ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

เส้นทางนักเขียน มีนาคม 24, 2007

Filed under: เส้นทางนักเขียน — ประทีป จิตติ @ 13:46

จากคอลัมน์ เส้นทางนักเขียน : จุดประกายวรรณกรรม (กรุงเทพธุรกิจ)
————————————————————-

prt00.jpg

Drew Dellinger

Drew Dellinger : ผมเป็นนักเรียนของศาสนาในโลกนี้

กรุงเทพธุรกิจ จุดประกายวรรณกรรม ปีที่ 20 ฉบับที่ 6652

“ผมคิดว่าเราต่างอยู่ในยุคที่เต็มไปด้วยทัศนคติที่หลากหลายเพื่อใช้เป็นหลักในการทำความเข้าใจ ส่วนต่างๆ เหล่านี้คืออัตลักษณ์ของโลกหลังยุคใหม่หรืออะไรก็ตามที่คุณจะเรียกมัน มีคนตั้งเยอะแยะที่มาจากพื้นฐานความเชื่อประเพณีที่แตกต่างกันที่สนใจวิทยาศาสตร์ ซึ่งไม่ใช่สนใจที่จะหมุนเข็มนาฬิกาในเรื่องที่พวกเรารู้เกี่ยวกับการคลี่ปมแห่งชีวิต ระบบสุริยะ กาแลกซีและจักรวาล”

*    *    *

simonel.jpg

Simone Lia

Fluffy นวนิยายกราฟฟิกเล่มใหม่ของ Simone Lia
จุดประกายวรรณกรรม กรุงเทพธุรกิจ
ปีที่ 20 ฉบับที่ 6645

สิ่งที่ฉันต้องมีในงานเขียนและภาพวาดคือความสมจริง จึงไม่แปลกที่บางครั้งตัวละครในเรื่องจะพูดอะไรออกมาแบบทุเรศนิดๆ ซึ่งฉันไม่ได้อยากให้เขาพูดออกมาแบบนั้นเสียหน่อย เพียงแต่ว่าสิ่งที่เขาพูดกันออกมานั้นคือชีวิตจริงของพวกเขา

*    *    *

_1552142_seiffert300.jpg 

Rachel Seiffert

Rachel Seiffert : ความลับในงานเขียนที่ต้องฝึกฝนอย่างหนัก
จุดประกาย วรรณกรรม กรุงเทพธุรกิจ
ปีที่ 20 ฉบับที่ 6638

“ฉันรู้แล้วว่าฉันเขียนหนังสือไม่ใช่เพราะว่าคือสิ่งที่ฉันชอบและอยากจะทำเท่านั้น แต่การทำงานเขียนคือการที่ต้องฝึกฝนอย่างหนักด้วย”

*    *    *

 alan_brownjohn.jpg

Alan Brownjohn

Alan Brownjohn : บทกวีรสมะนาวผสมวอดก้า
กรุงเทพธุรกิจ จุดประกาย กรุงเทพธุรกิจ
ปีที่ 20 ฉบับที่ 6617

…นี่แหละโลก ไม่มีใครประหนึ่งว่าได้รับความเจ็บปวดหรือในที่สุดถูกทรยศหักหลัง ไม่มีสิ่งใดเป็นผลลัพธ์ที่จะตามมา..

“ผมควรจะชอบนะ ถ้าคนที่อ่านบทกวีของผมจบลงแล้วเขารู้สึกว่าเหมือนกับกำลังดื่มน้ำมะนาว พอกลืนลงไปสักพักผมอยากให้เขารู้สึกเหมือนรสชาติน้ำมะนาวได้เปลี่ยนรสไปอีกรสหนึ่งอย่างสุดขั้ว มันจะดี พอกลืนน้ำมะนาวลงไปสักพัก แล้วคนอ่านของผมรู้สึกเหมือนกับโดนจู่โจมด้วยรสชาติของวอดก้าเข้าอย่างเต็มรัก”

*    *    *

 raj-kamal-jha.jpg

Raj Kamal Jha

Raj Kamal Jha : ความจริงใจในงานเขียนคือโอกาส
กรุงเทพธุรกิจ จุดประกายวรรณกรรม
ปีที่ 20 ฉบับที่ 6610

ความจริงใจที่ถ่ายทอดลงในงานเขียนและดีกรีของความรู้สึกรวมถึงความสัตย์ซื่อของสติปัญญา จะทำให้สำนักพิมพ์เสียสละเวลาในการอ่านและพร้อมจะตีพิมพ์งานเขียนชิ้นนั้นออกมา

