ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

ขนมจีบ– ไม่มีซาลาเปา เมษายน 1, 2007

Filed under: ที่เห็นและเป็นไป© — ประทีป จิตติ @ 17:05

 logolife.jpg

ข้าพเจ้าไม่ทราบหรอกว่าทำไมเขาต้องหยุดรถเพื่อเก็บขนมจีบเหล่านั้น ข้าพเจ้าได้แต่บอกตนเองว่าหากเป็นข้าพเจ้า- ข้าพเจ้าต้องเก็บเช่นเดียวกัน จะเก็บไปเพราะอะไรก็ตามแต่ ข้าพเจ้าจะกระทำเพียงเพราะเป็นสัญชาตญาณหรือเพราะเสียดายของที่จะต้องขาดทุนไปในวันนี้กันแน่

ปีที่๓, สัปดาห์ที่ ๕

มันเป็นภาพเหตุการณ์ที่ข้าพเจ้าเห็นเพียงเสี้ยวไม่กี่วินาทีขณะที่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างพาร่างข้าพเจ้าผ่านไป…

 เช้าวันนี้ข้าพเจ้าออกเดินทางจากห้องพักสายกว่าปรกติเนื่องจากไม่ต้องเข้าสำนักพิมพ์ เดินทางไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เพื่อทำการจัด-ตกแต่งบูธประจำงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

 เมื่อออกจากที่พักสายข้าพเจ้าจึงเลือกใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างแทนรถเมล์เล็กประจำซอยเนื่องจากสายแล้ว แดดออกแล้วมันร้อนทำให้ข้าพเจ้าขี้เกียจเดินไปรอที่ศาลาริมทาง

 รถรับจ้างวิ่งพาข้าพเจ้าไปเรื่อย ๆ ไม่รีบร้อน  ข้าพเจ้าสังเกตการจราจรระหว่างทางที่ค่อนข้างโล่งทั้งสองฟากฝั่งพร้อมคิดไปเรื่อยเปื่อยว่าหากต้องเข้างานเวลานี้คงดีไม่หยอก ดีเพราะว่ารถไม่ติด แต่เสียอย่างเดียวคืออากาศเริ่มร้อนเท่านั้น และหากเป็นเช่นนั้นจริงเวลาเลิกงานของข้าพเจ้าคงเลื่อนออกไปตามจำนวนชั่วโมงจากเวลาเข้างานปรกติซึ่งข้าพเจ้าเองมิปรารถนาสักเท่าไรนัก ฉะนั้นจึงป็นการคิดไปเรื่อยเปื่อยฆ่าเวลาไปเพียงเรื่องหนึ่งเท่านั้น

 เมื่อรถวิ่งใกล้มาถึงปากซอยการจราจรเริ่มติดขัดทั้งสองฟากฝั่ง, ข้าพเจ้าคิดว่าอาจเป็นเพราะการแย่งกันเลี้ยวเข้า-ออกตรงทางแยกเข้าตลาดกับรถทางตรงที่จะมุ่งหน้าออกไปยังถนนใหญ่ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปรกติเป็นประจำที่เมื่อยามสายเช่นนี้ว่างเว้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรคอยอำนวยความสะดวก  ข้าพเจ้าได้แต่ค่อนขอดชิงชังกับวินัยการขับขี่รถยนต์ของคนบ้านนี้เมืองนี้ที่เห็นแก่ตัวอย่างสุดสุด 

 เหตุการณ์รถติดที่บริเวณนี้มีหลายครั้งที่เกิดจากการไม่ยอมกัน อีกคันจะเลี้ยวขวาจากตลาดไปสู่ถนนใหญ่, อีกคันจะเลี้ยวขวาเข้าตลาด สำหรับรถทางตรงก็ถือว่าตนเองวิ่งมาทางเอกไม่ยอมให้รถเลี้ยวเข้า-ออก สุดท้ายมันก็คาราคาซังตรงจุดนั้น นับว่าเป็นการเสียเวลาของคนส่วนใหญ่ส่วนรวมไปโดยใช่เหตุ

 และหลายครั้งก็มักเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันที่ทางแยกจุดนี้

 ข้าพเจ้าเปลี่ยนข้อสงสัยของตนเองทันทีเมื่อคิดถึงเหตุอันจะก่อให้การจราจรติดขัด…หรือว่าบางทีอาจเป็นเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน (ซึ่งมันก็เป็นเหตุเกี่ยวเนื่องมาจากข้อสันนิษฐานข้างต้นนั่นละ)

 รถวิ่งต่อไปเรื่อย ๆ ไม่นานนักก็ถึงจุดเกิดเหตุ– เป็นจุดเกิดเหตุอีกฟากหนึ่งห่างจากทางแยกมาประมาณสิบเมตร, รถเริ่มชะลอตัวกระทั่งหยุดเป็นช่วง ๆ เพื่อซอกแซกให้ผ่านจุดเกิดเหตุนี้ไป

 ข้าพเจ้าเห็นสาเหตุที่ทำให้การจราจรติดขัด, ภาพที่เห็นเบื้องหน้าไม่ใช่รถชนกันแต่กลับเป็นภาพชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังเก็บของบางอย่างที่ร่วงตกจากรถมอเตอร์ไซค์กระจายจากอยู่บนพื้นถนน เมื่อเข้าไปใกล้ข้าพเจ้าจึงเห็นว่าสิ่งที่เขากำลังเก็บอยู่นั้นคือ ขนมจีบ ซึ่งมีทั้งที่นึ่งแล้วและยังไม่ได้นึ่งเรี่ยราดปะปนไปกับน้ำซีอิ๊ว

 ข้าพเจ้าได้ยินเสียงเสียงหนึ่งผ่านตัดหน้าข้าพเจ้าไปว่า

 “โอ๊ย! ไม่ต้องเก็บแล้ว ขายไม่ได้แล้ว แม่งทำรถติดหมดแล้ว ไอ้ยัดแม่เอ๊ย!”

