ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

ขอเพียงแค่แรงบันดาลใจ พฤษภาคม 27, 2007

Filed under: ที่เห็นและเป็นไป© — ประทีป จิตติ @ 23:16

ปีที่๓, สัปดาห์ที่ ๑๓

หากภาพที่เห็นปรากฏอยู่ ณ บัดนี้เป็นภาพมุมสูงเช่นเดียวกับภาพยนตร์ละก็เราจะเห็นเขาชะงักมือหยุดการเขียนข้อความบางอย่างลงบนกระดาษ, บางช่วงขณะเขาเคาะปลายปากกาสลับกับกดปลายทว่าไม่มีความเคลื่อนไหว… นานสักหนึ่งอึดใจก็หันเอาปลายเคาะลงบนแผ่นกระดาษนั้นอีก, เป็นอยู่เช่นนั้นสลับไปมา

เมื่อทุกอย่างไม่มีอะไรดีขึ้น ไม่มีความคืบหน้าซองบุหรี่จึงถูกหยิบยกและพยายามเคาะออกมาอย่างไม่ทันต่อความต้องการ ซองบุหรี่ยับย่น ทว่ามวนบุหรี่ยังไม่โผล่ปลายก้นกรองออกมา, ไม่ทันต่ออารมณ์- เขาฉีกกระชากปากซองให้ขยายมากขึ้น มวนบุหรี่งอแทบหักถูกจุดสูบ ควันสีเทาลอยตัดกับแสงไฟโคมนวลเหลืองยาวเป็นสาย

เขานั่งทอดสายมองควัน ล่องลอยความคิดไปกับกลุ่มสายควันนั้น… ความคิดต่าง ๆ ที่จะขีดเขียนล่องละลายหายวับไปในไม่กี่อึดใจ, หลายสิ่งหลายอย่างที่ต่างประเดประดังดาหน้าเข้าใส่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาส่งผลให้ความคิดเขากระจัดกระจายแตกอย่างไม่เป็นรูปกระบวน รวบรวมเรียบเรียงเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ได้สักเรื่องเดียว แม้กระทั่งคิดถึงวิธีสุดท้ายคือการปะติดปะต่อนำเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ อันเป็นโจทย์ให้แก้ให้ขบคิดสำหรับงานเขียนที่เขียนเป็นประจำทุกสัปดาห์ ทว่ามิบังเกิดผล

สูดเอาควันบุหรี่อีกเพียงหนึ่งครั้งมวนนั้นก็จะมอดไหม้หมด กระนั้นอารมณ์เกรี้ยวกราดของเขากลับเริ่มทวีมากขึ้น, เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการที่จะคิดเขียนเรื่องอะไรสักเรื่องมันจะยากเย็นถึงเพียงนี้ ทุกครั้งเขาจะปล่อยให้มันลื่นไหลไปตามอารมณ์มิต้องรอให้เกิดแรงบันดาลใจใด ๆ เข้ามากระทบ เขาเพียงแต่เขียนไปตามความรู้สึก เขียนไปตามสิ่งที่ได้เห็นและเป็นไป… ทำไมหนอ เพียงแค่จะเขียนต้องรอสิ่งใดสิ่งมาเป็นแรงบันดาลใจ

บดขยี้ก้นกรองลงบนจานเขี่ย, หรือจะต้องวิ่งเข้าแรงบันดาลใจสักอย่าง… หรือนี่เขาได้มาถึงทางตันสำหรับการเขียนเข้าแล้ว

เขาวางปากกาลงบนกระดาษอย่างเกี้ยวกราด น้ำหนักกดกระแทกลงไปถึงเนื้อไม้เสียงดัง, สองขาเหยียดยาว เอนหลังพิงพนักพิง สองมือสอดประสานที่ต้นคอ แหงนหน้า ปิดเปลือกตา…

