ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

หวานเย็นสักนิด ธันวาคม 9, 2007

Filed under: สวัสดีวันอาทิตย์© — ประทีป จิตติ @ 01:24

สวัสดีวันอาทิตย์ © – 2/34

เพิ่งทราบเหมือนกันครับว่าอันที่มาของรถหวานเย็นนั้นมาจากรถไฟสายกรุงเทพฯ-พิษณุโลก

รถหวานเย็นที่ว่านั้นมิใช่รถขายไอศกรีมหรือน้ำแข็งใส เป็นการเรียกเหน็บแนมหมายถึงอาการช้า ช้าถึงช้ามาก ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง ประมาณนั้น–

อันที่จริง ‘ถึงก็ช่างฯ’ นั้นก็เชื่องช้าพอตัวอยู่แล้ว นี่มาบวกกับความเอ้อระเหยกับการจอดที่สถานี ว่ากันว่ามีเด็กขาย ‘ไอติมหวานเย็น’ เดินขายบนขบวนได้ตั้งแต่หัวยันท้าย ขายได้หมด

โอ้… ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง

ทีนี้คล้อยหลังมาอาการหวานเย็นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับรถไฟ แต่เกิดขึ้นกับรถบริการอื่น ๆ ด้วย…

หวานเย็นหนึ่ง-แท็กซี่, เป็นไงครับ-หงุดหงิดสุดสุด เพียงเพราะมีความรีบเร่งต้องไปที่หมายให้ทันเวลาจึงเรียกแท็กซี่ ด้วยหนึ่งไม่ต้องจอดแวะตามป้าย ทว่าพี่คนขับกลับพาลดเลี้ยวเข้าทางลัดโน้นออกทางลัดนี้ ผมถามว่าทำไมไม่ไปทางตรง คือไปทางธรรมดาเถอะ อย่างน้อยก็เร็วกว่ารถเมล์อยู่แล้ว แต่พูดไปก็เท่านั้น ผมไม่ใช่คนขับนี่ครับก็เลยจำยอมปล่อยเลยตามเลย สุดท้ายครั้งนั้นไปถึงที่หมายได้ช้ากว่าครั้งก่อน ๆ ที่ไปทางธรรมดาในช่วงเวลาเดียวกัน อีกทั้งค่าโดยสารก็มากกว่าครั้งเดิม ๆ คิดเอาเองว่าตั้งใจจะได้เงินเพิ่มหรือเปล่า หรือไม่-เขาอาจจะบริการด้วยความปรารถนาก็ได้ อย่างไรก็ตาม ครั้งต่อ ๆ มาผมจะเน้นย้ำว่า ‘ไม่ต้องไปลัด’ เล่าเรื่องดังกล่าวให้คนขับฟัง เขาหัวเราะแกมว่า “มันคุ้มกันไหมนั่น ลัดอ้อมได้เงินเพิ่มแต่ก็เสียแก๊สเพิ่ม”

ทางลัดบางทางก็ไม่ลัดเวลาเสมอไป

หวานเย็นสอง-มอ’ไซค์รับจ้าง, ล่าสุดเมื่อสามวันก่อน หย่อนก้นลงเบาะก็กระชากออกตัวทันที นึกต่อว่าในใจ ‘จะรีบไปตายที่ไหนเว้ย!’ แต่ก็ต้องเปลี่ยนความคิดโดยพลันเพียงเพราะผมเป็นผู้ซ้อนท้ายไอ้รถที่มันจะรีบไปตายนั่น เปลี่ยนเป็นขอร้องในใจว่า ‘เบา ๆ หน่อยก็ได้ครับ พี่ครับ’ แล้วเขาก็เบาจริง ๆ เบาจนนิ่งเข้าข้างทาง ถอดหมวกกันน็อคคุยโทรศัพท์สักหนึ่งอึดใจ ผมเริ่มมีน้ำโห–หากช้ากว่านั้นนิดผมจะลง เรียกรถคันใหม่ ดีที่ว่าเขาตัดบทการสนทนากับปลายสายบอกว่าเดี๋ยวไปส่งผู้โดยสารก่อน พร้อมกับขอโทษขอโพยผม แค่นั้นแหละ อย่างน้อยก็ทำให้ใจผมสงบลงได้

