ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

ธรรมชาติ อำนาจ และมนุษยธรรม พฤษภาคม 18, 2008

Filed under: สวัสดีวันอาทิตย์© — ประทีป จิตติ @ 00:00

สวัสดีวันอาทิตย์ © – 3/10

 

 

-1-

ระยะเวลาสองสามวันที่ผ่านมานี้ผมได้ยินคนรอบข้างต่างพูดถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติที่เกิดในประเทศพม่าและจีนอย่างต่อเนื่อง*

            ส่วนตัวแล้วผมไม่ออกความเห็นใด ๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากสลดใจเกินจะแสดงความคิดเห็นใด ๆ  โดยเฉพาะกับประเทศพม่าช่างแตกต่างจากจีนในด้านการให้ความช่วยเหลือ ด้านมนุษยธรรม

            เป็นที่ทราบกันดีว่ารัฐบาลพม่านั้น (ซึ่งปกครองโดยทหาร) ละเลยกับการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบกับภัยธรรมชาติพายุไซโคลน “นาร์กีส” อย่างน่าเกลียด  น่าเกลียดเป็นอย่างยิ่งที่แม้จะมีหน่วยงานจากสหประชาชาติและประเทศต่าง ๆ เสนอให้ความช่วยเหลือแต่รัฐบาลพม่ากลับตอบปฏิเสธ  อาหาร ยา และเครื่องนุ่งห่มถูกยึด เหตุผลมีเพียงว่าจะนำไปแจกจ่ายเอง

            ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรไม่ทราบกับกระแสข่าวที่เล็ดลอดออกมาว่า รัฐบาลต้องการนำปัจจัยเหล่านั้นไปประทับตราในนามรัฐบาลเพื่อต้องการสร้างภาพลักษณ์ให้ประชาชนประจักษ์ เป็นการใช้วิกฤติให้เป็นโอกาสอย่างน่าอดสู

            ประชาชนล้มตายจำนวนหมื่น (ตามรายงานเบื้องต้นของรัฐ) ก็ยังคงเดินหน้าจัดการลงประชามติ กระทั่งสำเร็จเสร็จสิ้นเรียบร้อยโรงเรียนรัฐบาลทหารไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จึงหันมาสนใจประชาชน  กับวันเวลาที่ผ่านไปมิรู้ว่าจะมีคนตายเพิ่มไปอีกสักกี่คน**

            รับทราบแล้วหดหู่ใจ

 

 

-2-

ขณะนั่งแท็กซี่ร่วมทางกับพี่ ๆ มาทำงานในตอนเช้าก็ยังพูดคุย ตั้งประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับการกระทำของรัฐบาลพม่า

            ข้อสงสัยที่หนึ่ง-ทำไมเขา (รัฐบาลพม่า) จึงใจอำมหิตปล่อยให้ประชาชนตาย เผชิญวิบากกรรมแต่ลำพัง

            ข้อสงสัยที่สอง-ทำไมทหารจึงปกครองประเทศมาได้อย่างยาวนานกว่า 40 ปี

            ผมจำไม่ได้ (เพราะไม่ได้ใส่ใจ) ว่ามีการตอบหรือตั้งประเด็นต่อข้อสงสัยทั้งสองอย่างไรบ้าง

