ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

ในม่านแห่งรัตติกาล เมษายน 22, 2007

Filed under: ที่เห็นและเป็นไป© — ประทีป จิตติ @ 15:13

life501.jpg

ปีที่๓, สัปดาห์ที่ ๘

เมื่อความมืดจากรัตติกาลค่อย ๆ คืบคลานออกไปด้วยแสงสว่างขับไล่เข้าแทนที่ สิ่งที่เคยแลดูสวยงามยามค่ำคืนก็ค่อย ๆ เผยความอัปลักษณ์ซึ่งเป็นภาพที่แท้จริงออกมา

 ทุก ๆ เช้าข้าพเจ้าจะต้องลงรถโดยสารประจำทางที่บริเวณหนึ่งย่านถนนสีลม บริเวณหนึ่งห่างไกลออกไปเพียงไม่กี่ป้ายรถเมล์เป็นย่านของคนกลางคืน หลายคนเรียกว่า ถนนสายโลกีย์

 ในยามค่ำคืน ถนนสายนี้สวยงามไปด้วยแสงไฟหลากสีสัน มีทั้งกะพริบยิบยับล่อเหล่าแมลงกลางคืนให้หลงไหลเคลิบเคลิ้มเข้าไปสัมผัส

 ความมืดบางครั้งก็ทำให้สิ่งอัปลักษณ์สวยงามได้ สวยงามภายใต้แสงไฟสลัว อึมครึม

 ความอัปลักษณ์ถูกปกปิดซ่อนเร้นเมื่อรัตติกาลเข้าปกคลุมครอบครอง

 กลิ่นคาวจากเนื้อหนัง จากเลือดเนื้อหอมหวนฉาบด้วยเครื่องประทินต่าง ๆ  กลิ่นเหล้า เสียงเพลงจังหวะทำนองเร่งเร้า ยุยั่วกามารมณ์สนั่นกึกก้องอึกทึกไปทั่วบริเวณ

 ความสวยงามจอมปลอมกลบเกลื่อนความอัปลักษณ์ทั้งที่ปรากฏเป็นนามธรรมและรูปธรรม

 หลายชีวิตไม่รู้สึกสัมผัสถึงกลิ่นเน่าเหม็น  หลายชีวิตมัวเมาสัมผัสอยู่กับกลิ่นหอมของเศษเงิน… เงินเท่านั้นที่จะบันดาลความสุข  เงินเท่านั้นที่จะปลดปล่อยความทุกข์ให้สิ้นไปในบัดดล

 ข้าพเจ้าสะอึก ก้อนสำรากจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อกลิ่นความเน่าเหม็นโชยเข้าปะทะจมูก, ข้าพเจ้ามองหาต้นตอของกลิ่น

 มันคือเศษขยะทั้งสด-แห้งมากมายเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นถนน พื้นฟุตปาธ… ทุก ๆ เช้า

 ชีวิตอีกรูปแบบกำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า เป็นชีวิตท่ามกลางแสงสว่าง เป็นชีวิตที่เผยให้เห็นความงาม, ความอัปลักษณ์อันแท้จริง

 มุมถนนสายโลกีย์เหมือนคนที่ง่วงเหงาหาวนอน สัปหงกอยู่เต็มทน และกำลังจะเข้านอนก่อนที่แสงสว่างจะชัดเจนขึ้น ก่อนที่แสงสว่างจะทวีความร้อนแรงขึ้น

 ถนนสายนั้นว่างเปล่าเหมือนร้างผู้คน… ข้าพเจ้าไม่เห็นแม้แต่สุนัขจรจัดสักตัว

 ราวกับว่าถนนสายนี้ไม่มีชีวิต ไม่อยากแสดงตัวตน ไม่อยากแสดงความอัปลักษณ์ออกมา…  กล่าวถึงผู้คนล่ะ ข้าพเจ้ามองหาผู้ใดสักคน ผู้ใดที่จะโผเผออกมาจากถนนสายนี้– ไม่พบอีกเช่นกัน 

