ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

รักเอย… ตุลาคม 8, 2007

Filed under: ที่เห็นและเป็นไป© — ประทีป จิตติ @ 00:00

  ปีที่ ๓, สัปดาห์ที่ ๓๑

น้ำตาเธอคลอหน่วย  ใบหน้าหมองคล้ำ ไม่มีร่องรอยความแช่มชื่นเหมือนวันก่อน ๆ

            “เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อไหร่”  ข้าพเจ้าถามเธอ

            “เมื่อเย็นวาน  เขาขนเสื้อผ้าออกไปก่อนฉันไปถึง” 

            “เอาน่า…เดี๋ยวเขาก็กลับ”  ข้าพเจ้าปลอบเธอ  ด้วยไม่เห็นว่าจะมีคำพูดใดที่ดีไปกว่านั้น

            นึกถึงวันก่อนหน้า เธอมักเปรยอยู่เสมอว่าหากเขาไปเมื่อไหร่จะดีใจอย่างมาก ๆ  ข้าพเจ้ารู้ว่าเธอเพียงประชดประชัน หาได้มีเจตนาจริงจังเช่นคำพูด  เป็นเพียงอารมณ์ที่พลุ่งออกมาเมื่อเธอและเขาต่างขึ้งเคียดในเรื่องบางเรื่อง ในสิ่งบางสิ่ง  เป็นเรื่องในครอบครัว เป็นเรื่องของคนสองคน  ไม่เหมาะนักที่บุคคลที่สามจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวแสดงความเห็นใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง  เป็นผู้รับฟังที่ดีเห็นจะดีที่สุด แต่วันนี้ข้าพเจ้าอดใจไม่ได้ที่จะซอกแซกถาม

            “ไหนว่าหากเขาไปจะไม่เศร้าไง”  เหมือนต้องการเตือนสติกับคำพูดของเธอในครั้งหนึ่งในหลาย ๆ ครั้ง  หวังให้เธอมีใจเข้มแข็ง

            “ก็มันอดไม่ได้นี่  อยู่กินกันมาจนลูกโตจะเป็นสาวแล้ว จะให้ชั่งใจทันทีทันใดยังไงได้ล่ะ” 

            “เศร้าเหรอที่เขาจากไป  เพราะอะไร-ทำไม?”

            “มันเร็วเกินไป ฉันทำใจไม่ทัน  ถ้าคุยกันก่อนก็คงไม่แบบนี้” 

            “แบบไหน?  ผมว่าคุณก็คงไม่พ้นเป็นอีหรอบนี้นัก” 

            “แต่มันจะต่างกัน  มันจะไม่ทำให้ฉันรู้สึกว่าเป็นผู้บกพร่อง” 

            “ทำไมต้องคิดว่าตัวเองบกพร่อง?  มันจริงน่ะสิเธอถึงได้คิดอย่างนั้น” 

            เธอเงียบ  น้ำตาไหลอาบสองแก้ม  สะอึกสะอื้น  สองมือปาดหยาดน้ำออก

            “โทร.ไปหาเขาสิ  คุยกันให้รู้เรื่อง  มัวแต่นั่งเศร้าเสียใจมันไม่เกิดอะไรขึ้นหรอกนะ”  ข้าพเจ้าว่า  ด้วยอึดอัดกับกิริยาขัดแย้งกับตัวตนของเธอเหลือกำลัง  การคิดเองฝ่ายเดียวข้างเดียวไม่บังเกิดผลดีแต่อย่างใด  ยิ่งคิดก็ยิ่งจมดิ่งลงสู่ความมืดมน 

            “ให้ฉันง้อเขาน่ะหรือ”  เสียงเธอกร้าวแข็ง  

            “ง้อก็ง้อสิ มันเสียหายตรงไหน  ถามและคุยให้แน่ชัด  ถ้าไม่อ้อนวอนให้เขากลับมาก็ไม่ใช่ง้อ-เราต้องเคลียร์ให้กระจ่าง จากนั้นก็ต้องดำรงชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้  จะมานั่งจมอยู่กับความทุกข์ให้ได้อะไรขึ้นมา” 

            “เขาต่างหากที่ควรจะเป็นฝ่ายโทร.มา”  เธอยืนยันความคิด  

            “ถ้าเขาไม่โทร.?”  ข้าพเจ้าเริ่มเหนื่อยใจ พลางทบทวนบทบาทของตนเองว่าก้าวก่ายมากไปไหม  แล้วสรุปว่า-พอเถอะ  พูดมากไปกว่านี้เห็นทีจะไม่เข้าทีแน่ 