            ต่อข้อข้อสงสัยที่หนึ่ง, ผมตั้งประเด็นว่าอาจเป็นเพราะความตั้งใจเพราะคนตายไม่สลักสำคัญอะไร อีกทั้งจะเป็นพวกชนกลุ่มน้อยด้วยหรือไม่ ถ้าใช่ก็คงสมใจรัฐบาลที่พยายามจะกำจัดชนพวกนี้ออกไป  เท่าที่ทราบรัฐบาลพม่าไม่เหลียวแลชนพวกนี้มาแต่ไหนแต่ไร  เมื่อใช้กำลังเข้ากำจัดก็ถูกประณามจากนานาประเทศจึงใช้วิธีบีบ-กดดันทางอ้อม ทำนองว่าเมื่ออยู่ไม่ได้เดี๋ยวก็อพยพกันออกไปเอง  ส่วนใหญ่เข้ามากระจุกในเขตจังหวัดบ้านเราที่มีพรมแดนติดต่อกับพม่า สุดท้ายแล้วจะเหลือแต่พวกพ้องตัวเอง  ไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะขาดแคลนทรัพยากรบุคคล  ไม่ขาดเพราะจะมีผู้สนับสนุนพวกเขาครอบครองเสวยสุขกับดินแดนที่มั่งคั่งไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่รอการค้นพบอีกมาก  นักลงทุนต่างชาติหลายชาติ (รวมทั้งไทย) พร้อมจะเข้าไปลงทุนมากมาย  ไม่ต้องกลัวว่าจะอดตาย  เช่นนี้เองกระมังบางชาติ เช่นสหรัฐอเมริกาบอยคอตสินค้าต่าง ๆ ที่ผลิตออกมาจากพม่า  หรือดูเหมือนว่านี่อาจเป็นมาตรการหนึ่งที่จะบีบพม่า  ผลิตของได้แต่ไม่มีใครรับซื้อจะอยู่ได้ก็ให้มันรู้ไป  แต่ก็อย่างว่าประเทศที่บอยคอตนั้นมีน้อยกว่าที่เพิกเฉย (ประเทศไทยก็อยู่ในจำนวนนี้)

            ทว่าเมื่อคิดลึกลงไปหากทุกประเทศในสังคมโลกรวมตัวกันบอยคอตพม่าแล้ว ผู้ที่รับเคราะห์กรรมก่อนก็หนีไม่พ้นประชาชน  นี่อาจเป็นเป็นสิ่งที่รัฐบาลพม่ามองเห็นและถือเป็นไพ่ที่เหนือกว่า

            คำว่า “มนุษยธรรม” นั่นเองที่รัฐบาลพม่ากำไว้ในอุ้งมือและเหยียบมันไว้ใต้ฝ่าเท้า

            ต่อข้อสงสัยที่สอง, รัฐบาลทหารมิได้ปกครองประเทศได้อย่างราบลื่น ยังคงมีขบวนการต่อต้านภายในประเทศ (ใต้ดิน) และต่างประเทศ (ศูนย์ผู้ลี้ภัย) อยู่ตลอดเวลา  ทว่าเพราะเหตุใดจึงโค่นล้มกลุ่มทหารเผด็จการไม่สำเร็จ?  ผมคิด-เพียงแค่คิดก่อการหรือเคลื่อนไหวก็ล้มเหลวแล้ว เพราะรัฐบาลเฝ้าจับตา-จับตายอยู่ทุกขณะเวลา

            อดคิดสงสัยต่อไปไม่ได้ว่า ทำไมประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาไม่คิดทำอะไรบ้าง  ทั้งก่อนหน้านี้ตัวก็ผจญกับปัญหายาเสพติดระบาดโดยรู้แก่ใจว่าพื้นที่ที่มาของยานรกเหล่านั้นมีฐานการผลิตในเขตประเทศพม่า บริเวณที่เรียกว่า “สามเหลี่ยมทองคำ”  ทำไมไม่คิดแทรกแซงอย่างเช่นในคิวบา (และกลุ่มประเทศอเมริกากลาง)  ไม่แทรกแซงด้านการเมืองเหมือนในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และอีกหลาย ๆ ประเทศที่มหาอำนาจผู้กระทำตัวเป็นตำรวจโลกนี้เข้าไปยุ่มย่ามดังที่ปรากฏเป็นข่าว           

           สหรัฐอเมริกาเป็นตัวตั้งตัวตีเรื่อง “สิทธิมนุษยชน” มิใช่หรือ แล้วทำไมจึงเพิกเฉยกับพม่า  เป็นไปได้ไหมว่าเพราะจีนมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับพม่าอเมริกาจึงเกรงใจจีน (มหาอำนาจของโลกตะวันออก) ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของจีนเจรจาแทน แล้วจีนเองก็มิได้ทำอะไรมาก ความเปลี่ยนแปลงยังคงไม่เปลี่ยน…ผมอยากและเคยคิดมากไปกว่านี้ กระทั่งไปสิ้นสุดกับคำว่า “ผลประโยชน์”

