![]()
๑๐. ของสำคัญ
ประตูห้องตรงข้ามปิดสนิท ผมไม่รู้ว่าระหว่างที่ไปกินข้าวกับเรไรมันจะเปิดและปิด ปิดและเปิดอีกหรือไม่ หากไม่ก็แสดงว่าคนทั้งสองยังอยู่ในนั้น
“หอมจัง กลิ่นอะไรน้า…”
ผมหันไปทางต้นสียง เดินตามเข้าไป ปิดประตู กดล็อคคล้องโซ่ ยืนพิงบานประตู ยังไม่ทันกดสวิตช์ไฟเจ้าของเสียงก็ได้คำตอบ “ดอกแก้ว!”
ผมปิดไฟแล้วหรี่ลงให้สลัวราง เรไรนั่งคุกเข่ายื่นหน้าเข้าไปดอมดมดอกไม้สีขาว ขนาดของมันเมื่อบานเต็มที่ไม่ใหญ่ไปกว่าปลายก้อยของเธอ
“โอยฉุนจัง” เรหันมาบอกพร้อมรอยยิ้ม “มึนหัว…ภาณุยกมันเข้ามาทุกครั้งที่ออกดอกหรือ?”
ผมพยักหน้า เดินเลี่ยงเข้าครัวจัดเรียงกระป๋องเครื่องดื่มเข้าตู้เย็น หยิบผ้าขนหนูสำรองในลิ้นชักตู้เสื้อไปพาดราวแขวนในห้องน้ำ กลับออกมาฉุดแขนเรไร รุนหลังไปที่ห้องน้ำแล้วปิดประตู เปิดเบียร์กระป๋องดื่ม ใจเต้นระส่ำระสายเมื่อนึกถึงว่าคืนนี้เรไรจะค้างที่นี่
ดื่มเบียร์ไปครึ่งกระป๋องยังไม่ได้ยินเสียงน้ำจากฝักบัว ไม่แน่ใจว่าเรไรมึนหัวสักแค่ไหน แม้ว่าเธอจะดื่มไปเพียงแค่สองแก้ว แต่ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อ กำลังคิดจะเคาะประตูเรียกก็พอดีมีเสียงน้ำกระทบพื้นเปาะแปะ ๆ ถี่รัวเร็ว
ดื่มเบียร์อีกอึกใหญ่ก่อนตัดสินใจรีบกลับไปที่ร้านสะดวกซื้อ-ขายแหลกยี่สิบสี่ชั่วโมง
เดินไปหยุดหน้าห้องตรงข้ามยื่นหูแนบบานประตู ได้ยินเสียงหัวเราะระริก ผมแน่ใจว่าเป็นเสียงของคนหาใช่จากเครื่องรับโทรทัศน์ มีเสียงกุกกัก ๆ ใกล้เข้ามา ผมรีบวิ่งลงบันไดไปหยุดที่ชั้น ๓ เงี่ยหูคอยฟังว่าประตูห้องนั้นจะเปิดออกหรือไม่
แต่ก็เงียบสนิท…
ผมสบถด่าทอตัวเองที่ทำเล่นอะไรเป็นเด็กเล็ก ๆ สนุกตื่นเต้นเมื่อแอบทำอะไรบางอย่างที่คิดว่าไม่ถูกไม่ควร คิดถึงสิ่งที่ผมตั้งใจ อะไรกันเล่าที่ทำให้ผมต้องมายืนอยู่ตรงนี้ ผมจะไปร้านสะดวกซื้อขายแหลกมิใช่หรือ ตั้งใจจะรีบไปรีบมาจึงไม่ได้ล็อคประตูห้อง หวังจะมาให้ทันก่อนเรไรอาบน้ำเสร็จ แล้วผมก็เสียเวลาไปกับ… ผมต้องการสิ่งใดจากห้องนั้น เพียงเพราะภาพที่ได้เห็นเธอ-ราตรี กับเพื่อนสาวเมื่อเกือบสองชั่วโมงที่แล้วงั้นหรือ
