27
ก.ย.
09

หัวมังกุท้ายมังกร

หัวมังกุท้ายมังกร

สวัสดีวันอาทิตย์  ปีที่ ๔ อาทิตย์ที่ ๒๗

 

ต่อเนื่องจากข้อเขียนเจตนายังเหมือนเดิม?

ครั้งก่อนว่าด้วยเรื่องการตั้งชื่อตัวละคร โดยหยิบยกงานเขียนที่ผมกำลังตรวจสอบต้นฉบับก่อนพิมพ์เป็นเล่ม

            การตั้งชื่อโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ว่าชื่อนั้นมีคนใช้อยู่จริง และใครอ่านแล้วก็อดคิดนึกคนคนนั้นไม่ได้ เช่นผม

            เรื่องชื่อไม่มีกฎเกณฑ์กำหนดไว้นะครับว่า ห้าม หรือ อย่าทะลึ่ง ไปตั้งให้เหมือนที่มีอยู่จริง  ทว่าไหน ๆ คิดจะเขียนสร้างตัวละครมาสักตัวแล้ว คิดชื่อใหม่ให้ไพเราะหรูเลิศอลังการหน่อยเสียเป็นไรไป

            จบเรื่องชื่อไปแล้ว, ที่เขียนไปครั้งนั้นเพียงแต่อยากทราบความเห็นว่า หากเราท่านจะเขียนเรื่องสั้นเรื่องยาวสักเรื่องคิดเห็นอย่างไรกับการเอาชื่อที่มีคนใช้อยู่จริง เหมาะ ควร หรือไม่อย่างไรเท่านั้น

            จะเรียกว่า โยนหินถามทาง หรือ เหวี่ยงแหถาม ตามสำนวนการเขียนของผู้เขียนก็ได้กระมัง

           

            มาคราวนี้อ่านถึงตอนจบก็บังเกิดปัญหาในงานเขียนชิ้นนั้นอีก

            เป็นข้อบกพร่องที่ร้ายแรงมาก สำหรับคนเขียนหนังสือ ไม่ว่าจะเรื่องจริงเรื่องแต่ง

            หากเป็นเรื่องจริง ข้อเท็จจริง ข้อมูล บิดเบี้ยวบิดเบือนไม่ได้ หากคิดจะทำก็เหมือนฆ่าตัวเอง, หรือเป็นเรื่องแต่ง ความสมเหตุสมผลก็สมควรจะต้องมี

            ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานหลุดโลก (แฟนซี จินตนาการ) อย่าง แฮรี่ พอตเตอร์ ก็ยังต้องอิงสมมุติฐานอะไรบางอย่างไว้บ้างสิน่า 

ทุกอย่างไม่ได้เป็นปาฏิหาริย์ไปเสียทั้งหมด ไม่งั้นก็กลายเป็นเรื่องหลอกเด็กหลอกผู้ใหญ่ไปน่ะซี่

            นิยายวิทยาศาสตร์ สืบสวนสอบสวน ก็เช่นเดียวกัน จะโม้กันเอามันเอาสนุกกันยังไงก็ได้ แต่ต้องสมเหตุสมผล

            งานที่ผมยกตัวอย่างไปเมื่อครั้งที่แล้ว เจ้าของงานบอกว่าเป็นแนว สหัสคดี (ผมเข้าใจว่าเป็นพวกแนวสืบสวนสอบสวน-ไม่ใช่สาหัสคดี) เป็นเรื่องชุด ซึ่งเรื่องที่ผมตรวจนี้เป็นชุดที่ ๕ แต่ในเรื่องมีบางช่วงกล่าวถึงตอนที่ ๔ (มีการทำเชิงอรรถไว้เสียด้วย)  อ้าว แล้วไอ้ที่ผมตรวจนี่น่ะมันไม่ใช่ตอนที่ ๔ รึ?

            คิดว่าตอนที่ ๔ อาจพิมพ์กับสำนักพิมพ์อื่น ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ในเมื่อ ๑ ถึง ๓ พิมพ์ที่เดียวกัน สอบถามบ.ก. ก็บอกว่า เจ้าของเรื่องยังไม่ได้เขียนตอนที่ ๔

อ้าว!

            ยังไม่ได้เขียนตอนที่ ๔ แต่มีตอนที่ ๕ ออกมา!

            คิดได้ไง? 

