ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

ประจำชาติประจำ เมษายน 29, 2007

Filed under: ที่เห็นและเป็นไป© — ประทีป จิตติ @ 23:49

pic1.jpg 

ปีที่๓, สัปดาห์ที่ ๙

กลางสัปดาห์ฝนตกตอนเย็น เป็นวันเดียวกับที่กลุ่มพระสงฆ์เดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อผลักดันให้สภาร่างรัฐธรรมนูญระบุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ

 ข้าพเจ้าทราบเพราะฟังจากรายงานข่าวทางวิทยุ ซึ่งก็แน่ละว่ารายละเอียดย่อมมีไม่มาก เมื่อมีไม่มากแล้วก็ต้องคิดนึกต่อเอาเอง คิดเอาเองตามความประสงค์นั้น ๆ

 ก็รู้สึกแปลก แปลกที่ว่าทำไมต้องทำการเรียกร้องถึงขั้นต้องระบุ แล้วระบุเพื่ออะไร?… เนื้อหาแก่นแท้ตามความเข้าใจของข้าพเจ้านั้นมีเพียงเพื่อประกาศอย่างเป็นทางการ  เช่นนั้นจึงคิดเลยเถิดต่อไปว่า มีประเทศเสรีนิยมไหนบ้างที่ระบุศาสนาประจำชาติลงบนกฎหมายสูงสุดของประเทศ 

 ข้าพเจ้าว่าโดยรวมแล้วไม่มี  แน่ละที่มันก็อาจมีบ้าง แต่ก็โดยสำนึกอีกนั่นแหละที่ว่าถ้ามีประเทศนั้นคงไม่ได้ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีเนื้อแท้เป็นนัยยะซ่อนเร้นว่าหากผู้ใดที่ถือสัญชาตินั้น ๆ ไม่ได้นับถือศาสนาที่ได้ระบุในรัฐธรรมนูญก็มิใช่พลเมืองโดยแท้ครบถ้วนทุกองค์ประกอบ– เป็นเช่นนั้นหรือ?…  

 การเลือกนับถือศาสนามันก็มาจากคำสอน หากฅนเห็นว่าคำสอนนั้นสามารถปลดทุกข์ได้ก็อยากที่จะรับ เมื่อรับนำมาปฏิบัติแล้วเกิดผลจึงเกิดความศรัทธา การเช่นนี้เป็นเรื่องของจิตใจ เป็นสิ่งที่อยู่ในรูปแห่งนามธรรม สัมผัสจับด้วยกายต้องไม่ได้หรอก เพราะสิ่งนี้มีเพียงจิตใจเท่านั้นที่สัมผัสได้

 ข้าพเจ้ารับรู้มาตลอด และเชื่อว่าผู้ใดก็ตามต่างก็ทราบเหมือนข้าพเจ้าว่าศาสนาทุกศาสนาล้วนมุ่งสอนให้ฅนกระทำความดี  แน่ละ… เนื้อหาอาจแตกต่างกันบ้างแต่หากลองวิเคราะห์ทุกคำสอนนั้นจะเห็นได้ว่ามีจุดมุ่งหมายไม่ต่างกันเลย ซึ่งโดยรวมก็ยังมุ่งให้ฅนหูตาสว่าง สามารถนำพาตนเองให้พ้นจากทุกข์เหมือน ๆ กัน

 ถ้าจะกล่าวให้เกี่ยวข้องกับการเมือง…

 การเมืองในระบอบประชาธิปไตยก็เปิดโอกาสให้ฅนมีสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนามิใช่หรือ? แล้วตลอดระยะเวลาที่ระบอบการปกครองนี้ดำรงมาก็มิเคยระบุว่ามีศาสนาประจำชาติสักฉบับ ซึ่งก็ไม่เห็นมีสาระอันใดที่จะพอนำมาเป็นประเด็นถึงต้องระบุชี้ชัดลงไปเช่นที่กำลังเรียกร้องกันอยู่ในเวลานี้

 ในทรรศนะของข้าพเจ้านั้น ศาสนา ต้องแยกออกจากการเมือง หมายความว่า ศาสนาดำรงอยู่เหนือกฎหมาย ซึ่งจะว่าไปแล้วศาสนาเองก็ไม่มีตัวตน หากเราจะว่าศาสนาสั่งให้ฅนไปฆ่าฟันฅนหรือกระทำผิดกฎหมายอะไรก็ตามแล้วละก็คงต้องทบทวนใหม่โดยเอาคำสอนกับการกระทำของฅนแยกออกจากกัน

