ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

รสชาติที่ชัดแจ้ง มิถุนายน 17, 2007

Filed under: สวัสดีวันอาทิตย์© — ประทีป จิตติ @ 14:53

2/12

ไม่ใช่เพียงแค่ผมคนเดียวที่ไม่รู้จักและเคยได้ยินชื่อกาแฟสูตรหนึ่งที่ชื่อ ‘อเมริกาโน่’ ยังมีน้องผู้ร่วมงานอีกหนึ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อนเช่นเดียวกัน, ทั้งผมและเธอต่างต้องร้อง “อ้อ!” ถึงที่มาที่ไปอย่างสั้น ๆ อย่างย่นย่อจากการบอกเล่าของคุณมาโนช พุฒตาลทางรายการวิทยุเดอะเรดิโอในช่วงเช้าวันหนึ่ง

คุณมาโนชเล่าว่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารของกองทัพอเมริกันต้องไปประจำการที่ประเทศอิตาลีแล้วด้วยความอยากดื่มกาแฟจึงไปพบเข้ากับกาแฟท้องถิ่น- เอสเพรสโซ่, ทหารอเมริกันไม่ชอบเพราะว่ามันมีรสเข้มข้นมากเกินไปจึงเติมน้ำร้อนเพิ่มเพื่อเจือจางรสขมจากนั้นมาก็เป็นสูตรกาแฟใหม่ของพวกตน เรียกว่า “อเมริกาโน่”

ผมรู้สึกขัน, ขำตรงที่เขาบอกว่าเป็นสูตรใหม่ของตนเองทั้งที่ความจริงมันเป็นสูตรเดิมเพียงแต่เพิ่มน้ำลงไป… กับชื่อที่ตั้งขึ้นมาใหม่-ง่ายดีเพียงเติมคำว่า “โน่” เข้าไป ก็ยังดีนะครับที่ยังพ่วงคำคำนี้อย่างน้อยก็ให้รู้ว่ามันมีที่มาที่ไปจากไหน โดยผมอนุมานเอาว่า คำว่า “โน่” คงเป็นตัวแทนของเอสเพรสโซ่นั่นแหละ สรุปเอาง่าย ๆ ว่า ‘เป็นลูกครึ่ง-ลูกผสม’

ผมไม่เคยลิ้มลองกาแฟใด ๆ นอกจากกาแฟที่ชงเอง เป็นกาแฟสำเร็จรูปที่วางจำหน่ายทั่วไปตามร้านค้า แต่ก็พอรู้มาบ้างว่าสูตรกาแฟที่ดัง ๆ เป็นที่นิยมนั้นมีอะไรบ้าง เช่น คาปูชิโน่ เอสเพรสโซ่ และลาเต้, หากผมจำไม่ผิดนะครับคาปูชิโน่เป็นการเติมฟองนม ส่วนลาเต้เป็นการเติมน้ำนมสดลงในเอสเพรสโซ่ (ต้องขออภัยหากข้อมูลผิดพลาด)

สาเหตุที่ผมไม่เคยลิ้มลองกาแฟเหล่านั้นด้วยเหตุผลธรรมดาส่วนตัวที่คิดว่ามันก็กาแฟเหมือนกัน อีกทั้งการจะดื่มก็ยังทำได้ยากกว่าเนื่องด้วยต้องมีอุปกรณ์ในการชงเป็นการเฉพาะต่างจากชงกินเองนะครับที่ต้องการเพียงกาต้มน้ำหรือกระติกน้ำร้อน กาแฟเหล่านั้นจะดื่มทั้งทีต้องไปยังร้านที่เขาขายเป็นการเฉพาะ, นั่นแหละ ด้วยการที่คิดว่ามันก็กาแฟเหมือน ๆ กันไฉนผมจึงต้องหอบสังขารไปนั่งดื่มที่นั่น และอะไรก็ตามที่เข้าข่ายเป็นธุรกิจการค้าขายบวกการบริการราคาที่จะต้องจ่ายต่อสินค้านั้นก็ต้องเพิ่มมากขึ้น ราคาของกาแฟแก้วเดียวอาจกินข้าวแกงได้สองถึงสามจานเป็นอย่างน้อย สำหรับผมทราบแล้วก็เศร้าหดหู่ใจคิดถึงกาแฟที่ขายตามรถเข็นทั่วไปอย่างดีก็ไม่น่าเกินสิบห้าบาท ราคาต่างกันราวฟ้ากับเหว