ในความมืดไม่มีสิ่งใดปรากฏนอกจากแสงสว่างวิบ ๆ ผุดขึ้นอย่างไม่เป็นระเบียบเหมือนตอนถูกหมัดซ้ายมหากาฬของเพื่อนน็อกเอ๊าท์นอนแผ่แน่นิ่งลงบนพื้นห้องเรียน, เหมือนตกอยู่ในห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างไม่มีที่จบที่สิ้น เคว้งคว้างหดหู่หงอยเหงาอยู่เต็มกำลัง มีเพียงเสียงวิ้ง ๆ ก้องอยู่ในรูหูท่ามกลางในความเงียบ แม้จะกู่ร้องตะโกนออกไปยังยากลำบากสร้างความอึดอัดอย่างเหลือล้น, เหมือนตกอยู่ในความฝันที่ได้ตีกลองชุดไปแล้วหลายสิบทีแต่เสียงเพิ่งเริ่มดังเพียงไม่ถึงครึ่งหรือหนึ่งครั้ง หรือนี่ความคิดต่าง ๆ ได้ตกอยู่ในห้วงสุญญากาศ… เช่นนั้นทำอย่างไรเล่าจึงจะไล่จับเอาความคิดที่ล่องลอยวนเวียนอยู่หลากหลายในแห่งห้วงนี้ได้ จำกระทำได้อย่างไรกันในเมื่อแม้เพียงจะเอื้อมมือไขว่คว้ายังยากลำบากแสนยิ่งกว่าตกอยู่ในห้วงยามมึนเมาหญ้าวิเศษที่ชาวราสตาฟาเรียนถวายบูชาแด่ทวยเทพเสียอีก, จินตนาการอันล้ำพันลึกสำหรับตนเองมีเพียงความไหลลื่นในแต่ละห้วงยามแห่งสายธารอารมณ์… สายธาร ใช่สิ… สายธารใช่ว่าจะล้นปริ่มอยู่ได้ทุกฤดูกาล บางครั้งปริ่มจนล้นท่วมเจิ่งนองเหลือที่จะกักเก็บเอาไว้ได้ทันท่วงที บางครั้งแห้งขอดมองเห็นเป็นเพียงร่องดินกว้างใหญ่ไร้สรรพชีวิตปรากฏให้ได้เห็น มีเพียงเศษซากเป็นสิ่งยืนยันว่าในห้วงยามหนึ่งเคยมี เคยดำรงอยู่ ทว่าบัดนั้นได้สิ้นสูญมลายสิ้น มีเพียงซากและเศษเป็นสิ่งยืนยันว่าคงมีอยู่ในวันเก่าก่อนเท่านั้น

เขาเปิดเปลือกตาพร้อมหยิบจับปากกาขึ้นมากำแน่น กดปลายของมันลงไปบนพื้นที่ว่างเปล่าของแผ่นกระดาษ และด้วยความแหลมคมของปลายแหลมนั้นได้แยกเนื้อกระดาษขาดออกจากกัน ส่งผลให้เขาใช้มือซ้ายดึงกระดาษออกขยำขยุ้มอย่างรวดเร็วด้วยความกราดเกรี้ยว ขว้างมันลงบนโต๊ะ ปากกาลอยแหวกอากาศกระทบกับผนังห้อง ซบหน้าลงกับท่อนแขน น้ำตาซึมจากหางตาตามด้วยเสียงสะอื้นเช่นคนท้อแท้สิ้นหวังยั้งคิด มิรู้หนทางข้างหน้าของชีวิตอย่างถึงขีดสุดจะกักเก็บอารมณ์นั้นไว้ต่อไปได้, เป็นเช่นนั้นอยู่อีกหนึ่งอึดใจเขาจึงทะลึ่งนั่งหลังตรงหยิบจากปากอีกด้ามจากขวดแก้ว กดปลายแหลมของมันลงไปบนเนื้อกระดาษเรียงถ้อยถ่ายทอดความคิดความรู้สึกอย่างลื่นไหลในขณะที่หยาดน้ำบริเวณหางตาค่อย ๆ แห้งกรังตกสะเก็ดทีละน้อย ๆ

