ประทีป จิตติ

พูดด้วยการเขียน

คนตัวเล็ก กุมภาพันธ์ 13, 2008

คนตัวเล็ก

กนกพงศ์ สงสมพันธุ์

แม้ว่าเขาคนนี้ จะกำหนดตัวเองอยู่ในหมู่บ้านที่เขาสถาปนาขึ้นมาว่า หุบเขาฝนโปรยไพร แต่โลกในความความจริงของเขาหาได้แคบเพียงในพื้นที่อันเห็นด้วยตาเปล่าไม่ เพียงแต่เขาเลือกค้นหาความเป็นจริงของโลกโดยผ่านความคิดของผู้คนในพื้นที่เหล่านั้น ผูกโยงเรื่องราวให้เห็นถึงชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ อันเป็นสัมพันธภาพแบบเดียวกับความคิดเรื่องสัมพันธถาพในทางวิทยาศาสตร์ ที่นักปราชญ์ทางวิทยาศาสตร์ได้คำตอบว่าในที่สุดแล้วสิ่งที่เหนือกว่าภาพที่เห็นทางกายภาพนั้นคือจิตวิญญาณที่มีอณูส่วนหนึ่งเรียกว่าจินตนาการ

          หลายครั้งที่เรายกคำพูดเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อแสดงวาทกรรมให้ดูว่ามีสติปัญญาตามสมัยนิยม แต่ใครเล่าจะเห็นภาพจริงของวาทกรรมเหล่านี้

          เนิ่นนานทีเดียวกว่าคนอีกจำนวนหนึ่ง จะทำความเข้าใจว่ามายาคติ (magical realistic) เป็นความจริง (real) เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมมาแต่บรรพกาล อยู่ในเรื่องเล่า ความฝัน พิธีกรรม ฯลฯ สิ่งนี้คือความจริงในสังคม เกิดการหล่อหลอมจิตวิญญาณผู้คนในสังคมมาเนิ่นนาน จนกระทั่งเศรษฐกิจสมัยใหม่เข้ามามีบทบาท เกลี่ยกวาดเอาสิ่งที่หาประโยชน์ได้น้อยต่อระบบบริโภคให้หมดบทบาทไป ทำให้ความจริงในสมัยหนึ่งกลายเป็นเรื่องเล่าในโลกจินตนาการหรือนิทาน

          เกิดสึนามิขึ้นจริง!! เราจึงระลึกได้ว่ามีนิทานเรื่องน้ำท่วมโลก

          เรื่องที่เล่าขานติดต่อกันมา เป็นความจริงที่ทำประโยชน์ได้น้อยต่อระบบบริโภค มันจึงถูกลดชั้นไปอยู่ในระดับเดียวกันกับเรื่องกึ่งโกหก นับประสาอันใดกับสำนึกอื่น ๆ ที่แม้เราจะมีประสบการณ์เหมือนกัน แต่มันถูกจัดให้อยู่ในลำดับล่างของการปรากฏตน เมื่อไม่สามารถสร้างทุนเพื่อการบริโภคได้

          นี่คือโลกใบหนึ่งที่มีความซับซ้อน ที่นับวันเรากำลังเดินไปสู่โลกที่เล็กลง แม้ว่าในอีกด้านหนึ่งเรากำลังค้นหาดาวดวงใหม่ แต่ทั้งหมดนั้นก็เพื่ออธิบายถึงความเกี่ยวพันซึ่งกันและกัน

          ทั้งที่ในความจริงทั้งหลายสิ่งในโลกนี้อาจมีทั้งสัมพันธภาพและไม่มี

 

 

ดังนั้นแล้ว.. แม้ว่าเขาคนนี้จะกำหนดตัวเองอยู่ในพื้นที่ที่ชื่อหุบเขาฝนโปรยไพร แต่ก็เป็นการเรียนรู้โลกผ่านสัญญะที่เข้ามาปะทะกับชีวิตมนุษย์ เขาลงไปเรียนรู้คลุกคลีกับชาวบ้าน เป็นการมองด้วยสายตาคนนอก สายตาของคนเขียนหนังสือ ที่ทำงานด้วยการลงพื้นที่แบบเดียวกับรายงานข่าวเชิงวิจัย แต่งานเขียนคือการบอกเล่าสิ่งที่ลึกกว่าสิ่งที่ตามองเห็น เพื่อเข้าถึงจิตวิญญาณ นี่เองที่หลายคนเมื่อได้อ่านงานของเขาในยุคหลังอาจนิยามวิธีการทำงานแบบนี้ว่า เอาชีวิตเข้าแลกด้วยมีวาทะของเขาคนนี้หลายคำที่ทำให้เราคิดเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นศรัทธาต่อการทำงานวรรณกรรม หรือวรรณกรรมสำหรับเขาแล้วเป็นเหมือนศาสนา

