ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

ตอนเขียนใหม่ๆเคยเป็นแบบนี้ไหมครับ? กันยายน 29, 2007

Filed under: คุยกับวินทร์ เลียวฯ — ประทีป จิตติ @ 00:00

จากคุยกับวินทร์ เลียววาริณ winbookclub.com

ผู้เขียน หัวข้อ: ตอนเขียนใหม่ๆเคยเป็นแบบนี้ไหมครับ?
นักศึกษา

ตอนเขียนใหม่ๆเคยเป็นแบบนี้ไหมครับ?
เมื่อ: 2007-09-24 19:33:25
ผมเคยบ้าอยากเป็นนักเขียนอยู่ช่วงหนึ่ง นั่งเขียนอยู่ได้ตั้งแต่หัวค่ำจนถึงตีสามตีสี่ทุกวัน เขียนเสร็จเรื่องหนึ่งก็นั่งปลื้มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่รำพึงรำพันให้กับความเก่งของตัวเอง แต่พอเอามาอ่านตอนหลังๆผมจะเห็นข้อบกพร่องให้แก้แล้วแก้อีก นานวันเข้างานที่เคยคิดว่าตัวเองเขียนดี้ดีก็กลายเป็นงานที่น่าขำสำหรับตัวเองไป คุณอาเคยเป็นอาการแบบนี้บ้างไหมครับ แล้วมีวิธีแก้อาการนี้อย่างไร

ปล. เรื่องที่ผมแต่งน้ำเน่าระดับนิยายอ่านเล่นเล่มละสิบกว่าบาทประเภทซาตานทั้งหลายแหล่ยังต้องชิดซ้ายเชียวล่ะครับ ประมาณว่าอ่านหน้าแรกแล้วเดาตอนจบหน้าสุดท้ายได้เลย
2007-09-24 19:33:25

คำตอบ

ตอบเมื่อ: 2007-09-24 21:29:23
ผมก็เคยเป็นอย่างคุณครับ เขียนแล้วก็พูดกับตัวเองว่า “อุ้ย! พี่คิดได้ไง” ผ่านไปไม่กี่วันพบว่ามันไม่ได้เรื่องเลย

นี่เป็นอาการของนักเขียนมากมายครับ ดังนั้นไม่ต้องวิตก ทางแก้คือ ฝึกเขียนต่อไปไม่หยุด แล้วมันจะดีขึ้นเอง เชื่อพ้มเถอะ

Advertisements
 

6 Responses to “ตอนเขียนใหม่ๆเคยเป็นแบบนี้ไหมครับ?”

  1. คาใจ Says:

    เคยเป็นค่ะ บ่อย ประจำและสม่ำเสมอเช่นกัน

    แต่ว่านอกจากจะเป็นอย่างนั้นประจำแล้ว
    เรื่องที่เป็นประจำอีกคือ มันหยุดไม่ได้สักที
    เรื่องเขียนน่ะ บางที่เพ้อบ้าบอไปเรื่อยๆ

    มันหยุดเขียนไม่ได้จริงๆ

  2. เพื่อนกวีเคยกล่าวกับข้าพเจ้าว่า

    คนที่เขียนแล้ว...แม้จะหยุดไปนาน สักวันอาการ "อยาก" จะกลับมา....

    เลิกไม่ได้...

    😉

  3. มีประเด็นแฝงที่เห็นแล้วคันปากคะเยออยากพล่อยออกมา..คือ นิยายน้ำเน่าเล่มละสิบบาท
    ผู้น้อยไม่เคยเห็นด้วยเลยแม้กระผีกกับวิธีคิดตัดสินคุณค่า
    ..
    ..
    ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่าในคำกล่าวเหล่านี้จะมีความรู้สึกหมิ่นแคลนเคลือบอยู่ด้วยหรือไม่เพียงไร?

    แต่หากผู้กล่าวสามารถเขียนนิยายน้ำเน่าเล่มละสิบบาทและสามารถขายได้ คือมีคนต้องการอ่าน นั่นก็ถือว่าผู้เขียนสามารถดำรงชีพด้วยการเขียนหนังสือเขาก็คือนักเขียนอาชีพคนหนึ่ง
    เป็นเพียงเขียนหนังสือประเภทหนึ่งก็เท่านั้น

    เขียนนิยายเล่มละบาทที่ขายได้
    กับเขียนเบสเซลเลอร์เล่มละสองร้อยที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์

    หากมองด้วยสายตาหมิ่นแคลนย่อมเกิดการปะทะทั้งสองด้าน โดยที่ล้วนมีคุณค่าในตัวเอง

    แม้โครงเรื่องจะซ้ำซาก พล็อตไม่ซับซ้อน ตัวละครดาษ ๆ บทสนทนาเล่าก็ไม่ประเทืองปัญญา

    แต่หากอักษรเหล่านั้นได้ทำการสื่อสารโดยมีผู้เขียนมีผู้อ่าน นั่นก็นับว่าได้ทำหน้าที่ดำรงคุณค่าของมันเสร็จสมบูรณ์แล้ว

