ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

หนึ่งความสุข ธันวาคม 4, 2007

Filed under: ที่เห็นและเป็นไป© — ประทีป จิตติ @ 20:00

drawing41.jpg

ข้าพเจ้าเฝ้าครุ่นคิดมากกว่าหลายครั้งว่าความร่ำรวยทรัพย์นั้นสามารถบันดาลความสุขอันแท้จริงได้หรือไม่ ความสุขอันแท้จริงจำเป็นต้องมาหลังทรัพย์สินเงินทองหรือเปล่า–

มองอย่างผิวเผินอย่างไม่ต้องใช้สติปัญญาคิดอย่างลึกซึ้งย่อมใช่ ใช่! เงินบันดาลสุข ทว่าไม่แน่นอนเสมอไป

หลายต่อครั้งที่ข้าพเจ้าเห็นคนมั่งมีน้อยกว่ากลับมีความสุขมากกว่าข้าพเจ้า เป็นความสุขทางใจ

ข้าพเจ้าหาใช่คนมั่งมีมากไปกว่าคนทั่วไป เป็นมนุษย์เงินเดือนเช่นปุถุชน รายได้หลักมาจากการประกอบอาชีพ มีรายจ่ายที่จำเป็นจะต้องจ่ายไม่ต่างไปจากผู้ใด

รายได้ต่อเดือนเมื่อหักเข้าสมทบกองทุนประกันสังคมตกเหลือเพียงเก้าพันกว่าบาท มิตรสหายหลายคนเคยปรารภว่าทำไมได้น้อยจัง-นั่นเขาหมายถึงเมื่อเทียบกับสถานประกอบการอื่น ๆ ในตำแหน่งเดียวกัน ข้าพเจ้าว่า ไม่น้อยนักหรอก คือหมายถึงว่าเพียงพอต่อการใช้ดำรงชีพในแต่ละเดือน หากจัดสรรให้ดี ๆ ก็ยังพอมีเหลือเก็บ

แน่ละ เงินเพียงจำนวนนี้มันทำให้ข้าพเจ้ามีความสุข ระบบการทำงานที่นี่เป็นไปอย่างสบาย ๆ ไม่เคร่งครัดหากจับไปเทียบกับสถานประกอบการอื่น ๆ ที่ใหญ่กว่า มีพนักงานมากกว่า ใช่! ที่นี่เราอยู่อย่างพี่น้อง อยู่กันด้วยความสบายใจ หากข้าพเจ้าไปอยู่ที่อื่น จริงอยู่ว่ารายได้อาจเพิ่มขึ้น แต่ความสบาย ๆ อย่างที่เป็นนี้อาจไม่มี หรือมีแต่อาจลดน้อยลง แต่การนี้ข้าพเจ้าหาได้ยึดติดกับความสบายของระบบ หากมองเพียงว่ามิมีความจำเป็นจะออกไปยังที่ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า นี่ก็คือความสุขทางใจทางหนึ่งที่ข้าพเจ้าเลือก เป็นความสุขที่มิต้องการเงินมากไปกว่านี้

เมื่อมีความสุขทางกายแล้วความสุขทางใจก็ควรควบคู่ หาไม่เช่นนั้นแล้วต่อให้ร่ำรวยเงินทองเท่าไหร่ก็คงไร้ค่า ตัวอย่างเช่นนี้พบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันจากคนรอบข้าง คนใกล้ตัว

บางคนพยายามแสวงหาเงินโดยการหางานเสริมเพียงเพื่อซื้อหรือเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ ความทุกข์ของเขาที่ตามมาคือค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น ๆ ไม่มีทีท่าจะลด (แน่ละ การนี้อย่าไปหวังจากมัน) เฝ้าติดตามราคาอยู่ทุกวี่วัน หากวันไหนรู้ว่าวันรุ่งขึ้นราคาจะเพิ่มก็ตาลีตาเหลือกรีบไปแย่งเติม ข้าพเจ้าจึงไม่รู้ว่าการที่เขาขวนขวายไปทั้งหมดนั้นมันมีความสุขมากกว่าเดิมขึ้นหรือไม่

