ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

ต่างกันแค่เครื่องมือ ธันวาคม 25, 2007

Filed under: ที่เห็นและเป็นไป© — ประทีป จิตติ @ 05:33

ปีที่ ๓, สัปดาห์ที่ ๔๒

คุณรัญชณ์เล่าให้ผมฟังว่า สมัยที่เธอทำงานร้านอาหารที่แอลเอ สหรัฐอเมริกาเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว  วันหนึ่งเธอกับเพื่อนต่างชาติสาวเดินออกจากร้านหลังเลิกงานก็ถูกวัตถุสิ่งหนึ่งกระทบร่างกาย  เพื่อนสาวของเธอตกใจเมื่อเอามือลูบหน้าสัมผัสกับของเหลวหนืด พลันเธอร้องไห้โดยพลันด้วยความตกใจ 

            เธอคิดว่าของเหลวนั้นคือเลือดของเธอครับ!

            คุณรัญชณ์นั้นโชคดีที่ไม่ถูกวัตถุนั้นบริเวณใบหน้า เธอจึงร้องบอกเพื่อนสาวของเธอว่าของเหลวนั้นมันไม่ใช่เลือด

            แต่มันเป็นไข่!

            ครับ, เป็นไข่ไก่ดิบ ๆ นั่นแหละ

            ทั้งคุณรัญชณ์และเพื่อนสาวจึงสงบสติแล้วมองที่มาของวัตถุนั้น  ทั้งสองจึงพบว่ามันมาจากกลุ่มวัยรุ่นผิวสี  ทั้งแอฟริกัน-อเมริกัน และอาหรับ  คนกลุ่มนั้นนั่งอยู่บนรถยนต์  เมื่อสำเร็จกิจแล้วก็ขับจากไปพร้อมเสียงหัวเราะเยาะทิ้งไว้ในความทรงจำของสองสาว

            คุณรัญชณ์เล่าต่อด้วยว่า หลังจากนั้นการกระทำลักษณะดังกล่าวได้แพร่ระบาดไปทั่วทั้งเมืองเหมือนเป็นแฟชั่น

            ผมไม่ได้ถามคุณรัญชณ์ต่อว่า แล้วการกระทำนั้นหมดไปในระยะเวลากี่วัน  เธอเพียงแต่บอกว่าเป็นอยู่ได้ไม่นานนักเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปราบอย่างจริงจัง และอย่างเป็นระบบ

            ระบบของเจ้าหน้าที่ตำรวจแอลเอเป็นอย่างไรคุณรัญชณ์เองก็ไม่ทราบลึกซึ้งนัก  รู้เพียงแต่ว่าไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ใดที่ก่อความไม่สงบต่อประชาชนมักจะได้รับการแก้ไขโดยเร็วทันท่วงที

            ผมเองก็เคยมีประสบการณ์เช่นเดียวกับคุณรัญชณ์ ต่างกันที่ว่าผมไม่ได้โดนปาไข่แต่เป็นอะไรที่…หวนคิดนึกแล้วก็เสียวสันหลังวาบมิได้

            ครั้งหนึ่งผมนั่งรถไฟชั้น ๓ ไปจังหวัดชุมพรคนเดียวเวลากลางคืน  ระหว่างอยู่บนรถไฟทั้งที่ง่วงแสนง่วงแต่ก็หลับไม่ลง  หนึ่งนั้นอาจไม่คุ้นชินกับการเดินทางไกลคนเดียวทำให้หวาดระแวงคนแปลกหน้าที่แม้จะน้อยแต่การที่มีผู้โดยสารน้อยยิ่งทำให้หวาดระแวงมากกว่า เพราะการนั้นย่อมไม่มีสักขีพยานหากถูกประสงค์ร้าย  นั่นก็คือความคิดในห้วงยามนั้นมาคิดย้อนหลังก็รู้สึกเหมือนคนบ้า เป็นการหวาดระแวงอย่างคนเมืองโดยแท้