          ในโลกกว้าง การทำความเข้าใจถึงมนุษย์นับเป็นเรื่องยาก เช่นเดียวกับประมงเฒ่าที่ผ่านการท่องมหาสมุทรมาค่อนโลก เรียนรู้ภาษาปลาด้วยการสัมผัส เรียนรู้รหัสแห่งสัตว์โลก เช่นนกที่ใช้จงอยปากแตะกัน มดใช้หนวดถูกัน เมื่อมนุษย์มีทั้งภาษาและชุดความคิด แต่กลับเป็นสัตว์โลกที่เข้าใจยาก ประมงเฒ่าจึงต้องค้นหาคำตอบจากสิ่งที่อยู่ใต้กะโหลกมนุษย์ นั่นเองที่ทำให้เขาเลือกที่จะเป็น ช่างตัดผมในวาระสุดท้ายของชีวิต (ชายหาปลาในร้านตัดผม)

          โลกแห่งความบริสุทธิ์ติดตัวเรามานับแต่เกิด เปิดโอกาสให้เราคิดฝันจินตนาการกว้างไกล เหมือนว่าชีวิตนั้นเกิดมาจากดาวตกที่มีเทวดาองค์น้อยจุติลงมา คนตัวเล็กทั้งหลายต่างถูกยิงคำถามถึงโลกภายหน้าของพวกเขา เหมือนจะเปิดโอกาสให้คนตัวเล็กโลดแล่นออกไปโดยไม่มีขอบกั้น ดั่งฟ้ากว้างที่บอกไม่ได้ว่าขอบของมันอยู่ ณ แห่งใด แต่ในความจริงแล้ว เรา-คนตัวโต กลับหวาดหวั่นต่อการอยู่ในโลกกว้าง การศึกษาสร้างความหวาดหวั่นที่พัฒนาไปสู่ความหวาดกลัว ซึ่งที่สุดแล้วก็คือการปิดกั้นจินตนาการ ดันหลังมนุษย์ให้เดินวนอยู่ในโลกแคบ

          ครูคณิตศาสตร์รุ่นใหม่ไฟแรงจึงคำนวณความเป็นไปของชีวิต โดยเน้นเชิงปริมาณอยู่บนกระดานดำ (คุณครูคณิตศาสตร์) ทั้งที่โจทย์เชิงคุณภาพแห่งชีวิตคือความจริงในสังคมที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งมิใช่กรอบหรือเขตเล็ก ๆ เพียงในกระดานเท่านั้น

 

 

ความหวาดกลัวโลกกว้างของคนตัวโต ที่สถาปนาขึ้นมาโดยระบบสังคมซึ่งเน้นคุณภาพรวมเชิงปริมาณซึ่งหาคำตอบได้ด้วยตัวเลข เงินทุนความสุขจากการบริโภค โดยไม่คำนึงว่าความสุขอันแท้จริงนั้นคืออะไร เราจึงอาจพบความจริงว่าโลกในวันนี้เต็มไปด้วยข้อขัดแย้ง คนที่รวยล้นฟ้า มีอำนาจวาสนาในตำแหน่งระดับโลก กลับต้องเร่ร่อน มีคดีความ มีคนปองร้าย ฯลฯ เกิดสงคราม การก่อการร้าย รัฐประหารแย่งชิงอำนาจ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นคำตอบหนึ่งให้เราฉุกคิด

          ในโลกที่ประกอบด้วยความปรองดองและขัดแย้ง การได้เปิดโลกกว้างทำความเข้าใจกัน ทำให้สังคมฉันพี่น้องดำเนินต่อไปอย่างสงบสุข แท้จริงแล้วเราต่างเป็นคนตัวเล็กในโลกใบใหญ่ ขณะที่มีการใส่ปุ๋ยความคิด ต้องเป็นหนึ่งให้ได้ไม่ว่าสิ่งนั้นจะไปทำลายคนอื่นก็ตาม กลายเป็นความชอบธรรมใหม่เมื่อมนุษย์คิดว่าตัวเองเป็นคนตัวโต ส่งผลโดยตรงกับระบบสัมพันธภาพ ซึ่งทำให้โลกมีพื้นที่แคบลง

          คนตัวเล็กจึงเป็นโลกแห่งความคิดอันสวยงาม เป็นโลกจินตนาการ ที่เราอาจขลาดกลัว-ขัดแย้ง-ต่อสู้กับสิ่งนี้เหมือนสิ่งแปลกหน้า

          หากมองลึกลงไป เราจะเห็นความจริงว่า โลกของคนตัวเล็กเป็นโลกใบใหญ่ ขณะโลกของคนตัวใหญ่กลับเล็กลงเรื่อย ๆ พร้อมกับความสุขที่ลดลงตามมาเป็นสัมพันธภาพสอดคล้องต้องกัน ·

 

สำนักพิมพ์นาคร

6 ตุลาคม 2550

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s