03
ส.ค.
08

พื้นทีเล็กๆ

สวัสดีวันอาทิตย์© ๓/๒๑

ระเบียงแคบๆ พื้นที่เพียงสี่ตารางเมตรจะใช้ประโยชน์อะไรจากมันได้บ้าง

สำหรับที่พักของผมใช้ตากผ้า (โดยมีราวเหล็กเจาะติดกับผนังทั้งสองด้าน) ปลูกต้นไม้ กินข้าว อ่านและเขียนหนังสือ  ลองมองดูห้องอาคารตรงข้าม วางคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ (โครงเหล็กต่อยึดกับผนัง) ตากผ้า (บางห้องใช้ที่แขวนชนิดเคลื่อนที่ได้) ซักล้าง ปลูกต้นไม้มีบ้างประปราย

ผมสังเกตนะครับว่าส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยมีใครสนใจที่จะตกแต่งปรับปรุงพื้นที่เล็กๆ นี้ให้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ใช้งานได้หลากหลาย  บางห้องแทบไม่สนใจเลย พื้นกระเบื้องกระดำกระด่าง นั่งเล่นก็ไม่ได้นอกจากซักผ้าล้างจานอย่างเดียว แต่ก็อย่างว่าเขาจะทำอย่างไรกับห้องพักก็เป็นสิทธิ์ของเขา

มีอยู่ห้องหนึ่งครับ เพิ่งย้ายเข้ามาได้ประมาณสักหนึ่งเดือน  วันนั้นผมนั่งอ่านหนังสือที่ระเบียง พักสายตากวาดมองไปข้างล่างแล้วมาสะดุดหยุดที่ห้องตรงข้ามชั้นที่สาม เยื้องกับห้องผม  ชายคนหนึ่งกำลังจัดแต่งกระถางต้นไม้ให้เข้าที่ ชิดผนัง ต่างจากห้องผมและห้องอื่นๆ ที่มักวางชิดราวระเบียง  ผมไม่ทราบหรอกครับว่าเป็นต้นอะไร เห็นมีแต่ใบเขียว มองไกลๆ เหมือนต้นสน แต่คงไม่ใช่เพราะลักษณะใบใหญ่กว่ามาก น่าจะเป็นไม้ใบมากกว่าไม้ดอก  คิดเอาเองนะครับว่าเขาคงมีความรู้เกี่ยวกับต้นไม้บ้างละ เท่าที่ผมทราบไม้ดอกควรให้แสงแดดส่องถึง ก็อาจเป็นไปได้ว่าต้นไม้ชนิดนั้นของเขาเป็นไม้ใบ ไม่จำเป็นต้องพึ่งแสงแดด  ดูเขาจัดแต่งไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน กระถางต้นไม้เข้าที่เข้าทางผมก็ไม่เห็นเขาอีก

วันต่อมาผมเห็นเขาวางกระถางต้นไม้เล็กๆ (อาจเป็นไม้ดอก) ชิดราวระเบียง ห่างไปจากนั้นอีกหลายวันผมไม่ได้สนใจมองดูเขาอีก กระทั่งวันหนึ่งมองไปอีกครั้งเห็นเขานั่งชื่นชมผลงานท่ามกลางแสงเหลืองนวลจากโคมเพดาน  เป็นภาพที่ประทับใจผมจริงๆ สีเขียวตัดกับผนังสีขาวอาบไล้ด้วยแสงนวลเย็นตา

 

คิดถึงพื้นที่เล็กๆของมิตรสหาย  คนหนึ่งเคยเช่าห้องพัก เน้นการใช้พื้นที่หลักเพียงสองส่วนคือพื้นที่รวมกับห้องน้ำ ส่วนระเบียงเห็นการออกแบบแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าของไม่ได้ให้ความสำคัญ