ช่างเถิด… เพราะนี่เป็นเพียงความคิด หาใช่ต้องการคาดคั้นถามเอาคำตอบ

บางเรื่อง บางสิ่ง เงินทองอาจบันดาลความสุขทั้งทางกายและใจได้ แต่ก็ต้องวิเคราะห์ว่าแท้จริงแล้วนั้นมันเป็นความสุขจริงหรือไม่ เราตอบตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องให้ผู้ใดมาตอบแทน คำตอบอยู่ที่เรา

ห้วงยามนี้ข้าพเจ้ามีความสุขทางใจโดยที่ไม่ต้องใช้ทุนรอนมากนัก คือการเขียนภาพอย่างหวัด ๆ (sketch) ด้วยปากกาลงในสมุดบันทึก ภาพที่เขียนมีทั้งทิวทัศน์ คน สิ่งของ ที่ปรากฏตามหน้านิตยสาร และเขียนจากที่เห็นจริง

การเขียนจากสายตาที่เห็นจริงมีความท้าทายกว่าในเรื่องการกะตำแหน่งองค์ประกอบต่าง ๆ ซึ่งไม่สามารถวัดได้ต่างจากภาพถ่าย อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของการฝึกเขียนลักษณะนี้คือได้บันทึกภาพที่เห็นและมีอารมณ์เฉพาะของเรา คือมันมีจิตวิญญาณร่วมลงประทับ

ข้าพเจ้าเอาภาพเขียนให้มิตรสหายและบุคคลอันเป็นที่รักได้ชม พวกเขาต่างมองและบอกด้วยความทึ่ง เหมือนคาดไม่ถึงว่าข้าพเจ้ามีมีความสามารถในด้านนี้ มันก็ควรเป็นเช่นนั้นเพียงเพราะข้าพเจ้าไม่ได้คิดเขียนบ่อยและไม่ได้เอาออกมาให้ผู้ใดได้ชม อันที่จริงหากว่ากันถึงฝีมือนั้นเป็นเพียงชั้นสมัครเล่นเท่านั้น ข้าพเจ้าเขียนเพียงเพื่อใช้ดับอารมณ์ฟุ้งซ่านต่าง ๆ เขียนเสร็จแล้วก็บังเกิดความสุข ความทุกข์อันเกิดก่อนหน้าก็ลดน้อยลง และมีบ้างที่มลายหายไป

ในระหว่างการเขียนภาพจิตใจจดจ่ออยู่ที่ปลายปากกาและสิ่งที่ต้องการบันทึกเบื้องหน้า ไม่คิดนึกถึงเรื่องใด ๆ ราวกับว่าสรรพสิ่งรอบกายหยุดความเคลื่อนไหว ความวุ่นวายต่าง ๆ มิอาจกล้ำกลายเข้าสัมผัส

ทีนี้มองย้อนกลับไป… ข้าพเจ้านั่งอยู่ที่ม้านั่งริมน้ำเจ้าพระยาท่ามกลางแสงแดดอ่อน ในมือของมีสมุดเล่มเล็กกับปากกา ก้ม ๆ เงย ๆ ระหว่างสมุดและภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า มีโรงแรมใหญ่เป็นแบ็คกราวนด์ มีเรือหลากหลายประเภทแล่นในลำน้ำ ข้าพเจ้าหวังไว้ว่า สักวันหนึ่งเถิดนะจะมานั่งเขียนภาพที่บริเวณนี้โดยไม่ต้องคำนึงถึงเวลาที่ผ่านพ้นไป

ข้าพเจ้าอยากมีความสุขโดยใช้ทุนเดิมที่มีอยู่แล้ว ได้สุขใจอยู่ในโลกแห่งความสงบท่ามกลางโลกอึกทึก สับสน วุ่นวาย ยุ่งเหยิง

เป็นอีกหนึ่งความสุขที่ไม่ต้องพึ่งเงินทองมากมายนัก.

