ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

เหตุผลของสุภาพ สิงหาคม 20, 2007

Filed under: ที่เห็นและเป็นไป© — ประทีป จิตติ @ 00:00

 ปีที่๓, สัปดาห์ที่ ๒๔

เขาค่อนข้างแน่ใจว่า หากกลับมาถึงที่พักช้าอีกสักหน่อยคงไม่พ้นเป็นลมล้มพับไประหว่างการเดินทางในยามเย็นย่ำล่วงเลยจนค่ำมืด

เปล่า-เขาไม่ได้ไปเมามายที่ไหน เพียงหิวข้าวจนตาลาย

เปล่า-เขาไม่ได้ไปเมามายที่ไหน เพียงหิวข้าวจนตาลาย

อาการหิวข้าวจนตาลายนี่เป็นอย่างไร ผู้ใดที่เคยประสบคงทราบถึงอาการดี มิใช่เพียงแต่ตาลายเท่านั้นหรอกนะ ก็อย่างที่บอกว่าเรี่ยวแรงมันก็ลดน้อยถอยลงด้วย แต่ก็ต้องแข็งใจแข็งขืนลากขาลากสังขารต่อไป จุดหมายคือที่พัก

อันที่จริงเขาเองก็คิดนึกสงสัยอยู่ว่า เมื่อเช้าเมื่อกลางวันก็กินข้าวทั้งสองมื้อเวลา กินอย่างพออิ่มเช่นปรกติ แต่เหตุฉะไหนครั้นพอตกเย็นจึงมีอาการหิวโหยเหลือประมาณ

เขาลองคิดทบทวนระหว่างเปิดน้ำราดรดศีรษะไล่ความร้อนออกจากร่างกาย… อ้อใช่ มันอาจเกิดจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวสุดสุดในวันนี้ ร้อนอย่างนี้ฝนควรจะตก แต่ถึงบัดนี้เวลาล่วงเลยเข้าสองยามก็ยังไม่มีวี่แววว่าฝนจะตก เหม่อมองไปนอกห้องเลยระเบียง ไกลออกไปยังท้องฟ้ามีเพียงฟ้าแลบแปลบปลาบวิบวับอยู่ไกล ๆ

มีแต่สายฟ้าสาดไล่เป็นสาย แต่ไม่มีเสียงครืน ๆ ตามมา, ลมนิ่งสงบ ภายในห้องพักหากไม่มีพัดลมช่วยโบยโบกแล้วละก็ ไอร้อนจากร่างกายจะอวลทั่วอณูรอบกาย

อากาศร้อนอาจเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เขาหิวข้าวเร็วกว่าปรกติ, อากาศร้อนอาจทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักโดยการเผาผลาญพลังงานอย่างรวดเร็วผิดปรกติ

แน่ละ ต้องเป็นเพราะอากาศร้อนที่เป็นปัจจัยหลักแน่ ๆ ในห้วงยามนั้นเขารู้สึกกระหายน้ำเป็นกำลัง ลำคอแห้งผากได้แต่กลืนน้ำลายเหนียว ๆ ยิ่งกลืนก็ยิ่งขมขื่นในลำคอ

กว่าสองชั่วโมงที่อยู่บนท้องถนนนั่นก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่างกายเขาอ่อนล้า ด้วยก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ซึมเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางหลอดลมไปสู่ปอด จากนั้นจึงแล่นเข้าสู่หัวใจแล้วส่งไปเลี้ยงสมอง, สมองได้รับก๊าซนี้มากก็ยิ่งทำให้มึนงง ส่งผลให้เกิดอาการหน้ามืด ง่วงงุน ยิ่งเครียดยิ่งหิวเลือดก็สูบฉีดมากกว่าปรกติ ร่างกายที่ทนรับไม่ไหวอาจหมดสติ ส่งผลให้เป็นลมหมดสติ…

เขาเคยพบเห็นคนที่มีอาการดังกล่าวบนรถประจำทางอยู่สองสามครั้ง และทั้งหมดนั้นเกิดกับผู้เป็นสตรีเพศ ซึ่งมีทั้งเด็ก วัยรุ่น และวัยสาว และแน่ละ คนทั้งสามวัยเหล่านี้ล้วนยืนอยู่บนรถประจำทางที่หนาแน่นไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่ต่างเบือดเสียดกัน ทั้งในช่วงเช้าและเย็น

