16
ส.ค.
08

เขียนเรื่องยังไงให้น่าสน

ผู้เขียน หัวข้อ: เขียนเรื่องยังไงให้น่าสน??
นักอยากเขียนโรงเรียนมัธยมเขียนเรื่องยังไงให้น่าสน??
เมื่อ: 2008-06-20 23:34:25

อยากทราบว่า
ถ้าเราเปิดเรื่องด้วยฉากเหตุการณ์ทางธรรมชาติ
เช่น นกร้อง ฝนตก แดดออก ต้นหญ้าไหวเอน
เราควรเขียนประมาณไหนถึงจะเหมาะ ควรจะยาวประมาณสักเท่าไหร่
เพราะว่าเป็นแค่ฉากเหตุการณ์ ยังไม่ใช่เนื้อหา
แต่ถ้าเปิดเยอะจะกลายเป็นว่าไม่น่าสนใจ จริงหรือเปล่าคะ??

ถ้าเรื่องราวที่แต่ง
เราเขียนในแนวออกโก๊ะๆหน่อย
อย่างเช่น ดอกไม้กับผีเสื้อคุยกัน ต้นไม้บ่นกับตัวเอง ดินสอทะเลาะกับยางลบ
เขียนอย่างนี้ไปแล้วจะมีคนให้ความสนใจหนังสือเราหรือเปล่า
ถ้าสมมติส่งเข้าประกวด กรรมการจะให้ความสนใจกับหนังสือประเภทนี้มากน้อยแค่ไหน
เกรงว่า ผู้ใหญ่อาจไม่สนใจจุดๆนี้แล้วคิดว่าไร้สาระ

หนูเรียนอยู่ห้องต้นสายวิทย์ค่ะ
(แต่เกรดก็ปานกลาง ไม่เก่งมาก)
แต่ชอบการเขียนมากๆ
ช่วงนี้มีแต่สอบๆๆแล้วก็งานๆๆ
เลยไม่ค่อยได้อ่านหนังสือนอกเวลาเล่มอื่นๆ
ถ้าไม่ค่อยได้อ่านหนังสือนอกเวลา ทักษะการเขียนเราก็จะไม่ดีใช่ไหมคะ
แล้วเราควรจะแบ่งเวลายังไงดี ดูท่าคนที่บ้านอยากให้เราเอาใจใส่ด้านวิทย์มากกว่า

อีกคำถามนึง ก่อนจาก..
ทำไมคุณวินทร์อยากเป็นนักเขียนคะ ตอนเด็กมีแรงบันดาลใจอะไรหรือเปล่า
การเขียนที่ดี ถ้าเราไม่มีพรสวรรค์อะไรมาก เราจะฝึกฝนกันได้หรือเปล่าคะ

รัก.. อาวินทร์ ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ

2008-06-20 23:34:25


winbookclub
คำตอบ
ตอบเมื่อ: 2008-06-21 18:29:36

ผมมักเปรียบการเขียนหนังสือเหมือนการวาดรูป หรือการปรุงอาหาร ภาพเขียนที่ดูดีและอาหารที่อร่อยต้องมีสัดส่วนของแต่ละองค์ประกอบที่พอเหมาะ ไม่มากไป ไม่น้อยไป

คุณจะใช้การบรรยายฉากมากน้อยก็แล้วแต่ แต่เมื่อมองภาพรวมแล้ว ต้องให้มันไม่มากไปน้อยไป ซึ่งจุดนี้อาศัยหัวใจในการอ่าน นั่นคือ หากอ่านแล้วลื่นไหล ไม่เอียน ไม่รู้สึกมากไป ก็ถือว่าใช้ได้ และการที่จะสัมผัสความรู้สึกแบบนี้ก็ต้องฝึกฝน อ่านมากๆ ก็จะมีประสบการณ์ครับ

ริจะเขียนหนังสือ ก็จงเขียนในสิ่งที่เชื่อและชอบ อย่าไปกลัวว่าคนอื่นจะชอบไหม อย่าไปกลัวว่าจะแหกกฎการเขียนใดๆ ทั้งสิ้น เพราะการเขียนไม่มีกฎ หากเขียนตามกฎที่น่าจะเป็น คุณก็เป็นแค่เบอร์ 2 3 4

ผมไม่เคยคิดจะเป็นนักเขียนหรอกครับ แต่การอ่านมากๆ ก็ทำให้จมดิ่งสู่โลกการเขียนไปโดยปริยาย วันดีคืนดีก็ลุกขึ้นมาเขียนๆๆๆ


4 Responses to “เขียนเรื่องยังไงให้น่าสน”


  1. สิงหาคม 16, 2008 ที่ 05:52

    ยังไม่ทันไรก็คิดส่งประกวดแล้วเหรอ

    เขียนเอาใจผู้ใหญ่อย่างนี้จะมีความสุขกับการเขียนมั้ยเนี่ย

    เหมือนการใช้ชีวิต…หากเอาไปผูกติดกับคนอื่นนัก
    ทำตัวเพื่อให้คนอื่นพอใจ…ในขณะเดียวกันก็ทำร้ายความรู้สึกตนเองทุกที
    เป็นแบบนี้คล้ายคนที่ไม่มีความนับถือตนเองเลย

    ด้วยรัก
    ช่างเขียนเอาแต่ใจตัวเอง

  2. สิงหาคม 16, 2008 ที่ 13:32

    ผู้ใหญ่ขี้ดุ! ฮึ!