 คำสอนนั้นเป็นเพียงนามธรรมเช่นเดียวกับความศรัทธานั่นแหละ จะเอาผิดได้หรือ จะไปบังคับเปลี่ยนแปลงคำสอนที่มีมายาวนานกว่าพันปีได้ละหรือ?…

 คำตอบคือไม่ได้! คงเอาผิดกับฅนได้เท่านั้น

 หรือเราจะไล่จับความเชื่อความศรัทธา ซึ่งที่สุดแล้วเราก็ทราบดีละว่า ไม่มีวันจับได้
 
 ข้าพเจ้าได้ยินได้ฟังมาจนเบื่อแล้วละว่าศาสนานั้นศาสนานี้สอนให้ฅนฆ่าฅน ประเภทฆ่าฅนเพื่อศาสนานั้นไม่บาป  ฅนที่กล่าวก็อยู่ฟากตรงข้ามของศาสนานั้น ฅนที่เชื่อก็เป็นฅนที่นับถือศาสนานั้น ถามสักนิดเถิดว่า หากเป็นเช่นนั้นจริงป่านนี้เรามิต้องฆ่าฟันกันไปทั่วภูมิภาคของโลกแล้วอย่างนั้นหรือ?

 จะอย่างไรก็ตามแต่สิ่งที่พิสูจน์มาได้จนถึงทุกวันนี้ก็คือมิได้เป็นเช่นนั้น  การฆ่าฟันทั้งในระดับบุคคลไปจนถึงระดับรัฐต่อรัฐลัวนเกิดมาจากปัจจัยแวดล้อมที่อยู่นอกเหนือคำสอนของศาสนา ไม่ว่าจะเป็นการกดขี่ข่มเหง เอารัดเอาเปรียบระหว่างฅนกับฅน รัฐต่อรัฐ ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัย เป็นแรงขับดันให้ฅนต้องลุกขึ้นสู้ไปตามสัญชาตญาณ เป็นสัญชาตญาณที่ต่างจากสัตว์ก็ตรงกระบวนการทางความคิด และกระบวนเช่นนี้แหละที่นำไปสู่การค้นหาหนทางดับทุกข์ ยกระดับจิตใจของตนให้สูงส่งขึ้น เป็นกระบวนการคิดที่มีเหตุและผลเพื่อกดสัญชาตญาณดิบของตนไม่ให้มันพลุ่งผล่านโผล่ขึ้นมา

 ข้าพเจ้าเชื่อว่าศาสดาของศาสนาทุกศาสนานั้นเป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริงมากว่าพันปีแล้ว แน่ละ แล้วก็เชื่อโดยที่ไม่ต้องไปเป็นผู้แสวงหา ยอมรับคำสอนที่คัดเลือกเฟ้นนั้นโดยดุษฎี แม้จะมิได้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดแต่มันก็พอจะซึมเข้าไปสู่กระบวนการคิดเห็นต่อเรื่องต่าง ๆ ได้ ด้วยคำสอนหรือหลักปฏิบัตินั้นมิใช่สิ่งเหนือจริงแต่หากเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ด้วยตรรกกะ ซึ่งในบางครั้งก็มิจำเป็นจะต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำทุกเรื่องทุกครั้งเสมอไป เป็นต้นว่า คำสอนสอนให้เราไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเพราะเป็นบาปก็มิจำเป็นต้องค้นหาว่า บาป นั้นเป็นอย่างไร จิตใจของเรานี่แหละที่จะคอยสั่นประสาทให้สำนึกเองโดยพลัน ไม่ว่าการนั้นจะกระทำไปด้วยเพราะเป็นการดำรงชีพ, เป็นเพราะความสนุกสนาน หรือความไม่เจตนาก็ดี…ทุกอย่างล้วนสั่นคลอนจิตใจของเราทั้งสิ้น นี่แหละที่เรียกว่าบาปได้ไหม บาปก็คือความทุกข์นั่นเองใช่หรือไม่?…
 
