัตว์ หรือกระทั่งคุยกับตัวเอง  แต่ก็นั่นละ  ผมรู้วิธีแต่กลับหลงลืมใช้ ปล่อยตัวปล่อยใจให้จมจ่อมลงไปกับไอ้เจ้าอะไรนั่น  วันนี้เองจึงได้วิธีการอีกหนึ่ง ไม่พิสดารอะไรหรอกครับ คือการแหกปากร้องเพลงนั่นเอง

            ผมไม่ได้แหกปากร้องเพลงนานแล้ว เจ็ดแปดปีก่อนร้านคาราโอเกะกำลังเฟื่องผมเองก็หลุดเข้าไปกับเขาเหมือนกัน กลับออกมาแต่ละครั้งตัวเบาหวิว ไม่เหลือความอัดอั้นที่สะสมไว้ต่อไป  การกระทำอย่างนั้นเหมือนได้ยาระบาย  เสียงร้องจะเป็นอย่างไรนั้นช่างมันเถอะไม่มีใครถือสา มีแต่เสียงหัวเราะให้กันและกัน ไม่ต้องกังวลกับสายตาของคนนอกเพราะในห้องมีแต่เพื่อนกันทั้งนั้น  ยิ่งเป็นเพลงที่ต้องใช้เสียงสูง ใช้พลังมากด้วยแล้วบอกได้คำเดียวว่า “สะใจ”

            วันนี้เผอิญดาวน์โหลดเพลง Hey Jude ของ The Beatles ได้ ไม่รู้หรอกครับว่าเป็นเวอร์ชั่นคาราโอเกะ กลับมาเปิดฟังถึงรู้  แรกๆ ก็ฮึมฮัมเบาๆ แต่เมื่อเริ่มมันในอารมณ์เสียงก็ดังขึ้นๆ กระทั่งใส่ฟิลลิ่งอย่างน้า Paul McCartney ตอนท้ายเพลงนั่นแกปากลั่นชนิดที่ผมเรียกว่า “บ้าไปแล้ว!”

            …ทู เมค อิท เบทเตอร์, เบทเตอร์, เบทเตอร์, เบทเตอร์, เบทเตอร์, เบทเต๊อร์ อ๊าว…

            ไม่ต้องกลัวห้องข้างๆ จะหนวกหูรำคาญเพราะห้องพักผมเก็บเสียงได้ดีพอสมควร

            เคยนึกสงสัย แต่วันนี้ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมคนญี่ปุ่นจึงชอบคาราโอเกะ (อันเกิดจากความเครียดจากการทำงานในระบบสังคมของเขา) การแหกปากร้องเพลง (ที่ชอบ) นี่มันดีอย่างนี้นี่เอง  ไม่ต้องพึ่งยาแก้เครียด ไม่ต้องลงทุนมากมาย  จริงๆ แล้วผมว่าไม่จำเป็นต้องมีดนตรีก็ได้ ร้องเอาสดๆ นั่นก็ได้ แบบหลังนี้ผมมักทำขณะอาบน้ำ ร้องมันออกมาสักท่อนสองท่อนพอให้ได้สบายใจหลังจากเครียดกับการเดินทางกลับที่พัก  บางครั้งไม่ร้องเป็นเพลงทำเสียงประหลาดๆ บ้าๆ บอๆ ก็โล่งสบายตัวได้เหมือนกัน

            คิดถึงละครเรื่องผยอง พระเอกชอบร้องแหกปากเวลาอัดอั้นตันใจอะไรบางอย่างว่า “เหินฟ้า…”  เคยไปเที่ยวภูกระดึง ยืนริมหน้าผาโก่งตัวร้องตะโกน “โว้ย…” จนแสบคอ

            แค่นั้นละครับ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น  บางครั้งก็อยากทำอะไรบ้าๆ บอๆ ห่ามๆ บ้างสักครั้ง ชีวิตมันเครียด เครียดทั้งที่รู้และไม่รู้ตัว แต่ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนรอบข้างนะครับ เช่นนั้นแล้วแทนที่จะสบายปลอดโปร่งโล่งใจอาจได้อย่างอื่นที่ไม่ต้องการกลับมา

