ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

เหตุผล มกราคม 8, 2008

Filed under: ที่เห็นและเป็นไป© — ประทีป จิตติ @ 23:36
Tags:

ปีที่๓, สัปดาห์ที่ ๔๔

italiaveneziacuriosita.jpgหลังปีใหม่ฉันเฝ้าสังเกตเขาเวลาเดินทางกลับบ้านด้วยกัน–เขาเปลี่ยนไป

            เมื่อก่อนเวลาเดินผ่านขอทานซึ่งส่วนใหญ่เราจะพบบนสะพานลอยคนข้ามทั้งสองด้านเขาและฉันไม่ได้ใส่ใจ  นั่นคือลักษณะที่ปรากฏภายนอกแต่ภายในจิตใจหาได้เป็นเช่นนั้น  ฉันเฝ้าครุ่นคิดถึงความยากลำบากของคนขอทาน  แต่ก็นั่นแหละ ฉันทำได้เพียงคิด  ส่วนเขาจะคิดเช่นฉันบ้างหรือไม่นั้น-ไม่รู้  ฉันไม่เคยถาม  ไม่เคยเอ่ยความรู้สึกต่างที่มีต่อขอทานที่ได้เห็นกับเขา  แน่ละ ฉันจึงไม่รู้ และมิอาจบอกอย่างคาดเดาว่าเขาอาจคิดหรืออาจไม่คิดก็ได้  ช่างเถิด…อย่างไรเขาก็ไม่เคยเอ่ยความรู้สึกใด ๆ กับฉัน

            กระทั่งหลังวันปีใหม่นั่นแหละฉันจึงได้เห็นความเปลี่ยนของเขา

            ก่อนขึ้นสะพานลอยเขาจะล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วกำเหรียญที่มีทั้งหมดออกมานับ  แยกเป็นสองส่วนในมือซ้ายและขวา  เมื่อถึงตัวขอทานเขาก็เอาเงินนั้นใส่ลงในขันพลาสติกบ้าง อะลูมิเนียมบ้างแล้วแต่เจ้าของ  เมื่อเดินถึงขอทานอีกฝั่งทางลงเขาก็ทำเช่นเดียวกัน

            เขาทำอย่างนั้นโดยไม่สนใจว่าฉันเฝ้าสังเกตการกระทำของเขาอยู่  หรือเขาจะรู้แต่ทำเป็นไม่สนใจ  หรือเขาไม่รู้และก็ไม่สนใจ  มันก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ

            จนวันนี้อยู่ดี ๆ เขาก็พูดกับฉันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

            “นายคงอยากรู้ว่าทำฉันจึงให้เงินเขา”

            ฉันพยักหน้า

            “นายคงแปลกใจสิว่าเมื่อก่อนฉันมีอคติกับพวกเขาแล้วไงวันนี้ถึงทำสิ่งที่มันสวนความคิดคำพูดของตนเอง”

            ฉันพยักหน้า

            “เคยได้ยินไหม ‘เวลาเปลี่ยนใจคนเปลี่ยน’ ฉันเองก็เปลี่ยน  ไม่มีสรรพสิ่งใดคงทนถาวร-ไม่เคยเปลี่ยน  คนเราก็เช่นกัน อย่างรายละเอียดที่เรา ๆ มองไม่เห็นมันก็เปลี่ยนตลอด  เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายของเราบางเซลล์ตายไป ตายแล้วก็มีเซลล์เกิดใหม่แทน  พูดง่าย ๆ ทั้งนายและฉันกำลังเปลี่ยนจากคนหนุ่มไปเป็นคนแก่  เรากำลังเดินทางไปสู่ความตาย  ความตายอันเป็นนิรันดร์”

            ฉันยิ้ม

            “นายคงว่าฉันพูดอะไรให้นายเข้าใจยากละสิ…”

            ฉันส่ายหน้า

            “ฉันเพียงอยากจะบอกนายว่าไอ้ที่เมื่อก่อนฉันคิดว่าพวกเขาเห็นแก่ตัวเห็นแก่ความสบาย บางคนร่างกายไม่พิการแต่กลับมานั่งงอมืองอเท้าขอเงินชาวบ้านเขา  วันหนึ่ง ๆ ได้เป็นร้อย ๆ  อาจมากกว่าหรือเท่ารายได้ของนายของฉันต่อวันเสียอีก-ฉันว่าฉันคิดไม่ถูกทั้งหมด  ฉันคิดจากพื้นฐานของตัวเองเป็นที่ตั้ง  ตรองคิดดูอีกทีฉันควรเห็นใจเขามากกว่า-มองให้ลึกกว่านั้น  พวกเขา…แน่ละว่ายังไงเสียก็เป็นคนที่เสียเปรียบคนอย่างฉันวันยังค่ำ  จะเสียเปรียบยังไงก็ช่างเถอะ  ฉันคิดอย่างนี้แล้วฉันจะไปว่าเขาเห็นแก่ตัวเอาเปรียบฉันทำไมกัน  เขาขอเงิน-เราไม่ให้ เขาจะทำอะไรเราได้  เขาบังคับเราหรือก็เปล่า  นายว่าอย่างนั้นไหม”