ภาพที่เราจับจ้องมองเขาเมื่อครู่ก่อนเริ่มค่อย ๆ เบนออกไปยังนอกหน้าต่างอย่างแช่มช้า, แหงนสูงขึ้นไปบนฟากฟ้าที่ค่อนข้างมืดสนิท ทว่าพราวพร่างระยับไปด้วยดวงดาวอันไกลโพ้นกลาดเกลื่อน…

||  ||  ||  ||

ด้วยมิตรภาพ

๒๖ พ.ค.๕๐

Advertisements
 

16 Responses to “ขอเพียงแค่แรงบันดาลใจ”

  1. คาใจ Says:

    สวัสดีวันอาทิตย์ … ที่ตอนนี้ล่วงเลยมาวันจันทร์แล้วต่างหาก

    อันนี้เพราะอะไรถึงเขียนได้ว่างเปล่า ตามเนื้อเรื่องจริงๆหรือท่านพี่อานันท์

    รู้สึกว่างๆ จริงๆเลยค่ะ ได้อารมณ์

  2. สวัสดีครับน้องวิค–

    “ในความว่างเปล่า ย่อมไม่ว่างเปล่าเสียทั้งหมด…”

    ช่วงนี้ตกอยู่ในหลุมดำขอรับ

    หลากเรื่องมากมายเข้ามาสุมรุมทึ้งปิดกั้นความนึกคิด…พยายาครับ ทึจะสลัดมันออกไป

    …มันต้องประสบกันบ้างละน่า…

    รื่นรมย์กับชีวิตที่เหลือต่อไปขอรับ

  3. ningnung Says:

    แวะมาเยี่ยมเจ้าค่ะ

    ท่านโจฯ สู้ๆ ท่านโจฯ สู้ตายยยยยยยยย (แต่อย่าเพิ่งตายก่อนส่งต้นฉบับเป็นอันขาด)

  4. ตึ่ง ตึ่งตึ่ง ตึ๊งตึ๊งตึ่ง…

    ตึ่ง ตึ่งตึ่ง ตึ๊งตึ๊งตึ่ง…

    โยกย้ายส่ายสะโพก

    โยกย้ายส่ายสะโพก

    ผีปิ๊ปโป้ ผีปิ๊ปโป้ ผีปิ๊ปโป้ ผีผีปิ๊ปโป้

    ผีปิ๊ปโป้ ผีปิ๊ปโป้ ผีปิ๊ปโป้ ผีผีปิ๊ปโป้

    ตึ่ง ตึ่งตึ่ง ตึ๊งตึ๊งตึ่ง…

  5. “แรงบันดาลใจ” สำคัญต่อการเริ่มต้นต่อการเคาะแป้นพิมพ์ออกมาเป็นเรื่องเป็นเล่มจริงๆ นะ

    เวลาที่ไม่มีแรงบันดาลใจ
    แต่ต้องบังคับตัวเองเขียนงานออกมาให้ได้
    ถือเป็นเรื่องที่โหดมากสำหรับเรา

    ปล. ถามหน่อยดิ ทำไมนักเขียนต้องคู่กับบุหรี่

  6. คาใจ Says:

    อืม..ขาดแคลนแรงบันดาลใจ เป็นอาการที่น่าเป็นห่วงของคนเขียนหนังสือนะวิคว่า แต่

    ท่านพี่ไม่ต้องเซ็ง เพราะ วิคก็เป็นอยู่เหมือนกัน ยังหาโหมดแก้งานเรื่องนั้นให้พี่ไม่ได้เลย (ต้องขออภัย)

    ส่วนเรื่องราว ชีวิตประจำวั้นนั้นก็บั่นทอนความฝัน จินตนาการและ แรงดลบันดาลใจเสียเหลือเกินเช่น

    กัน ….. สิ่งที่วิคทำอยู่เพิ่งรู้ว่า ไม่เหมาะกับตัวเองอย่างยิ่งยวด

    เพราะติดจะเป็นคน เรื่อยเปื่อย เฉยๆ เนือยๆ โดยอารมณ์ส่วนตัว พอบางงานต้องพบปะผู้คนมากมาย