            อ้อ คิดได้อีกวิธีหนึ่ง มั่นใจว่าไม่รบกวนคนรอบข้างแน่ๆ  หาถุงพลาสติกมาสักใบ คลอบปากตัวเองแล้วร้องตะโกนให้สุดความอยาก ไม่ก็คว่ำหน้าเอาหมอนกดทับหัวไว้แล้วแหกปาก

            อึดอัดไหมครับ ที่จริงผมอยากด่าใครสักคนที่ทะเลาะกันเย้วๆ เป็นข่าวการเมืองได้ทุกวันยังค่ำเช้ายันรุ่ง แต่เพียงแค่คิดก็ระอาเกินกว่าจะทำอย่างนั้น (รวมถึงคนที่บ้านอยู่หลังโรงเรื่อย)

            “………!”

            ผมจะร้องตะโกนเอาไว้ใต้หมอน, สวัสดี

 

๒๖ ก.ค. ๕๑

Advertisements
 

14 Responses to “แหกปาก”

  1. จิตติ Says:

    wvhly9;Ndkig,nv’
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    ถอดความ–ไอ้สัตว์การเมือง

  2. ท่านพี่ กระผมได้จอใหม่แล้ว แล้วจะมารบกวนบ่อย

    เวลาดูข่าวผมจะหันหน้าเหลียวหลัง
    หากลูกไม่อยู่ในที่นั้น
    ผมจะตะโกนเงียบๆในลำคอ

    ไอ้เหี้ย
    หน้าส้นตึก

    เบื่อ เครียด การเมือง วุ่นวาย
    นะขอรับ

  3. เอ่อ…ไปร้องเกะกัน
    ข้าเจ้าขอเพลงตัวตลกของ Wide Seed นะ
    .
    .
    .
    หมดเวลาของแกแล้ว ไอ้ตัวตลก
    หมดเวลาของแกแล้ว ไอ้ตัวตลก
    แกแสดงได้ดีมาก แกแสดงได้ดีเกินไป
    แกแสดงได้ดีมาก แกแสดงได้ดี นั่นยังไงความผิดของแก
    จึงหมดเวลาของแก จึงหมดเวลาของแก

    วันเวลาจะยังมีอยู่อีกหรือ
    วันเวลาระเหยหายไปในใบหน้าของเธอ
    แต่แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ แต่แฮปปี้ เบิร์ธเดย์ทูยู
    แต่ฉันก็รักเธอ แต่ฉันก็รักเธอเจ้าตุ๊กตา
    มันหมดเวลาของแก มันหมดเวลาของแก

    สวัสดีตัวฉัน ที่เกิดในยุคมดเอ็กซ์ ซูปเปอร์วัน
    ลาก่อนโดราเอมอน ลาก่อนมดเอ็กซ์ ซูปเปอร์วัน
    สวัสดีเธอผู้มาใหม่ชินจัง

    หมดเวลาของแกแล้ว ไอ้ตัวตลก
    หมดเวลาของแกแล้ว ไอ้ตัวตลก
    แกแสดงได้ดีมาก แกแสดงได้ดีเกินไป
    แกแสดงได้ดีมาก แกแสดงได้ดี นั่นยังไงความผิดของแก
    จึงหมดเวลาของแก จึงหมดเวลาของแก

    ฉันคือประชาชน ก็เป็นได้แค่ของเล่น
    คือประชาชน ก็คือของเล่น
    วันนี้กำลังระเหยหาย ดอกไม้ที่ไม่มีจริงอย่าทอดทิ้งฉัน
    ฉันคือประชาชน ก็เป็นได้แค่ของเล่น
    คือประชาชน ก็คือของเล่น
    หยุด! ยกมือขึ้น ความเศร้าได้ล้อมคุณไว้หมดแล้ว
    และดูเหมือนว่า มันจะจบลงอย่างขลาดเขลา