            ฉันไม่ว่าอะไร ยิ้มและพยักหน้าเป็นสัญญาณให้เขาพูดต่อ

            “เมื่อก่อนไม่อยากให้มันก็มีเหตุผล  เป็นเหตุผลที่มีเงื่อนไข  ไม่ให้แล้วยังคิดซ้ำเติม  ซ้ำเติมยังไงก็แบบที่ฉันบอกนายนั่นแหละ ว่าเขาอย่างโน้นอย่างนี้ทั้งที่จริงฉันไม่ควรคิดอะไรเลย  ไม่ควรคิดให้มันมากกว่าความอยาก  ไม่อยากให้ก็ไม่ให้แค่นั้นจบ  คิดแล้วก็ละอายใจสมเพชตัวเอง…”

            “ทีนี้นายให้เงินเขาเพราะอยากให้?”

            “วะ ให้ตาย!  ฉันเข้าใจว่านายเป็นใบ้ไปแล้ว,  เออสิ ให้เพราะอยากให้เท่านั้น  นายคิดว่าฉันหวังอะไรมากกว่านั้นใช่มั้ย  เปล่าเลย ไม่มีอะไรมากกว่านั้น  นายไม่จำเป็นต้องเชื่อฉันหรอกนะ  แต่ถ้านายถามฉันก็จะตอบว่า-ไม่ใช่”

            “แล้วพวกที่ปรกติสมประกอบล่ะ?” 

ฉันถามเพราะขอทานที่เราเดินผ่านทุกวันนั้นตาบอดทั้งสองคน

            “ลุงคนแก่ ๆ ที่อยู่ฝั่งทางลงตาไม่บอด”

            “นายรู้?”

            เขาพยักหน้า  “นายว่ามันเป็นเรื่องของโอกาสไหม  พวกที่มือเท้ายังดีแต่ไม่สามารถทำงานได้เพราะไม่มีใครต้องการ  ไม่มีความรู้  ขายแรงงานก็ไม่ได้เพราะแก่เกินไป  หลาย ๆ อย่างมันก็คือโอกาส  โอกาส-โอกาส-โอกาส  คนเราร่างกายสมประกอบเท่ากันแต่โอกาสมีไม่เท่ากัน”

            ฉันยิ้มให้เขาก่อนเสหน้าออกไปนอกตัวรถ–ตรงนั้นก็ขอทานตรงนี้ก็ขอทาน  มีทั้งคนแก่คนพิการ  บางคนขอเฉยๆ  บางคนร้องเพลงเล่นเครื่องดนตรีง่าย ๆ  บนสะพานลอยบางที่ฉันเคยเห็นหญิงสาวอุ้มเด็กตัวแดง ๆ ตากแดดตากลมนั่งขอเงินผู้ที่เดินผ่านไปมา  ผู้เป็นแม่ผิวดำกร้านแดดลมแต่เด็กผิวขาวราวกับสำลี  บางคนว่าไม่ใช่แม่ลูกกันแต่เป็นการจัดหาของมาเฟียแก๊งขอทาน  ขโมยเด็ก  มีข่าวเด็กหายอยู่ทุกวี่วันเป็นข่าวบ้าง ไม่เป็นข่าวบ้าง…

            “นายสงสัยอะไรบ้างไหม”  เขาดึงฉันกลับมาจากห้วงความคิด  “ทำไมคนเรานิยมให้เงินเหรียญขอทานมากกว่าแบงก์?”