    และพูดคุยบางเรื่องกลับทำให้รู้สึกว่า มันบั่นทอนจินตนาการเราเหลือเกินค่ะ ( อืม..นอกเรื่องไปหน่อย)

  7. อา…กลับมาแย้วววว!!!
    ข้าพเจ้าชอบธีมนี้ที่ซู้ดดดดด!!!
    ..
    ..
    นี่หาก WP มีโหวดอย่าง Bloggang
    ข้าพเจ้าจะมาโหวดให้ร้านหนังสือพี่ท่านทุกวันเจียว
    ..
    ..
    ช่างเป็นความลงตัวอย่างกับโรนัลโด้ยืนหน้าคู่คาลอส ฮา ฮา ฮา (แบบว่าขึ้นแล้วกลับไม่ทันอ่ะ)

    Header ที่ขรึมขลัง สำแดงอัตลักษณ์ว่าท่านเจ้าของบล็อกจะเป็นไผไปเสียมิได้หากไม่ใช่นักตอกโลกด้วยปลายนิ้ว

    โทนสีแสงสบายตา ตัวอักษรไม่เล็ก-ใหญ่-เข้ม-จาง-จนเกินไป (เสียดายหากมีสีพื้นอ่อนอย่างในกล่องคอมเม้นท็นี่ น่าจะสบายตาขึ้นอักอักโข)

    กล่องคอมเม้นท์ที่กว้างใหญ่ มีสีพื้นบางเบา พิมพ์ง่าย ชัดเจน ไม่ต้องเพ่ง

    ตัวอักษรที่อยู่กลางหน้าไม่ต้องเอียงคอไปข้างใดข้างหนึ่งยามใช้สายตากวาดเหล่าอักขระ

    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รูปลิ้งค์บน Sidebar ทั้งหลายทั้งสวยงามทั้งชวนติดตาม

    และที่สำมะคัญ ท่านเจ้าของบล็อกดูแลเอาใจใส่ทั้งรูปแบบการโพสท์ ทั้งเนื้อหา
    อัพอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

    ความลงตัวครั้งนี้ ข้าพเจ้าชอบเสียยิ่งกว่าบล็อกของตัวข้าพเจ้าเองเสียอีก

    ไม่รู้สิ ไม่ได้แกล้งชมนะพี่ท่าน
    ข้าพเจ้าว่า ร้านหนังสือท่านในคอนเซ็ปนี้
    งามสมบูรณ์ที่สุดกว่าทุกบล็อกที่ข้าพเจ้าผ่านตาเชียวล่ะทั่ลล์
    จะมียกเว้นก็แต่บล็อกของท่านนักเขียนในดวงใจของข้าพเจ้า อิ อิ อิ

    กินข้าวล่ะ!
    แกงลูกชิ้นปลากรายฝีมือแม่ขอรับ อร่อยมาก ทานด้วยกัลล์ขะรับ

    คารวะ
    -ดิน-

  8. อ้าว! กลายเป็น moderation
    พี่ท่านดูให้ทีขะรับ

  9. คุณคิ้วหนาครับ
    บุหรี่ เหล้า กัญชา นารี ฯลฯ จริงแล้วมันคู่กับคนในทุกวงการนะขอรับ จะว่าไปแล้วมันเป็นรสนิยมส่วนบุคคลเสียมากกว่า อย่างเช่นนักเขียนบางท่านบุหรี่ เหล้ายา ไม่แตะต้องเลย อย่างผมเองสูบมาก่อนที่จะคิดมาเขียนหนังสือเสียอีก ไม่ใช่ว่ามาเขียนหนังสือแล้วต้องสูบบุหรี่
    ที่คุณคิ้วหนาถามมานั้น อาจเป็นเพราะภาพที่เห็นส่วนใหญ่แล้วนักเขียนมักสูบบุหรี่ ผมพออนุมานได้ว่า งานเขียนอาจเป็นงานที่เครียด กรณีงานเขียนนั้นเอาจริงเอาจัง
    อย่างไรก็ตาม ผมว่าการจะเขียนงานได้ดีหรือไม่ดี แล่นหรือไม่แล่นนั้น ไม่เกี่ยวกับการสูบบุหรี่แต่อย่างใดครับ