            แล้วเรื่องราวของแต่ละตอนมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันมากมาย เรียกว่าจบตอนแล้วจบไป แล้วการที่เล่ม ๕ นี้ไปกล่าวถึงเล่ม ๔ ก็มีเพียงว่า ต้องการบอกตัวละครตัวหนึ่งว่ามีที่มาที่ไปจากตอน ๔ นิดเดียว 

หากจะแก้ไขก็ทำได้ไม่ยาก

            บอกในตอนนี้เลยว่าเขาเป็นใคร มายังไง…จบ!

           

            แนวเรื่องประเภทสอบสวนสืบสวนก็ต้องมีปมของเรื่องใช่ไหมครับ (ที่จริง ปม ก็ต้องมีทั้งนั้นไม่ว่าจะเรื่องแนวใด) ปมของเรื่องนี้คือ นายเวียง วชิระ นักวิจารณ์เพลงและคอลัมนิสต์ฝีปากกล้าถูกฆ่าตายโดยถูกรัดคอ

            ทว่าเมื่อปมเรื่องคลี่คลาย จับฆาตกรได้ ไฉนจึงบอกว่า เขาถูกยิงตาย!

            แม้ไม่ได้บอกว่าถูกยิงตายโต้ง ๆ อย่างผมบอก แต่เนื้อความบอกว่า หัวกระสุนที่อยู่ในร่างกายของเวียง วชิระ พิสูจน์แล้วเป็นของฆาตกร เพียงเท่านี้ก็บอกได้ว่า เวียง วชิระตายเพราะถูกยิง

            นอกเสียจากว่า ฆาตกรยัดลูกกระสุนใส่ปากเหยื่อ…ฮา

(บ้า มันสมเหตุสมผลตรงไหนเล่า!)

ความยาวของเรื่องชุดตอนนี้ (และในแต่ละตอน) ความยาวประมาณ ๒๐๐ หน้า แต่คนเขียนก็ยังพลาดได้  พลาดอย่างที่เรียกว่า ตกม้า (หรือจะตกเก้าอี้ที่นั่งเขียนก็ไม่ว่ากัน)

ชวนให้คิดถึงว่า โครงเรื่องไม่ได้ร่างไว้แต่แรกหรอกหรือ?  ใคร, ทำอะไร, ที่ไหน, อย่างไร,เมื่อไร และอย่างไร  ไม่ได้เขียนไว้รึไง?

ชวนให้คิดไปถึงความละเอียด ใส่ใจ งานเขียนของผู้เขียน, จะเขียนอาทิตย์ละบทหรือไม่นั้นไม่สำคัญ หากกำหนดโครงเรื่องไว้แล้วอย่างไรก็ไม่หลงลืม ไม่พลาดตกม้าอย่างนี้

ผมท้วงติงข้อบกพร่องนี้ให้บ.ก.รับทราบ พร้อมทั้งบอกว่ายังไงก็ต้องแก้  จะไปแก้ตอนแรกที่บอกว่าถูกรัดคอให้เป็นถูกยิง หรือตอนจบว่าให้เป็นถูกรัดคอก็แล้วแต่สะดวกของนักเขียน ว่าจะรื้อช่วงใดยากง่ายกว่ากัน

ทว่า ดูแนวโน้มแล้ว มีทางเป็นไปได้ว่าจะไม่มีการแก้ไข

เป็นเรื่องการเมือง การเงิน การธุรกิจ…ด้วยความตั้งใจว่า งานมหกรรมหนังสือเดือนตุลาคมนี้จะต้องมีงานของนักเขียนคนนี้วางแผง

จบในนิตยสารปุ๊บรวมเล่มปั๊บ

เข้าทำนอง นักเขียน HITACHI!

ไม่มีกฎเกณฑ์เหมือนกันนี่ครับว่าจะทำอย่างนั้นไม่ได้ แต่เมื่อตรวจสอบก่อนรวมเล่มแล้วพบปัญหาดังกล่าวแล้วยังดันทุรังปล่อยไปตามนั้น ผมว่าเลิกเขียนเถอะ

เลิกเขียน เป็นความเห็นของผม ของคนที่อยู่เบื้องหลังการทำงาน  ไม่รู้ว่าจะรู้สึกดีกว่ารอให้คนอ่านบอกกล่าวผู้เขียนเองหรือไม่

 

 

นักเขียน ไม่ว่าจะเขียนงานแบบไหนแนวใด ล้วนต้องมีความรับผิดชอบงานเขียนของตนเอง และควรจะหนักหนาสาหัสกว่าบรรณาธิการและคณะทำงานของสำนักพิมพ์

ตัวอย่างนักเขียนที่มีความรับผิดชอบงานเขียนของตนนั้นมีให้เห็นอยู่ (เอาแค่ที่สังกัดสำนักพิมพ์ก็มีมากกว่าหนึ่ง) ทว่านักเขียนคนนี้กลับไม่มองก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร

จบแล้วจบเลยนะครับ, อาทิตย์หน้าคุยกันเรื่องอื่น ·

 

๒๗ ก.ย. ๕๒

IMGP2076

           

           

             

           


4 Responses to “หัวมังกุท้ายมังกร”


  1. กันยายน 29, 2009 ที่ 19:12

    ข้าพเจ้าถึงจองพี่ทั่นเป็นบรรณาธิการเล่มไง
    จองไว้ก่อน..
    จองไว้ก่อน..

