ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

ด้วยรักและคิดถึง พฤษภาคม 24, 2008

Filed under: สวัสดีวันอาทิตย์© — ประทีป จิตติ @ 23:25

สวัสดีวันอาทิตย์ © – 3/11

สองวันก่อนผมฝันถึงแม่ จะเพราะด้วยความคิดถึงที่นอนนิ่งในก้นบึ้งหรืออย่างไรก็สุดจะไขว่คว้าหาความ

          ครับ ผมไม่อาจบอกแม่ได้หรอกว่าผมคิดถึงท่านยี่สิบสี่ชั่วโมง  เช่นกัน, ผมไม่เคยบอกสาวคนไหนอย่างนี้ด้วย พูดไปคุณเธอคนไหนจะเชื่อ  ยี่สิบสี่ชั่วโมงหรือ…เอาแค่แต่ละวินาทีได้ไหม  เราคิดถึงกันได้ไหมทุกวินาที, คิดถึงเธอแทบใจจะขาด

          หายใจเข้าเป็นคิดถึง หายใจออกก็คิดถึง  แหม่…คิดทึ้ง คิดถึง

          การได้ฝันถึงแม่ย่อมมีเหตุผลแน่นอน  ผมสงสัยจึงพยายามไล่เลียงลำดับเหตุ ไม่นานก็ได้คำตอบ

          ระยะนี้ผมได้ยินคุณแม่ลูกอ่อน (น้องผู้ร่วมงาน) คุยถึงลูกสาววัยหนึ่งปีที่เพิ่งรับกลับมาดูแลเอง (ก่อนหน้าเธอให้คุณแม่ดูแลที่บ้านต่างจังหวัด) ทำให้เกิดความรู้สึกรับรู้ถึงหัวอกคนเป็นแม่ ความเป็นห่วงเป็นใยต่อลูกในวัยที่ยังไม่รู้ความ ในวัยที่ยังไม่รู้ความของผม  แม่คงรู้สึกไม่ต่างไปจากเธอ-คุณแม่ลูกอ่อนรายนี้  นั่นละครับ บางขณะผมเผลอวาดใบหน้าของแม่ที่กำลังอุ้ม กอดจูบ หอมแก้ม รำพึงรำพันถึงตัวผมต่าง ๆ นานา  แม้เป็นแค่ชั่ววูบ แต่ก็เป็นแรงเหวี่ยงให้นึกคิดย้อนจากวันสุดท้ายไปยังวันแรกที่ได้พบแม่  ผมไม่ต้องเสียเวลาทบทวนความทรงจำมากนัก เพราะเรื่องราวของผมกับแม่นั้นมีไม่มาก  ผมเคยลำดับการพบแม่นะครับ มีมากกว่าห้าแต่ไม่เกินสิบครั้ง

          หลายครั้งทีเดียวเมื่อแม่มาหาผมมักไม่ค่อยพูดกับแม่  ไม่ได้โกรธหรือเกลียดแม่ แต่เป็นเพราะไม่คุ้นชินและไม่รู้ว่าจะเริ่มคุยด้วยเรื่องอะไร  แม่ต้องเป็นฝ่ายชวนคุยก่อนทุกครั้ง

          การชวนคุยของแม่เป็นการตั้งคำถามเสียส่วนมาก พยายามถามโน่นนี่ด้วยคำถามปลายเปิดหวังให้ลูกคุยบ้างตั้งคำถามถามแม่บ้าง แต่ผมก็ทำให้แม่ผิดหวัง (หากว่าแม่หวังอย่างนั้นนะครับ)