            หากคิดว่าอเมริกาเอาคืนกับอัฟกานิสถาน อิรัก และอิหร่าน กรณีการก่อร้ายก็ย่อมได้ (เพราะเขาอ้างอย่างนั้น) แต่เบื้องหลังแล้วเราสามารถตั้งข้อสงสัยเป็นประเด็นได้มากกว่าที่กล่าวอ้างเพื่อความชอบธรรม-เพื่อความสงบสุขของมวลมนุษยชาติ ก็คือผลประโยชน์จากน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของโลกปัจจุบัน (และในอนาคตอันเหลืออีกไม่กี่เพลา)

            ข้อสังเกตที่ผมตั้งและคิดขึ้นมา แน่ละ ยังไม่มีการยืนยัน  เมื่อยังไม่มีการยืนยันจึงเป็นแค่ข้อสันนิษฐานที่ล้วนมีความเป็นไปได้และไม่ใช่ได้ทั้งนั้น

 

 

-3-

โชเฟอร์แท็กซี่วัยกลางคนแสดงทรรศนะอย่างที่ทุกคนในรถต้องหยุดพูดและรับฟัง  เขาว่า  “ประเทศไหนที่ฆ่าพระ (นักบวช) จะประสบเคราะห์กรรมต่าง ๆ”

            เป็นความเห็นจากหนึ่งมุมมองนะครับ  ท่านผู้อ่านจะคิดต่ออย่างไรย่อมได้ทั้งนั้น–

            สำหรับผมฟังอย่างเดียวไม่คิดเห็นอะไรต่อ นอกจากสงสัยว่ายามนี้บรรดาผู้นำรัฐบาลพม่าเวลากินข้าวปลาอาหารเขาจะกระเดือกลงคอได้อย่างราบลื่นไหม

            พะนะท่านยังถ่ายยังคล่อง เสพเมถุนได้อย่างสุขสม นอนหลับกันดีอยู่ใช่ไหม?

            แน่ละ คำตอบย่อมไม่อยู่ในสายลม, สวัสดี ·

 

15 พ.ค. 51

 

 

______________________________

* มหาวิบัติภัยไซโคลน “นาร์กีส” โถมเข้าหาชายฝั่งด้านตะวันตกของประเทศพม่า บริเวณเขตปกครองที่ราบลุ่มแม่น้ำอิระวดี พื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศราว 7 ล้านคน  ราวเที่ยงคืน คืนวันที่  2 พฤษภาคม 2551 (มติชนสุดสัปดาห์, ฉบับที่ 1447 พฤษภาคม 2551), วิบัติภัยธรณีวิปโยคครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปีที่ประเทศจีน เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2551  มีความรุนแรงมากถึง 7.9 ริกเตอร์ ในมณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้  ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 12,000 คน  สูญหายเฉพาะเมืองเวินฉวน ที่ตั้งจุดศูนย์กลางอยู่ที่ 60,000 ราย (มติชนสุดสัปดาห์, ฉบับที่ 1448 พฤษภาคม 2551)

 

** ล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญด้านวิบัติภัยคาดการณ์ว่ามีชาวพม่าต้องดิ้นรนอย่างเอาชีวิตเข้าเป็นเดิมพันอีกอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 100,000 คน ซึ่งยอดรวมของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ อาจสูงถึงเกือบครึ่งล้าน! (มติชนสุดสัปดาห์, ฉบับที่ 1447 พฤษภาคม 2551)

 

 

Advertisements
 

5 Responses to “ธรรมชาติ อำนาจ และมนุษยธรรม”

  1. อรุณสวัสดิ์ขอรับพี่ท่าน

    -1-
    ทุกเช้าวันอาทิตย์ข้าพเจ้าทำหน้าที่สารถีพาแม่ไปตลาดนัดโรแมนติก(ที่สุดในโลก)(เพราะอยู่ริมทะเลเห็นดวงก่อนจันทร์ขึ้นขอบน้ำสดสวย)(บอกเผื่อผู้เพิ่งผ่านตา) นั่งซดน้ำชาไปก็อดไม่ได้(ทุกที)คิดถึงพี่ท่านไป