    หมดเวลาของแกแล้ว ไอ้ตัวตลก
    หมดเวลาของแกแล้ว ไอ้ตัวตลก
    แกแสดงได้ดีมาก แกแสดงได้ดีเกินไป
    นั่นยังไงความผิดของแก หมดเวลาของแก หมดเวลาของแก

    แต่ฉันก็รักเธอ แต่ฉันก็รักเธอ เจ้าตุ๊กตา
    แต่ฉันก็รักเธอ แต่ฉันก็รักเธอ เจ้าตัวตลก
    มันหมดเวลาของแก มันหมดเวลาของแก

    ลาก่อน
    .
    .
    .
    เอานี่จากบ้านตุ๊กตา บก.สายธารมาผาก
    เผื่อท่านสนใจ หนหน้าตอนประกาศผลจะได้ไม่สงสัยหากเห็นชื่อข้าเจ้าอีก (ฮา)

    http://tuktadevil.multiply.com/calendar/item/10047

    สวัสดีวันอาทิตย์

  4. เปลี่ยนใจร้องเพลงใหม่ดีกว่าท่าน
    เพลงนั้นน่ะ ร้องไปก็เท่านั้น
    0tiy{[k]sinvryoT,b9i,yodHski^hl7dw,j

    http://vdoclip.exteen.com/20071018/mv-p2warship

    เก่าไปหน่อย แต่เห็นเป็นเกะเลยเอามาชวนร้องน่ะ

    ด้วยมิตรภาพ

  5. ฯรัฐบาลหรือพันธมิตรมันก็หารู้สึกไม่
    .
    .
    .
    .
    เห็นท่อน “ฉันคือประชาชนฯ” เลยคิดถึงเพลงนี้ของคาราวาน สามสิบกว่าปีผ่านไป เนื้อหายังคงร่วมสมัย

    ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อละครับ
    .
    .
    .
    ฉันคือประชาชน–

    ฉันคือ ประชาชนต้องอดทน ได้ทุกอย่าง.
    แม้นปัญหา มันคับคั่งประเดประดัง อยู่ในใจ.

    ฉันคือ ประชาชนต้องห้อยโหน ทุกวันวี่.
    รถเมล์ มันล้นปรี่ร้อนสิ้นดี ก็ต้องทน.

    ฉันคือ ประชาชนผู้ดิ้นรน ทุกเช้าค่ำ.
    เหงื่อไคล มันไหลฉ่ำหน้าก็ดำ ตัวก็เหนียว.

    ฉันคือ ประชาชนที่ผอมโซ เหมือนซังหญ้า.
    อยู่ตามทุ่ง ตามป่าไร้ราคา ค่าควรมอง.

    ฉันคือ ประชาชนไม่ใช่คน ที่มีเกียรติ.
    ไปไหน ต้องละเอียดค่อยๆเหยียด ค่อยๆเงย.

    ฉันคือ ประชาชนไม่เหมือนคน ที่ยิ่งใหญ่.
    ไปไหน คนก็ไหว้เอามือไขว้ หว่างขา.

    ฉันคือ ประชาชนไม่ใช่คน มีอำนาจ.
    ไม่เคยคิด ไม่เคยคาดจะผูกขาด ประเทศไทย.

    คือ ประชาชนไม่เหมือนคน ที่ยิ่งใหญ่.
    ไปไหน คนก็ไหว้เอามือไขว้ หว่างขา.

    คือ ประชาชนไม่ใช่คน มีอำนาจ.
    ไม่เคยคิด ไม่เคยคาดจะผูกขาด ประเทศไทย.

  6. สิญจน์ สวรรค์เสก Says:

    “ไป! ไป! ไปลงนรกเสียเถิดที่รัก ฉันจะลงโทษเธอ”

    หากไม่คิดว่าจะเป็นการกรุณาจนเกินไป ก็ร้องเพลงท่อนนี้ของพี่โป่งให้พี่ๆ พันธมิตร และ พลังประชาชน ฟังเถิดครับ

    แฮ่ม! ส่วนคนที่มีบ้านอยู่หลังโรงเลื่อยนั้น ก็ทนๆ พี่เค้าหน่อยนะครับ ทำไงได้ล่ะ เราไม่ได้กินขี้เลื่อยเหมือนเขา แกลบรึก็ยังกินไม่ได้เหมือนเป็ด กินข้าวเถอะครับ!

