หลง-ลืม.
สวัสดีวันอาทิตย์ ปีที่ ๔ อาทิตย์ที่ ๑๔
๑.
(ใต้ภาพ)
ปณ.แพนด้า.
เจ้าหน้าที่โชว์ตัวอย่างไปรษณียบัตรที่บริษัทไปรษณีย์ไทยร่วมกับองค์การสวนสัตว์ทำขึ้นให้ประชาชนซื้อเพื่อเขียนตั้งชื่อลูกแพนด้า โดยพิมพ์จำหน่าย ๓๐ ล้านฉบับ…
(ล้อมกรอบ)
ปณ.พิเศษ ๓๐ ล้านใบโหวตชื่อแพนด้าน้อย
องค์การสวนสัตว์จับมือบริษัทไปรษณีย์ไทยลงนามข้อตกลง “โครงการไปรษณียบัตรประกวดตั้งชื่อลูกแพนด้า” ผลิตออกขายใบละ ๕ บาท ให้คนโหวตชื่อแพนด้าที่ผ่านเข้ารอบ ๔ ชื่อสุดท้าย ชิงเงินสด ๑ ล้านบาท รถยนต์ แพคเกจท่องเมืองจีน และรางวัลอื่น ๆ รวม ๑๕ รางวัล มูลค่ากว่า ๕ ล้านบาท
๒.
(ข่าวอื่น ๆ)
การฆ่ารายวันที่ ๓ จังหวัดภาคใต้, ช้าง ‘พังกำไล’ ขาหัก, การเมือง, ลูกฆ่าแม่ ฯลฯ ฆ่าข่มขืน
๓.
(ช่วยกันคิดชื่อแพนด้าน้อย)
คำศรี คำเมือง คำอ้าย คำผกา เชียงใหม่ ล้านนา คำฝ้าย คำฝอย คำคำ คำหล้า คำเหลา คำยวน บัวตอง บัวผัน บัวเผื่อน บัวหลวง ต้นข้าว ลายสือ แม่ปิง สะเงาะสะแงะ…
๔.
(จดหมายสั้น ๆ ของเพื่อนจากนางไปรษณีย์)
“ตั้งคำถามเรื่องกระแสเห่อ ‘แพนด้าน้อย’ มาตั้งแต่วันแรกที่เห็นข่าว พร้อม ๆ กับคำถามว่า ‘ช้างไทย’ ล่ะ พอดีวันนี้เข้าไปอ่านการ์ตูนเจ้าประจำ ตอนที่โดนใจเข้าพอดี เลยอยากแบ่งให้อ่าน
…
เราล้วนมีคำตอบของตัวเองว่าทำไม”
๕.
(การ์ตูน)
ช่องแรก
“พี่ ถามไรหน่อย”
“ได้ ๆ ถามมา”
ช่องที่สอง
“ช้างเป็นสัตว์ประจำชาติ ใช่เปล่า”
“เยส…’หมัยก่อนน่ะขี่ช้างออกรบเลย”
ช่องที่สาม
“แต่’หมัยนี้ใกล้สูญพันธุ์เต็มทน อดอยาก เร่ร่อนในกรุง บางตัวบาดเจ็บไร้การเหลียวแล”
“น่าสงสาร”
ช่องที่สี่
“พี่ว่าคนไทยรักช้างมั้ย”
“อ๋อ แน่นอน รัก”
ช่องที่ห้า
“แล้วทำไมเราสนใจแพนด้ามากกว่าช้างล่ะจ๊ะ?”
“????”
๖.
(คิดชื่อแพนด้าน้อยต่อ)
ปิงปิง ไชนีส ไทยจีนปักกิ่ง ไบจิง หลินปิง ยูนนาน ไหหลำ มาเก๊า ฮ่องกง ไต้หวัน เหมาเจ๋อตง เติ้งเสี่ยวผิง หมีเซียะ อึ้งย้ง เซียวเล่งนึ้ง ช่วงชิง โหลยโท่ย …
๗.
ตอบจดหมายเพื่อน
???? (จะเขียนอย่างนี้จริง ๆ แต่คิดไปคิดมาเลือกที่จะไม่ส่งไป ใช่, เราล้วนมีคำตอบของเราเองว่า ‘ทำไม’)
๘.
(ต่อชื่อแพนด้าน้อย)
เพชรา จารุณี เนาวรัตน์ จินตหรา มนฤดี ธัญญาเรศ ทักษอร ศันศนีย์ ลูกเกด แคทรียา กาละแมร์ ลาล่า ลูลู่ เอมิกา พัชราภา ทิพยดา แตงโม ปีใหม่ หญิงหญิง ใบไผ่ ขวัญไทย พจมาน สุดารัตน์ พรทิวา มีสุข ขาว-ดำ ตัวกลม ลูกหมา อีเห็น จุ๋มจิ๋ม หมาแพนดี้ เมื่อไหร่จะเลิกแพนด้าซักที…
๙.