    -1-(อีกที)
    เคยยินคำ ‘กวีผู้หนึ่งเขียนบทกวีตลอดเวลา เขาเขียนในใจ’ ยามนั้นข้าพเจ้าคิดไปว่า ‘เล่นคำ!’ เพียงกล่าวคำสวยให้ดูดี

    ถึงตอนนี้เข้าใจคำกล่าวนั่นแล้วขอรับ

    ข้าพเจ้าเองเขียนถึงพี่ท่านทุกเช้าวันอาทิตย์ นั่งซดน้ำชาตลาดนัด ตัวหนังสือที่จ่าหน้า ‘เช้าวันอาทิตย์สวัสดิ์ขอรับพี่ท่าน’ เรียงร่ายออกมาคล้ายกับว่ามีพี่ท่านนั่งคุยแกล้มน้ำชาเป็นเพื่อน

    ต่างนักกวีอเมริกันชนผู้นั้นหน่อยก็ที่ว่า ท่านผู้นั้นคิดเสร็จสามารถจดจำเกริ่นซ้ำกล่าวทวนอย่างแม่นยำ ส่วนข้าพเจ้าคุยกับพี่ท่านที่ตลาดนัดกลับถึงกระต๊อบ..ลืมหมดเลี้ยว!

    -2- (ล่ะทีนี้)
    ขอบคุณสำหรับเสียงสะท้อนโศกนาฎกรรมแห่งมนุษยชาติ
    เหตุการณ์ทั้งหมดมวลในโลกเป็นที่แน่เราไม่อาจสัมผัสแก่นไปเสียทั้งสิ้นทั้งนั้น แต่ฐานะคนเขียนหนังสือ ขอเพียงอักษรสะท้อนบางอย่างที่เราสัมผัส นั่นนับว่าทำหน้าที่อักขราจาร

    ขอบคุณอีกหนึ่งเบ้าแบบอันผู้น้อยติดต้อยเดินตาม

    -3-
    พม่ารวมชาติผสานชนกลุ่มน้อยเข้าด้วยกัน จำต้องใช้วิธีที่กระทำอยู่นี้เพื่อรักษาความเป็นชาติไว้ เพื่อเป็นต้นแบบกรณีศึกษาทศวรรษแห่งการรวมเผ่าพันธุ์มนุษยชาติ (มนุษย์เพิ่งรวมชาติเมื่อสองสามชั่วคนมานี่เอง แบบเรียนประวัติศาสตร์ไทยยุคข้าพเจ้าทะลึ่งฝังหัวเด็ก ๆ ว่า ‘ไทยรบพม่า’! ระยำปู(คำสะบดของคนทะเล) นั่นน่ะอยุธยาฯรบหงสาฯ ยังไม่เป็นชาติไทยเสียหน่อย พม่าก็ยังเป็นชนกลุ่มน้อยที่รบสู้มอญไม่ได้ โฆษณาชวนเชื่อชาตินิยมของรัฐบาลกำมะลอ! มายุคนี้กำลังฝังหัวบริโภคนิยมพระคุณท่านเมริกรรม(เวรกรรม)(วงเล็บปิด)

    หนทางแห่งการรวมเผ่าพันธุ์มนุษยชาติยังอีกยาวไกลหลายชั่วคน กว่าเราจะรวมเป็นมนุษย์ด้วยกัน โลกเดียวกัน ไม่แยกเขาแบ่งเรา

    (อาจเร็วขึ้นหน่อยหากมีพวกต่างดาวบุก! แล้วค่อยรวมกาแลกซี่กันต่อไปเพื่อรบกับอีกกาแลคซี่)

    -4-
    มืดสว่าง, ดีชั่ว, งดงามอัปลักษณ์, ล้วนเกื้อกูลกันและกัน ในถ้อยคำน่าชังใช่ไร้ความงามเช่นเดียวกับวรรณวัจนะหาขาดเลวร้าย