            ชีวิตคู่ก็เหมือนลิ้นกับฟัน  มีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นเรื่องปรกติ  ข้าพเจ้าดีใจอย่างหนึ่งที่เธอบอกว่าการกระทบของเธอและเขานั้นมิได้เกิดจากบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง  เป็นเพียงความขัดแย้งของคนสองคน  ก็พอจะเห็นเห็นทางกลับมาชื่นมื่นกันได้บ้างละ  คนหนึ่งอาจเลือกจากไปชั่วคราว ทิ้งเรื่องราวความขัดแย้งไว้เบื้องหลังสักพัก  อารมณ์เย็นขึ้น นิ่งขึ้น อาจได้คิดทบทวนอะไรต่ออะไรได้บ้าง

            ข้าพเจ้าเลิกสนใจทั้งที่ใจมิได้เป็นเช่นเดียวกับการกระทำ  แต่ทางเดียวที่จะทำได้คือปล่อยให้เธอจมและคุยกับตนเองไปสักพัก  เรื่องคิดสั้นตัดช่องน้อยแต่พอตัวนั้นไม่ต้องห่วง  ผู้หญิงแกร่งเช่นเธอไม่คิดตื้น ๆ เพียงแค่นั้นหรอก–ข้าพเจ้ามั่นใจ ด้วยความสนิทสนมกับเธอมากว่า ๔ ปี 

ผ่านไปค่อนวัน  บ่ายคล้อยไปกว่าสี่ชั่วโมงแล้ว  เธอปรากฏเบื้องหน้าข้าพเจ้าด้วยใบหน้าแช่มชื่นผ่องใสผิดจากเมื่อเช้า

            “เขาโทร.มาแล้ว…”  น้ำเสียงแจ่มใสราวเสียงแก้วกังวาน 

            “ดีแล้ว  ยิ้มซิ  ยิ้มได้แล้วนี่”  ข้าพเจ้ายิ้มยั่ว

            อากัปกิริยาของเธอเปลี่ยนไปราวคนละคนกับเมื่อเช้า  มีเสียงหัวเราะยามเมื่อคุยกับผู้อื่น  เป็นบุคลิกประจำตัวของเธอที่พบเห็นได้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  หากวันใดผิดแผกไปนั้นหมายถึงความทุกข์บางเรื่องบางสิ่งกระทำต่อเธอเช่นเช้าวันนี้ 

            ข้าพเจ้ารู้…กับคำพูดของเธอที่ว่าจะดีใจเมื่อเขาไปนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงการพูดประชดประชันชีวิตรักเท่านั้น หาได้คิดกระทำจริงดังคำพูดไม่ 

            เป็นความรักที่คนสองคนหาได้ตั้งใจออกแบบ แต่เป็นความรักที่คนทั้งสองต่างเลือกจะกระทำต่อมันได้ 

           ทำไม?  อย่างไร?  ไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่าไม่ยากจนเกินไปนักมิใช่หรือ– 

           

||  ||  ||  ||

 

            ด้วยมิตรภาพ

            ๑, ๗ ต.ค. ๕๐

           

           

Advertisements
 

9 Responses to “รักเอย…”

  1. Orn-Uma P Says:

    “ความรัก” มีไว้ก็ดีนะค่ะ เพราะหากรู้จักใช้บางครั้งทำให้อะไร ๆ ที่อยู่รอบๆ ตัว ดูสดใสขึ้น แต่ทางกลับกัน ใช้ไม่เป็นก็กลายเป็นกองไฟย่อมในใจได้เลยหละค่ะ มันก็อยู่ที่วิธีที่เราเลือกใช้กัน…

    แต่หากว่าวันนี้ยังมี ความรัก อยู่กับตัวก็ควรรักษากันไว้ให้ดีค่ะ

    ไม่ได้แวะมานาน..บ้านดูสวยขึ้นมากๆค่ะ 😀

  2. ผมมักพูดซ้ำ ๆ และฝังใจกับคำที่ว่า

    "ความรักเป็นอมตะ...แต่ความเกลียดจะตายลงไปทุกวินาที"

    จาก Human Commedy-ความสุขของชีวิต โดย วิเลียม ซาโรยัน

    ด้วยมิตรภาพครับ

  3. Orn-Uma P. Says:

    น่าเสียดายจริงๆ ที่ยังไม่เคยได้อ่านเลยค่ะ..
    แต่ลองทำความเข้าใจตามความรู้สึกตนเอง
    ได้ว่า คนเรารักกันในความดีของกันและกัน..
    ซึ่งแม้คนคนนั้นจะตายจากเราไปแต่ความดีเค้ายังคงอยู่
    ในใจเรา ดังนั้นความรักที่มีให้จึงยังคงมีอยู่อย่างนั้น..
    .. (ถูกรึป่าวค่ะกับความเข้าใจนี้) ..

