ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

รองเท้า เกือก เกี๊ยะ… กันยายน 16, 2007

Filed under: สวัสดีวันอาทิตย์© — ประทีป จิตติ @ 00:00

สวัสดีวันอาทิตย์ © – 2/23

ช่วงนี้ฝนตกบ่อย ที่ว่าบ่อยนั้นหมายถึงก่อนหน้านั้นมักไม่ค่อยตก ทั้ง ๆ ที่ควรจะตกเนื่องเพราะยังอยู่ในฤดูฝน บ่อยครั้งที่อากาศร้อนอบอ้าวมากกว่า-ร้อนแทบว่า ‘ฝน’ ควรจะตก แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น

สองสามวันก่อนฝนตกอย่างรุนแรง แรงทั้งสายน้ำและแรงลมในช่วงเวลาเย็นย่ำหลังเวลาเลิกงาน ผมติดฝนอยู่ที่ท่าเรือข้ามฟากร่วมครึ่งชั่วโมง บริเวณที่หลบฝนนั้นค่อนข้างดีเนื่องจากเป็นเพิงขายอาหารซึ่งเก็บร้านหมดแล้ว แต่รอบ ๆ บริเวณนั้นสิ เจิ่งนองไปด้วยน้ำที่เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ ไม่นานผมจึงรู้สึกว่าเท้าข้างซ้ายเริ่มเปียกชื้น ยกเท้าขึ้นมาดูพบว่าพื้นรองเท้า (ที่เป็นยาง) บริเวณฝ่าเท้านั้นหักมีรอยแยก

รองเท้าคู่นี้ใช้งานมากว่า 2 ปีแล้ว แน่ละ-พื้นมันจึงต้องสึกบ้างเป็นธรรมดา บ่งบอกสถานะว่าถึงแก่กาลเวลาที่จะต้องซื้อคู่ใหม่เสียที

ทุกครั้งนะครับกับเวลาที่จะต้องเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่ สำหรับผมรู้สึกว่ามันยากเย็นในการตัดสินใจซื้อเสียเหลือเกิน หนึ่งนั้นเป็นเพราะผมมีรองเท้าสวมใส่ไปทำงานเพียงคู่เดียว ไม่มีสลับสับเปลี่ยนหรือสำรองอีกสองสามคู่ รองเท้ากีฬาหุ้มข้อของผมสวมใส่ได้ทุกโอกาสและทุกงาน ตั้งแต่ไปทำงาน ไปเที่ยว เรียกได้ว่ามันเป็นรองเท้าอเนกประสงค์เลยทีเดียว และเมื่อมีเพียงคู่เดียวนี่แหละ เมื่อถึงคราวที่จะต้องแยกจากกันจึงต้องอาวรณ์เป็นธรรมดา (ตามประสาคนติดของใช้เช่นผม)

อาวรณ์นั้นด้วยว่าส่วนที่เสียหายของรองเท้าแต่ละคู่คือ ‘พื้นรองเท้า’ สึกหรอ จากหนาเป็นบางในที่สุด ส่วนบริเวณที่หุ้มหลังเท้านั้นสภาพยังค่อนข้างดีกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ เกิดความรู้สึกเสียดายก็ตรงนี้ละครับ คือยังมองว่าไม่สมควรที่จะ (ทิ้ง) เปลี่ยนเพียงเพราะมันมีปัญหาเพียงแค่นั้น ถ้าเปลี่ยนพื้นรองเท้าได้ก็คงสามารถใช้งานต่อไปได้ แต่ผมก็ได้แต่เพียงคิดไม่ตัดสินใจทำเช่นนั้น เพราะเห็นว่าไม่คุ้มกับราคาที่จะต้องเสียไป

คิดเช่นนั้นเพราะครั้งหนึ่งผมเคยเอารองเท้า (คู่ที่แพงที่สุดที่เคยมี) ไปเปลี่ยนพื้น ด้วยความที่อยากได้บริการที่ดีที่สุด (ที่ผมเชื่อ) จึงไม่ได้เปลี่ยนร้านธรรมดาแต่กลับเลือกร้านที่มีชื่อร้านหนึ่ง ตกลงถามไถ่การซ่อมแซมอย่างดิบดีจนผมมั่นใจว่ารองเท้าคู่นั้นจะมีสภาพใกล้เคียงเหมือนเดิม สองวันถัดมาไปรับรองเท้า เมื่อเห็นแล้วก็แทบร้องตะโกนร้อง “มึงทำอะไรกับรองเท้ากู…!”