*    *    *

จุดประกาย วรรณกรรม
ปีที่ 20 ฉบับที่ 6659
วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2550

 guo_xiaolu.jpg

Guo Xiaolu

Guo Xiaolu : เจ็บปวด ฝัน สุข และหวังแห่งชีวิต

“ฉันหาเงินจากการทำหนัง ฉันจะทำไงก็ได้กับการทำหนัง ฉันว่ามันตบตาคนดู ทุกครั้งพอทำหนังเสร็จ ฉันบอกกับตัวเองว่าขอให้เป็นเรื่องสุดท้ายเหอะ ฉันขอกลับไปทำงานเขียนนวนิยายดีกว่า งานเขียนมันบริสุทธิ์เหมือนผู้หญิง และมันเป็นอารมณ์แบบผู้หญิง มันโดดเดี่ยวและเหงาเกินไปเวลาเขียนนวนิยาย ส่วนการทำหนังใช้เวลาและความพยายามมากๆ ฉันทำหนังมา 8 ปีแล้ว จนเป็นมือโปร จนบางครั้งก็คร้านที่จะยกกล้องขึ้นถ่ายภาพผู้คน”

*    *    *

จุดประกาย วรรณกรรม
ปีที่ 20 ฉบับที่ 6666
วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2550

 


 hishammatar.jpg

Hisham MatarHisham Matar : ที่ว่างระหว่างความสูญเสียและความรัก

In the Country of Men มีฉากหลังเป็นความโหดร้ายในลิเบียช่วงทศวรรษที่ 1970 หัวใจหลักของเรื่องนี้คือเด็กชายคนหนึ่งที่ดิ้นรนกระเสือกกระสนเพื่อจะหนีไปจากสังคมที่เขาถือกำเนิด ผมอยากเขียนหนังสือที่ไม่ข้องเกี่ยวกับการเมือง ผมเป็นคนธรรมดาที่รู้สึกดีต่อสุนทรีต่างๆ แห่งชีวิต ผมไม่สนใจการเมือง แต่การเมืองเป็นหนึ่งงานบนผืนผ้าใบ ผมจึงต้องพูดถึงการเมืองด้วยรูปแบบและแรงขับที่เป็นนามธรรม

บทส่งท้ายใน In the Country of Men มาทาร์ให้แง่คิดว่า ความรักชาติเหมือนเส้นใยบางๆ และบางทีนี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องปลุกระดมให้คนรักชาติอย่างบ้าคลั่ง และแม้มาทาร์จะเดินทางไปโน่นมานี่บ่อยๆ แต่เขาไม่ได้รู้สึกแบ่งแยกตัวเองออกจากรากเหง้าเดิมแม้แต่น้อย เขามีบ้านที่กรุงลอนดอนดินแดนแห่งความสุข และสถาปนาตัวเองเป็นพวกนักสุขนิยมที่ถูกเนรเทศจากลิเบีย ความสามารถเฉพาะตัวของผม ตราบใดที่เครื่องบินยังพาผมไปยังดินแดนที่ผมไม่เคยไปมาก่อน การได้จินตนาการว่าได้เคยเกิดและตายที่นั่นมันดูแปลกดีนะ จะอย่างไรก็ดี สิ่งแรกที่ผมคิดเสมอคือผมมีสำนึกต่อรากเหง้าของผม

*    *    *

จุดประกาย วรรณกรรม
ปีที่ 20 ฉบับที่ 6680
วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2550

 penney.jpg

Stef Penney

Stef Penney:ปล่อยฉันให้อยู่คนเดียวเถิด

“ฉันเป็นคนเขียนหนังสือ ฉันขายหนังสือ และหนังสือเป็นงานสาธารณะ นั่นแหละใช่เลย แต่ฉันจะไม่ไปออกรายการบิ๊กบราเธอร์ มันไม่ใช่ฉันเลย ฉันเป็นนักเขียน อยากนั่งอยู่ในห้องแล้วทำงานคนเดียว และฉันหวังว่านี่จะเป็นการให้สัมภาษณ์ครั้งสุดท้าย”

อาการที่เพนนีย์แสดงออกกับนักข่าว ไม่ใช่อาการของนักเขียนจำพวกสิงห์ลำพอง เพนนีย์ไม่ได้ทำอะไรผิด เธอเพียงแต่ต้องการบอกนักข่าวแบบตรงไปตรงมาว่า

“ปล่อยให้ฉันได้อยู่คนเดียวเถิด”

*    *    *

จุดประกาย วรรณกรรม
ปีที่ 20 ฉบับที่ 6687
วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2550

aswani.jpg

 

