ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

เหงา… พฤศจิกายน 26, 2007

Filed under: ที่เห็นและเป็นไป© — ประทีป จิตติ @ 11:59

ในวันที่จิตใจมันหงอยเหงาอย่างจับหัวใจ เพียงเพราะสายฝนพรำมาแต่ย่ำรุ่งสองวันแล้ว ระว่างนั่งรถเมล์พยายามไม่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย ไม่ฟุ้งซ่านไปตามสิ่งที่ได้เห็น ทว่ามันยาก หากฉันกระทำได้ดังนั้นคงอาจเข้าใกล้บรรลุอะไรสักอย่าง ที่แน่ ๆ สิ่งนั้นหาใช่สิ่งอันสูงสุดทางศาสนาใดศาสนาหนึ่ง

เพียงหวังให้มันสงบสักชั่วครู่-เท่านั้น

ทำได้ไม่นาน สิ่งรอบข้างก็แปรเปลี่ยนไปตามจังหวะเลื่อนไหลของรถ ของเวลา

พยายามคิดถึงสิ่งหนึ่ง เรื่องหนึ่ง เพียงให้มันแน่วนิ่งกับเพียงเรื่องเดียว หมดเรื่องนี้ก็เข้าสู่เรื่องใหม่

พลันคิดถึง ‘ความทรงจำ’ เมื่อครั้งยังเด็ก เป็นเด็กวัยประมาณ ๔-๕ ขวบ

ความทรงจำ หรือการที่คนเราจำความได้ครั้งแรกนั้นอยู่ที่เกณฑ์อายุเท่าไร แน่ละ แต่ละคนย่อมมีไม่เท่ากัน สำหรับฉันมันเริ่มที่วัยประมาณนั้น

มีเพียงไม่กี่ภาพความทรงจำนัก ทว่ามันกลับฝังแน่น คิดถึงเมื่อไหร่ก็จดได้ติดตาเสมอแม้จะเลือนรางไปบ้าง แม้รู้สึกว่ามิได้ใส่ใจจะจดจำแต่มันก็มิเคยลืมเลือน–เป็นเพราะอะไรกัน

การจำได้ของคนเกิดเพราะสิ่งใด เหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์ที่น่าประทับใจใช่หรือไม่ และเรายินดีใส่จะจำภาพเหตุการณ์นั้นโดยมิต้องกระตุ้นย้ำเตือน ทุกสิ่งที่เห็น ทุกสิ่งทีเกิดขึ้นตราตรึงอยู่ในความทรงจำ

ไม่ว่าการณ์นั้นจะเป็นความประทับที่แสนสุข หรือเปี่ยมไปด้วยความทุกข์

ความทรงจำที่ตรึงเป็นภาพอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันของฉันมีทั้งความสุขท่ามกลางความทุกข์รันทดผ่านภาพของเด็กชายตัวน้อยที่เพิ่งประสีประสา

ภาพที่หนึ่ง… เด็กชายตัวน้อยร้องไห้จ้าจะตามพ่อที่กำลังจะลับบานประตูบ้าน ย่าบอกว่าพ่อจะไปทำงานอย่าร้องนะลูก เด็กชายไม่ฟัง ต้องการเพียงอยู่กับพ่อนาน ๆ นานกว่าทุกครั้ง และทุก ๆ ครั้ง ทว่าไม่ได้ผล พ่อไม่หันเดินย้อนกลับมา ราวกับพ่อตัดใจ ทำใจแข็ง สุดท้ายพ่อก็ไป

ภาพที่สอง… ตลาดนัดสนามหลวง พ่อพาเด็กชายตัวน้อยตระเวนเดินดูสิ่งของสารพัด สะดุดใจที่ร้านของเล่น มีดาบวงพระจันทร์สีเทาทำด้วยพลาสติก เด็กชายอยากได้ สองขาไม่ยอมก้าวเดินตามพ่อ รบเร้าให้พ่อซื้อ พ่อบอกว่ามันแพงนะ พ่อไม่มีเงินพอ ไม่ว่าพ่อจะเอ่ยอ้างยังไงเด็กชายก็ไม่เคลื่อนไหว สองตายังคงจ้องดาบของเล่นนั้นไม่กะพริบ สุดท้ายพ่อตัดใจจะซื้อ เด็กชายเห็นสีหน้าของพ่อเจื่อนไปขณะที่นับเงินในกระเป๋ากำลังจะส่งให้กับพ่อค้าพลันก็เปลี่ยนใจบอกว่าไม่อยากได้แล้ว พ่อถามว่าทำไมล่ะ เด็กชายตอบ ฉันสงสารพ่อ พ่อหัวเราะ แต่ไม่เต็มเสียงนักหรอก…