 ซึ่งการนั้นเราต่างก็มีข้ออ้างที่นำมาเป็นเหตุผลเพื่อจะขจัดความคลอนแคลนจิตใจนั้นออก แต่สุดท้ายสำหรับข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าว่าไม่สามารถกระทำได้ ทางออกที่ดีทางหนึ่งคือ เมื่อไม่อยากทุกข์ก็อย่าสร้างบาป โดยคิดเอาว่าคำสอนนั้นเพื่อการป้องกัน มิใช่เพื่อนำไปทดลองกระทำพิสูจน์ก็เห็นจริงตามนั้นได้

 กล่าวมาถึงบรรทัดนี้ก็ยังมองไม่เห็นทิศทางที่จะจบงานเขียนชิ้นนี้ได้อย่างไร… ก็พอ ๆ กับเหตุผลที่กลุ่มพระสงฆ์และประชาชนบางกลุ่มเดินหน้าเสนอเรื่องศาสนาประจำชาติชี้แจงแถลงไม่ได้นั่นแหละ จะว่าไปแล้วนั่นก็อาจเป็นเพราะทัศนคติที่มีต่อเรื่องดังที่ได้กล่าว

 ไม่ว่าบทสรุปของสภาร่างรัฐธรรมนูญจะออกมาเป็นอย่างไร หรือออกมาแล้วประชาชนส่วนใหญ่จะเห็นด้วยหรือไม่นั้น ข้าพเจ้าว่าผลได้นั้นคงไม่มีรังแต่จะมีผลเสีย…

 เสียเพราะอะไร?…

 ข้าพเจ้าหาได้กวนโทสะท่านผู้อ่านหากข้าพเจ้าจะกล่าวว่า ‘เสียเพราะไม่มีผลได้ใด ๆ’ เพียงเพราะมองไม่เห็นว่าการนั้นจะทำให้ฅนมีศีลธรรมดีขึ้นได้มากกว่าเท่าที่เป็นในห้วงยามนี้ได้แต่อย่างใด

 ถามอีกสักหน่อยเถอะว่า ระหว่างคำสอนที่มีมานานกว่าพันปีกับคำที่ว่าเป็น ‘ประจำชาติ’ โดยลายลักษณ์อักษรนั้น สิ่งไหนจะทำให้ฅนค้นพบหนทางหลุดพ้นจากทุกข์ได้มากกว่ากัน

 รากเหง้าของกฎหมายนั้นก็มีที่มาจากคำสอนและสิ่งที่ควรปฏิบัติจากศาสนามิใช่หรือ?…

 ||  ||  ||  ||

 ด้วยมิตรภาพ
 ๒๙ เม.ย.๕๐
  
 

Advertisements
 

10 Responses to “ประจำชาติประจำ”

  1. โหลเทศน์

    หากท่านดินเข้ามา เหตุไฉน ธีม ของท่านและผมจึงผิดเพี้นไปหว่า… (ซ้ายมือ)

    หดเหลือแต่ Blogroll

    เจ๊งบ๊ง + +

  2. tuleedin Says:

    อะห้า! พี่ท่าน!
    ทีแรกข้าพเจ้าก็คิดว่า ร้านโกปี้เจ๊งซะแล้ว!
    widgets ใน sidebar หายเกลี้ยง!
    ..
    เข้าไปดูหลังร้าน
    มันกลับไปกองกันในกล่องหมดเลย
    ใส่คืนก็ไม่ยอมมา
    ..
    พอไปที่สำนักงานก้าวฯ
    ชะอ้าว! หายเหมียนกัลล์
    ทีนี้ล่ะปวดหัวล่ะพี่ท่าน
    ต้องมานั่งไล่กันใหม่
    ..
    นึกสังหรใจ
    เลยมาดูร้านหนังสือของท่าน ฮา ฮา ฮา
    ค่อยยังชั่ว มีเพื่อน อิ อิ อิ

    ไปจัดการก้าวฯ ต่อขอรับ

  3. ก่อนอื่น ท่านสองคนทำอะไรกัน.. เห็นปลุกปล้ำ กับ ธีม มาสักพักแล้ว ๕๕ เก่งเขียน ไม่เก่งซ่อมบ้านหรือเปล่าท่านๆ ๕๕๕ เห็นตรงนี้มา ตรงนั้นหาย.. ทั้งสองบ้านเลย..

    แล้วอะไรดลใจ ให้ซ่อมบ้านพร้อมๆ กันขอรับ.. ฮี่ฮี่..

    ..

