ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

เสี้ยวอารมณ์หนึ่ง สิงหาคม 12, 2007

Filed under: ที่เห็นและเป็นไป© — ประทีป จิตติ @ 16:59

ปีที่ ๓, สัปดาห์ที่ ๒๓

มันเป็นเวลาเช้าตรู่ของต้นเดือนสิงหาคม เมฆบนท้องฟ้าเป็นสีเทาหม่น สายลมเย็นพัดกระโชกมาเป็นวูบ ๆ อยู่เป็นระยะ ๆ เพียงพอจะสาดซัดหัวใจที่หวีดหวิวให้กับคนบางคนรู้สึกเย็นเยียบ กรีดเนื้อบาดผิวกายแล่นผ่านเข้าไปในจิตใจ มันเป็นความเย็นเยียบกรีดความรู้สึกดังกล่าวให้กระตุกจิตใจโดยพลัน แน่ละ มันเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ

เขาแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ริมระเบียง แสงสว่างหม่น ๆ เริ่มกระจายเป็นวงกว้าง ครอบคลุมพื้นที่เบื้องล่างและไกลออกไปสุดสายตาที่จะมองเห็น

เหมือนฝนจะตก-เขาคิด ซึ่งมันก็น่าจะเป็นเช่นนั้นเพราะเพิ่งเข้าพรรษาไปเมื่ออาทิตย์ก่อน แต่พิจารณาอีกครั้งฝนอาจไม่ตก ดูจากเมฆบนท้องฟ้าแล้วไม่คลับคล้ายคลับคลาเมฆฝน ลมที่พัดพาอากาศเย็นเยียบสัมผัสร่างกายตั้งแต่ท่อนแขน ขา และใบหน้ามันเป็นลมแห้ง ๆ เหมือนลมในฤดูหนาวปานนั้น

ลมหนาวละหรือ?… มิใช่หรอก ทว่าเขาก็รู้สึกเช่นนั้น เหมือนลมหนาวจริง ๆ แต่กับห้วงยามนี้-ต้นเดือนสิงหาคมจะเป็นลมหนาวได้อย่างไรกัน

เขาหวนคิดถึงรายงานสภาพอากาศจากโทรทัศน์-อากาศช่วงนี้แปรปรวน อากาศร้อน มีฝน และหนาวเย็นได้สลับกันไป แย่ไปกว่านั้นมันจะสลับสับเปลี่ยนกันเป็นว่าเล่น ขอให้ระมัดระวังสุขภาพในช่วงอากาศเช่นนี้… นอกจากรายงานดังกล่าว เขายังได้ทราบอีกด้วยว่าประเทศเพื่อนบ้าน-เวียดนามกำลังประสบกับภัยธรรมชาติน้ำท่วม ด้วยเพราะฝนตกหนัก มีคนล้มหายตายจาก ภาพสลับตัดกลับมาในเขตพื้นที่ภาคอีสานจังหวัดหนึ่งก็ประสบกับภัยเดียวกัน ต่างกันแต่ว่าเกิดจากการระบายน้ำจากเขื่อน เหตุเพราะน้ำในเขื่อนมีมากเนื่องจากรองรับน้ำฝนไว้เต็มปริมาณ จึงต้องเลือกปล่อยระบายน้ำ มิเช่นนั้นเขื่อนอาจพังทลายและจะยังผลเสียหายมากกว่านี้

ดูเหมือนโลกทุกวันนี้ต่างผจญเผชิญกับปัญหาที่เกิดจากน้ำ เขาได้ยินรับฟังมาตลอดในช่วงระยะเวลากว่าสิบปีเกี่ยวกับวิกฤติภาวะโลกร้อน… โลกร้อนทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกเหนือละลายมากขึ้นทุกวัน ๆ อย่างรวดเร็วผิดจังหวะเวลาของธรรมชาติ นักวิทยาศาสตร์ต่างคาดการณ์กันว่าอาจไม่ถึงร้อยปีข้างหน้าน้ำจะท่วมโลก…

เขาฟังแล้วก็นึกวิตกและหวาดกลัว ยิ่งมีภาพยนตร์ที่สร้างจากจินตนาการนี้ออกมาเป็นภาพสองมิติหลายต่อหลายเรื่องเพื่อฉายภาพและย้ำเตือนให้มนุษย์ตระหนักถึงสภาวการณ์นั้นด้วยแล้วก็ยิ่งสร้างภาพถึงชีวิตตนเองในวันนั้น

วันนั้นหรือ?… วันนั้นเขาอาจไม่มีชีวิตเหลือผจญเหตุการณ์นั้นก็ได้ หากเป็นเช่นนั้นมันก็เป็นผลดีที่ไม่ต้องเผชิญเหตุการณ์อันไม่พึงปรารถนาดังกล่าว

เขาคิดได้ดังนั้นก็ปลงตก จะมีชิวิตอยู่หรือไม่ จะคิดไปในวันนี้หรือจะไม่คิดก็เปล่าประโยชน์ อย่างดีก็แค่ตายอย่างร้ายก็แค่ทุกข์ และหาวิถีทางปรับตัวอยู่ร่วมกับมันให้ได้

ลมหนาวพัดกรูมาอีกระลอก… เขาถอนใจเฮือกใหญ่ มันยังมีเรื่องราวให้ต้องขบคิดมากว่านั้น-เป็นเรื่องของปัจจุบันทันด่วน

