ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

คำจำกัดความ มิถุนายน 18, 2007

Filed under: ที่เห็นและเป็นไป© — ประทีป จิตติ @ 12:20

เย็นวันหนึ่งระหว่างยืนอยู่บนรถประจำทางอันหนาแน่นไปด้วยผู้คนซึ่งมันก็เป็นเช่นนี้แหละ เป็นทุกวันกับรถโดยสารสายประจำของข้าพเจ้าที่วิ่งระหว่างชานเมืองสู่ริมน้ำเจ้าพระยา, ข้าพเจ้ามิได้ตั้งใจบ่นด้วยการเขียนเพียงแต่ตั้งใจที่จะเกริ่นนำเรื่องในลักษณะนี้เพื่อเป็นการเปิดฉากให้ท่านได้เห็นภาพสักนิด

อากาศในฤดูเปรต ๆ* ห้วงยามนี้พิลึกพิลั่นร้อนบรรลัย ร้อนชนิดที่ว่าอบอ้าวขนานหนัก เหงื่อซึมผุดที่ผิวหนังอย่างยากที่จะเหือดแห้งเพียงเพราะขาดสายลมพัดโบก ต่อเมื่อมีลมพัดมันก็ยังยากไม่อยากแห้ง ท่านใดที่รู้สึกเหมือนเช่นข้าพเจ้าคงซาบซึ้งใจดีว่ามันไม่สบายผิวกายนัก ความรู้สึกอันดับแรกที่อยากกระทำเมื่อถึงที่พักคือต้องรีบอาบน้ำ, ข้าพเจ้าเองก็เช่นกัน ทุกวันเวลาในห้วงยามนั้นแม้ว่าจะนึกคิดอะไรต่อมิอะไรเรื่อยเปื่อยในหัวสมอง ชั่วแวบก็จะต้องแล่นรำพึงรำพันว่าอยากอาบน้ำเหลือกำลังจากนั้นก็หวนคิดเรื่องที่ค้างคาต่อไปหรือไม่ก็คิดเปลี่ยนเรื่องใหม่ไปเลย

อากาศร้อนบรรลัยเช่นนั้นระบบความคิดกระจัดกระจายจากเรื่องนี้ไปเรื่องนั้นเรื่องนั้นไปเรื่องโน้นแล้วก็กลับมาเรื่องนี้อีกที… แต่มันก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ข้าพเจ้าคิดซ้ำ ๆ ซาก ๆ มาสี่ถึงห้าวันติดต่อกัน เป็นอาการระลึกถึงเหตุการณ์ ๆ หนึ่ง และวันนี้ระหว่างระลึกถึงก็มีเรื่องอื่นเข้ามาแทรกเมื่อได้ยินเสียงพนักงานเก็บค่าโดยสารร้องบอกจำนวนผู้ที่จะลงรถในแต่ละป้ายต่อพนักงานขับรถ หนแรกก็มิได้ใส่ใจสักเท่าไรแต่เมื่อเริ่มสังเกตฟังจึงแจ้งแก่ใจว่าเขาทำเช่นนี้ทุกป้ายที่จะมีผู้โดยสารลง… สองคนบ้างละ สี่คนบ้างละ และเท่าที่สังเกตไม่เคยมีเกินจำนวนมากไปกว่านี้

ข้าพเจ้าสงสัยว่าหากจำนวนคนมากกว่านั้นเขาจะคอยนับไหม อย่างเช่นบริเวณป้ายใหญ่ ๆ ที่หมายถึงเป็นป้ายที่มีคนลงเป็นจำนวนมาก เช่นหน้าห้างสรรพสินค้าและป้ายที่เป็นที่หมายปลายทางของข้าพเจ้าซึ่งเป็นตลาดสด– เขาจะนับได้หมดครบถ้วนจำนวนคนไหม?… ดังนั้นเพื่อจะให้รู้แน่ข้าพเจ้าจึงต้องรอฟังเมื่อรถถึงหน้าห้างสรรพสินค้านั้นก่อนก่อนที่จะถึงตลาดสดซึ่งนั่นก็ยังอีกเหลือระยะอีกไกลพอสมควร ข้าพเจ้าจึงกลับไปคิดถึงเรื่องราวก่อนหน้าต่ออีกครั้ง…

