ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

อำเภอใจธิปไตย เมษายน 29, 2007

Filed under: สวัสดีวันอาทิตย์© — ประทีป จิตติ @ 14:21

ปีที่ 2/7

อาทิตย์ที่แล้วผมทิ้งท้ายเอาไว้ว่าจะว่าต่อเรื่องเผด็จการ  แน่ละ… เผด็จการของผมไม่ได้หมายถึงระบอบการปกครองแต่หากเป็นการจัดการการปกครองในบางเรื่อง ก็ต้องขอกล่าวเอาไว้ก่อนเดี๋ยวจะพาลคิดว่าผมนั้นเอียงซ้าย เอียงขวาไปในทางใดทางหนึ่ง

ไม่ครับ… สำหรับผมแล้วเอียงได้ทั้งสองข้าง

สมัยเด็ก ย่าชอบคุยเรื่องยุคสมัยของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ โดยเฉพาะเรื่องความเด็ดขาดในการจัดการผู้ที่กระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง 

 ยุคนั้นไฟไหม้เป็นว่าเล่นและไหม้เพราะเหตุลอบวางเพลิงมากกว่าเป็นอุบัติเหตุ  การวางเพลิงนั้นมีเหตุหลายประการทั้งไล่ที่ หรือแม้กระทั่งไม่พอใจรัฐบาลก็ดิสเครคิตด้วยการเผาบ้านเผาเมืองกันเสียอย่างนั้น  เมื่อจับมือวางเพลิงได้ก็ส่งจำคุกจะสักกี่ปีก็ว่ากันไป  สิ่งที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งคือ มีการจับกุมกันได้อย่างรวดเร็ว จับได้แล้วตัดสินพิจารณาโทษทันที เป็นเช่นนี้บ่อยเข้าการลอบวางเพลิงก็ค่อยทยอยหายไป…

 ย่าผมไม่รู้หรอกว่าคล้อยหลังมากว่าครึ่งศตวรรษเขาเรียกการกระทำของท่านจอมพลว่า ‘เผด็จการ’ ซึ่งคนรุ่นหลังมิปรารถนาให้ผู้นำประเทศมีลักษณะเช่นนั้น… ก็มิทราบว่าเป็นความโชคดีของย่าหรือเปล่าที่ท่านมิได้มีชีวิตอยู่จนถึงยุคท่านผู้นำสองท่านก่อนหน้า  ผู้นำคนหนึ่งถูกขนานนามหลังชื่อว่า ‘เชื่องช้า’ อีกคนก็ว่า ‘เหลี่ยมจัด’

 ผมนอกเรื่องแล้ว…

 ในบางยุคที่โจรผู้ร้ายเต็มเมือง บางท่านก็คิดถึงท่านจอมพล กระทั่งเป็นข่าวครึกโครมหาว่าคนคนนั้นเสียสติ เป็นพวกเผด็จการ  ความจริงผมว่าเขาไม่ได้คิดไกลไปถึงการเปลี่ยนแปลงระบบระบอบอะไรหรอก เพียงแต่เห็นว่ากฎหมายมันเริ่มไม่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ก็มิพักต้องเอ่ยถามถึงสาเหตุว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น…

เพราะคนบังคับใช้กฎหมายมีวินัยหย่อนยาน กระทั่งละเมิดกฎหมายเสียเอง ฉะนั้นการคิดถึงท่านจอมพลจึงเป็นการคิดถึงระบบการจัดการเร่งด่วนในบางเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องรอรับรายงานตลอดยุคสมัย

 ‘ทำอะไรตามใจคือไทยแท้’ ด้วยประโยคนี้ย่อมสะท้อนพฤติกรรมของคนไทย  พูดแล้วก็ต้องขอพูดขยายความต่อว่า การทำอะไรตามใจตามอำเภอใจน่ะเป็นการกระทำที่ไร้วินัยเสียส่วนมาก คนเราลองไม่มีวินัยชีวิตนี้มีแต่ยุ่ง มีแต่ปัญหา ทั้งวินัยส่วนตนและส่วนรวม ทั้งสองย่อมเชื่อมโยงถึงกัน  มองไปในระดับมหภาค สังคมล่ะ สังคมไหนมีแต่คนไร้วินัยมันก็ไม่แตกต่างกันนักกับในระดับปัจเจกชน

 ว่ากันถึงวินัยต่อส่วนรวม…

 ผมเป็นคนเมืองจึงเป็นการง่ายที่จะหยิบยกตัวอย่างที่ได้เห็นอยู่ทุกวี่วัน ที่เห็นเด่นชัดคือ วินัยในการขับขี่ยวดยานพาหนะ

 กฎระเบียบการขับขี่ใช้รถใช้ถนนระบุเอาไว้ชัดเจนว่า สิ่งใดควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เช่น ไม่จอดรถในที่ห้ามจอด, ไม่หยุดรถทับเส้นจราจรระหว่างรอสัญญาณไฟ, ไม่หยุดรถทับทางข้ามถนน, ไม่จอดรถบนบาทวิถี, ไม่ขับย้อนศร, เปิดสัญญาณไฟขอทางเมื่อต้องการเลี้ยว, เมาแล้วไม่ขับ ฯลฯ
 
