หัวมังกุท้ายมังกร
สวัสดีวันอาทิตย์ ปีที่ ๔ อาทิตย์ที่ ๒๗
ต่อเนื่องจากข้อเขียนเจตนายังเหมือนเดิม?
ครั้งก่อนว่าด้วยเรื่องการตั้งชื่อตัวละคร โดยหยิบยกงานเขียนที่ผมกำลังตรวจสอบต้นฉบับก่อนพิมพ์เป็นเล่ม
การตั้งชื่อโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ว่าชื่อนั้นมีคนใช้อยู่จริง และใครอ่านแล้วก็อดคิดนึกคนคนนั้นไม่ได้ เช่นผม
เรื่องชื่อไม่มีกฎเกณฑ์กำหนดไว้นะครับว่า “ห้าม” หรือ “อย่าทะลึ่ง” ไปตั้งให้เหมือนที่มีอยู่จริง ทว่าไหน ๆ คิดจะเขียนสร้างตัวละครมาสักตัวแล้ว คิดชื่อใหม่ให้ไพเราะหรูเลิศอลังการหน่อยเสียเป็นไรไป
จบเรื่องชื่อไปแล้ว, ที่เขียนไปครั้งนั้นเพียงแต่อยากทราบความเห็นว่า หากเราท่านจะเขียนเรื่องสั้นเรื่องยาวสักเรื่องคิดเห็นอย่างไรกับการเอาชื่อที่มีคนใช้อยู่จริง เหมาะ ควร หรือไม่อย่างไรเท่านั้น
จะเรียกว่า “โยนหินถามทาง” หรือ “เหวี่ยงแหถาม” ตามสำนวนการเขียนของผู้เขียนก็ได้กระมัง
…
มาคราวนี้อ่านถึงตอนจบก็บังเกิดปัญหาในงานเขียนชิ้นนั้นอีก
เป็นข้อบกพร่องที่ร้ายแรงมาก สำหรับคนเขียนหนังสือ ไม่ว่าจะเรื่องจริงเรื่องแต่ง
หากเป็นเรื่องจริง ข้อเท็จจริง ข้อมูล บิดเบี้ยวบิดเบือนไม่ได้ หากคิดจะทำก็เหมือนฆ่าตัวเอง, หรือเป็นเรื่องแต่ง ความสมเหตุสมผลก็สมควรจะต้องมี
ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานหลุดโลก (แฟนซี จินตนาการ) อย่าง แฮรี่ พอตเตอร์ ก็ยังต้องอิงสมมุติฐานอะไรบางอย่างไว้บ้างสิน่า
ทุกอย่างไม่ได้เป็นปาฏิหาริย์ไปเสียทั้งหมด ไม่งั้นก็กลายเป็นเรื่องหลอกเด็กหลอกผู้ใหญ่ไปน่ะซี่
นิยายวิทยาศาสตร์ สืบสวนสอบสวน ก็เช่นเดียวกัน จะโม้กันเอามันเอาสนุกกันยังไงก็ได้ แต่ต้องสมเหตุสมผล
งานที่ผมยกตัวอย่างไปเมื่อครั้งที่แล้ว เจ้าของงานบอกว่าเป็นแนว สหัสคดี (ผมเข้าใจว่าเป็นพวกแนวสืบสวนสอบสวน-ไม่ใช่สาหัสคดี) เป็นเรื่องชุด ซึ่งเรื่องที่ผมตรวจนี้เป็นชุดที่ ๕ แต่ในเรื่องมีบางช่วงกล่าวถึงตอนที่ ๔ (มีการทำเชิงอรรถไว้เสียด้วย) อ้าว แล้วไอ้ที่ผมตรวจนี่น่ะมันไม่ใช่ตอนที่ ๔ รึ?
คิดว่าตอนที่ ๔ อาจพิมพ์กับสำนักพิมพ์อื่น ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ในเมื่อ ๑ ถึง ๓ พิมพ์ที่เดียวกัน สอบถามบ.ก. ก็บอกว่า เจ้าของเรื่องยังไม่ได้เขียนตอนที่ ๔
อ้าว!
ยังไม่ได้เขียนตอนที่ ๔ แต่มีตอนที่ ๕ ออกมา!
คิดได้ไง?
แล้วเรื่องราวของแต่ละตอนมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันมากมาย เรียกว่าจบตอนแล้วจบไป แล้วการที่เล่ม ๕ นี้ไปกล่าวถึงเล่ม ๔ ก็มีเพียงว่า ต้องการบอกตัวละครตัวหนึ่งว่ามีที่มาที่ไปจากตอน ๔ นิดเดียว
หากจะแก้ไขก็ทำได้ไม่ยาก
บอกในตอนนี้เลยว่าเขาเป็นใคร มายังไง…จบ!
…
แนวเรื่องประเภทสอบสวนสืบสวนก็ต้องมีปมของเรื่องใช่ไหมครับ (ที่จริง ปม ก็ต้องมีทั้งนั้นไม่ว่าจะเรื่องแนวใด) ปมของเรื่องนี้คือ นายเวียง วชิระ นักวิจารณ์เพลงและคอลัมนิสต์ฝีปากกล้าถูกฆ่าตายโดยถูกรัดคอ
ทว่าเมื่อปมเรื่องคลี่คลาย จับฆาตกรได้ ไฉนจึงบอกว่า เขาถูกยิงตาย!