    เขียนนิยายน้ำเน่า..เรื่องผีเล่มละบาท..
    กับเขียนเบสท์เซลเลอร์เล่มละห้าร้อย

    จะต่างกันตรงไหนในความเดียวดายบนแป้นพิมพ์

    เช่นเดียวกับคนรวย..คนจน..
    ต่างกันเช่นไรในวัฏสงสาร
    ..
    ..
    พัฒนาทักษะงานเขียนเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องไม่ใช่ก้าวเดินบนมรรคาแห่งการหมิ่นแคลน
    ข้าพเจ้าเห็นผู้คนที่เดินไปบนเส้นทางสายนั้นไม่ต่างจากไก่ที่กำลังถูกลำเรียงด้วยรถของโรงงาน

    ข้าพเจ้ามองด้วยสายตาหมิ่นแคลนเคลือบแฝงอยู่บ้างหรือเปล่าล่ะเนี่ย?
    เดี๋ยว..ขอสำรวจดวงตาก่อนขะรับ
    ..
    ..
    ว่าแต่ว่า..

    กวีเป็นเช่นสุราฤาขะรับ…?
    เลิกไม่ได้สักที…หนอ..

    คารวะ

  4. สวรรค์เสก Says:

    พักหลังๆ นี้ผมไม่ค่อยได้เข้าไปบ้านหนอน ไปแวะเยี่ยมเยียนท่านเจ้าสำนักนานนักหนาแล้วล่ะครับพี่ทั่นอานันท์

    หากแต่พอผ่านมาแถวนี้ ยังได้สะเก็ดปัญญาของท่านผู้บรรลุแล้วซึ่งหนทางแห่งอักษราที่พี่ทั่นหอบหิ้วเอามาฝากอยู่ซำเหมอ

    ขอบคุณครับ

    อ่า…

    ความเห็นของพี่เถ้าก็ลึกซึ้งคมคายดียิ่ง

    “หนังสือเบสเซลเล่อร์จะมีคุณค่าใดหากมันไม่ได้ตีพิมพ์ออกมา
    หนังสือเล่มละสิบบาทย่อมทรงคุณค่าเพราะล้วนใช้ตัวอักษรแบบเดียวกันกับเบสเซลเล่อร์

    สุดท้ายล้วนคือตัวอักษร
    สุดท้ายล้วนมาจากคน
    คนที่สร้างตัวอักษรอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายแม้คืนที่ไร้เงาจันทร์

    นับถือครับ

    -น้องสอ-

  5. nubalm Says:

    หวัดดีท่านพี่

    อ่า…. มิได้เข้าบ้านท่านพี่มานานเลยเจียว
    .
    .
    อาการนี้เป็นคะ เขียนที่บล็อกตัวเองก็ทู่เรศตัวเองนะ พอกลับมาอ่านแล้วก็นั่งขำ เออ… แหะเขียนไปได้ไงช้านนนน

    เชื่อว่าฝึกหัดเขี่ย เอ้ยยย เขียนไปนานๆเข้าก็คงจะดีขึ้น

    จากเด็ก หัดเขี่ย ๕๕๕๕

    คาราวะ

  6. ท่านดินแจงกระจ่างเลย...

    รู้ไหมท่าน หนังสือนิยายเล่มละ 20 (มิได้ดูแคลนนา ยกให้อ่าน)

    ขายดีกว่าหนังสือเล่มละ200 มาตรฐาน...

    รายละเอียดเเหมือนที่แจง...

    ทำไมขายได้ดี เพราะกลุ่มเป้าหมายไงครับ

    คนเขียนแนวนี้เขามีเป้าหมายที่ชัดเจน

    ไม่คลุมเครือ...

    เนือ้หางานจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องให้ผู้อ่านที่สัตย์ซื่อเป็นผู้พิจารณา

    หาใช่เจ้าของผลงาน...

    เจ้าของรอรับอะไรครับ

    เงิน ชื่อเสียง

    ทั้งหมดนั้นมาจากไหน หากไม่มีคนอ่าน...

    คิดมากไปแล้ว

    หากมองตนเองอย่างนี้ เลิกเขียนดีกว่า

    จริงไหม...

    ก็ ตัดสินเองเสียแล้วนี่

    ;)

    ท่านสวรรค์เสกครับ

    กระผมหอบหิ้วเนื้อ ๆ มาฝากครับ

    แกล้มเหล้าดี ผมไม่ชอบกินน้ำ ๆ

    ;)

    นู่บาล์ม สู้ ๆ ๆ ๆ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s