    คำ ‘รัก’ นั้นสวยงาม อวลกลิ่นไอหอมหวาน หากแฝงด้วยผลประโยชน์ ความพอใจส่วนตน ความเห็นแต่ตัว ต้องการยึดครองเป็นเจ้าของ อะไรต่อมิอะไรอีกมากหลายซุกซ่อนอยู่หลังความงามนั่น

    เช่นกัลล์

    อำนาจ ฟังแล้ว ‘เลวร้าย’
    มนุษยธรรม ดูช่าง ”งดงาม’

    ทั้งสองคำมีอีกด้านซ่อนซุก แล้วจะให้ทำเช่นไร?
    เพียงไม่หลงตามตาเห็น ตรวจสอบอีกด้าน แล้วยอมรับทั้งสอง เท่านี้ชีวิก็หมดคำข้องไข

    -5-
    เมื่อเห็นความเข้าใจ จักไร้คำถาม สายลมจึงนำคำตอบมาคืน

    -6-
    อืมม..

    นั่นน่ะข้าพเจ้าคิดเองเขียนเอง..แลเตือนตนเอง ด้วยโจทย์หัวเรื่องอันพี่ท่านตั้งไว้ ทั้งยังฝึกจิ้มอักษรรวดเดียว เรียกทักษะสูญหายไปในเหยือกเบียร์กลับคืน

    วันหยุดที่ดีขอรับ วันหยุดที่ดี

    คารวะ
    เศษดิน

  2. บ่ายสวัสดีขอรับพี่ท่าน

    -1-
    เท่าที่ได้อ่านข้อมูลของสำนักงานสิทธิมนุษยชนของเพื่อนผู้ทำงานในหน่วยงานนี้…

    อ่านแล้วสลดยิ่งกว่าพายุหนนี้นัก เป็นเรื่องการ “ฆ่า” ชนกลุ่มน้อย ทั้งทางตรงและอ้อม

    จึงขัดแย้งกับสิ่งที่พี่ท่านกล่าวในแง่ของการ “รวมชาติ”

    พม่าไม่ต้องการชนกลุ่มน้อย ทั้งกะเหรี่ยง มอญ ไต (ไทใหญ่) และ อื่น ๆ ….

    พี่ท่านคงเคยได้ยิน “ใบอนุญาตข่มขืน” ทหารพม่าได้รับสิทธิ์นี้โดยพลัน ข่มขืน (ฆ่าทางอ้อม) กับหญิงสาวชาวเผ่าต่าง ๆ ทั้งต่อหน้าสามี พ่อ แม่… นัยว่า เมื่อทนอดสูใจไม่ไหว ก็อาจฆ่าตัวตายโดยไม่ต้องเสียกระสุน (มันไม่เงินมากพอเอากระสุนไปสาดชาวบ้านเหมือนไอ้กันกระทำที่เวียดนาม)

    หรืออีกนัย เป็นการบีบให้หนีทางทางอ้อม (ดังที่เขียน) แล้วพม่า (เชื้อชาติพม่าแท้ ๆ ) ก็จะเข้าไปยึดครอง

    แน่ละ อีกด้านหนึ่ง ชนกลุ่มน้อยเหล้านั้น ไม่ต้องการรวม “ชาติ” กับพม่า เพราะเขาก็เป็นชาติของเขามาก่อน เช่นมอญ (หงสาวดี) ไต (รัฐฉาน) กะเหรี่ยง

    ผมไม่แน่ใจนะขอรับว่า แรกเริ่ม พม่า นี่เรียกตัวเองว่าอย่างไร “พุกาม” ใช่หรือไม่ ที่แน่ ๆ ตอนนี้มีแต่ เมียนมาร์ กินรวบแผ่นดินดั้งเดิมของอาณาจักรต่าง ๆ ที่เคยมีไปทั้งหมด