    ส่วนเรื่องความเกลียดจะตายลงไปทุกวินาที นั้น
    ยังไม่ค่อยเข้าใจค่ะ… ชี้แนะด้วยค่ะหากไม่รบกวนจนเกินไป

    ตั้งใจว่าวันนี้จะไปเดินร้านหนังสือ เผื่อจะได้มีโอกาสดีดี
    ได้เลือกซื้อหนังสือดีดี มีคุณค่ามาอ่านซะหน่อย ..

    ..ขอบคุณค่ะ.. : D

  4. ความเกลียดชีงกันนั้นหรือครับ

    เมื่อเกลียดกันก็เหมือนได้ตายจากกันไปแล้ว ไม่อยากคบ ไม่อยากสุงสิง

    ไม่ต้องรอให้มอดม้วย ในขณะที่มีชีวิตอยู่ก็เหมือนได้ตายไปแล้ว…

    ไม่มีใครอยากได้รับความเกลียด…ต้องการได้ความรัก เป็นพื้นฐานของมนุษย์…

    แล้วไยจะมาเกลียดกันเล่า…

    คือถ้าเกลียดคนอื่น ก็เท่ากับเกลียดตัวเองด้วย เพราะคนที่เราเกลียดก็คงไม่รักเราเท่าไร…

    ไม่งง นะครับ (หรือจะงงก็ได้ ;))

    Human Commedy เป็นเรื่องตีพิมพ์มานานแล้ว คิดว่ายังคงหาได้ ในหมวดวรรณกรรมเยาวชน น่ะครับ

    สำหรับเด็ก 12 ปี จนถึงผู้ใหญ่

    ด้วยมิตรภาพครับ

  5. Orn-Uma P. Says:

    เป็นดังที่แจ้งมาเลยค่ะ พอไปถึงที่ร้านหนังสือ ให้ พนง. ลองเช็ค
    สต๊อกหนังสือ พบชื่อหนังสือและผู้แต่ง แต่ยอดเป็น “ศูนย์” (-_-” ..
    … จึงอดอ่านไปตามระเบียบค่ะ …

  6. ถ้าคุณอรอยากอ่านจริง ๆ การเสิร์ชหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต อาจจะช่วยได้

    อีกทั้งยังสามารถสั่งซื้อทางไปรษณีย์ได้ด้วย

    เสียแต่ว่าวิธีการนี้ บ้านเราไม่นิยมครับ (แม้จะจัดส่งฟรีก็ตาม)

    ด้วยมิตรภาพครับ

  7. ningnung Says:

    ท่านพี่คราวหลังปลอบใจเธอไปเลยว่า

    “เอาน่า…บางคนยังไม่มีแม้กระทั่งคนทำให้เสียใจ อันนั้นน่ะน่าเศร้ากว่าอีก”

    อุอุ กัดตัวเองก็เป็น

  8. Orn-Uma P. Says:

    คิดว่าไว้คงไปเดินดูร้านอื่นดีกว่าหนะค่ะ
    เพราะบอกตามตรงไม่ค่อยนิยมสั่งซื้อสินค้า
    ผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตเท่าไร..

    ..รู้สึกหวาดๆ นิดนึงอ่ะค่ะ..แหะ แหะ 😀

  9. มีเหตุผลมั้ยครับหนุงหนิงที่ “กัดตัวเองอย่างนั้น”

    ขึ้นอยูกับสำนักพิมพ์ด้วยครับว่า…

    อย่างของคุณวินทร์ และ สกุลไทย ถึงแน่นอน

    เอ๊ะ สนพ.อื่นผมไม่รู้นะ นี่บอกตามประสบการณ์จริง

    แต่เชื่อแน่ว่า เมื่อเปิดส่งทางป.ณ.ย่อมถึงแน่นอน

    😉


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s