 พร้อม ๆ กับเสียงนั้นมีเสียงยางรถบดขยี้เศษแก้วของขวดบรรจุซิ๊ว

 เสียงนั้นมันบาดลึกเข้าไปในจิตใจของข้าพเจ้า!

 ข้าพเจ้าไม่ทราบหรอกว่าทำไมเขาต้องหยุดรถเพื่อเก็บขนมจีบเหล่านั้น ข้าพเจ้าได้แต่บอกตนเองว่าหากเป็นข้าพเจ้า- ข้าพเจ้าต้องเก็บเช่นเดียวกัน จะเก็บไปเพราะอะไรก็ตามแต่ ข้าพเจ้าจะกระทำเพียงเพราะเป็นสัญชาตญาณหรือเพราะเสียดายของที่จะต้องขาดทุนไปในวันนี้กันแน่

 อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาต้องได้รับแน่ ๆ คือ ขาดทุน– วันนี้ทุนหายกำไรหด

 ขนมจีบที่เขาเก็บไปอาจนำไปขายต่อไม่ได้เนื่องจากบางชิ้นก็เละ ข้าพเจ้าคิดถึงเสียงเมื่อครู่

 “โอ๊ย! ไม่ต้องเก็บแล้ว ขายไม่ได้แล้ว…ไอ้ยัดแม่…”

 เมื่อขายไม่ได้จะเก็บเอาไปทำไม?…

 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนสายของวันรบกวนจิตใจข้าพเจ้าทั้งวัน กระทั่งถึงวินาทีนี้ข้าพเจ้าจึงได้คำตอบ

 ใช่! บางทีเขาอาจไม่เอาไปขายต่อหรอก ก็ของมันยังกินได้ อย่างน้อยเขาอาจกินขนมจีบเหล่านั้นแทนข้าวสองมื้อที่เหลือของวันก็เป็นได้

 แล้วเสียงยางรถบดเศษแก้ว, เสียงตวาดเสียงนั้นก็แล่นริ้วเสียดแทงจิตใจข้าพเจ้าอีก แต่เชื่อสิว่า ชายคนขายขนมจีบคนนั้นเขาเจ็บยิ่งกว่าข้าพเจ้าเสียอีก

 “ไอ้บัดซบเอ๊ย!” ข้าพเจ้าสบถออกมา

 ยังมีอีกสองสามเหตุการณ์เช่นนี้ที่ข้าพเจ้าได้ประสบพบเห็น เห็นแล้วมันก็เจ็บที่ใจ– เจ็บใจที่ว่าข้าพเจ้าไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ นอกจากเป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์และได้แต่คิดนึกเห็นใจเขาเท่านั้น

 ||  ||  ||  ||

 ด้วยมิตรภาพ
 ๒๙ มี.ค.๕๐
 
 
 
 

Advertisements
 

4 Responses to “ขนมจีบ– ไม่มีซาลาเปา”

  1. คงอ่านได้แค่รอบเดียว..จะไม่อ่านอีก..
    ใช่ว่าไม่ชอบ..ไม่ดี..ไม่ถูกใจ
    แต่อ่านรอบเดียวก็รู้สึกเจ็บที่ใจมากเพียงพอ..

  2. blackdog Says:

    บางครั้งเมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้ แล้วเราไม่สามารถทำอะไรหรือช่วยเหลืออะไรได้ มันก็ชวนให้เจ็บปวดอยู่ในใจไม่มากก็น้อย ในกรณีนี้ สิ่งที่ทำได้อาจจะเป็นการสบถให้กับความไม่มีน้ำใจและไม่เห็นแก่ความเดือดร้อนของเพื่อนมนุษย์อย่างที่คุณอานันท์ทำ… คงทำได้เพียงเท่านั้น

  3. ขอบคุณครับ–

    ไม่แน่นะ วันนี้เรา ท่าน อาจพบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวบ้างอีก

    ถ้าช่วยเหลือกันได้จะรีบโดยพลัน !!

  4. ผู้คนในเมืองนี้มีหลากหลาย นับได้ว่าส่วนใหญ่จะเห็นแก่ตัวเองก่อน แต่เดี๋ยวนี้มันเกินไป
    เห็นแก่ตนจนน่าเกลียด ไม่ช่วยเหลือ แล้วยังจะไปต่อว่าเค้าอีก
    ถ้าไม่เกิดขึ้นกับตัวเอง หรือพ่อ แม่ พี่น้อง คนเหล่านี้ ก็ไม่มีวันรู้สึกรู้สาอะไรหรอก

    วันพระไม่ได้มีหนเดียวเนอะ……..


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s