    -2-
    พี่ท่าน ฟังรายงานข่าวพยากรณ์อากาศ เขาว่า มรสุมจากตะวันออกเฉียงใต้ พัดมาพร้อม ๆ กับ ตะวันตกเฉียงใต้ จึงอาจมีฝนตกหนักกว่าทุกครั้งในแต่ละปี

    ทางชายฝั่งทั้งสอง อันดามัน กับ อ่าวไทย อาจได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชายฝั่ง

    คิดถึงพี่ท่าน (และผู้ที่อาศัยบริเวณนั้น) หวังว่าท่านพี่คงเตรียมตัว เตรียมการไว้พร้อมสรรพ สถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ

    แม้แต่เมืองหลวงก็เถิดขอรับ แผ่นดินไหวที่จีนยังสั่นมาถึงสาทร…ไว้ใจไม่ได้เหมือนกัน

    คงมีแต่สติ เท่านั้นละขอรับ ที่เราท่านพึงควรมี

    ส่วนใครยังระเริงกับมายาภาพโดยไม่เห็นความจริง ก็ต้องปล่อยไป เรื่องส่วนตัวยุ่งแล้ว ฉิบ..ทุกที

    ด้วยมิตรภาพครับ

  3. khun_aut Says:

    ธรรมชาติ ไม่เคยมีอำนาจ และ ลงมือทำอะไรเยี่ยงนั้น … ผมเชื่อ
    … มนุษย-ทำ นั่นต่างหาก

    บางคนว่า ถึงเวลา “ธรรมชาติเอาคืน” … จะบ้ากันไปใหญ่
    … มนุษย์-ทำ กันเองทั้งนั้น

    มนุษย์ กำลังได้รับในสิ่งที่ตัวเองเคยลงมือทำ
    … มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ใครก็รู้

    น่าแปลก … เราต่างก็รู้ว่า เราฝืน(กฏ)ธรรมชาติไม่ได้
    เราจะเอาอำนาจอะไรไปฝืนกฏฯ ที่ว่า

    เพียงแค่ถึงเวลา … เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น

    ทั้งนี้ จึงเขียนมาด้วยความเจียมตน

  4. จิต จิตติ Says:

    นักสังเกตการณ์บอกว่า ความแรงของพายุไซโคลน เพิ่มขึ้นทุกปี จากภาวะโลกร้อน…

    โลกร้อนผิดปรกติ เพราะ มนุษย์

    อำนาจของคน เป็นได้ทั้งคุณและโทษ ประทานโทษ ส่วนมากเป็นแต่ด้านหลังขอรับ

    อันความกรุณาปรานี…

    ด้วยมิตรภาพ

  5. แม่พีพี Says:

    สวัสดีย้อนหลังวันอาทิตย์

    ว่าแต่ว่าย้อนหลังสองอาทิตย์เลยได้ไหมท่าน

    ฝนเมืองเหนือว่าใจร้ายแต่ก็ยังน่าเอ็นดูในสายตาข้าพเจ้า
    ทว่าฝนที่มากับนาร์กิสเข้าขั้น…โหดร้าย…ในความรู้สึกข้าพเจ้า
    ธรรมชาติโหดร้ายเพราะมนุษย์ทำลายธรรมชาติก่อนมิใช่หรือ
    แต่ที่โหดร้ายกว่าคือมนุษย์ทำลายมนุษย์ด้วยกันเอง

    ทหารคุมเข้มลักลอบเข้าเมี้ยววดีไม่ได้อย่างเคยเลยท่าน
    น่าเศร้าใจชะมัด

    มนุษยธรรม = ธรรมชาติของมนุษย์
    มันเปลี่ยนไปแล้วไงท่าน
    แล้วสล็อตหรือรัฐบาลทหารพม่าก็หาได้ไร้มนุษยธรรม
    เพียงแต่ว่า ธรรมชาติของรัฐบาลพม่านั้นเป็นคนละแบบกับธรรมชาติของผู้คนเท่านั้นเอง

    แหะๆ พูดเหมือนข้าพเจ้าเป็นคนไร้หัวใจไร้ความรู้สึกแล้วใช่ไหม


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s