 ทุกวันนี้เราก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าผู้ใช้รถใช้ถนนประพฤติปฏิบัติตามหรือไม่ อีกทั้งยังมิมีการดำเนินการใด ๆ จากเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายเมื่อมีการฝ่าฝืน

 จะกล่าวว่าไม่มีเลยนั้นก็จะเป็นการกล่าวความเท็จและไม่ยุติธรรมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ว่าไปมันก็มีบ้างละ แต่เป็นมีอย่างเลือกปฏิบัติเสียส่วนมาก

 ทำไมผมจึงว่าเช่นนั้น… ก็เพราะว่ายังมีผู้ฝ่าฝืนกฎหมายให้เห็นอยู่อยู่น่ะสิ และที่มันน่าสมเพชก็ตรงที่ว่ามีการรอมชอมอะลุ้มอล่วย มีการจ่ายเงินสินบนกับเจ้าหน้าที่  ยกตัวอย่างในสถานที่บางที่รถยนต์จอดซ้อนคันกันได้ และบางคันจอดในที่ห้ามจอดได้เพียงเพราะสถานที่นั้นเป็นย่านธุรกิจ หลายครั้งปัญหาการจราจรก็เกิดจากการละเลยละเว้นของเจ้าหน้าที่และความมักง่ายของคนบางจำพวก

 เมื่อเป็นเสียอย่างนั้นเราจะเขียนกฎหมายข้อบังคับการใช้รถใช้ถนนกันไปทำไม  คิดในทางบวกหากใช้ความเด็ดขาดเข้าจัดการ การจราจรบนท้องถนนจะมีระเบียบมากกว่าที่เป็นอยู่  แน่ละ… มันก็อาจมีคนไม่พอใจบ้าง แต่นั่นก็เป็นเพียงคนส่วนน้อยที่เป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ

 เมื่อวินัยของคนหย่อนยานก็ยากที่จะจัดการจัดระเบียบการปฏิบัติใด ๆ เพราะคนเริ่มปฏิเสธข้อบังคับเสียแล้ว ทุกวันนี้เราจึงเห็นความไร้ระเบียบไปทุกหย่อมหญ้าในสังคม ตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว และสังคมหน่วยย่อยต่าง ๆ
 
 จริง ๆ แล้วก็มีอีกหลายเหตุการณ์ที่สามารถหยิบยกขึ้นมาพูดได้ เป็นเรื่องที่กฎหมายไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นเพียงเสือกระดาษที่ไม่มีความน่าเกรงขามแต่อย่างใด พูดอย่างสรุปรวบรัดก็คือ กฎหมายข้อบังคับต่าง ๆ กำลังถูกละเมิด ขาดการจัดการที่เด็ดขาดและเอาจริงเอาจัง

 ใครล่ะที่ละเมิด?… ประชาชนตาดำ ๆ หาเช้ากินค่ำจะคิดละเมิดบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐละเมิด ละเว้น และอาศัยช่องหาผลประโยชน์เข้าตัว  เมื่อเจ้าหน้าที่เป็นเสียเองก็ทำไมประชาชนจะเป็นบ้างไม่ได้ ทั้งเจ้าหน้าที่และคนบางจำพวกกระทำให้สิ่งผิดเป็นสิ่งถูก รอมชอมอะลุ้มอล่วยกันมายาวนาน ปล่อยปละละเลยจนกลายเป็นเรื่องปรกติธรรมดาไปในที่สุด

 หลายคนปฏิเสธไม่เอารัฐบาลที่ปกครองอย่างเผด็จการ ไม่แปลกหรอกที่เขาจะคิดนึกเช่นนั้น เพียง
เพราะในแต่ละยุคสมัยของผู้มีอำนาจต่างก็สร้างภาพพจน์ในทางลบให้กับคำว่า ‘เผด็จการ’ ว่ามันเลวร้ายพอกับคอมมูนิสต์ ซึ่งก็ถูกสร้างภาพลักษณ์อันเลวร้ายเช่นเดียวกัน

 ถึงเวลาต้องปรับทัศนะคติกันใหม่แล้วละว่า ‘เผด็จการ’ นั้นไม่ได้เลวร้าย เป็นเพียงความเด็ดขาดต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ไม่ได้ขัดกับกับระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยแต่อย่างใด และประชาธิปไตยก็มิได้หมายความว่าผู้ใดจะสามารถทำอะไรได้ตามอำเภอใจได้

 ถ้าเช่นนั้นเรียกเผด็จการใหม่ว่า ‘ความเด็ดขาด’ ก็คงจะเข้าท่า แต่อย่างไรเสียกระบวนการก็ยังคงเหมือนเดิมจะใส่ใจไปไยเรื่องชื่อ, สวัสดี.

 25 – 29 เม.ย.50
 

Advertisements
 

2 Responses to “อำเภอใจธิปไตย”

  1. แวะเข้ามาแจ้งเตือน
    คืนนี้…
    โปรดระวังสิงห์โตจะขย้ำเอานะ

  2. ชะอุ้ย !!!!!

    แหม นึกว่าถอดใจไปแล้ว

    แอนฟิลด์นะขอรับ ไม่ใช่ถ้ำสิงโต

    We’ ll never walk alone


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s