  7. lek Says:

    I listen a music (podcast) while i’m working too. You have a really old music collection. 555

  8. สวัสดีท่านสิญจน์…โหยยยย นี่ไล่แล้วยังไม่ไป หากร้องเพลงสงสัยดิ้นกันพราดๆ เหยียบ TEEN กันอีก ที่นี้ละ โป่งก็โป่งเถิด ระวังจะ “โป้ง”

    ถอยเว้ยป๊อป!

    ท่าน lek…ผมชอบเพลงเก่าๆ บางครั้งเตลิดไปยุค 50 60 โน่นแน่ะครับ เสน่ห์มิเสื่อมคลาย

    ด้วยมิตรจิตครับ..

  9. ง่า..สงสัยเพราะเปลี่ยน add. มันเลยตีกัน
    ลองใหม่!

    OOO

    ฮัลโหลพี่ท่าน

    เวลาไวปานกามนิตหนุ่ม วันแรกของการกลับสู่ชีวิตเดิม ลำดับเรื่องราวหน้าหลังไว้ดิบดี เกลางานตอนเช้า เสร็จแล้วเขียน The Note Book ซักหัวเรื่อง จากนั้นซักผ้า ปัดกวาดขนำโลกกลมก่อนมื้อเที่ยง ช่วงบ่ายปัดกวาดขนำโลกแบน แวะเยี่ยมบ้านสหาย

    ไป ๆ มา ๆ แดดบ่ายจวนลับ ทำได้แค่สองเรื่อง ช่วงเช้าน้องสาวโทรมาขอบคุณจากนั้นคุยสัพเพเหระกว่าเริ่มเกลางานก็ล่วงสาย กว่าเสร็จเที่ยงพอดีบึ่งแมงกะไซด์ไปกินก๊วยเตี๋ยว กลับมาปัดกวาดขนำโลกกลม ปัดกวาดขนำโลกแบนเป็นอันหมดวัน ยังไม่ได้ซักผ้า ยังไม่ได้แวะเยือนสหาย ยังไม่ได้เขียน The Note Book

    หนึ่งวันเราทำอะไรได้บ้าง?

    สำหรับคนไม่มีงานประจำเช่นข้าพเจ้าแทบไม่เห็นอะไรเลยขอรับ บ่อยครั้งสาเหตุของปัญหาคือทำหลายอย่างสะเปะสะปะ ครั้นสิ้นวันแทบไม่เห็นอะไรเลย

    พักปลายนิ้วครานี้โลกการเขียนหมุนคว้างของข้าพเจ้าชลอลง หวังใจจะโฟกัสไปที่เป้าหมายต่อวันเพียงเรื่องเดียว เขียนให้ได้มากสุดต่อวัน สิ้นวันเพียงขอมีตัวอักษรเต็มหน้า

    ก่อนสิ้นปีหวังจะมีนิยายสักเรื่อง

    วันพรุ่งจะซักผ้า แพ็คข้าวของเตรียมออกเดินทางอีกครั้ง คราวนี้เป็นการเดินทางไกลระยะทางหลายพันหมื่นตัวอักษรระยะเวลาร่วมสามสี่เดือน เดินทางไปโดยเดียว

    ไม่ต้องกังวลขะรับ เส้นทางนั้นประหลาดนัก เดินทางเพียงเดียวแต่มีสหายร่วมทาง ไม่เคยเหงา

    คารวะ

    ปล. ขึ้นกทม.รอบหลังติดด้วยระยะทางลำบนนัก พักที่บางนา ครั้นจะโบกแมงกะไซด์ท่านอ้ายให้แวะรับตอนกลับจากราม ๒ รึก็แพ้ฝุ่นควัน ไม่อาจร่วมร่ำเมรัยสนองใคร่คุยให้สาสมใจ รอไว้หนหน้าฟ้าใหม่ พักที่ปากเกร็ดแล้วจะโผล่ไปขะรับ..ต้องขออภัย..ต้องขออภัย..