ทุกเช้าที่หน้าปากซอยสำนักงานหน้าร้านสะดวกซื้อจะมีรถเข็นขายกาแฟป้ายเขียนว่า ‘กาแฟโบราณ’ มีผู้คนทั้งหญิงและชายวัยทำงานมะรุมมะตุ้มรุมสั่งกาแฟกันจ้าละหวั่น ผมคิดในใจว่าเหตุไฉนทุกวันนี้คนเราถึงนิยมดื่มกาแฟกันมากขึ้น ย้อนคิดกลับไปไม่น่าจะเกินห้าปีธุรกิจการขายกาแฟอย่างนี้แทบไม่เคยเห็น ไม่ผุดขึ้นเกลื่อนเมืองเกลื่อนย่านธุรกิจห้างร้านมากเหมือนปัจจุบัน คิดเอาเองว่ามันเป็นเรื่องของสมัยนิยมหรือเปล่า ถ้าใช่-ก็ต้องพ่วงเรื่องค่านิยมเข้ามาด้วย

สังเกตนะครับว่าการขายกาแฟแบบนั้นเขาไม่ได้ใส่ถุงพลาสติกเหมือนแต่ก่อนแล้วปรับเปลี่ยนมาเป็นใส่แก้ว ซึ่งแน่ละย่อมเป็นการดูดีดูมีรสนิยมขึ้นมาทันตาเห็น ทุก ๆ เช้าเห็นคนเดินถือแก้ว (พลาสติก) กาแฟเดินดูดดื่มพลางซื้อของกิน เห็นแล้วก็ดูว่า เออ-มันสะดวกรวดเร็วทันใจดี น้อยคนนะครับสำหรับหญิงสาวชายหนุ่มวัยทำงานที่จะไม่มีแก้วกาแฟอยู่ในมือ, เสียงน้ำแข็งที่เกิดจากการเขย่าแก้วทำให้ผมทราบว่าส่วนใหญ่แล้วเขานิยมดื่มกาแฟเย็น เป็นกาแฟเย็นที่เกิดจากการใช้ความเย็นจากน้ำแข็ง บางคนกว่าจะดื่มกาแฟหมดน้ำแข็งก็ละลายผสมกับเนื้อกาแฟโดยที่ไม่ยี่หระเลยว่ากาแฟนั้นไม่ใช่รสของกาแฟแล้ว

ผมค่อนข้างแน่ใจและเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า การดื่มกาแฟต้องดื่มเวลาที่มันยังร้อนหรืออุ่น เครื่องดื่มชนิดดังกล่าวเขาดื่มเพื่อต้องการความอบอุ่นท่ามกลางอากาศหนาวเย็นหรือไม่ก็ต้องต้องการกระตุ้นร่างกายให้กระชุ่มกระชวย แต่สำหรับบ้านเราซึ่งอากาศร้อนอยู่แล้วการดื่มของร้อน ๆ อาจไม่เป็นที่พึงประสงค์จึงต้องประยุกต์ใส่น้ำแข็งลงไป กลายเป็นว่าคนที่ดื่มกาแฟส่วนใหญ่เท่าที่ผมเห็นไม่ได้ใส่ใจอะไรกับความเป็นกาแฟที่แท้จริงเลย อาจเป็นเพียงความต้องการดับแก้กระหายน้ำเสียละมากกว่า

พูดเรื่องการเพิ่มความเย็นลงในเครื่องดื่มแล้วก็อดคิดถึงเครื่องดื่มอีกสองประเภทไม่ได้ นั่นคือ ชา กับ เบียร์

เคยฟังเพลง ‘หลวงตา’ ของวงคาราบาว, ไอ้จุก-เด็กวัดเขาถามหลวงตาด้วยความสงสัยว่าทำไม่ท่านต้องเป่าก่อนฉัน หลวงตาตอบว่าก็เป่าให้มันเย็น ไอ้จุกก็เลยย้อนกลับว่า “ถ้าอยากฉันเย็น ๆ ไม่เห็นต้องต้มให้ผมลำบาก!”

ครับ, ฟังแล้วก็ต้องอมยิ้มด้วยความเข้าใจไปคนละทางของเด็กชายจุก อันที่จริงน่าจะบอกต่อไปอีกด้วยว่า- งั้นหลวงตาก็เอาน้ำแข็งใส่เข้าไปซี่จะได้เย็นไม่ต้องมานั่งเป่าให้เมื่อยปาก ทีนี้หลวงตาจะตอบอย่างไรเล่า- ท่านอาจตอบ “ข้าเป่าให้มันพอฉันได้โดยปากไม่พองต่างหาก มีใครเขาดื่มชาเย็น ๆ กันเล่า!”