พื้นที่เพียงแค่สองตารางเมตรกว่าเพียงแค่วางราวตากผ้าแล้วก็หมดสิทธิ์ที่จะใช้นั่งเล่น เหลือที่เพียงให้ยืนตากผ้า แต่ด้วยความรักต้นไม้เขาจึงซื้อไม้กระถางมาวาง จัดแต่งให้พอดีๆ มีรูปปั้นดินเผาเล็กๆ วางประกอบ มีเชิงเทียน มีอ่างเลี้ยงปลาหางนกยูง ที่ขอบอ่างมีตุ๊กตาเซรามิคคนถือเบ็ดตกปลา เท่านั้นระเบียงก็แลดูคล้ายสวนหย่อมขนาดย่อมๆ 

เขาบอกผมว่าเวลาอ่านหนังสือจะหันหน้าไปทางต้นไม้เหล่านั้น บางครั้งมองแล้วคิดอะไรได้เพลินๆ ตกกลางคืนจะเปิดไฟขนาด ๒๕ แรงเทียน ปิดไฟในห้องนอนดูต้นไม้ที่ระเบียง  บ่อยครั้งนะครับที่ผมไปกินดื่มที่ห้องพักของเขา เราจะนั่งติดกับระเบียง บางขณะที่เบื่อมองหน้ากันก็หันไปมองต้นไม้แล้วก็มีเรื่องต่างๆ ให้พูดคุยกันอย่างไม่รู้เบื่อและซ้ำซาก

อย่างวันหนึ่งขณะนั่งคุยกันเพลินก็มีเสียงจักจั่นร้อง ผมทำหน้าสงสัยแล้วมองไปยังพื้นที่เล็กๆ นั้น  ผมถามเขาว่าซื้อมาเลี้ยงหรือ  เขายิ้มตอบว่าเปล่า มันมาของมันเอง  ผมถามอีกว่าแล้วถ้ามันร้องทั้งคืนไม่หยุดจะทำยังไง  เขาว่าก็เรื่องของมัน ดีเสียอีกนึกเอาว่านอนอยู่กลางป่ากลางเขา, ผมหัวเราะนึกขันกับความคิดตัวเองเพียงเพราะไม่คาดคิดว่าวันดีคืนดีเจ้าแมลงชนิดนี้จะมาอยู่ในห้องพักของเพื่อน ถ้าไม่มีต้นไม้มันคงไม่มา  ผมจึงสรุปกับเขา นี่ไงเพราะเราปลูกต้นไม้ เพราะต้นไม้แท้ๆ จึงได้นั่งกินดื่มพูดคุยราวกับอยู่กลางป่าเหมือนเมื่อครั้งหนึ่งผมกับเขาไปนอนที่เขาใหญ่ด้วยกัน

วันดีคืนดีก็เห็นรังนกห้อยอยู่เหนือพื้นที่เล็กๆ นั้น  ผมถามเขาซื่อๆ อีกว่านกมาทำรังหรือไง  เขาหัวเราะ สบถด้วยความเคยชิน บอกว่าซื้อมา  ผมถามต่อแล้วมีนกมาใช้บริการบ้างไหม  เขาว่าเคย แต่แค่แวะผ่านมาส่งเสียงให้ได้ฟังเพลินหู  คนรักของเขาไม่ค่อยเห็นด้วยกับการซื้อของพวกนี้ เธอว่าเหมือนไปขโมยนกมา เราซื้อก็เหมือนเราส่งเสริม (นอกจากเธอจะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนแล้วยังปกป้องสิทธิวิหคชนอีกด้วย)  ผมจึงแนะนำ อย่างนี้น่าจะซื้อรังที่เขาทำขาย ส่วนนกจะชอบหรือไม่ชอบนั้นก็สุดแล้วแต่มัน, ความรักต้นไม้ของเพื่อนแม้มีบ้านเป็นของตัวเองแล้วก็ยังไม่หมดลดหาย พื้นที่กว่าสิบตารางเมตรหน้าบ้านเขาใช้วางกระถางต้นไม้ โต๊ะนั่งเล่นพร้อมใช้กินดื่ม ต่างจากบ้านอื่นที่ใช้จอดรถ