            เมื่อหลับไม่ลงก็ได้แต่นั่งสัปหงก  ยิ่งดึกลมที่ตีเข้าหน้าต่างยิ่งเย็นผมจึงยกหน้าต่างกับบังตาขึ้น  ผมจำได้ว่ายกหน้าต่างขึ้นได้ไม่นานนักเพียงแค่หนึ่งช่วงระยะหนังตาตกจะหลับมิหลับอยู่รอมร่อก็มีเสียงวัตถุกระทบกับกระจกหน้าต่างที่เบาะหนั่งข้างหลัง  ตามด้วยเสียงคนฮือฮาลุกตื่นขึ้นดูเหตุการณ์

            ผมเองลุกขึ้นยืนมองข้ามไปยังเบานั่งนั้น  เห็นชายวัยกลางคนกำลังเอามือลูบที่บริเวณขมับซ้ายเยื้องมาทางหน้าผาก  มีเลือดออกซิบ ๆ  เขาบอกว่าโดนเศษกระจก  ผมมองไปที่หน้าต่างพบว่ามันร้าวจากศูนย์กลางที่วัตถุกระทบเป็นทางยาวลงมาทางด้านล่างเหมือนใยแมงมุมขาดวิ่น  บางส่วนแตกออกเป็นเศษชิ้นเล็ก ๆ ทว่าคมพอที่จะบาดผิวเนื้อได้อย่างแสบ ๆ คัน ๆ

            สักพักเดียวพนักงานเดินรถก็มาถึง  สอบถามเหตุที่เป็นไป  เขาก็บอกทุคนในที่นั้นว่ามีพวกคะนองชอบยิงหนังสติ๊กใส่รถไฟ หรือไม่ก็อาจเป็นอะไรสักอย่างที่กระเด็นกระดอนมาตามแรงลม  จากนั้นเขาก็เดินจากไปเมื่อตรวจดูบาดแผลแล้วแค่ถลอก เน้นย้ำว่า โชคยังดีนะเนี่ย…

            ผมนั่งลงพร้อมหลับตาคิดไปต่าง ๆ นานา  หากว่าชายคนนั้นไม่ดึงหน้าต่างกระจกขึ้นจะเป็นอย่างไร  แน่ละเขาคงโดนวัตถุลึกลับนั้นกระทบบริเวณใบหน้าอย่างจังเบอร์  แล้วถ้าจังหวะมันเร็วกว่านั้นมันอาจเข้าที่ต่างที่ผมนั่ง  ซ้ำร้ายยิ่งคิดยิ่งขนลุกผมไม่คิดจะดึงหน้าต่างขึ้นเสียด้วย  ที่ดึงเพราะมันเย็นเกินทนและเริ่มรู้สึกรำราญแรงลม  กระนั้นก็ยังเห็นโชคดีอยู่บ้างหากมันจะโดนเศษกระจกคงไม่เล็ดรอดเพราะติดที่บังตาอะลูมิเนียม

            แล้วผมก็สรุปว่าชายผู้เคราะห์ร้ายคนนั้นโชคดีจริง ๆ ที่เขาดึงหน้าต่างขึ้น  เป็นโชคดีของคนอื่น ๆ ที่รีบดึงหน้าต่างขึ้นปิดบ้าง

 

 

ผมยกตัวอย่างประสบการณ์ทั้งสองเรื่องนี้เพียงเพราะเมื่อกลางสัปดาห์มีข่าวแก๊งวัยรุ่นคะนองใช้ก้อนหินปารถยนตร์ที่กำลังวิ่งอยู่บนถนน  ไม่ได้ปาแค่รายเดียวแต่มากกว่าสามราย

            การทำดังข่าวที่ปรากฏนั้นมิใช่เพิ่งปรากฏทว่ามีมานานมากกว่าสองถึงสามปี

            ครั้งหนึ่งมีการดักปาก้อนหินใส่รถทัวร์  ชัยภูมิของผู้ก่อการร้ายอยู่บนสะพานตัดข้ามทางแยก  หวังปาใส่ในตำแหน่งคนขับ  ผลคนขับเสียชีวิตหรือบาดเจ็บผมจำไม่ได้  แต่ครั้งนั้นข่าวออกมาว่า  เป็นการหวังให้เกิดอุบัติเหตุจากนั้นเข้าปล้นทรัพย์จากคนเจ็บและคนตาย

            อีกข่าวหนึ่งลักษณะเช่นเดียวกันนั้นทำให้นักแสดงตลกตัวเล็กคนหนึ่งต้องตาย ท่ามกลางความโศกสลดของญาติและมวลหมู่มิตร