หนแรกที่เขาประสบนั้นเป็นเช้าวันหนึ่งที่ฝนตก, ฝนตกคนนั่งต่างก็พากันปิดหน้าต่าง ครั้นพอฝนจางพอไม่กระเซ็นเข้ามาแล้วบางคนก็ยังไม่ยอมเปิดหน้าต่าง เช่นนั้นอากาศภายในรถจึงอบอ้าว อากาศไม่ถ่ายเท ลมหายใจออกของแต่ละคนต่างก็เป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เด็กหญิงซึ่งร่างกายย่อมอ่อนแอกว่าใคร ๆ จึงมีอันเป็นลมล้มพับ

เมื่อนั้นเธอจึงได้รับการเอื้อเฟื้อจากชายหนุ่มให้นั่ง-จะให้เขาซึ่งยืนมองเห็นเหตุการณ์ว่าอย่างไรดีหากไม่มองว่านั่นคือการตกกระไดพลอยโจน…

ครั้งที่สองก็เช่นเดียวกัน ต่างกันที่ว่าเธอ-หญิงสาวเกิดอาการแข้งขาอ่อนในเช้าวันหนึ่งที่ฝนไม่ตก แต่อากาศร้อนอ้าวฉิบหายวายป่วง เธอทรุดร่างลงท่ามกลางความตกใจของคนรอบข้าง สุภาพสตรีวัยกลางคนที่นั่งอยู่สละเบาะนั่งให้เธอพร้อมหยิบยาดมจากกระเป๋าส่งให้ พร้อมระบายอากาศด้วยพัดกระดาษ เขายืนอยู่ไม่ห่างจากเหตุการณ์จึงพอได้ยินสุภาพสตรีท่านนั้นไต่ถามด้วยความห่วงใย ได้ความว่าเธอไม่ได้กินข้าวเช้าในเช้าวันนั้นเพราะออกจากบ้านผิดเวลาบวกกับอากาศร้อน คนบนรถแน่นด้วยแล้วจึงเกิดอาการหน้ามืดวิงเวียนศีรษะพานจะเป็นลม

และครั้งล่าสุดก็คือเช้าวันนี้…

อากาศร้อนอบอ้าวอย่างที่เขาบ่นให้ฟังตั้งแต่ตอนต้นนั่นแหละ และรถก็แน่นมาก-มากกว่าทุกวันจนผิดปรกติ แน่นขนาดที่ขยับตัวเปิดทางให้คนจากด้านในเดินออกได้อย่างยากลำบากเต็มทน สภาพไม่ต่างจากปลาที่อัดแน่นอยู่ภายในกระป๋องอย่างที่เรียกกล่าวขาน

เบื้องหน้าเขาเป็นหญิงสาวนักศึกษา เธอยืนหันข้างหันหน้าออกทางหน้าต่างรถ ชิดติดกับเขาเพียงกระเป๋าสะพายกั้นขวาง ซึ่งนั่นเป็นส่วนดีที่ไม่ทำให้เขาต้องลำบากใจนัก หากไม่มีมันปิดกั้นเสียแล้วเขาคงกระอักกระอ่วนใจเต็มทน…ก็มันอัดแน่นกันขนาดนั้น

เขาเห็นใบหน้าที่ขาวของเธอแล้วยิ่งขาวซีดลงเรื่อย ๆ คิดในใจว่าเธอจะเป็นลมไหม… คิดเพียงนั้นเธอก็หยิบตลับยาดมออกจากกระเป๋าด้วยมือสั่นเทา ลักษณะคล้ายยาหม่องหรือขี้ผึ้งเขาไม่แน่ใจนัก คิดว่าเธอคงเหม็นควันรถ (หรือไม่ก็กลิ่นกายของเขา-แต่เขาแน่ใจว่าไม่ใช่อย่างเข้าข้างตนเอง) แต่ไม่ใช่ เพราะหลังจากดมยาแล้วเธอก็สะกิดสุภาพสตรีสาวใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงหน้า ร้องขอเบา ๆ ว่า “คุณน้าคะ ขอหนูนั่งนะคะ หนูจะเป็นลม”

แล้วเธอก็ได้นั่ง แถมยังมีใจที่จะช่วยถือของให้อีก แต่สตรีท่านนั้นบอกว่าไม่เป็นไร…

เขาคิดถึงน้องสาวผู้ร่วมงานคนหนึ่ง เธอเคยมีประสบการณ์เช่นเดียวกันนี้ เธอบอกว่าที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนั้นคือไม่ต้องการหมดสติล้มทั้งยืน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นมันจะอันตรายมาก เธอจึงบอกเพื่อนสาว (รวมทั้งเพื่อนหนุ่ม) ว่า หากรู้ตัวว่าจะเป็นลมแล้วละก็ให้รีบร้องขอกับผู้ที่ได้นั่งโดยพลัน-อย่าอายนะจ๊ะ!