หวานเย็นสุดสุด-รถระจำทาง, รถร่วมบริการขสมก. สาย 149 มีอยั่คันหนึ่งครับที่ ‘หวานเจี๊ยบเย็นฉ่ำ’จอดทุกป้าย! คนขับขับอย่างใจเย็นไม่ปาดหน้าแซงซ้ายแซงขวา น้อง ๆ เคยถามว่า “พี่เคยเจอบ้างไหม คันนี้ลุงแกไม่รีบไม่เร่ง ใครอย่ากน็อครอบอยากแซงก็แซงไป”

สะดุดใจที่น้องเขาใช้สรรพนามเรียกคนขับว่า ‘ลุง’!

อ้อ! มิน่ารถจึงช้า…ตามวัยผู้ขับนั่นเอง

กระทั่งวันหนึ่งผมกระโดดขึ้นรถคันนี้ (แต่เมื่อคิดย้อนไปแล้วก็ไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องกระทำเช่นนั้น) นึกแปลกใจว่าทำไมรถว่าง ปรกติรถสายนี้ไม่ว่างหรอกสำหรับช่วงเช้า อัดแน่นเป็นปลากระป๋อง มารู้สึกผิดปรกติเมื่อรถเริ่มแล่นไปเรื่อย ๆ เอื่อย ๆ จอดทุกป้าย ไม่มีคนลงคนขึ้นก็ทำท่าว่าจะจอดเสียให้ได้ (จริง ๆ เป็นเพราะรถวิ่งช้าต่างหาก) ชะโงกหน้าดูคนขับเป็นชายสูงอายุ ผมขาว รูปลักษณ์ภายนอกเหมาะจะเป็นตามากกว่าลุง–สงสัยว่าคันนี้ละมั้ง ที่หวานเย็นอย่างที่น้องเอ่ยถาม

มีคนขึ้นมาอย่างน้อยสองคนแล้วต้องรีบกลับลงไปก่อนรถออก (อันที่จริงเขาไม่จำเป็นต้องรีบก็ได้) ผมมองตาม เห็นเขาขึ้นรถคันใหม่สายเดียวกันที่ไม่นานก็แซงขึ้นหน้าหายไปกับฝุ่นควันดำโขมง…

นานไป… หญิงสาววัยกลางคนซึ่งนั่งข้างแสดงอาการกระสับกระส่าย หันรีหันขวาง สุดท้ายเธอก็ลุกกดกริ่งขอลงป้ายหน้า ไม่นานผมเห็นรถสายเดียวกันวิ่งแซงขึ้นไปอีก เหลียวมองคนในรถมีเบาะว่างมากมาย ไม่รู้ว่าลุงจะรู้บ้างไหมว่าไม่มีใครอยากนั่งรถหวานเย็นของแก พลันคิดถึงข้อความท้ายรถรับจ้างต่าง ๆ

“ขับเร็วก็ว่า ขับช้าก็บ่น” (จะเอายังไงเว้ย!)