    ยังไม่เริ่มเขียนสักตัวเลย.. :)

    อ้อ..ขอ’นุญาต
    แฟนซี น่าจะ แฟนตาซี ดีไหมขะรับ?

  2. กันยายน 30, 2009 ที่ 12:37

    แฟนตาซี

    ใช่ขอรับ ใจคิดอย่างนี้
    แต่เวลาพิมพ์ มันออกมาอย่างนี้

    อย่างนี้พบบ่อยขอรับ

    เจตนายังเหมือนเดิมนะ

    ขอบพระคุณยิ่ง ๆ ขอรับพี่ท่าน

    คารวะ.

  3. ตุลาคม 1, 2009 ที่ 09:18

    ไม่ทราบว่าได้รับเมล์หรือไม่

    สนใจข้อเสนอหรือเปล่า

    (ไม่ได้มาขายตรงน๊า)

  4. ตุลาคม 1, 2009 ที่ 19:01

    ขอบคุณคุณบีครับ

    ได้รับครับ ได้รับแล้ว

    ด้วยมิตรภาพ.


ใส่ความเห็น




ถ้อยความคมคำ

“เราไม่เคยทำ ‘ชั่ว’ ไม่เคย ‘โกง’ คน ไม่เคย ‘เอาเปรียบ’ คน ชีวิตจึงถูกกระทำ ถูกเอาเปรียบตลอดเวลา เรา ‘ต่อรอง’ อะไรไม่เป็น ไม่เคยเรียกร้องค่าต้นฉบับนอกจากเขาจัดให้ อีกอย่างเราเป็นคน ‘ใจอ่อน’ ซื้อของไม่เคยต่อ ยิ่งคนแก่ขายก็ยิ่งไม่ต่อ”

'รงค์ วงษ์สวรรค์

ตู้ป.ณ.

prateepjitti@hotmail.com

เรื่องในบ้าน

ผู้มาเยือน

  • 72,586 hits

RSS กระท่อมธุลีดิน

RSS ก้าวรอก้าว

  • ก้าวฯที่ ๔๓ พฤศจิกายน 14, 2009
    kaawrowkaw
  • มายา พฤศจิกายน 14, 2009
    kaawrowkaw
  • ทำมือ ทำไม พฤศจิกายน 14, 2009
    เรื่องจากปก โดย กีรติ ทำมือ ทำไม . . มีคำถามอยู่มากว่า ทำไมเราจึงต้องรู้จักที่จะผลิตข้าวของเครื่องใช้เองบ้าง ทำไมเราไม่ซื้อ ซื้อ ซื้อ เป็นคำถามที่ตอบไม่ง่าย และยากที่จะอธิบาย คนเราเรียนรู้จักชีวิตที่สุขสบายมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะเป็นการติดยึดอยู่กับสิ่งนั้น สิ่งนี้ แม้ว่าไม่มีโอกาสจะได้รับก็ยังคงตะกายเพื่อให้ได้มา จึงเห็นผู้คนปากกัดตีนถีบมากหน้าหลายตา ดิ้นรนแ […]
    kaawrowkaw

RSS นารินทร์ ทองดี

  • "บันทึกระหว่างทาง(๑)" พฤศจิกายน 23, 2009
    และแล้วสภาพอากาศก็เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ลมหนาวพัดมาอีกครา อากาศแห้ง สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมก็คือจะมีอาการผิวหน้าแห้งตึงหลังฟอกสบู่ ต้องใช้โลชั่นยี่ห้อซิตร้าทาทั่วหน้าเพื่อป้องกันหน้าแตกผมนั่งห่อตัวอยู่ใต้ผืนผ้านวมกลางดึก สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอสี่เหลี่ยมผืนผ้าของโน้ตบุ๊ค ไล้สายตาสำรวจตัวอักษรเรียงรายยาวเหยียด สหายชาวใต้ร่อนจดหมายอีเล็กทรอนิกส์มาไหว้วานให้ช่ว […]
    noreply@blogger.com (Narin Thongdee)