ใช่, ผมสงสัย ผู้หญิงจูบกัน ผมไม่อาจทำใจปล่อยวางได้ว่าเป็นเรื่องปรกติ แต่ก็ไม่แน่หรอก หากผมไม่รู้จักและมีความสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืนกับราตรี บางทีผมอาจเห็นเป็นเรื่องสนุกเรื่องหนึ่ง มีสิ่งให้ตื่นเต้นเร้าใจเหมือนเด็กได้ของเล่นชิ้นใหม่ สักพักก็เลิกเห่อไปในที่สุด
แล้วก็พาลโทษราตรี…
เธอนั่นแหละที่ทำให้ผมต้องออกมาจากห้อง ผมโทษเธอข้าง ๆ คู ๆ ทั้งที่แต่แรกก่อนตัดสินใจออกมาผมไม่ได้คิดถึงเธอสักแอะ
ฝนยังคงโปรย… ผมแหงนหน้ามองไปที่ดวงโคมริมถนน คะเนสายฝนว่าหนักเบาแค่ไหน ผมบอกตัวเองว่าพอเดินได้ ก้าวเท้ายาว ๆ หลบไปตามกันสาดอาคารคงแค่เปียกชื้นหมาด ๆ
หากผมหยิบร่มติดมือมาคงไม่เสียเวลาทำอะไรอย่างนี้
ขอบุหรี่พนักงานดูแลอพาร์ทเม้นต์วัยกลางคน จุดแล้วเดินออกไปร้านสะดวกซื้อที่อยู่ห่างไปประมาณ ๗๐ เมตร
ผมเดินไปมาหน้าตู้แช่เครื่องดื่มทั้งที่ไม่ได้คิดอยากดื่มอะไรทั้งสิ้น พนักงานกะกลางคืนเป็นผู้หญิงทั้งหมด, นั่นละคือปัญหาของผม
ของที่ผมต้องการวางอยู่ในตู้บนเคานเตอร์คิดเงิน-ไม่ใช่ตรงนี้ แต่ผมก็เดินผ่านมาแทนที่จะหยิบเสียแต่แรกที่ก้าวเข้ามา ป่านนี้ผมอาจเดินกลับไปถึงอพาร์ทเม้นต์แล้วก็ได้
ผมถามตัวเองว่าต้องการของสิ่งนั้นไปเพื่ออะไร-ไม่มีคำตอบที่แน่ชัด พลันรู้สึกละอายความคิดตั้งใจวูบแรก ผมแค่ต้องการมีมันไว้ นั่นละ, แค่คิดอย่างนั้นมันก็สนองความต้องการในส่วนลึกแล้ว ผมไม่มั่นใจตัวเองได้เลยว่าจะไม่มีอะไรกับเรไร
นรก!
เดินไปที่เคานเตอร์ทันที สั่งบุหรี่หนึ่งซอง พนักงานหยิบผิดยี่ห้อ หยิบใหม่ก็ยังผิดอีก สุดท้ายเธอจึงไปเรียกเพื่อนพนักงานอีกคน ผมหันไปมองสิ่งที่ต้องการแต่แรก หยิบมันออกมาวางบนเคานเตอร์
“รับไฟแช็กเพิ่มไหมคะ”
“เอาด้วย”
“แบบไหนดีคะ”
“ฮะ?”
“มีสามแบบค่ะ”
“งั้นเอาที่ถูกสุด”
พนักงานคิดเงิน บอกจำนวนราคาที่ต้องชำระ ผมหยิบเงินในขณะเดียวกับพนักงานกำลังจะหยิบสินค้าใส่ถุงพลาสติกพิมพ์ชื่อร้านตัวโต
“ไม่ต้องใส่ถุง”
พนักงานชะงักมือ มองหน้า อมยิ้ม รับเงินไปแล้วทอน ผมรวบสินค้าที่ต้องการแล้วรีบออกไปจากร้าน จุดบุหรี่ กึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับอพาร์ทเม้นต์
จบตอน.




0 Responses to “ต้นร่างเรื่องไม่สั้น ๑๐.”