          คำพูดที่อยู่ในหัวและอยากพูดมากที่สุดคือ “ไม่อยากให้แม่กลับ” แต่ผมไม่ได้พูดหรอกครับ เพราะรู้ว่าสิ่งที่ต้องการนั้นไม่สามารถเป็นไปได้  พูดไปแล้วแม่อาจรันทดใจมากกว่าที่เป็นอยู่ ผมจึงไม่พูด–ไม่พูดเพราะไม่อยากให้แม่ต้องเสียใจ  แต่คิดอีกมุมหนึ่งผมน่าจะพูด อย่างน้อยอาจทำให้แม่รู้สึกได้ว่าผมรักแม่ก็เป็นได้  วันเวลาผันผ่านไปแล้วนี่ครับ เวลานี้จะคิดอย่างหลังหรือจะคิดให้มากกว่าก็ยังได้ แต่ต้องไม่ลืมว่าทุกสิ่งที่คิดนั้นไม่สามารถย้อนกลับไปทำได้ คงคิดได้เพื่อปลอบใจตัวเองเท่านั้น

          อย่างไรก็ตาม (วันนี้) ผมไม่เสียใจ ไม่รู้สึกรันทดชีวิตในวัยเด็กที่ขาดแม่ ผมมีแต่ความสุขใจ แม้ว่าความสุขนี้มันจะหมอง ๆ หม่น ๆ บ้างก็เถอะ

          สุขอย่างเหงา ๆ…แหม่ ฟังดูเป็นนิยามที่ ‘แคลสสิค’ เหลือรับประทาน

.
.
.
สิบเจ็ดปีก่อนหลังแม่จากไปผมฝันถึงแม่ ในความฝันเหมือนความจริง  แม่นั่งคุยกับผมที่ข้างเตียง  ผมคุยกับแม่  คุยว่าอะไรบ้างนั้นปะติดปะต่อไม่ได้ จำได้อย่างเดียวว่าแม่บอกว่าไม่ต้องห่วง แม่สบายดี มีความสุขดี  จากนั้นก็ไม่เคยฝันถึงอีก กระทั่งสองวันก่อน–

          ผมฝันว่าแม่พาผม (เป็นเด็ก) มาส่งบ้าน  ผมไม่รู้นะครับว่าผมไปไหนกับแม่ จำได้ว่าแม่พานั่งรถไฟกลับมา  ตลอดทางไม่ได้คุยกับแม่เลย ไม่อยากให้รถแล่นถึงบ้าน อยากนั่งอยู่ข้าง ๆ แม่ตลอดไป, สุดท้ายความฝันก็คือความฝันครับ  ฝันต้องจบเมื่อแม่พามาส่งบ้าน ผมร้องเรียกแม่ที่หันหลังเดินจากไป แล้วผมก็ตื่นนอนเอาตอนนั้น

          หากไม่ฝันผมคงตื่นสายเพราะอากาศยามเช้าวันนั้นเย็นสบายน่านอนยิ่งนัก ผมเองนิสัยเสียเสียด้วย ลงได้นอนแล้วละก็ไม่ว่าอากาศจะเป็นอย่างไรไม่ค่อยอยากตื่น

.
.
.
การฝันนั้นเกิดจากจิตใต้สำนึกที่กักเก็บไว้จนล้น…ผมเชื่ออย่างนี้

          จะฝันอย่างไรย่อมขึ้นอยู่กับจิตใจของเรา  สุขทุกข์เครียดเศร้าหมกมุ่นกับสิ่งใดอย่างไรก็ฝันสอดคล้องกับความรู้สึกนั้น  แต่ให้ดีผมว่าไม่ควรจะฝันอะไรต่ออะไรเลย เพราะว่าขณะฝันร่างกายไม่ได้พักผ่อนอย่างแท้จริง ต่อให้ฝันบรมสุขยังไงก็เถอะ ตื่นขึ้นมาก็ไม่กระปรี้กระเปร่าเท่ากับนอนไม่ฝัน

         ฝันดีก็ต้องมานั่งทบทวนรื้อฟื้นฝันกลางวันต่อ ถ้าฝันร้ายก็ต้องพยามไม่คิดถึงมัน เหนื่อยกายเหนื่อยใจทั้งขึ้นทั้งล่อง

          ถ้าเลือกได้ในโมงยามนี้ผมขอเลือกไม่ฝันยามหลับ เพราะแค่พยายามสานความฝันในยามตื่นในแต่ละวันก็เหนื่อยพอแล้ว  อย่างนั้นหากไม่ฝันถึงแม่ก็ไม่เสียใจ ถ้าสมองไม่เสื่อมเสียก่อนผมสามารถคิดถึงแม่ได้ทุกเวลาที่ต้องการ เพราะทุกภาพทุกเหตุการณ์ได้แปรเปลี่ยนเป็นความทรงจำ