ถ้าหลวงตาท่านขยายความเช่นนั้นตั้งแต่แรกไอ้จุกคงไม่ย้อนถามเหมือนข้างต้น แต่การณ์อาจกลับเป็นว่า “หลวงตานี่ไม่รู้เรื่องอะไร สมัยนี้เขาเอาชาเข้าตู้แช่หมดแล้ว”– ความคิดของจุกก็คือความคิดของผมนั่นแหละ ยุคสมัยนี้หากอยากดื่มชาก็เดินเข้าร้านสะดวกซื้อเดินตรงไปยังตู้แช่ หยิบขวดชายี่ห้อดังเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ บิดฝาเกลียวเอาหลอดจิ้มแหย่เข้าไป เดินออกนอกร้านเป็นคนร่วมสมัยนิยมไปทันทีในบัดดล!

เบียร์นี่ก็เหมือนกัน, เคยไปนั่งดื่มเบียร์สดพนักงานชอบคีบน้ำแข็งใส่ให้ ผมต้องบอกว่าไม่ขอเอาน้ำแข็ง เขาก็ทำหน้างุนงงก็ใคร ๆ เขาก็ใส่ทั้งนั้นทำไมผมต้องทำตัวให้ยุ่งยาก (ทั้งที่จริงไอ้คนที่ต้องการน้ำแข็งนั่นแหละที่ทำตัวยุ่ง)

ไม่ว่าจะเบียร์สดหรือไม่สดจะมีสักกี่คนกันเชียวทราบว่าการดื่มเบียร์นี่เขาไม่ใส่น้ำแข็ง มันก็เข้าข่ายเดียวกับกาแฟนั่นแหละ น้ำแข็งจะละลายเจือจางทำให้เสียรสชาติเสียเปล่า ๆ เบียร์สดนี่เขาระบุเอาไว้เลยว่าต้องปรับอุณหภูมิเครื่องทำความเย็นไว้ที่เท่าไหร่ เบียร์ขวดก็เช่นกันระบุเลยว่าต้องแช่ไว้ในตู้ที่ระดับความเย็นเท่านั้นเท่านี้ รินหรือเปิดขวดปุ๊ปต้องรีบดื่มในขณะที่ยังคงความเย็นไม่ควรปล่อยให้ชืด, เอาเถอะ ในเมื่อเป็นรสนิยมของแต่ละคนก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร กลับไปยังเรื่องชื่อกาแฟ ผมพยายามคิดตั้งชื่อกาแฟที่ตัวเองชงเล่น ๆ ว่าจะชื่ออะไรดี?…

ปาเตโน่… ดีไหม– กาแฟสาม น้ำตาลสอง ไม่ใส่ครีม, สวัสดี.

17 มิ.ย. 50

Advertisements
 

13 Responses to “รสชาติที่ชัดแจ้ง”

  1. Plin, :-p Says:

    ใช่เลย พี่ท่าน ต้องไม่ใส่น้ำแข็ง

    พอดีข้าพเจ้าเป็นพวกเกรงใจ ไม่อยากให้ใครเสียหน้า วันก่อนไปนั่งกินเบียร์คนเดียว
    บริกรแบบ บริการเต็มที่ กลัวลูกค้าจะได้เบียร์ไม่เย็นพ่อ ดันใส่น้ำแข็งหลายก้อน ห้ามไม่ทัน.. เทเบียร์ลงแล้วให้เราเสียแล้ว

    จะว่าก็เกรงใจ รอให้เขาเดินไปไกล ๆ แล้วรีบเอาช้อนตักน้ำแข็งออก

  2. อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท่านอานันท์ เหมือนไม่ได้เจอท่านหลายวัน แต่เมื่อวาน เหมือนท่านจะตามถล่มตามบ้านเพื่อนๆ ของท่าน รวมทั้งบ้านข้าพเจ้าด้วย.. ขอบพระคุณที่แวะเวียนมาเจ้าค่ะ.. งานเยอะล่ะสิ? 🙂

    ..

    Americano หรือเจ้าคะ ไม่เคยรู้จักเลย จนกระทั่งเมื่อสักสองปีก่อน ที่นายฝรั่งที่ทำงาน ฝากซื้อกาแฟจาก Starbucks (และนั่น ก็เป็นจังหวะ และโอกาส ที่ข้าพเจ้าได้เริ่มชิมรถ.. เอ้ย รสชาติกาแฟราคาแพงจากที่นั่น)

    เคยคิดเหมือนกันว่า ทำไมชื่อกาแฟมันต้องใช้ชื่อประเทศอเมริการด้วย.. วันหลังตั้ง ไทยแลนโด้ บ้างดีก่า เหอๆ

    แต่ก็ได้รู้ที่มาจากท่านนี่ล่ะ.. แค่เนี้ย.. ก็เอามาเป็นชื่อตัวเองได้แล้วหรือนี่? ง่ายจัง ๕๕

    Espresso ก็คือกาแฟเข้มข้น.. ใส่ถ้วยเล็กๆ ให้เติมนม กับ น้ำตาลเอาเอง

    Latte คือ Espresso เติมนมสด (น้ำตาล ตามชอบ)

    Cappucino (เขียนยังไงหว่า) คือ Latte มีฟองนม เข้มข้นน้อยที่สุด

    นี่คือที่เข้าใจล่ะท่าน รู้จักเท่านี้แล..