แม้ไม่ได้บอกว่าถูกยิงตายโต้ง ๆ อย่างผมบอก แต่เนื้อความบอกว่า “หัวกระสุนที่อยู่ในร่างกายของเวียง วชิระ พิสูจน์แล้วเป็นของฆาตกร” เพียงเท่านี้ก็บอกได้ว่า เวียง วชิระตายเพราะถูกยิง
นอกเสียจากว่า ฆาตกรยัดลูกกระสุนใส่ปากเหยื่อ…ฮา
(บ้า มันสมเหตุสมผลตรงไหนเล่า!)
…
ความยาวของเรื่องชุดตอนนี้ (และในแต่ละตอน) ความยาวประมาณ ๒๐๐ หน้า แต่คนเขียนก็ยังพลาดได้ พลาดอย่างที่เรียกว่า “ตกม้า” (หรือจะตกเก้าอี้ที่นั่งเขียนก็ไม่ว่ากัน)
ชวนให้คิดถึงว่า โครงเรื่องไม่ได้ร่างไว้แต่แรกหรอกหรือ? ใคร, ทำอะไร, ที่ไหน, อย่างไร,เมื่อไร และอย่างไร ไม่ได้เขียนไว้รึไง?
ชวนให้คิดไปถึงความละเอียด ใส่ใจ งานเขียนของผู้เขียน, จะเขียนอาทิตย์ละบทหรือไม่นั้นไม่สำคัญ หากกำหนดโครงเรื่องไว้แล้วอย่างไรก็ไม่หลงลืม ไม่พลาดตกม้าอย่างนี้
ผมท้วงติงข้อบกพร่องนี้ให้บ.ก.รับทราบ พร้อมทั้งบอกว่ายังไงก็ต้องแก้ จะไปแก้ตอนแรกที่บอกว่าถูกรัดคอให้เป็นถูกยิง หรือตอนจบว่าให้เป็นถูกรัดคอก็แล้วแต่สะดวกของนักเขียน ว่าจะรื้อช่วงใดยากง่ายกว่ากัน
ทว่า ดูแนวโน้มแล้ว มีทางเป็นไปได้ว่าจะไม่มีการแก้ไข
เป็นเรื่องการเมือง การเงิน การธุรกิจ…ด้วยความตั้งใจว่า งานมหกรรมหนังสือเดือนตุลาคมนี้จะต้องมีงานของนักเขียนคนนี้วางแผง
จบในนิตยสารปุ๊บรวมเล่มปั๊บ
เข้าทำนอง นักเขียน HITACHI!
ไม่มีกฎเกณฑ์เหมือนกันนี่ครับว่าจะทำอย่างนั้นไม่ได้ แต่เมื่อตรวจสอบก่อนรวมเล่มแล้วพบปัญหาดังกล่าวแล้วยังดันทุรังปล่อยไปตามนั้น ผมว่าเลิกเขียนเถอะ
“เลิกเขียน” เป็นความเห็นของผม ของคนที่อยู่เบื้องหลังการทำงาน ไม่รู้ว่าจะรู้สึกดีกว่ารอให้คนอ่านบอกกล่าวผู้เขียนเองหรือไม่
นักเขียน ไม่ว่าจะเขียนงานแบบไหนแนวใด ล้วนต้องมีความรับผิดชอบงานเขียนของตนเอง และควรจะหนักหนาสาหัสกว่าบรรณาธิการและคณะทำงานของสำนักพิมพ์
ตัวอย่างนักเขียนที่มีความรับผิดชอบงานเขียนของตนนั้นมีให้เห็นอยู่ (เอาแค่ที่สังกัดสำนักพิมพ์ก็มีมากกว่าหนึ่ง) ทว่านักเขียนคนนี้กลับไม่มองก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร
จบแล้วจบเลยนะครับ, อาทิตย์หน้าคุยกันเรื่องอื่น ·
๒๗ ก.ย. ๕๒




ข้าพเจ้าถึงจองพี่ทั่นเป็นบรรณาธิการเล่มไง
จองไว้ก่อน..
จองไว้ก่อน..
ยังไม่เริ่มเขียนสักตัวเลย..
อ้อ..ขอ’นุญาต
แฟนซี น่าจะ แฟนตาซี ดีไหมขะรับ?
แฟนตาซี
ใช่ขอรับ ใจคิดอย่างนี้
แต่เวลาพิมพ์ มันออกมาอย่างนี้
อย่างนี้พบบ่อยขอรับ
เจตนายังเหมือนเดิมนะ
ขอบพระคุณยิ่ง ๆ ขอรับพี่ท่าน
คารวะ.
ไม่ทราบว่าได้รับเมล์หรือไม่
สนใจข้อเสนอหรือเปล่า
(ไม่ได้มาขายตรงน๊า)
ขอบคุณคุณบีครับ
ได้รับครับ ได้รับแล้ว
ด้วยมิตรภาพ.