แล้วก็นึกขำ ยิ้มคนเดียว เพราะข้างกายไม่มีผู้ใดให้ยิ้มด้วยได้แล้ว

มองในแง่ดี อาการหวานเย็นของลุงก็ช่วยลดอุบัติเหตุ อย่างร้ายที่สุดคือรถคันหลังนั่นแหละจะมาชนรถของแก

ในโลกอึกทึกแห่งมหานครแห่งนี้มันก็บวม ๆ อย่างนี้แหละ ไม่มีอะไรได้ดังใจ ว่าจะนั่งแท็กซี่สบาย ๆ ในเช้าวันหนึ่ง เงินก็มี ทว่าไม่รถให้เรียก ทั้ง ๆ ที่วันก่อนหน้ามันวิ่งเสนอหน้ากันให้สลอน ให้เลือกสีเลือกรถเก่าใหม่ได้ตามความพอใจ

สองสามวันที่ผ่านมาระหว่างร่างเรื่องนี้อยู่ในหัว ผมอยากกระโดดขึ้นรถหวานเย็นของลุง ทว่าไม่เจอเลยสักเช้า คิดไปไกลว่าทุกวันนี้ลุงยังขับรถอยู่ไหม เอาเข้าจริงก็ไม่ได้พบรถหวานเย็นนานเป็นเดือนแล้ว

ผมชอบนะ หวานเย็นแค่ไหนผมไม่รีบมากมายอยู่แล้ว รถหวานเย็นนั่งสบายดีออก

ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง (สุดท้ายมันก็ถึงนั่นแหละ), สวัสดี ท

8 ธ.ค. 50

 

ผู้เขียนขอบคุณ

 -พี่ซัน มาโนช พุฒตาล แห่ง The Radio ที่เล่าขานถึงที่มาของรถหวานเย็น ซึ่งได้ข้อมูลมาจากเว็บไซต์ รถไฟไทยดอทคอม

 -คุณลุงคนขับรถประจำทางสาย 149 หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผมจะได้นั่งรถหวานเย็นของลุงอีก

 -ภาพประกอบ http://www.saranair.com

Advertisements
 

3 Responses to “หวานเย็นสักนิด”

  1. โอ..เฮดเดอร์เหลือรับประทาน!
    สุดยอด!
    ..
    ..
    ให้ทั้งอารมณ์ศิลปะ ให้ทั้งความหมาย
    ..
    ..
    สุดยอด!

    หวานเย็นถ้วยนี้น่าจะมีป๋าไอซ์มาแจมนะพี่ท่าน (ก็สุดสายที่พิษ’โลกนี่นา)(เกี่ยวไหม?)

    คารวะวันอาทิตย์ขอรับ

  2. กลับมาใหม่!

    แบบว่า–เกลาเรื่องเก่าน่ะพี่ท่าน
    เพียงครานี้ไม่ใช่กรณีร้อนก้นอย่างกระบี่ฯ
    แค่ขูด ๆ เกลา ๆ เอาเสี้ยนเอาขุยออกพอถนอมใบหน้าผู้น้อยไม่ต้องอับอายมากนัก แล้วจักทำ e-book สำหรับ download

    ก่อนสิ้นปีคงสำเร็จเสร็จการ เริ่มปีใหม่จะได้เริ่มเขียนใหม่ เขียนอย่างมีความมั่นใจขึ้นอักโข นั่นล้วนแล้วได้รับมาจากพี่ทั่นแลเหล่าสหาย พระคุณมิเลือนเลย

    คารวะ

  3. ทำอีบุ๊ค (ไม่สุภาพเลย เรียก อี )

    ทำน้องบุ๊ค แล้วดาวโลด

    หมายถึงใคร ๆ ก็ดาวได้หรืออย่างไรขอรับ

    ส่งกระแสใจไปช่วยละกัน หิวน้ำบอกกระผม

    รินเบียร์ให้หนึ่งแก้ว…

    * * *

    ภาพประกอบนี้ใช้เอฟเฟ็คต์สีน้ำมันบนผืนผ้าใบ ทำไปทำมา ผมมองว่าคล้ายนี้น้ำมากกว่า บางครั้งผมก็เลือกลงสีน้ำ (ของจริง) ตามที่คอมพ์ปรากฏ

    สำเร็จรูปนี้ ฝึกมือไปพลางโดยไม่ต้องออกนอกบ้าน–ขอบคุณครับท่านพี่

    ด้วยมิตรฯ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s