    ..

    กาแฟโบราณ ก็ดื่มบ้างค่ะ แต่เพราะว่า เขาใส่นมข้นเยอะมาก ปริมาณน้ำตาลเยอะไป เลยไม่ค่อยชอบ.. ปกติมักเลือกดื่มกาแฟใส่นม ไม่ใส่น้ำตาล ถ้าจะมีน้ำตาล ก็จะช้อนเดียว หรือ ใช้นำตาลเทียมค่ะ (เวลาชงเอง ก็ทำอย่างนั้น)

    ..

    ๕๕ น้ำแข็งใส่ของร้อน เพื่อให้หายร้อนน่ะเหรอ? มีเพื่อนคนหนึ่งทำค่ะ.. กินโจ้ก.. คนๆๆๆๆ คนเท่าไร ก็ไม่หายร้อน (เพราะคนกินใจร้อน) พี่แกเล่นหยิบน้ำแข็งจากแก้วน้ำออกมา ๒ ก้อน.. ปล่อยตุบ ลงในชาม.. ข้าพเจ้าเป็นงง.. ถามว่าทำไร? แล้วมันจะอร่อยไหม ไม่ร้อน.. เพื่อนบอกว่า ร้อนไป ไม่ทันใจ.. แง๊ว.. เออดี.. ท้องไม่เสีย แล้วไป

    ..

    กาแฟสาม โหดไปไหมท่านอานันท์ ถามจริง? กาแฟสามเลยหรือท่าน? ข้าพเจ้า กาแฟหนึ่ง น้ำตาลหนึ่ง หรือ กาแฟหนึ่ง นมครึ่งแก้ว.. แต่วันละ ๒ ถ้วยนะท่าน (เหอๆ) ก็ว่ามากแล้ว

    –คารวะเจ้าค่ะ

    ปล. เรื่องกาแฟ ท่านแตะอาจจะอธิบายได้ดี.. เพียงแต่อาจจะไม่มีเวลามา เพราะว่าต้องเคลียร์เรื่องโจรงัดบ้าน _*_ เซ็งแทนจริงๆ

  3. nubalm Says:

    ตามป้าแว่นมาติดๆ จะบอกว่าบาล์มกินกาแฟไม่เป็นอ่ะคะ ไม่ชอบกินกลิ่นของเค้า กินมันมึนๆ เหมือนจะเวียนหัว กินได้แต่โอวัลติน กะไมโลเท่านั้น
    ว้า..แย่จังกะจะมาแย่งซะหน่อย ว่ะฮ่าๆๆ 😛

  4. คุณมุก– กาแฟสาม โหดมั้ย? ไม่หรอกขอรับ เพราะผมใช้แก้วใหญ่ น้ำเกือบครึ่ง เจือจางไปพอสมควรขอรับ, ส่วนการถล่มบ้านนั้นเป็นนโยบายใหม่ขอรับ อิอิ นัยว่ามาทั้งที่ต้องคุ้มค่าชั่วโมง

    นู๋บาล์ม– ไม่กินได้น่ะก็ดีเหมือนกัน โอวัลติน กะ ไมโลน่ะยอดเยี่ยม ไม่ลองโกโก้ตรานางพยาบาลบ้างหรือขอรับ อร่อยเหมือนกันนา ติดแต่ว่าราคาแพงเสียหน่อยเท่านั้น

  5. แต่วันหนึ่ง ๓ ช้อน ก็ยังจัดว่า โหด อยู่ดีเจ้าค่ะท่านอานันท์ เพราะว่า มันเปรียบได้ว่าเป็น ๓ แก้วเลยทีเดียว.. ว่า ๒ แก้วเนี่ย สุดๆ แล้วนะ.. เพราะว่าเคยติดมาก ถึงขั้น ๓-๔ ช้อน เหมือนกัน.. ตอนนั้น.. สมองตื้อๆ ไป ติดยาหรือเปล่าหว่า อย่างนั้น อิอิ

    อรุณสวัสดิ์ขอรับ

  6. ประทีป จิตติ Says:

    สวัสดียามเช้าขอรับ

    เพิ่งออกจากร้านเน็ตเมื่อสักครู่แล้วเดินเข้าสนพ.เข้ามาอีกครั้ง (เครื่องว่าง) ก็พบคุณมุกพอดี

    หนึ่งวัน ๓ ช้อนเหรอ เหอ ๆ ๆ ๆ กระผมดื่มไม่เกินวันละสามแก้ว!