เขาเห็นด้วยกับเธอว่าไม่เห็นเป็นสิ่งหน้าอายแต่อย่างใด หากแต่ผู้ที่ไม่ยอมสละเบาะนั่งให้นั่นแหละ น่าอาย!
 หากวันนี้เขามีอันจะต้องหน้ามืดเป็นลมบนรถประจำทางเขาจะกระทำอย่างที่น้องเขาแนะนำไหม… เขาไม่รู้ เพียงเพราะโชคดียังไม่ถึงขั้นนั้น และจึงไม่รู้ว่าจะมีใครเสียสละให้ชายหนุ่มเช่นเขานั่งหรือไม่

ก็โชคดีนั่นแหละ ที่ไม่เป็นและไม่ต้องรู้คำตอบ–

เฮ้อ-ข้าพเจ้าฟังเขาพูดเขาบ่นอยู่เสียตั้งนานสองนาน, เขากำชับว่าที่เล่าให้ฟังนี่ไม่ได้นึกเห็นใจตนเองหรอกนะ หากแต่เห็นใจสุภาพสตรีทุก ๆ วัย อยากให้ทุกคนได้นั่ง ทว่าเป็นไปไม่ได้เพราะเบาะนั่งมีจำนวนจำกัด ไอ้ครั้นตัวเขาจะสละเบาะนั่งให้ก็ทำไม่ได้เพราะเลือกที่จะยืนไว้ก่อนตลอดศก…

ฟังเรื่องที่เขาบ่นให้ฟังแล้วข้าพเจ้าก็นึกสรรเสริญไปพร้อม ๆ กับสะอึก เกิดความละอายใจกับเหตุผลท้ายสุด

…คนหนุ่มอย่างเรา ๆ ได้ยืนตลอดทางบ้างจะเป็นไร…

|| || || ||

ด้วยมิตรภาพ™
๑๔ ส.ค.๕๐

Advertisements
 

7 Responses to “เหตุผลของสุภาพ”

  1. คาใจ Says:

    ท่านน้องก็กำลังเกิดอาการเดียวกันนี้อยู่
    เที่ยงคืนที่ หิวซะเหลือเกิน เพราะเพิ่งทำการบ้านเสร็จ

    ไม่ได้มาทักทายท่านพี่เสียนาน กลัวว่าจะลืมเลือนกันไปเสียเเล้ว
    คืนนี้เลยมา หาเรื่อง (อ่าน)เสียหน่อย
    ………………………………………..

    ก็ไม่เคยเห็นคนเป็นลมล้มพับไปต่อหน้าต่อตาสักเท่าไร
    เพราะในรถเมล์หลีกเลี่ยงจะขึ้นคันที่ เป็นปลากระป๋องอยู่เเล้วค่ะ
    แต่ใน BTS น่ะบางช่วงเวลาคนก็แน่นเหมือนรถเมล์เลยนะ กลัวหมือนกันว่า
    ใครจะเป็นลมไหมนะ ?

    ส่วนหิวข้าวตาลาย เคยเป็นเหมือนกันค่ะ แต่ไม่สามารถจะบอกอธิบายอาการได้
    เพราะอาการหิวข้าวตาลายนั้น

    ยากเกินอธิบายจริงๆ ค่ะ

  2. nubalm Says:

    “มาแล้วแก้วตา สัญญาให้ไว้ยังจำ”

    แหะๆๆ อารมณ์เกิดอยากจะร้องพอดีนะท่านพี่

    อืมเคยเห็นคนเป็นตอนรอเข้าห้องสอบ เป็นใกล้ๆน้องด้วยเจ้าคะ เลยต้องสละยาดมของน้องให้เค้าไป
    แต่พอสอบเสร็จ ทั้งคน ทั้งยาดมหายจ้อยยยยย ๕๕๕๕ (ให้ไปแล้วนี ไม่เอาคืนหรอก)

    อย่างที่ท่านพี่ว่า ถ้าจะเป็นบนรถ ให้ขอคนที่นั่งใก้ลเราที่สุดนี้ละ ไม่ต้องอายด้วย 😉