ภาพที่สาม… ไม่กี่ครั้งนักหรอกที่เด็กชายจะได้อยู่พร้อมหน้าพ่อ แม่ ลูก พ่อพาแม่พาเด็กชายดูหนังรอบดึกที่เซ็นจูรี่ หนังเลิกคนทั้งสามกลับที่พักในเขตทหารย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เด็กชายนอนตรงกลาง มีพ่อและแม่อยู่เคียงข้าง ที่คิดว่าไม่กี่ครั้งที่จริงแล้วอาจเป็นเพียงครั้งเดียว อย่างน้อยเด็กชายก็จำได้ครั้งเดียว

เห็นภาพเหล่านั้นแล้วมันยิ่งตอกย้ำความหงอยเหงา น้ำตารื้น ไม่บ่อยครั้งนักที่ฉันจะเป็นอย่างนี้ จู่ ๆ น้ำตาก็พานจะไหล ก้อนสะอื้นวิ่งแล่นจุกที่ลำคอ อยากปล่อยให้ทำนบพังทลายอย่างไม่อายเกรงสายตาคนรอบข้าง ฉันรู้เหงา คิดถึงแม่ วาดภาพของแม่ในวัยยามนี้หากมีชีวิตอยู่ ยิ่งพยายามวาดมากเท่าไหร่ก็เหมือนกับวิ่งสวนทางกับความจริง

ความจริงที่ฉันมิอาจรู้ได้เลยว่าภาพที่วาดนั้นมันจะเป็นอย่างนั้น

ฉันเหงาเหลือเกิน อยากพูดสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ฉันรู้สึกมันอยู่ในก้นบึ้งกับใครสักคน กับใครคนนั้นที่ฉันสามารถกอด ซบหน้าร้องไห้เวลาที่ใจมันรันทดเหลือทน กลับทำเพียงได้จุกสะอึกและก้มหน้าซบกับท่อนแขนตัวเอง

ฉันอยากร้องไห้ อยากให้น้ำตาอาบสองแก้ม ใจของฉันมันแห้งแตกระแหงมานานนักแล้ว ปล่อยให้มันไหลอาบชุ่มใจเสียบ้างเถิด

เธอจะเห็นน้ำตาของฉันกบตา

หากใครสักคนถาม ฉันอาจปล่อยโฮออกมาเหมือนเด็ก ๆ

มันเหงาเหลือเกิน เหงาอย่างจุกอก ตีบตันที่ลำคอ…

๒๐ พ.ย. ๕๐

Advertisements
 

6 Responses to “เหงา…”

  1. lek Says:

    ฟุ่งซ่านกับอารมณ์เหงา หรือเปล่า???

    มันเป็นเช่นนั้นเอง

  2. pattararanee Says:

    อารมณ์เหงา

    ปล่อยให้ฟุ้งไปบ้างก็พอไหว

    แต่ถ้าใจเหงา

    เร่งคลายมือเหงานั้นออก

    คงจะดีกว่า

    ปล. มีบางคนบอกว่า ยิ่งเราเหงา ยิ่งเขียนดี ^^

  3. เป็นเพียงการแล่นพลุ่งอย่างแปลบปลาบหนึ่งชั่วสำนึก...

    มิทราบว่าเช่นไรหาได้เป็นเช่นนั้น...

    รอบกาย พลุกพล่าน จอแจ แต่ภายในกลับเหงาหงอย

    เหว่ว้า...

    เพราะเหตุใด...

    * * *

    ผมหลงรักอารมณ์เช่นนี้จริง ๆ

    เพียงเพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง

    เพียงแค่ไม่คิดว่าเหงา…

    เพียงแค่ว่าเหงา…

    มันแตกต่างกัน–เพียงความรู้สึก

    ด้วยมิตรภาพครับ

  4. เคยอ่านหนังสือเรื่องราวชีวิตของคุณเป็นเอก รัตนเรือง เค้าบอกว่า เค้าชอบเผชิญหน้ากับความเหงาและอยู่กับมัน ทำนองว่า
    “เออ เหงาก็เหงาวะ”

    สองสามเดือนก่อน ลองทำตามดูรู้สึกดีแฮะ
    เหงาแต่ไม่หงอย เพราะอย่างน้อยก็รู้ตัวว่าเรารู้สึกอย่างไรอยู่

    แด่คนเหงาทุกคน!!!!!!!

    ด้วยมิตรภาพเช่นกันค่ะ

  5. ดื่มน้ำเยอะๆ นะเจ้าคะ..จะได้หายจุก
    ฮี่ฮี่

  6. อ้าว ดื่มน้ำ เยอะ ๆ แล้วไม่จุกด้วยหรือครับ

    แซวเล่น ตอนนี้อากาศแห้งครับ จริงดังว่า ต้องดื่มเยอะ ๆ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s