            “ก็เพราะเขา ‘อยาก’ ละมั้ง  อยากให้เหรียญมากกว่าแบงก์-ก็เท่านั้น”

            “ไม่ใช่ว่าเหรียญหยิบง่ายกว่าเรอะ”

            “ถามตัวนายสิ  ทำไมไม่ถามเหตุผลของนายล่ะว่าทำไมไม่ให้แบงก์”  ฉันว่าแล้วเสมองออกนอกรถอีกครั้ง

            เขาไม่ถามหรือพูดอะไรอีกกระทั่งถึงป้ายที่เขาต้องลง  ฉันยกมือให้เขาเป็นสัญญาณบอกลา

||  ||  ||  ||

ด้วยมิตรภาพ.
๘ ม.ค. ๕๐

-ภาพประกอบ http://www.viaggiaresempre.it

Advertisements
 

8 Responses to “เหตุผล”

  1. ขืนให้เป็นแบ็งค์ขอทานจะได้ทอนเป็นเหรียญปะไร
    ทีนี้ล่ะหอบเหรียญกระเป๋าตุง อิ อิ อิ
    ..
    ..
    บรรทัดรองรองสุดท้าย ข้าพเจ้าอ่านผ่านสองรอบ
    เอ๊ะ! อะไรหว่า!?
    ..
    อ่านใหม่!
    ..
    อีกแล้!
    ..
    อ่านอีก
    ..
    อ้อ…เสมอ-งอ-อก
    ..
    เอิ๊ก!
    เอิ๊ก!

    อรุณสวัสดิ์ขอรับพี่ทั่ลล์

  2. chelie Says:

    มาสัวสดีปีใหม่ – –

    ช้าไปหรือเปล่า,

    ไม่หรอกมั้ง

    แค่ไม่กี่วันเอง

  3. ตายละพี่ท่าน

    หาก “เขา” ตาบอดล่ะ จะหยิบทอนอย่างไร

    แล้วจะรู้ได้ไงว่านั่นแบงก์อะไร

    ยุ่งยากพิลึก

    HO HO!!

  4. StokinAGem.* Says:

    เป็นเหรียญเพราะหยิบง่าย
    เป็นเหรียญเพราะเหรียญไม่ใช่แบงค์
    และที่ไม่เป็นแบงค์เพราะแบงค์ก็ไม่ใช่เหรียญอีกอยู่ดี
    แต่ก็มีบางคนที่หนูให้แบงค์นะ เพราะมไมเหรียญ

    * * *

    ลืม .. วันนี้ก็เขียนเรื่องคล้ายๆแบบนี้
    เพราะดันไปสะกิดเจอคุณยายเข้า
    แต่จริงๆก็เจอนานแล้ว แต่ลืมที่จะเขียนทุกทีไป
    (:

  5. คาใจ Says:

    สวัสดีท่านพี่ รู้สึกว่าวิคอ่านเรื่องนี้ไม่รู้เรื่องยังไงก็ไม่รู้
    แต่ไม่ใช่เพราะท่านพี่เขียนหรอกนะ

    มันเป็นความ งง ของตัววิคเองล้วนๆ อ่านยังไม่จบด้วยต่างหาก
    (แต่ยังอยากเข้ามา) ขอ
    Just say hi !

    ขอสวัสดีท่านพี่

    คราวหน้าจะมาอ่านแบบมีสมาธิจริงจังกว่านี้ค่ะ !!!

  6. สวัสดีครับ คุณ StokinAGem.*

    ยินดีต้อนรับครับ

    -ด้วยมิตรภาพ-

    * * *

    สวัสดีครับน้อง VIC

    บางครั้ง เวลาและอารมณ์ก็เป็นข้อจำกัดในการอ่าน หรือรับสารครับ

    รอบแรกไม่เข้าใจ รอบสองอาจไม่รู้เรื่องอีก รอบสามอาจอ้อ….ป๊าดโธ่ถัง

    แต่ละรอบอาจทิ้งระยะเวลาห่างกันหลายวัน เดือน ปี

    ผมอ่านงานของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ รอบแรกเล่มแรกไม่รู้เรื่อง–งง! รอบสองอ่าน–เยส….!
    ห่างกันเกือบ 8 ปี!!!

    รับ Hi ไปหนึ่งขวด (ที่ท่านดิน) อ้อลืมไป ท่านมีแต่อาชา อิอิ

  7. คาใจ Says:

    โอ .. ท่านน้องมา Say Hi เฉยๆนะเจ้าคะ

    เพราะท่านน้อง โน แอกอฮอลล์
    อิ อิ ว่าแต่ท่านดิน วันก่อนก็ได้คุยกันในบ้านหนอน
    ฝากถามไถ่ ถึงความสบายดีอีกครั้งด้วยนะคะ

  8. งั้น….สั่งได้ตามใจชอบเลยขอรับ

    ท่านดินคงสบายมาก ๆ เท่าที่เห็นมานั่งที่ร้านนี้ขอรับ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s