            ไม่ใช่แค่ข่าวสองข่าว  มีมากกว่านั้นทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว

            มติชนสุดสัปดาห์ (๑๔-๒๐ ธ.ค. ๕๐) “โจรยุคหิน” คอลัมน์ชกคาดเชือด โดย วงศ์ ตาวัน เขียนถึงเหตุการณ์และพฤติกรรมของคนใจสัตว์  มุ่งประเด็นถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีมาตรการป้องกันอย่างไร  ทว่ายังไม่มีคำตอบ  เป็นการโยนหินก้อนที่หนักอึ้งเข้าใส่ 

เป็นการโยนหินถามทางหาใช่ปาก้อนหินเข้าใส่

            ช่วงเทศกาลปีใหม่  ท้องถนนสายหลักและไม่หลักจะเต็มไปด้วยขบวนรถยนต์  เมื่อเจ้าหน้าที่ยังไม่รู้สึกรู้สาเห็นทีประชาชีจะต้องระมัดระวังตัวเอง  ยึดหลักตนเป็นที่พึ่งแห่งตน อย่าไปหวังอะไร ๆ จากคนอื่น

            ขอเสนอวิธีการป้องกันด้วยตนเอง (แม้ว่าผมจะไม่ขับรถ) พยามยามสังเกตรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับย้อนศร (มันต้องย้อนศรจึงจะปาได้ถนัด) เห็นแล้วให้ฉุกคิดในทางร้ายไว้ก่อนอย่างน้อยอาจมีสติตั้งตัวทัน  นอกจากนั้นหมั่นมองกระจกหลังหากพบพิรุธของรถมอเตอร์ไซค์ (มันต้องพยายามแซงขึ้นหน้าทั้งทางซ้ายและขวาไม่ต่างไปจากพฤติกรรมของพวกมือปืน)  และเมื่อต้องลอดผ่านสะพานที่ตัดข้ามถนนสังเกตบริเวณนั้นสักนิดว่ามีสิ่งใดผิดปรกติหรือไม่

            เป็นเพียงทรรศนะอันน้อยนิดจากผม ที่จริงแล้วท่านที่ขับขี่ยวดยานพาหนะอาจคิดได้รอบคอบรัดกุมกว่าผม  ขอให้ท่านเดินทางด้วยความสวัสดิภาพทุก ๆ คน

 

 

หลังจากวันนี้ (๒๓ ธันวาคม) ทิศทางการเมืองเป็นอย่างไรคงเห็นได้ชัด  พรรคไหนจะเป็นรัฐบาล  พรรคไหนจะเป็นฝ่ายค้าน  เห็นข่าว (มติชนฯ เจ้าเดิม) ว่ามีการโยนหินถามทางถึงแนวคิดสมานฉันท์แห่งชาติของอดีตหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่ง  เสมือนเป็นข้อเสนอ เป็นทางเลือกให้กับพรรคที่สองสามสี่ให้ตัดสินใจเด็ดขาดเสียทีว่าจะอยู่ข้างไหน

            ไม่ใช่แค่พรรคเดียวที่ชูนโยบายสมานฉันท์  หลายพรรคต่างก็ชูแนวคิดเรื่องสมานฉันท์

            เป็นการโยนหินถามทางประชาชนว่าต้องการไหม? ก้อนหินก้อนนี้!

            แน่ละ, ประชาชนต่างต้องการ  สมานฉันท์ซึ่งนำไปสู่การสมัครสามัคคี  สมานฉันท์คือการมีแนวคิดไปในแนวทางเดียวกัน  ต้องเป็นแนวทางเดียวกันให้ได้เสียก่อน ไม่เช่นนั้นอาจเรียกไม่ถนัดปากคำนักว่า “สมานฉันท์”

            หวังว่า ‘ก้อนหิน’ ก้อนนี้จะไม่สร้างความเจ็บปวดเหมือนที่แล้ว ๆ มาเหมือนกับก้อนหินก่อน ๆ

            แต่กระนั้นก็อย่าคาดหวังไปมากนัก  เตรียมตัวให้พร้อมหากต้องเผชิญ 

            เหมือนพร้อมเผชิญกับโจรยุคหิน ·

             

            ด้วยมิตรภาพ.