    OOO

    ขอบคุณขอรับพี่ท่าน
    ข้าพเจ้าไม่ได้คลานเข้าห้องพระคุณท่านเจ้าสำนักเสียนาน

    คารวะ

  3. สิงหาคม 16, 2008 ที่ 21:57

    ทั่นพี่ …

    ผมทำ “อินสไปร์” หาย !!!

    เมย์เดย์
    .
    .
    .
    เมย์เดย์

  4. สิงหาคม 17, 2008 ที่ 06:07

    ปัญหาของคนรุ่นใหม่ (นักเขียนใหม่ด้วย) คือความใจร้อน ผมเองก็เคยเป็น แต่ไม่ใช่เรื่องการประกวดหรอกนะ ผมน่ะ ไม่สันทัดนักกับการสร้างงานเพื่อส่งประกวด (เว้นเสียมีเรื่องอยู่ก่อนที่พอจะส่งไปได้)

    เหมือนท่านเจ้าสำนัก ว่า เขียนแล้ว เก็บใส่ลิ้นชักไว้สามเดือน อ่านอีก ถ้ามันยังดีก็ส่ง ส่วนผมบอกว่า จะดองไว้เท่าไหร่ก็ดองไป หมั่นดู หมั่นชิม พลิกขวดสม่ำเสมอ (ไวน์) ได้ที่จนพอใจ ส่งโลด…

    มีบ้างนะ ที่เสีย โยนทิ้ง อย่าเสียดาย

    .
    .
    ท่านขุนขอรับ ประทานโทษ มุกหรือเปล่า? อะไรคืออินสไปร์ มิทราบจริงๆ ขอรับ
    .
    .
    ท่านดิลล์ ผมว่าผู้ใหญ่ขี้เหม็นกว่าเด็กๆ นะ ฮา

    อรุณสวัสดิ์ขอรับ


ใส่ความเห็น




ถ้อยความคมคำ

“เราไม่เคยทำ ‘ชั่ว’ ไม่เคย ‘โกง’ คน ไม่เคย ‘เอาเปรียบ’ คน ชีวิตจึงถูกกระทำ ถูกเอาเปรียบตลอดเวลา เรา ‘ต่อรอง’ อะไรไม่เป็น ไม่เคยเรียกร้องค่าต้นฉบับนอกจากเขาจัดให้ อีกอย่างเราเป็นคน ‘ใจอ่อน’ ซื้อของไม่เคยต่อ ยิ่งคนแก่ขายก็ยิ่งไม่ต่อ”

'รงค์ วงษ์สวรรค์

ตู้ป.ณ.

prateepjitti@hotmail.com

เรื่องในบ้าน

ผู้มาเยือน

  • 72,111 hits

RSS ก้าวรอก้าว

  • ก้าวฯที่ ๔๓ พฤศจิกายน 14, 2009
    kaawrowkaw
  • มายา พฤศจิกายน 14, 2009
    kaawrowkaw
  • ทำมือ ทำไม พฤศจิกายน 14, 2009
    เรื่องจากปก โดย กีรติ ทำมือ ทำไม . . มีคำถามอยู่มากว่า ทำไมเราจึงต้องรู้จักที่จะผลิตข้าวของเครื่องใช้เองบ้าง ทำไมเราไม่ซื้อ ซื้อ ซื้อ เป็นคำถามที่ตอบไม่ง่าย และยากที่จะอธิบาย คนเราเรียนรู้จักชีวิตที่สุขสบายมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะเป็นการติดยึดอยู่กับสิ่งนั้น สิ่งนี้ แม้ว่าไม่มีโอกาสจะได้รับก็ยังคงตะกายเพื่อให้ได้มา จึงเห็นผู้คนปากกัดตีนถีบมากหน้าหลายตา ดิ้นรนแ […]
    kaawrowkaw

RSS นารินทร์ ทองดี

  • นิทานหลานยาย (๑) พฤศจิกายน 15, 2009
    ย้อนไปยังครั้งก่อนตอนเป็นเด็กตัวเล็กๆกระจ้อยด้อยเดียงสาวงนิทานหลานยายที่ปลายนาจุดกำเนิเปิดฟ้าจินตนาการย้อนไปยินสำเนียงเสียงยายเล่าถึงเรื่องราวเก่าๆเขาเล่าขานสื่อสุขโศกโลกธรรมเป็นตำนานเรื่องพื้นบ้านนิทานปรัมปราย้อนไปดอมดมกลิ่นผ้าซิ่นไหมซึ้งถึงรักจากใจผ่านใยผ้าด้วยใช้รักถักทอต่อผืนมาแกมกลิ่นกายชาวนาชราวัย(มีต่อ) […]
    noreply@blogger.com (Narin Thongdee)