ปรกติแล้วกล่าวสำหรับเรื่องซ้ำซากของข้าพเจ้านั้นไม่เคยระลึกถึงได้นานเช่นวันนี้ เป็นการคิดย้อนกลับไปไกลกระทั่งถึงต้นเรื่องซึ่งเป็นระยะเวลากว่าหนึ่งปี รายละเอียดของเรื่องทุกซอกมุมต่างผุดขึ้นมาในห้วงสำนึกอย่างต่อเนื่องซึ่งก็ทำให้เพลิดเพลินท่ามกลางความหมองหม่นของเรื่องระหว่างเดินทางไปได้ห้วงยามหนึ่ง ทว่าการระลึกถึงนี้เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่ใคร่ต้องการนักแต่จะทำอย่างไรได้กับเรื่องบางเรื่องที่อยากลืมแต่ก็ลืมไม่ได้, การบันทึกเรื่องราวความทรงจำของสมองมนุษย์นั้นช่างล้ำเลิศกว่าสมองกลกว่าเป็นไหน ๆ สมองกลไม่มีชีวิต ไม่มีเลือดเนื้อ เป็นเพียงวัตถุซึ่งสักวันมันจะกลายเป็นขยะเป็นซากของเทคโนโลยี มันมีวันหมดอายุ อายุขัยของมันหากเทียบเคียงกับความเป็นชีวิตของมนุษย์-ของสัตว์โลกนั้นยังแสนสั้นกว่าเป็นไหน ๆ คุ้มดีคุ้มร้ายอาจหมดอายุขัยก่อนกำหนดเมื่อนั้นความทรงจำต่าง ๆ ที่มันบันทึกไว้ก็ดับหายวูบ ประวัติศาสตร์อันยาวนานของโลก-ของมวลมนุษยชาติอาจถึงกาลวิบัติสิ้นสูญหากว่าเรายังคงมุ่งที่จะเก็บฝากข้อมูลต่าง ๆ ไว้กับมัน และก็ใช่เพียงแต่ความทรงจำนั่นหรอกยังรวมถึงการที่เรายังได้ฝากวิถีการดำรงชีวิตเอาไว้กับมันอีกด้วย เราให้มันควบคุม เราให้มันดูแลกิจกรรมต่าง ๆ ของเราโดยไม่ใคร่ตระหนักถึงอนาคตวันข้างหน้าสักกระผีกริ้นเลยว่าสักวันหนึ่งมันตายได้ และเมื่อมันตายเราอาจต้องตายตามมันไปเนื่องจากมันได้เป็นผู้ควบคุมจัดการวิถีของเราหมดแล้ว…

นั่นแหละ… จากความทรงจำอันซ้ำซากของข้าพเจ้าก็มีอันแตกแขนงออกไปสู่เรื่องอื่นแทรกเข้ามาในความคิดนึกในบางขณะเข้าจนได้, เหลียวมองไปยังนอกรถประจำทางปรากฏว่าแล่นเลยผ่านหน้าห้างสรรพสินค้ามาแล้วสองป้าย ป้ายหน้าซึ่งเป็นที่หมายของข้าพเจ้าเป็นอันว่าข้าพเจ้าไม่ทราบว่าพนักงานเก็บค่าโดยสายเขานับจำนวนคนลงมากกว่าสี่หรือห้าคนได้หรือไม่ คนมากกว่านั้นจะขยันนับไปทำไม?… ซึ่งหากเป็นข้าพเจ้าข้าพเจ้าจะไม่นับและไม่ร้องบอกต่อพนักงานขับรถ เป็นการสงวนภารกิจนี้ไว้สำหรับกรณีที่มีคนลงเยอะมากเป็นพิเศษ อีกเดี๋ยวป้ายหน้าคงได้รู้กันละว่าเขาจะทำอย่างที่ข้าพเจ้าคิดเอาเองหรือไม่?…

*    *    *

“เธอว่าเขาจะนับจำนวนคนหรือเลือกที่จะเงียบเหมือนฉันคิด” ข้าพเจ้ารีบเล่าเรื่องและถามหญิงสาวเมื่อเธอกลับถึงที่พัก

“คนลงเป็นฝูง?” เธอตอบยิ้ม ๆ

“บ้า!” ข้าพเจ้าว่าพลางหัวเราะ ขอร้องให้เธอตอบให้มีความเป็นไปได้มากกว่านี้หน่อย, เธอส่ายหน้าบอกไม่รู้ “เขาก็บอกว่า ‘เยอะพี่! ลงเยอะ!’ ไงเล่า เข้าใจคิดดี ไอ้เรายังคิดไม่ถึง”

หญิงสาวยิ้ม, ข้าพเจ้าเองก็ยิ้มเมื่อนึกถึงคำจำกัดความของเขา

|| || || ||

ด้วยมิตรภาพ
๑๕ มิ.ย.๕๐

*วาทะของชาติ กอบจิตติ, เปลญวนใต้ต้นนุ่น

kt0166.jpg

Advertisements
 

15 Responses to “คำจำกัดความ”

  1. nubalm Says:

    มาเม้นก่อน แต่ยังไม่ได้อ่าน จะให้นู๋เรียกว่าพี หรือว่าน้าดีคะ 555+

  2. ประทีป จิตติ Says:

    อะ…ถามกันอย่างนี้ก็ต้องบอกว่า

    เรียกพี่ดีกว่าน้อง

    อิอิ

  3. สวรรค์เสก Says:

    หวัดดีครับพี่ท่าน

    วุ๊ย! พักนี้เอาใหญ่แล้ว ทำตัวแก่เกินวัยจนน้องๆ เค้าจะเรียกว่าน้าแล้วหรือนี่ 666+-

    แล้วจะเข้ามากวนใหม่นะครับ

  4. อานันท์ ประทีฯ Says:

    อันที่จริงกระผมเองก็หยุดตัวเลขเอาไว้ที่ ๒๐ ขวด-ด แล้วนา

    อิอิ

    มาเรียกพี่อีกได้ไงน้อ–

  5. สวรรค์เสก Says:

    เอาๆๆๆๆ

    20 ขวด ก็ 20 ขวด

    วุ้ย คนอาร้ายยย โตจนเลียตูด”ช้าง”ไม่ถึงแล้ว ยังกินนม”สิงห์”วันละ 20 ขวดเลยหรือ?

  6. nubalm Says:

    พี่ประขา พี่หยุดอายุที่ 20 แล้วเหรอ งั้นก็เท่านู๋บาล์มเลยซิ เป็นเพื่อนกันได้ให้อภัยๆ 555+ 😛

  7. 555

    นี่แหละหนอ กลวิธีถามอายุทางอ้อม ยังได้ผล ๆ

    ได้ขอรับนู๋บาล์ม !

    โลด

  8. nubalm Says:

    ^
    ^ หุๆๆๆ 555+ ขมด. —> เข้ามาดู

  9. parchya Says:

    แจ้งข่าว

    ผมกำลังจะกลับมาอยู่ในหมู่บ้านกับท่านพี่แล้ว

    กำลังปรับปรุง และกำลังคิดว่าจะเขียนอะไรดี

    ผมกลับมาอยู่บ้านเก่าแล้วนะ แต่ยังไม่ได้ทำอะไรมาก

  10. ประทีป จิตติ Says:

    Ah! ท่านป๋า ยินดีครับ ยินดี

    ผมจะเตรียมขนมหวานไว้คอยท่า…ดับความคอแห้ง

    บูชาราสตาฟาเรียน–

  11. walk Says:

    มาแจ้งให้ทราบว่ายังอยู่ดี…ยังเดินได้เรื่อยๆ

  12. ยินดีด้วยขอรับ

    You’ll never walk alone

  13. ningnung Says:

    แวะมาทักทายเจ้าค่ะ

    อืม..แปลก ข้าพเจ้าเคยได้ยินกระเป๋ารถเมล์ตะโกนบอกตอนคนลงเหมือนกัน แต่จะเป็นประมาณว่า

    “ระวัง มีเด็ก”

    ” เดี๋ยว อีกคน”

    ส่วนมากร้องบอกคนขับรถเจ้าค่ะ

    ข้าพเจ้าว่ากระเป๋ารถเมล์ท่านนั้น คงหาอะไรทำแก้เซ็งมั้งเจ้าคะ

    ถ้าข้าพเจ้าเป็นกระเป๋ารถเมล์ จะบอกอย่างไรดีน้า

    อ้อ..รู้แล้ว “ลงป้ายหน้า แต่แถมอีกสองป้ายจ้า”

  14. ไม่ค่อยแน่ใจว่าความทรงจำ ๕ ปีที่แล้วอยู่ตรงไหน สิ่งที่เคยไว้ ก็เหลือแค่สมุดไม่มีเส้นหนึ่งเล่ม กับ ลายมือหวัดๆ ส่วนบันทึกทางอิเล็กทรอนิกส์ หายหมดแล้ว เสียดาย

    ..

    ไม่ว่าเมื่อวานเป็นอย่างไร วันนี้เราจะเปลี่ยนแค่ไหน..

    เราก็ยังเป็นเรา

    เวลายังเดิน
    คนไม่เปลี่ยน ก็แปลกไปหน่อย

    มั้ง

    ไหมท่าน?

  15. สวีดัดขอรับ

    ใช่แว้วขอรับคุณมุก เปลี่ยนบ้าง มากบ้าง น้อยบ้าง

    บางคนนะ หน้ามือเป็นหลัง TEEN (กรุณาออกเสียง – ทีน)

    คนหนึ่งนะ ที่สนามหลวงน่ะ ถวายชีวา

    ร๊ากทากสิ้น!


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s