(ย่อข่าว)
-สวนสัตว์เชียงใหม่ยังคงคึกคักทั้งวัน ยอดผู้เข้าชมแพนด้าน้อยเพิ่มขึ้นถึง ๗๒ เปอร์เซ็นต์
-ไปรษณียบัตรประกวดตั้งชื่อแพนด้าน้อยรอบแรกยังคงทะลักไม่หยุด คาดยอดพุ่งถึงหลักแสน
-‘หลินฮุ่ย’ เพลียจัดหลังต้องเลี้ยงลูกน้อยต่อเนื่อง ๑๓ วัน ทีมงานเร่งเสริมอาหารฟื้นสุขภาพโดยเร็ว
-ไปรษณียบัตรแพนด้าน้อยใบละ ๕ บาท จัดแบ่งให้องค์การสวนสัตว์ ๒ บาท เพื่อสมทบทุนกองทุนแพนด้า ถ้าจำหน่ายหมดจะมอบให้กองทุน ๖๐ ล้านบาท
-เป็นความภาคภูมิใจที่แพนด้าตกลูกในเมืองไทย การตั้งชื่อจึงเป็นกิจกรรมที่คนให้ความสนใจมาก
-ผู้ว่าฯเชียงใหม่ ประธานประชุมคณะกรรมการจัดงาน ‘สู่ข้าวเอาขวัญ แพนด้าน้อย’ กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ ๔-๖ ก.ค. นี้ เป็นบรรยากาศล้านนา และอลังการมาก สั่งคณะกรรมการไปคิดหารูปแบบงานมานำเสนอเพื่อให้ความเห็นชอบโดยด่วน
-ประชาชนจะได้ดูตัวจริงแพนด้าน้อย โดยนำมาให้ชมวันละ ๒ รอบ รอบละไม่เกิน ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที ให้ชมรอบละไม่เกิน ๑,๐๐๐ พัน ต้องจองคิวก่อนล่วงหน้า นับเป็นครั้งแรกที่ประชาชนชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวจะได้มีโอกาสชมแพนด้าน้อยตัวจริงเต็มตา
๑๐.
………. ·
๑๗ มิ.ย. ๕๒




เป็นไงบ้างประทีป
เรื่องแพนด้านี่มันก็กระแสแบบไทย ๆ เหมือนเช่นที่เคยเป็นมานั่นแหละ จำได้มั้ย เราเคยคลั่งกันเืรื่องพืชสวนโลก เคยคลั่งเรื่องกำไลข้อมือยาง เคยคลั่งเรื่องเสื้อ… เคยคลั่งอะไรต่อมิอะไรอยู่เป็นประจำ สุดที่จะจดจำไหว เยอะเหลือเกิน
ช่วงนี้กำลังคลั่งแพนด้า กับเรื่องในครอบครัวของพุ่มพวง ดวงจันทร์ สื่อทุกแขนงพร้อมใจกันบรรเลงบรรลัยไม่ไล่ไม่เลิกว่างั้นเถอะ 555
บางทียอมตกกระแสบ้างก็ดีนะ หรือไม่ก็คิดเสียเวลาเป็นเรื่องธรรมดาโลก ฝรั่งมันยังตื่นทองกันแทบเป็นแทบตายในสมัยก่อนที่อเมริกา คนไทยเรานี่ก็ชอบมุงและตื่นข่าว
ผมเองบ่อยครั้งจิตใจหวั่นไหวเหมือนกัน 555 ก็ดีเอนเอคนไทยมันเป็นยังงี้นี่นา 555
คันไม้มือมานานวัน
อยาก แต่ขาดความมุ่งมั่นทำให้เสร็จ
ปะบทความนี้
และเพียงความเรียงแรก ของ ‘ทางโลก’ – วรพจน์
มีพลังประหลาดแว่บเข้ามา
บ่ายนี้ จะเขียนหาครับคุณประทีป
ขุนอรรถ
ปล. เด็กน้อยถามว่า ทำไมเรียก pocket book
… มันใส่กระเป๋า(กางเกง)ไม่ได้สักหน่อย !
สามวันก่อน
ระหว่างเดินทางจากตัวเมืองยะลา ไป อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี
ต้องสวมผ้าคลุมเช่นมุสลิมะทั้งหลายตามคำขอของเพื่อน
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตตนเอง
ระหว่างอยู่ที่นั่น ก็ต้องสวมผ้าคลุมและแต่งกายให้เรียบร้อยตลอดเวลา
แพนด้า, โรคไข้หวัดใหญ่2009
หรืออะไรๆ ตามกระแสเห่อก็ไม่อาจเข้าถึงหัวใจคนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้
ลำพังกับการฟังข่าวและเฝ้าระวังตนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง
ไหนจะเรื่องหาอยู่หากิน ไม่มีใครมีเวลามาคิดอะไรเช่นคนทั่วไปหรอก
เมื่อหัวใจสั่นไหวตลอดเวลากับเสียงปืนยิงกราด เสียงระเบิดกึกก้อง และเสียงท้องที่หิวโหย
ใครกันจะไปมีกะใจ ไปทำหรือคิดอะไรตามกิจกรรมของคนชั้นกลาง
ที่มักชอบหาทั้งความสุขและความเศร้าใส่ตนเองเพื่อให้ชีวิตดูไม่ว่างเปล่าเกินไปนัก
หรือท่านคิดว่าไง
ปล.ฝากกึ๊ดเติ้งหาท่านขุนอรรถแรงๆ ด้วยค่ะ
ฝากบอกแม่เพลง … (บ้างดิ)
ไม่รู้ว่าควรอิจฉาแม่ฯ รึเปล่า ?
ไม่ต้องทนชีวิตปลอมๆ ในเมืองแบบผม
ตอนนี้ ผมเป็นแฟน(หนังสือ)คุณวรพจน์
อ่านบทสัมภาษณ์พิเศษคุณอารงค์ยังไม่ทันจบเล่ม
คว้า “ทางโลก” มาอ่าน ไม่ให้ขาดตอน
ยังชอบเขียนความคิดเหมือนเดิม
มี ทั่นดิลล์ คอยตบซ้ายขวาให้เข้าร่องรอย
บุญรักษาครับ
: )