          ครับ ฝันครับฝัน, อย่างไรเสียความฝันนั้นน่าจะบันดาลสุขมากกว่าทุกข์ เพราะความฝันมักตรงข้ามกับความจริงเสมอ

          ด้วยรักและคิดถึงแม่–ผมเขียนบทความนี้ด้วยความสุข, สวัสดี ·

23พ.ค. 51

 

Advertisements
 

3 Responses to “ด้วยรักและคิดถึง”

  1. อรุณสวัสดิ์ขอรับพี่ท่าน

    ไวเหมือนโกหก วันอาทิตย์อีกแล้ว!
    กำลังจรดนิ้ว ยินเสียงข้าวดีดดังป๊อก! (ปิยะธิดา) น้ำย่อยพลันไหลโจ๊ก!
    เอาล่ะมีเวลาสิบห้านาทีรอข้าวดง จิ้มอรุณสวัสดิ์พี่ท่าน

    อ่านจบแล้วอึ้งพูดไม่ออกขอรับ

    เมื่อพูดไม่ออก ไม่พูดดีกว่า
    บางเรื่องนั้นพูดไม่ออกจริง ๆ มันคล้ายลมอั้นขึ้นกลางอกเข้าก็ไม่ได้ออกก็ไม่สะดวก ได้แต่กลืนน้ำลายเอื๊อก!

    ข้าพเจ้าไม่เคยอยู่กับแม่ขอรับ

    ว่าอย่างนั้นก็ไม่เชิง แม่จับมือหัดเขียนหนังสือ(คลับคล้ายคลับคลา) กางมุ้งให้ ปลุกตอนเช้า หวดก้นตอนข้าพเจ้าติดเตะบอลกลับบ้านค่ำ พอเริ่มเป็นหนุ่มสักสิบสิบเอ็ดขวบ ก็ถูกส่งออกจากบ้าน

    มองกลับไปคล้าย ๆ นรกเริ่มแต่บัดนั้นสำหรับชีวิตน้อย ๆ ข้าพเจ้า

    ผ่านมาจนล่วงวัยป่านฉะนี้แลขอรับจึงได้มีเหตุบังเอิญให้ใกล้แม่อีกครั้ง ยามนี้ชีวิตข้าพเจ้าราวอยู่สวรรค์ กับข้าวแม่อิ่มอร่อยทุกครั้ง ข้าพเจ้าไม่ได้ออกจากบ้านคนเดียวขอรับ มีเจ้าน้องชายคู่ซี้ไปด้วย (แต่เราถูกแยกไปคนละทิศละทาง)

    ข้าพเจ้ากลับสู่สวรรค์ของแม่ เจ้าน้องชายไม่มีโอกาส (มันไปสวรรค์อีกแห่ง) ข้าพเจ้าจะใช้เวลานี้ให้ดีที่สุด ได้เวลากินข้าวแระ ผัดเผ็ดแม่อร่อยขอรับ ว่าง ๆ เชิญพี่ท่านมารับ’ทาน

    ว่าแล้ว..
    ไม่น่าพูดถึงเลย..น้ำตาไหลแต่เช้า

    กินข้าวล่ะ!

    คารวะ

  2. สวัสดียามบ่ายขอรับท่านพี่

    ขอขอบพระคุณสำหรับข้าวผัดที่เอ่ยทักชวนลิ้มชิมรส
    พี่ท่านว่าอร่อย ผมว่าอร่อยกว่า…เพราะพี่บอกว่าอร่อย

    อีกทั้งกับข้าวฝีมือคุณแม่…หิวนะครับ บ่ายสี่แล้ว หิว

    ด้วยมิตรภาพครับ

  3. ผิดกับผม
    อยู่กับแม่
    แต่ทะเลาะกันประจำ
    โกรธกันเป็นนาน
    กว่าจะดีกัน

    เฮ้อ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s