  10. ดึกแล้วขอรับ (สามทุ่ม)

    ยินดีที่พี่เดินทางโดยสวัสดิภาพ

    ตารางงานที่พี่ตั้งใจไว้มิอาจเป็นไปได้เช่นตั้งใจได้ทุกครั้งหรอกขอรับ–ผมเองก็เช่นกัน เป็นไปไม่ได้หมดทุกเรื่อง

    ทั้งที่ตั้งใจอย่างดิบดีแต่มักมีเรื่องเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นอยู่เสมอ

    เช่นพี่ท่าน

    มีทางเลือกสองทาง (โดยหยาบ) คือ รับ และ ปฏิเสธ สิ่งเหล่านั้น

    แต่ ต้องเป็นการเลือกอย่างพิถีพิถันนะครับ กรณีของพี่ไม่น่าเสียดายเลยสำหรับการอุทิศตนเพื่อคนอื่น โดยเฉพาะคนในครอบครัว นับว่าสมควรยกย่อง ไม่บ่อยครั้งหรอกใช่มั้ยครับ ที่จะได้กระทำอย่างนั้น

    แต่ละวัน พี่ (ผม)มีเวลาอยู่กับตัวตนมากกว่ากับคนอื่น อย่าเสียดายเวลาที่ใช้ไปกับคนอื่นตอนนั้นเลยครับ แต่บางเรื่องถ้าบ่อยไปเช่นกำลังจะเขียนงานแต่มีสหายมาชวนดื่ม บ่อยเข้าก็ต้องเลือกปฏิเสธเสียบ้าง (ผมเองเคยประสบอย่างนั้น) ไม่ตามใจตัวเอง ทำนองนั้นนะครับ

    หาได้คิดสอนสั่งพี่เลย ด้วยความเคารพ เพียงแต่ไม่อยากให้พี่ทุกข์ใจกับสิ่งที่คาดหวัง

    ผลร้ายของการคาดหวัง คือ ผิดหวัง เมื่อไม่เป็นดังหวังตั้งใจ

    บางครั้งเวลาดีที่สุดในการเขียน รังสรรค์งานศิลป์ คือ เวลาที่เราพร้อมที่สุด

    พร้อมที่สุดคือ เราจะปฏิเสธทุกอย่างที่เข้ามาสัมผัสเย้ายวนเชิญไปตามทางไปชั่วขณะหนึ่ง–ลุย ครับ

    ในหนทางหลายหมื่นตัวอักษรพี่อาจพบผมในระหว่างทาง…รวมถึงมิตรสหายท่านอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

    ด้วยจิตคารวะ.

  11. ต้องขอโทษท่านป๋า ความเห็นมันเด้งไปอยู่ใน spam เฉย

    ว่าแต่ “ไอ้หน้าส้นตึก” นี่ หลานอีฟได้ยินแล้วอาจสงสัย หน้าเหลี่ยมหรือป้อ…

    ยินดี ๆ กับอุปกรณ์ใหม่ ท่านคงมีอะไรทำ เขียน มากขึ้นๆ ขอรับ

  12. Thungtreerat Says:

    บ้านอยู่หลังโรงเลื่อย เหอๆๆได้คำพูดใหม่ละ

  13. ชอบฟังเพลงไปทำงานไป…รู้สึกไม่เหงา > <
    ความจริงคือเป็นคนขี้เหงา..เลยต้องฟังเพลง
    ส่วนเรื่องเสียงรบกวนที่ประสบอยู่ก็จะมีแต่เสียงตำน้ำพริกจากห้องข้างๆยามดึกๆ มาให้ได้ยินเป็นระยะๆๆ 😛

  14. บางที่หากลองจินตนาการภาพการตำน้ำพริก สังเกตดูว่าเขาตำเป็นจังหวะสม่ำเสมอดีไหม ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบครับ

    ผมชินเสียแล้ว (แต่ยามนอนแล้วมาตำนั้น คงทนไม่ไหว ดีที่ว่า เขาตำเป็นเวลา–ไม่ตำนาน)

    ด้วยมิตรภาพครับ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s