ต้นไม้ในกระถางพัดล้อลมไหว ๆ ตามแรงลม เบือนหน้าละจากท้องฟ้าและความคิดเมื่อครู่ หยิบกระบอกน้ำฉีดพรมกิ่งก้านใบ เขารับรู้ถึงความสดชื่นที่พวกมันได้รับ… ต้นไม้กับน้ำ-น้ำกับต้นไม้-ดินที่ชุ่มละอองน้ำ-ฝูงมดดำตัวเล็กแตกฮือกรูออกมาจากซอกดินกับใบไม้ที่ทับถม เขานึกขอโทษพวกมันแต่ก็หวังว่ามันคงเข้าใจ เพราะหลังจากนี้พวกมันก็จะเดินกลับเข้าที่ได้เหมือนเดิม เขารู้ว่าพวกมดเหล่านี้ต่างก็ชอบความชื้น เขาเพียงเพิ่มความชุ่มชื่นให้เป็นไปตามธรรมชาติ

ท่ามกลางแสงสว่างที่ไร้แสงแดดเพิ่มขึ้น… เสียงเครื่องยนต์สลับกันคำรามแผดร้องอยู่ที่ลานจอดเบื้องล่าง เสียงน้ำมันจากกระทะดังฉู่ฉี่พร้อมกลิ่นปลาทอดลอยคลุ้งขึ้นมาสัมผัสจมูก เสียงท้องลั่นครืน ๆ ลมเย็นพัดกรูมาอีกระลอกแต่ไม่เยียบเย็นเท่ากับครั้งแรก เพียงแค่รู้สึกเย็นสบาย เขาลุกขึ้นเดินกลับเข้าห้องพัก ยืนลังเลอยู่ที่หน้าห้องน้ำมองไปยังเตียงนอน หญิงสาวยังคงนอนอบอุ่นอยู่ใต้ผ้านวมผืนหนา อยากแทรกกายเข้าไปหาความอบอุ่นในนั้นเหมือนเช่นค่ำคืนที่ผ่านมา คิดอยากจะนอนต่อ นอนมันทั้งวันโดยไม่ต้องสนใจความเป็นไปของโลก-ไม่ต้องคิดไม่ต้องวุ่นวายใจต่อสรรพสิ่งใด ๆ มากกว่าที่บังเกิดภายในห้องพักนี้

แต่มันจะเป็นไปได้อย่างใจคิดเช่นนั้นหรอกหรือ?… เพียงนี่คือความคิดอันขี้เกียจในช่วงประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้นเอง จริงอยู่ชีวิตของเขาอาจเอื้ออำนวยให้ขี้เกียจได้ในบางห้วงยาม แต่กับชีวิตอื่นล่ะ สำหรับบางผู้คนแทบไม่มีเลย เพราะการนั้นมันจะส่งผลกระทบต่อชีวิต และไม่เพียงแต่ชีวิตของตนเท่านั้น มันกระทบเป็นลูกโซ่ เป็นวงจรหมุนไปหมุนไปในแต่ละครอบครัว–คนหนึ่งสบายแต่อีกหลายคนต้องเดือดร้อนกับความสบายของคนคนหนึ่ง

หญิงสาวลืมตาพบเขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น พูดเอ็ดทว่าน้ำเสียงไม่จริงจังนัก “ไปอาบน้ำได้แล้ว”

เขาจึงคว้าผ้าเช็ดตัวหันหลังเดินเข้าห้องน้ำ เปิดฝักบัวให้น้ำเย็นเยียบไหลรินรดตั้งแต่ศีรษะลงสู่ปลายเท้า ความสดชื่นบังเกิดขึ้นสลัดความโลเลง่วงเหงาออกไปในบัดดล ในใจกลับร้อนรุ่มพลางคิดว่าวันนี้คงเข้างานไม่ทันเวลากำหนดอีกแล้ว อีกทั้งภาวนาขออย่าให้ฝนตกก่อนที่จะได้ออกเดินทางจากห้องพัก

|| || || ||

๗ ส.ค.๕๐

Advertisements
 

4 Responses to “เสี้ยวอารมณ์หนึ่ง”

  1. ningnung Says:

    อืม…อ่านแล้ว ไปอาบน้ำบ้างดีกว่า
    ให้สายน้ำได้ชะล้างความง่วงงุนออกไปเสียบ้าง
    ก่อนจะนอนซุกกายภายใต้ผ้าห่มอุ่นอีกครา

  2. อ้าว ท่านหนุงหนิง

    ท่านไม่ทำงานหรือ?

    อ้อ ลืมไป

    ที่ทำงานของท่านมิใกล้ไกลจากที่พัก

    ว่าแต่

    สายไหม?…

  3. อาทิตย์นี้ขายไม่ดี

    สงสัยไม่ได้ค่าเบียร์

    หง่าว….

  4. เหอ เหอ พี่
    ทอดอารมณ์เช้าวันทำงานเนี่ย
    เสี่ยงต่อการถูกไล่ออกยิ่ง

    ทำไม่บ่อย
    แต่! ก็มีบ้างงงงงง

    ปล. เก็บตกสุดสัปดาห์ ยังขายอยู่เปล่า?


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s