Alaa El Aswany

Alaa El Aswany : งานเขียนที่ยิ่งใหญ่สำหรับสามัญชน

งานเขียนเป็นการแผ่แสนยานุภาพของอิสรภาพและเป็นตัวแทนในการเผยในสิ่งที่คนมองไม่เห็น สิ่งที่ผู้คนควรได้รู้สึกแต่กลับมองข้ามไป สิ่งนี้เป็นพันธกิจที่นักเขียนอย่างเขาต้องพาผู้อ่านไปค้นพบ และการจะเจาะให้ถึงแก่นของความเป็นมนุษย์นั้นช่างซับซ้อนนัก ไม่ใช่เพียงเอ่ยว่าคนนี้ทำถูก คนนี้ทำผิด และการที่เผยให้เห็นชีวิตของชาวเกย์ เพื่อชี้ให้เห็นและให้ผู้คนทั่วไปเข้าใจว่าเกย์ก็เป็นคนปุถุชนเช่นเดียวกับทุกคนเพียงแต่มีวิถีชีวิตที่ต่างออกไป แล้วการที่พวกเขาเป็นแบบนั้น อาจมีทั้งสุขและทุกข์ปนเปกันไป

Advertisements
 

7 Responses to “เส้นทางนักเขียน”

  1. tuleedin Says:

    โอ…จากจุดประกายเรอะ?
    ข้าพเจ้าเดาผิด คิดว่าพี่ท่านจะเปิดคอลัมน์เล่าเรืองราวของเส้นทางสู่นักเขียนเสียนี่ อิ อิ อิ

    คาราวะ

  2. หนุงหนิง Says:

    ก๊อก ๆ ๆ แวะมาเยี่ยมเจ้าค่ะ

    เมื่อคืนทำหน้าที่เลขาหญ่ายยยหักโหมไปหน่อย วันนี้เดี้ยงอีกตามเคย

    ไปล่ะเจ้าค่ะ แล้วกันหลังจะมาเยี่ยมใหม่

  3. tuleedin Says:

    เอ…ท่านย่าฯท่าจะมีคนแอบหักหลังนะขอรับพี่ท่านว่าไหม?
    หลังท่านจึงเดี้ยงอยู่บ่อย ๆ

    ข้าพเจ้าเปิดเมล์ได้หน้าสองหน้า
    กลับกลายเป็นเปิดไม่ออกเสียอีกแล้ว!

    เซ็งเน็ตของข้าพเจ้าเต็มทีจดสุดจะทนแล้วขอรับ เฮ้อออ!
    เรื่องง่าย ๆ กลายเป็นเรื่องยากเสียได้
    ท่านเชื่อไหมตอนนี้แค่เห็นจำนวนเมล์
    ข้าพเจ้าก็ขนลุกขนพอง (เป็นอาการใหม่)

    เพราะกว่าจะเปิดได้แต่ละหน้าน่ะขอรับ
    รวมกันกว่าจะเปิดครบทุกหน้าเล่นเอาเป็นชั่วโมง
    จนข้าพเจ้าเห็นเมล์แล้วอกสั่นขวัญหาย
    เหมือนเป็นโรคกลัวน้ำอย่างไรอย่างนั้นเจียวขอรับ

    มานั่งบ่นเสร็จก็จะกลับไปลองเปิดใหม่

    หากไม่ออกอีกก็คง…ก็คง…ทำอะไรล่ะทีนี้
    ระเบียงฯ ก็ส่งไม่ทันแล้ว
    ข้าพเจ้าของดระเบียงฯ สักรอบได้ไหม?
    เพราะไหน ๆ ก็ไม่ทันแล้ว
    จะได้ตั้งหลักใหม่
    ทีนี้จะได้มีสำรองไว้ล่วงหน้าหนึ่งบทความ

    กลับไปลองเปิดเมล์อีกทีขอรับ

    คารวะ

  4. สวรรค์เสก Says:

    อ่ะ ท่านพี่อานันท์มีข้อคิดดีๆ แบบนี้มาฝาก

    งั้นก้อ เสร็จโจรอะดี้

    แอบจิตคารวะลึกๆ เหมือนเดิมครับ

  5. tuleedin Says:

    อา…เสร็จพี่สองอย่างว่า
    ขอบพระคุณขอรับ
    เป็นจังหวะก้าวที่ยอดเยี่ยม

    แต่… ‘แอบจิต’ เนี่ย พี่ท่านระมัดระวังสักหน่อยนะขอรับ อิ อิ อิ

    คารวะ

  6. ขอบที่ยกมา

    แต่อ่านอันสุดท้ายไม่รู้เรื่อง (อ่านห้ารอบละ)

  7. ท่านพีลิน ท่านทราบไหมว่า กว่ากระผมจะคัดออกมาได้นั้นยากมาก เพราะพี่แกพูดภาษาอะไรของแกวะ- ไอ้ตาดรู

    ท่านส.ส.แอบจิตเหรอ งั้น! กระผมปิดปะกะตูหลังบ้านก่อนขอรับ

    ด้วยมิตรภาพ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s