  3. parchya Says:

    ผมหิวผมจึงคิด
    ผมคิดผมจึงเห็น
    ผมเห็นผมจึงัวไม่โน

    ฮ่าๆๆๆ

    สวัสดีขอรับกระผมท่านพี่

  4. สายสวัสดิ์พี่ท่าน

    ข้าพเจ้านั่งมันที่ประตูนั่นล่ะขะรับ(ถ้ารถว่าง)
    หากรถแน่นเอาก้นพิงพนักหลับมันทั้งมือยังโหนราว
    ที่ประจำของข้าพเจ้าคือซอกระหว่างเก้าอี้รองสุดท้ายกับเก้าอี้ยาวหลังสุด
    หากฟลุ้คคนนั่งในสุดลุกก็จะได้นั่งโดยไม่ต้องแย่งใคร
    แต่เป็นการลุ้นหนึ่งต่อหนึ่งไม่มีอัตราต่อรอง
    หลายครั้งที่ไอ้บ้านั่นทะลึ่งไปนนฯเหมือนข้าพเจ้า
    ทำเอาข้าพเจ้ายืนขาแข็งไปตลอดทาง(นึกแค้นใจน่าจะผายลมใส่หน้ามันนัก)
    มีอยู่ครั้งหนึ่งได้นั่งสมใจด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าตามประสาวัยสะออน
    ข้าพเจ้าหลับปุ๋ยรับลมเย็นเหม็นอับผ่านชายเสื้อชุ่มเหงื่อของไอ้หนุ่มช่างอุตฯ
    ..
    ..
    ลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่าน้ำลายกำลังยืดได้ที่
    ในรถโล่งว่างมีแต่เก้าอี้เปล่า
    ข้าพเจ้าตกใจคิดว่าผีหลอกรีบป้ายน้ำลายกระโจนลงจากรถ

    หนอยแน่! กระเป๋ามันแล่นแถมข้าพเจ้าซะหลายโลฯ
    รถเข้าอู่มันก็ยังไม่ยอมปลุก
    ตังค์ค่ารถเมล์ก็มีอยู่แค่พอกลับบ้าน
    ข้าพเจ้าต้องบากหน้าขอตังค์คนที่ป้ายรถ
    จึงได้กลับถึงบ้าน
    ..
    ..
    คิดย้อนกลับไปยังไม่เข้าใจ…อยู่มาได้อย่างไร!

    คารวะ
    ดิลล์

    ปล. วันใดที่ป้ายรถเมล์หากท่านเจอชายไทยไม่ทราบนามทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมตรงเข้ามาทักว่า
    “ขอตังค์หน่อยเพ่ ผมไม่เมตังค์กลับบ้าน” ช่วยเหลือบมองสักหน่อยไอ้หมอนั่นอาจเป็นละอ่อนดินสหายท่าน อิ อิ อิ

  5. tomwork Says:

    โชคดีที่สองแถวเข้าเมืองไม่เคยแน่น เว้นตอนโรงเรียนเลิก
    แถมไม่มีหน้าต่าง มีแต่ช่องลมยาวตลอดคัน
    ไม่มีใครเป็นลม แต่หลับกันเกือบทั้งคัน เพราะมันวิ่งยังกับย่องเบา
    สงสัยรถมันมีแค่เกียร์สอง

    สติคเกอร์ “โปรดเอื้อเฟื้อ เด็ก สตรี และคนชรา” เขายังมีกันอยู่อีกหรือเปล่า
    เข้ากรุงคราวที่แล้วก็ลืมดู

  6. เป็นข้อความพ่นสีสเปรย์สีแดง

    ผมเคยค้นหาข้อความนี้

    ปรากฏว่ายังมีอยู่

    แต่น้อยเต็มที

  7. ปล. วันใดที่ป้ายรถเมล์หากท่านเจอชายไทยไม่ทราบนามทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมตรงเข้ามาทักว่า
    “ขอตังค์หน่อยเพ่ ผมไม่เมตังค์กลับบ้าน” ช่วยเหลือบมองสักหน่อยไอ้หมอนั่นอาจเป็นละอ่อนดินสหายท่าน อิ อิ อิ

    * * *

    แต่ทุกวันนี้ที่ผมเห็น คงไม่ใช่ท่านแว้ว เพราะยังเห็นทุกวัน

    กลับบ้านทุกวัน

    55


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s