ด้วยมิตรภาพ
๒ ธ.ค. ๕๐

Advertisements
 

6 Responses to “หนึ่งความสุข”

  1. คาใจ Says:

    แบบนั้นก็เคยคิดเหมือนกันค่ะ ว่า บางทีเรื่องเงินทองมันก็ใช่เรื่องที่เราจะเอามาเป็นเครื่องตัดสินทุกอย่าง เอาเป็นว่า พอให้อยู่รอดปลอดภัยไม่อดตายก็น่าเพียงพอ … เท่าที่เคยมีประสบการณ์กับเรื่องบางอย่างก็พบว่า…

    การไม่เอาเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น มันสำคัญต่อจิตใอย่างยิ่ง บางคนที่เราอยากช่วยเขา หวังดีกับเขาเขาอยากให้เราช่วยอะไรเล็กน้อย แม้มีเงินตอบแทนให้แต่หัวจิตหัวใจเราเองกลับไม่อยากคิดคำนวณออกมาสักกะบาทเดียว

    พอเป็นแบบนั้น เขาเองก็รับรู้ เราเองก็รับรู้ คิดว่าอาการที่เกิดกับหัวจิตใจคงน่าจะใช้จ่ายได้นานกว่า

    ค่าในรูปแบบของเงินทอง

  2. การวาดภาพทำให้เกิดความสุขใจยิ่งนัก…เห็นด้วยมากๆ
    จะรู้สึกสุขและภูมิใจขึ้นอีกนิดที่ภาพที่วาดออกมาสวยดั่งใจ…
    จะสุขจนแก้มปริ..หากมีใครเอ่ยชมแค่เพียงนิด
    อดไม่ได้ที่ต้องชมภาพของท่านที่นำมาอวดว่าสวย(อันนี้จากใจมิใช่เอาใจ)
    ยิ่งเห็นเจ้ารถแมงกะไซค์ในกรอบเล็กๆ นั่นอีกมันน่ารักดี…ว่าแต่ใช้ไบไอดีเซลล์หรือเปล่าท่าน

  3. บางทีความสุขกับการได้ดูหนังดีๆสักเรื่อง เห็นสัจธรรมชีวิตที่ผู้สร้างหนังกำลังจะบอก หรือได้เห็นความงามของบทสนทนาเมื่อคุกับคนแปลกหน้า ก็สามารถทำให้วันห่วยๆวันหนึ่งกลายเป็นวันดีๆ และเราก็สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้

    โดยส่วนตัวแล้ววาดรูปไม่เก่ง ก็เลยใช้เวลาไปกับการดูหนังและอ่านหนังสือแทน

  4. สวัสดีครับ

    -ขอบคุณขอรับท่านรองเท้าแตะ

    -น้องคาใจคิดได้ลึกซึ้งดีจริง ๆ เห็นด้วยอย่างยิ่ง

    -ดูหนัง ผมเองก็ชอบครับ แต่ทีนี้ ตั้งแต่คืนเวลาเคเบิลทีวีไปก็ชมน้อยลง เพิ่งมาชมอีกครั้งก็ตอนได้รับเครื่องเล่นดีวีดีนี่ละครับ แต่ก็ยังชมน้อยน้อยอยู่ดี เพราะเราต้องเช่าแผ่น วันต่อวัน มากกว่า 1 แผ่น คงไม่มีเวลามากพอครับ

    คงต้องไปตะลอนซื้อหนังเก่า แบบลดราคามาดู ทว่า ยังไม่ได้ไปเลยครับ…

    อ่านหนังสือก็ทั่ว ๆ ไปครับ ยังได้จินตนาการตามถ้อยอักษร คล้ายกับดูหนัง แต่ภาพที่เราวาดย่อมไม่เหมือนใคร

    ทำเมื่อไหร่ก็สุขครับ

    ด้วยมิตรภาพ

  5. อา..อ่านโพสท์ที่บ้านค่อยสบายตาสบายกายขะรับพี่ท่าน

  6. สวัสดีครับท่านพี่…

    หากมีสิ่งใดไม่สบายตาก็ปัดกวาดเสียบ้าง

    คารวะ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s