    ใส่สี ทำยังไงหรือเจ้าคะ ท่านทั้งหลาย.. ทำไม่เป็น.. เหมือน โหลเทศน์ ข้างบนน่ะ ทำได้อย่างไร?

    .

    ส่วนตัว คิดว่า ไม่จำเป็นต้องระบุว่า พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาตินะ.. แล้วยิ่งพระออกมาเดินๆ แบบนี้.. ยิ่งไม่เหมาะเข้าไปใหญ่.. ยึดติดเกินไป.. ไหนเมืองไทยบอกว่า เปิดเสรี เรื่องการนับถือศาสนา.. ไม่เห็นจะต้องระบุเลยนี่นา..

    ใช่ๆ ศาสนาใดๆ ก็สอนให้ทุกคนทำความดี ถึงแม้จะมีวิธีที่ต่างกันออกไป.. ใครจะนับถือศาสนาไหน ก็ขื้นอยู่กับว่า ยอมรับการปฏิบัติ และรูปแบบการสอนของศาสนานั้นๆ ได้หรือไม่..

  4. ขอบคุณที่ไปตอบเรื่องสีนะคะ.. ใส่ code แล้วก็ทำต่อไม่ได้ละ เพราะมันไม่ขึ้นสีแฮะ มันต้องใส่ code สีด้วยแน่เลย.. ซึ่งไม่ทราบค่ะ ๕๕๕

    บ้านยังไม่พังสักหน่อย Liverpool หลาเลย ๕๕ เหมือนจะเพิ่งมีช่วงปรับปรุงบ้านนี่ล่ะ

    -คารวะค่ะ

  5. ว่าเรื่องการเรียกร้องให้ใส่ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติว่าวุ่นๆวายๆ แล้ว

    การออกแบบตกแต่งภายในบ้านของบางคนยังวุ่นวายยิ่งกว่า…555

    ควรยึดหลักทางสายกลาง…

    และอยู่อย่างพอเพียง

  6. 555

    เรื่อง code นั้น ผมไม่แน่ใจว่าขึ้นอยู่กับ ธีม หรือไม่นาขอรับ… อาจเกี่ยวกับครับ ผมคลิกแล้วไม่ต้องใส่ค่าสีอะไรเลย มันเป็นสีนั้นเองขอรับ

    คุณเดินไปเรื่อยก้อ...

    เราจัดของเรียบร้อย แล้ววันหนึ่งมีคนมารื้อมันก็ต้องวุ่นวายเป็นธรรมดา…

    พอเพียง และ เพียงพอ

    ใช่แล้วขอรับ… เลิศที่สุด

  7. อยากกอดคอร้องไห้กับเทอร์รี่

    นี่ไม่จริงใช่ไหม…

  8. - มันคือเรื่องจริง -

    หยิกแก้มเบา ๆ สิครับ

    แล้วจะรู้ว่าจริง….!

  9. Plin, :-p Says:

    1. รูปรองเท้าที่ท่านพี่เอามาประกอบ เป็นรองเท้าต้องห้ามของ Nike ที่เคยมีข่าวประท้วงจากรัฐบาลไทย เพราะเห็นว่าไม่เหมาะสมที่เอาลายธงชาติไปอยู่ที่เท้า

    2. เรื่องบัญญัตินี้ผมเห็นว่าไม่จำเป็น ถ้าเมือ 10 ปีก่อน ผมจะไม่แสดงอาการต่อต้าน แต่วันนี้ต่อต้าน เพราะว่าเหตุการณ์ภาคใต้ยังรุนแรง เพลี่งพล้ำไป อาจถูกใช้เป็นเหตุผลข้ออ้างในการแยกดินแดนได้ ถ้าคนเสนออยากจะบัญญัติจริง ขอให้แสดงความเห็นระวังป้องกันประเด็นแอบอ้างเหตุผลไปบอกชาวโลกเพื่อแยกดินแดนด้วย

  10. นั่นแลครับ ที่มันไม่เห็นมีความจำเป็นใด ๆ

    เรื่องที่น่าขบคิดมากกว่า ก็คือ เช่น รองเท้าเจ้าปัญหา

    ไม่ได้มีแค่ธงชาติครับ สังเกตดี ๆ มีลาย “ครุฑ” ด้วย

    เรื่องไหนมันน่าขบคิดมากกว่า?…


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s