    ไม่ติดหรอกขอรับ ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย แต่…บางวันต้องไม่ปล่อยให้ท้องว่าง มิเช่นนั้นจะรู้สึกถึงอาการใจสั่นได้อย่างดี– ไม่ดีต่อสุขภาพ (ใจสั่นเหมือนจิม แครีย์ เรื่อง เดอะ แมส-ตุ๊บ ๆ ตุบ ๆ )

    สำหรับการนอน นอนหลับสบายขอรับ แต่จะไม่นิยมดื่มก่อนนอน เพราะกลัวนอนไม่หลับ ตาค้าง นอนเหนื่อยไปเลย… HA

    – ด้วยมิตรภาพขอรับ –

  7. แก้วละ ๓ ช้อน วันละไม่เกิน ๓ แก้ว เนี่ยนะ!!!

    น่ากลัวเกินไป.. รุนแรง รุนแรง O_o”

  8. nubalm Says:

    พี่นะแหละ รุนแรง อ้าวไม่ใช่เหรอ 555+

    คุณประ ขอเรียกงี้ได้เปล่า อืมตรานางพยาบาลเหรอ เคยได้ยินแต่เต้าหู้ตรานางพยาบาลอ่ะคะ แต่ผงโกโก้ไม่เคยได้ยินเลย หรือว่าเมื่อสิบปีที่แล้ว….

  9. p>หา!– เต้าหู้มีตรานี้ด้วยเหรอ เข้ากันไหม นิ ?

    อันโกโก้นี้มีมานานมากกว่า ๑๐ ปี สืบค้นได้ตั้งแต่ค.ศ.๑๙๒๕ โน่นแน่ะขอรับ

    เอาตัวอย่างมาให้ดู ลักษณะนี้ ไม่ทราบตลาดเมืองไทยเปลี่ยนไปมากขนาดไหน

    Droste Cocoa

    ข้อมูลภาพประกอบ

  10. nubalm Says:

    มาแล้วๆ
    มีคะเต้าหู้ตรานางพยาบาล เป็นเต้าหูไข่ไก่ อร่อยด้วยคะ ไม่มีภาพปลากรอบ ให้ดูด้วยซิ อืม พี่ประลองเดินไปดูที่ตลาดก็ได้ แต่ต้องซื้อกลับมาด้วยน้า ไม่ใช่ดูอย่างเดียว แม่ค้าได้ตีหัวแตกแน่ถ้าไม่ซื้อ

    อืม…เห็นภาพแล้วคะ ป๋องเก่ามากๆ สิบกว่าปีที่แล้ว ครึ่งนึงของอายุนู๋เลยนะนั่น อยากกินอ่า คงจะอร่อยน่าดู

  11. ขอบคุณครับที่ยืนยันเรื่องเต้าหู้–

    แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้จ่ายตลาด อาศัยแม่ครัวของหมู่บ้านส่งปิ่นโตขอรับ

    ต้มยำขาหมูแกอาหย่อยมาก ๆ ขอบอก ๆ

    นี่วันนี้ก็รับทานเหมียนกัลลลล

  12. nubalm Says:

    อืม ..อืม ผูกปิ่นโตกินนี้เอง น่าสงสารเน้อ ….เดี๋ยวนู๋ไปทำให้กินเอาป่ะ หุๆๆๆ มาหย่อนแล้วก็ไป ฟิ้วๆๆ

  13. ประทีป จิตติ Says:

    เมื่อก่อนทำกินเองแทบทุกมื้อขอรับ แต่กว่าจะถึงบ้านก็เหนื่อยล้าสาหัสกับการจลาจลจราจรของเมืองบวม ๆ เมืองนี้

    ต้องเลือกระหว่างความรวดเร็ว เพื่อ จะเอาเวลามานั่งเขียน ๆ ๆ ๆ

    เวลามีเพียง ๓ ช.ม./วัน

    จึงต้องฝากท้องกับแม่บ้านของหมู่บ้าน

    แต่เลือกร้านแล้วว่า เขาสะอาดจริง ๆ

    ขอบคุณพระเจ้า!


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s