            ๒๓ ธ.ค. ๕๐

           

           

Advertisements
 

6 Responses to “ต่างกันแค่เครื่องมือ”

  1. “เฮ้ย! จอดทำไมวะกูกะลังรีบ!?” ผมร้องลั่นตอนไอ้เพื่อนซี้มันเบรคกึ๊ก หน้าผากโขกหมวกกันน็อกของมันดังป็อก!
    “เดี๋ยวเซ่..มึงไม่เห็นไง!?” มันหันมาตะคอก
    “เห็นไร?”
    “ไอ้มอร์เตอร์ไซด์คันตะกี้” มันว่า “มันไม่น่าไว้ใจว้อย อาจเป็นพวกปาหินก็ได้!” มันว่า จากนั้นเข้าเกียร์หนึ่งออกตัว ไปสักพักมันหยุด!
    “ทีนี้อะไร?” ผมถาม
    “เดี๋ยวเซ่…มึงดู มึงดู” มันพยักเพยิด “มึงไม่มีหมวกระวังหน่อยแล้วกัน”
    รถมอร์เตอร์ไซด์สีดำพุ่งฉิวผ่านเราไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไอ้เพื่อนจอมรอบคอบค่อย ๆ ออกตัว ไปสักแป็บมันหยุดอีก!
    “หยุดอีกแล้!” ผมร้อง
    “เออ..เจอมอร์เตอร์ไซด์ซ้อนท้ายต้องสงสัยไว้ก่อนว่าเป็นพวกปาหิน ระวังไว้ก่อนดีกว่าวัวหายแล้วล้อมคอก”
    “เออ..เชิญมึงล้อมไปตามวัวของมึงเหอะ กูไปล่ะ” ผมยกขาขวาเหวี่ยงกลับหลัง ออกเดินจ้ำไปบนขอบทางปล่อยไอ้เพื่อนจอมรอบคอบมันไปตามทางของมัน

    ค่ำวานผมกลับบ้านเดินผ่านบ้านเพื่อน เมียบอกยังไม่กลับบ้านไม่รู้ไปเถลไถลที่ไหน

    ผมได้แต่ปลอบใจเมียเพื่อนไปตามประสา “นา..มันเป็นคนรอบคอบไม่นานคงกลับถึงบ้านเองแหละ” แต่เอ…นั่นมันกี่วันมาแล้วหว่า..??

    คารวะ

  2. eeeee

    อย่างนั้นน่ะต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า

    พ่อเจ้าประคุ้นไม่ไปหลงวงที่ไหน

    เหมือนอย่างที่สมัยก่อน โฆษณาบอกว่า

    “ไปตีก๊อฟฟฟฟ”

    eeeeee

  3. ningnung Says:

    โชคดีนะนี่ที่ท่านดินเดินกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ
    ไม่โดนมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวชนหรือปล้นจี้กลางทาง
    ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ
    ถึงช้า ดีกว่าไม่ถึง

    ป.ล.ว่าแต่เพื่อนท่านคนนั้นป่านนี้ถึงบ้านหรือยังเอ่ย

  4. ลมปลายปีก : รอบคอบ

    “เฮ้ย! จอดทำไมวะกูกะลังรีบ!?” ผมร้องลั่นตอนไอ้เพื่อนซี้มันเบรคกึ๊ก หน้าผากโขกหมวกกันน…

  5. คอหอ ๔ คือ Trackback ขอรับ
    Ping ไม่ยอมมา รบกวนพี่ท่านเข้าไปที่หน้าแก้ไขของโพสท์นี้
    ลองดูที่ ‘อนุญาตให้มีการปิง’ ว่าคลิกลูกศรไว้หรือไม่?

    คารวะ

  6. ปรกติผมเปิด Allow Ping คู่กับ Allow Comment แล้วขอรับ

    มิทราบว่าใช่หรือไม่

    หมายเหตุ–

    ผมได้ทำการแก้ไขเนื้อความในส่วนที่บกพร่อง คำผิด ตกหล่นมีมากมายเมื่อตรวจสอบภาพยหลัง

    ขออภัยด้วยครับ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s