    น้องวิค
    กล่าวสำหรับพี่แล้ว เริ่มแรกที่มานั่งเขียนมีอารมณ์ไม่ต่างไปจากน้องนัก… ทว่า เมื่อเขียน ๆ ๆ ๆ อย่างไม่หยุด คิดไม่หย่อน ถึงวันหนึ่งเราจะรู้สึกว่า การเขียน นั้นขนมมาก
    เหลือเพียง ไอเดีย ของเราเท่านั้นครับ ที่ต้องอัพ และหมั่นเป็นนักสังเกตการณ์ที่ดี (อ้างจากอัศศริ ธรรมโชติ)

    ท่านดิน
    ขอบคุณสำหรับทุกประโยคที่กลั่นออกด้วยใจ… เมื่อวานเพิ่งกินน้ำยาปลากรายไปเองขอรับ
    อ้อ ท่านเรียนถามหน่อย คห.ทุก คห.ที่เข้ามา ทำไมมัน unapprove ล่ะขอรับ กระผมจะต้องแก้ตรงไหน เพราะต้องเข้ามาที่กล่องความเห็น คลิกใหมัน approve ทุกครั้ง

    สุดท้าย (ไม่ท้ายสุด)
    ขอคารวะความเห็น เสียงจากทุกท่านมากยิ่งมากขอรับ– ชื่นใจ

  10. ท่านดินขอรับ

    กระผมว่าพอทราบสาเหตุแล้ว ลองเข้าไปที่ option แล้วลองอ่านดู…

    น่าจะใช่นะขอรับ

  11. อะ ผ่าน ขอบคุณท่านประยงค์ (กลับไปหารดาการได้แล้ว)

  12. ฮา ฮา จะบอกว่าอย่างนั้นล่ะ อิ อิ
    ปุ่มนี้เก็บไว้ใช้ยามเมื่อยอารมณ์
    หากบังเอิญมีคนมือคันใจคันมาวุ่นกับ
    โลก Personalpublic ของเรา อิ อิ อิ

    คารวะงาม ๆ สามโป๊ก!

  13. พี่ท่านขะรับ

    ข้าพเจ้าเกิดแว่บอยากรู้ว่าท่านดาริฯกำลังเขียนอะไร?
    จึ่งได้ดุ่มเดินมาใช้บริการสะพานไยแก้วจากท่าน

    โผล่ไปบ้านท่านดาริฯ ให้แปลกใจ…ดูคุ้น ๆ
    ..
    ..
    อ่า…เคยมาแล้วนี่นา!
    ..
    ..
    ลิ้งค์ที่บล็อกแก็งค์มีปัญหาเพราะหน้าแรกเปลี่ยนไปตลอดเวลา
    สำหรับบ้านท่านดาริฯ ให้พี่ท่านใช้ลิ้งค์นี้ขอรับ

    http://arcturus.bloggang.com

    แล้วจะเข้าทางหน้าบ้านทุกครั้งไป
    ไม่ว่าท่านดาริฯ จะย้ายหน้าบ้านไปมุมใด

    แต่โบราณว่าไว้..”เข้าทางตรอกออกทางประตู”
    ขุนแผน แลจะเด็ด ชอบเข้าทางหน้าต่าง
    เอ่…หรือพี่ท่าน…หรือพี่ท่าน…!!!

  14. แวะมาอ่าน…ค้นหาแรงบันดาลใจ

  15. จุ๊ ๆ ท่านก็อย่าเอ็ดไปสิขอรับ…

    เบาเสียงนีดส์….

    อิอิ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s