 เสมือนหนึ่งว่าโลกได้ถึงกาลเวลาเปลี่ยนแปลงไปอีกคำรบ เป็นเวลาของอีกชีวิตหนึ่งที่ไม่ต้องการเห็นความอัปลักษณ์

 เบื้องหน้าข้าพเจ้ามีพนักงานทำความสะอาดมากกว่า ๕ คน ง่วนเก็บกวาดผลผลิตที่ตกค้างบริเวณถนนสายนั้น ตอกย้ำว่า เมืองนี้ไม่ต้องการเผยความอัปลักษณ์ต่อสายตาชาวบ้านร้านตลาด

 ยามเช้า ยามสาย ยามบ่าย ถนนสายนี้ช่างเงียบเหงา แต่อีกไม่กี่เพลามันจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

 ถนนสายโลกีย์ยังคงดำเนินโลดแล่นต่อไป ตราบใดที่คนยังชื่นชมความงามในความอัปลักษณ์ในม่านเงาแห่งรัตติกาลมิเสื่อมคลาย.

ด้วยมิตรภาพ
๒๒ เม.ย.๕๐
 

Advertisements
 

5 Responses to “ในม่านแห่งรัตติกาล”

  1. หนุงหนิง Says:

    ตั้งใจจะกลับมาประชุมให้ทันบ่ายสอง แต่กว่าจะถึงบ้าน ปาไปห้าโมงเย็น (เพื่อนลากไปช่วยทำหน้าที่ “ไม้กันหมา”เจ้าค่ะ)

    พี่อานันท์ไม่เห็นตอบอีเมล์เลย อยากรู้เจ้าค่ะว่าเรื่องสั้นที่ลงในมติชนสุดสัปดาห์ใช่ของพี่อานันท์หรือเปล่า

    ไปล่ะ แล้วจะแวะมาเยี่ยมใหม่เจ้าค่ะ

    ป.ล. ได้ยินแว่วๆ ว่ามีคนว่าเราแก่ ตัวเองหนุ่มมากเลยนะ อิอิ

  2. ไม่เห็นได้รับเมล์เลย

    หรือว่า เรา สายตาไม่ดี– เลยพลาด

    ใช่ครับ แต่ยังไม่โพสต์นะ รอไปก่อน

    หนุ่ม นั้น เพียง นามธรรม ขอรับ

    ด้วยมิตรภาพ

    ป.ล.

    กระผมนั่งนานจนขาเดี้ยง ติดโรคความชราเข้าให้ อิอิอิ

  3. หนุงหนิง Says:

    ไม่เห็นเมล์ข้าพเจ้าคงเพราะสายตาฝ้าฟางเนื่องจากเข้าสู่วัยชรา
    เข้าใจ เข้าใจ (ฮา)

    ไม่โพสท์ให้อ่านก็ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เพราะข้าพเจ้าอ่านเรียบร้อยแล้ว (คำว่า”ประทีปจิตติ” เด่นหราเตะลูกกะตาเหลือเกิน จึงถามย้ำเพื่อความแน่ใจ )

    ยินดีด้วยค่ะ

    ป.ล.ว่าแต่การ์ดข้าพเจ้า บุรษไปรษณีย์ส่งถึงมือท่านพี่หรือเปล่า

  4. ผมว่า เป็นความผิดพลาดของผู้จัดหน้าขอรับ

    ชื่อเรื่อง สลับ กับนามปากกา

    แต่ นามปากกา เด่นดี

    555

    ขอบคุณครับ

  5. เพื่อนผู้ชายของฉันคนนึง..มองว่าโลกีย์คือความงาม..เป็นธรรมดาของชีวิต
    ฉันไม่เห็นด้วย…แย้งว่าหากมองเช่นนั้น..ชีวิตจะงามได้อย่างไร
    เขาบอกว่า..ฉันไม่เข้าใจผู้ชาย..ผู้หญิงก็อย่างงี้แหละ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s