ในใจน่ะร้องอย่างนั้นจริง ๆ ครับ แต่ก็แค่นั้นแหละ-ร้องได้แต่ข้างใน ภายนอกอึ้งไปสนิทใจ!

รองเท้า (ที่รักและแพง) บิดเบี้ยวจากรูปทรงเดิมไปอย่างน่าเกลียดที่สุด อีกทั้งไอ้พื้นรองเท้านั้นดูแล้วก็ช่างธรรมดาเสียเหลือเกิน ไม่มีแววเหมือนหรือใกล้เคียงกับของเดิมสักนิด ผมอยากจะร้องไห้กับความ ‘ชุ่ย’ และ ‘สุดมั่ว’ ของช่างร้านนั้นอย่างที่สุด แล้วพลันโมโหสุดสุดอีกกับราคาที่จะต้องจ่าย-พนักงานบอกเกือบครึ่งพัน!

ผมจำใจจ่ายเงินและรับรองเท้ากลับมา และตัดสินใจสวมใส่มันต่อไป (ก็จ่ายเงินซ่อมไปแล้ว) จนกระทั่งมันหมดสภาพจริง ๆ ต่อมาอีกเกือบปีจึงเปลี่ยนคู่ใหม่…

ครั้งหนึ่งเพื่อนให้รองเท้าหนังคัตชูมาคู่หนึ่ง แต่หนังขาดบริเวณนิ้วก้อยนิดหน่อย ผมจึงเอาไปซ่อม คราวนี้ซ่อมร้านธรรมดาริมถนนสาทรหน้าสำนักงานนี่แหละ ระหว่างรอช่าง (หญิงวัยกลางคน) กำลังเย็บนั้นผมถามราคาพื้นรองเท้ายางหากว่าเปลี่ยนนั้นราคาตกที่เท่าไหร่-ช่างบอกว่าอยู่ที่ร้อยถึงสองกว่าบาท… ผมถามต่อว่าแล้วถ้าเปลี่ยนนี่ทรงรองเท้ามันจะเปลี่ยนไหม-ช่างบอกขึ้นอยู่กับพื้นที่จะเปลี่ยนว่ามีลักษณะใกล้เคียงกับรองเท้า หากใกล้มากก็แทบจะไม่เสียทรง… จากนั้นผมก็เล่าประสบการณ์การเปลี่ยนพื้นรองเท้านั้นให้ช่างฟัง เธอยิ้มแต่ก็ไม่ได้แสดงความเห็นใด ๆ

ก่อนจากผมเปรยกับช่างซ่อมรองเท้าอย่างโง่ ๆ ว่า “มันน่าจะมีรองเท้าที่ผลิตออกมาใช้งานได้สักหลาย ๆ ปี” เธอยิ้ม ตอบรับว่าหากเป็นเช่นนั้นธุรกิจผลิตรองเท้าคงแย่ละ เพราะคนจะไม่ซื้อรองเท้าเลย เพราะมันไม่พัง และถ้าไม่พังช่างซ่อมรองเท้าอย่างเธอก็คงแย่เพราะไม่มีใครเอารองเท้ามาให้ซ่อม

ผมเดินจากมาพร้อม ๆ กับแค่นหัวเราะให้กับความคิดโง่ ๆ เช่นนั้น

แต่…เอาละ อย่างไรเสียวันนี้ผมก็ยังคิดอยากให้มีรองเท้าที่คงทน ใช้งานได้นานอย่างพอสมควรที่จะเป็น และคิดในทางกลับ หวังว่าผู้ผลิตรองเท้าคงไม่คิดว่า หากทำรองเท้ามาทนทานแล้วคนจะซื้อรองเท้าน้อยลง เลยพาลผลิตรองเท้าที่อายุการใช้งานสั้นขึ้นมา-ผมอาจคิดมากเกินไปก็ได้ ผมละกลัวจริง ๆ กับการซื้อรองเท้าคู่ใหม่ กลัวว่าใส่ได้ไม่เท่าไหร่พื้นจะหลุด หนังจะขาด และ ฯลฯ

เพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง (ผู้ซึ่งมีความรู้เรื่องรองเท้า) จบการศึกษาจากวิทยาลัยศิลปะหัตถกรรมฯ สาขาช่างหนัง เคยแนะผมว่าหากต้องการคุณสมบัติทนทานก็ต้องจ่ายเงินซื้อแพงหลักพันขึ้น!, ผมหัวเราะ เพียงเพราะไม่กล้าและมีทุนทรัพย์ปานนั้น เขายังสำทับซ้ำด้วยว่า-จริงนะ ไม่ได้พูดเล่น ๆ ยิ่งกับพวกฝรั่งด้วยแล้วเขาล้วนต้องการสิ่งของเครื่องใช้ที่มันทนทาน และเขาก็ไม่ห่วงด้วยว่าจะไม่มีคนซื้อเพราะของเหล่านั้นสักวันมันก็ต้องมีความเสื่อม (ตามสัจธรรม) เมื่อเสื่อมถึงคราวที่จะต้องซื้อใหม่เขาก็จะซื้อยี่ห้อเดิม กลายเป็นลูกค้าที่มีความจงรักต่อสินค้านั้น ๆ ไป จากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง เรียกว่าหากินกันได้ยาวนานเลยทีเดียว ส่วนราคาที่ว่าเป็นพันนั้นเป็นเพราะ ‘ค่าเงิน’ ต่างกัน มิได้หมายความว่ารองเท้าที่ดีที่ทนจะต้องมีราคาแพงหูฉี่… ยกเว้นเสียอย่างคือ หากมันเป็นที่นิยม เป็นแฟชั่นแล้วราคาของมันอาจมากเกินไปกว่าต้นทุนก็เป็นได้

ครับ-เพื่อนอธิบายมาเช่นนั้นก็พอจะเข้าใจ แต่เอาเป็นว่าผมขอราคาซื้อในราคาที่เหมาะสม-เหมาะแก่การใช้งานมากกว่าเป็นการประกวดประขันดีกว่า…

คิดถึงรองเท้าคู่ก่อน ๆ ระยะเวลาการใช้งานก็เกือบสองปี บวกลบคูณหารกับราคาที่จ่ายไปแล้วก็นับว่าเหมาะสมกันดี ใช้งานได้จนหมดสภาพของตัวมันเองก็นับว่าเพียงพอแล้ว, สวัสดี.

16 ก.ย.50

Advertisements
 

6 Responses to “รองเท้า เกือก เกี๊ยะ…”

  1. รองเท้าอย่างเป็นทางการ…ส่วนใหญ่จะใส่คู่เดิม…จนสิ้นอายุกันไปแล้วจึงเปลี่ยนคู่ใหม่
    เดี๋ยวนี่ชีวิตไม่ค่อยเป็นทางการ…เลยมักใส่เกือกที่เรียกว่าแตะ…

    -รองแตะ แล้บแปล๊บ-

  2. ถ้าไม่เป็นทางการ ก็รอง (แตะ) ฟองน้ำเช่นกัน

    แต่…ไม่ค่อยสะดวกเลยครับ (สำหรับผมนะ)

    😀

  3. แทนขวัญ Says:

    ว่าแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องสวมรองเท้าคู่ใจ พาตัวเองไปหาอะไรอร่อย ๆ รองท้องซะแล้วพี่ชาย

  4. หวังว่า อาหารมื้อเที่ยงคงอร่อยหนักท้องนะครับ...

  5. thaiadsense Says:

    ผมว่าบางทีนึึกไม่ออกว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี ต้องเป็นเรื่องที่ตัวเองชอบผมว่านะ ผมก็กำลังเขียนเรื่องนี้อยู่

    http://thaiadsense.wordpress.com/

  6. dsg89dsyfernct3rsgyefyrgdfhgysdbfguirdfvdbvhjdfsdkjhcsdgbfhdgcdsbfjsjagfydsgfdhbcghdfvchdfvdycvhgsdvcgsdhcfysakfgyesdfhcsdycvhsdfvcysdajhaxbvczxnvdsghfsgvvghafdetyfgdhsvcghsdfcghsdfhcgfsdhgcvghsdvc548545s4dfckjsadgfbsdghcgsdfcs dgsdvhghjsdbuy g sgdhgvys dsh ghsdfhfgsah dsa fsdaf sdafgsaf dsffdsgf sdghffagdhsafasdhg jsdh fdhfgdshafgasdgftewtfdsgf asergdsfhgdfshgfdsfsdfdsfdsdvhgfhsdhfgxznfvvxbhbjksdbfjsdufgsdfghsdgfhdgfhgghghghghghhghghghgghghghghghghghhgghhghgcdfyvcxgxbbnf,vbgjkfbv jgfgbjfbvdvbgbvfbhgvbxvfnbhjvdbghvcbvdfvgcx hvdh fhxchjghdghvcbdgvhdghvdfcvgdfcvgdhfcghsdfghcgdshcghsdvghcvzghdgzvxcdgvzxghcvghzxvdgcvzxghdcfghsdadhgckchzxfuihvuhgiu


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s