เพื่อนสาวอีกคนหนึ่งพักอยู่คอนโดมิเนียมหรูเรือนล้าน ทว่าระเบียงมีพื้นที่ใช้สอยมากไปกว่าที่พักผมไม่เท่าไหร่  ไปเยือนครั้งแรกอดแปลกใจไม่ได้ว่าคอนโดฯ ระดับนี้ไฉนจึงไม่ให้ความสำคัญกับระเบียง ห้องพักใหญ่กว้างขวางแต่ระเบียงยังคงเป็นพื้นที่เล็กๆ, อย่างไรก็ตามเธอได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่นี้มากกว่าใช้ตากผ้า วางคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ เธอยังจัดเป็นสวนหย่อมขนาดย่อม มีไม้ดัดหนึ่งกระถาง ไม้ใบสักต้นสองต้น อ่างน้ำดินเผา พื้นปูด้วยไม้ระแนงสลับก้อนกรวดสีขาวและน้ำตาล  เธอเคยบอกว่าใช้พื้นที่นี้นอนอ่านหนังสือ ชมสวนของเธอเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ในบางวัน แต่หากช่วยอะไรได้ไม่มากนักเธอจะไปสวนลุมฯ  นึกภาพสวนลุมฯ แล้วเทียบกันไม่ได้เลยกับสวนพื้นที่เล็กๆ ของเธอ

เกิดคำถามข้องใจขึ้นมาว่า ชาวตึกต้องการพื้นที่ระเบียงใช้ประโยชน์น้อยนิด หรือเป็นเพราะว่าเจ้าของหรือคนออกแบบไม่เห็นความสำคัญ ระเบียงจึงได้เป็นพื้นที่เล็กๆ อย่างที่เห็นทั่วไป

 

ผมนั่งทอดอารมณ์ในพื้นที่เล็กๆ ของตัวเอง มองดูต้นกระบองเพชรเม็กซิกันที่สูงถึงหัวไหล่ คิดไปว่าที่สุดแล้วมันจะสูงไปได้อีกสักแค่ไหน จะจดฝ้าเพดานหรือไม่ จดแล้วมันจะทำอย่างไรต่อไป หรือผมควรจะทำอย่างไร…

ระเบียงห้องอาคารฝั่งตรงข้ามมืดสนิททุกห้อง เว้นเพียงห้องเดียวคือห้องที่ผมกล่าวถึงข้างต้น  ไม่ได้สว่างด้วยแสงโคมไฟแต่สว่างวอมแวมด้วยเทียนไขที่วางบนโต๊ะเตี้ย ใต้ต้นไม้  ชายเจ้าของห้องนั่งอยู่กับหญิงสาว  ผมคิดว่านอกจากพูดคุยกินดื่มแล้วเขาทั้งสองคงชื่นชมบรรยากาศในพื้นที่เล็กๆ ของตัวเองด้วย, สวัสดี .

๒ ส.ค. ๕๑


12 Responses to “พื้นทีเล็กๆ”


  1. สิงหาคม 3, 2008 ที่ 07:25

    เคยอ่านพบว่า ระเบียง/เฉลียง เป้็น”สะพาน”
    เชื่อม ในสู่นอก และ นอกสู่ใน ขอรับ

    ใครใคร่ใช้พื้นที่เล็กๆ ที่ว่านี้ ได้เหมาะสม และ “อบอุ่น”
    … จากห้องเล็กๆ อาจกลายเป็น “บ้านเล็กในป่าใหญ่”ได้

    แต่ก็นั่นแหละ พื้นที่ที่ว่า กว่าครึ่ง ที่มองเห็นจากภายนอก จากท้องถนน
    หา”สะพาน”อย่างว่า ไม่พบ

    จะด้วยเหตุใดสุดแล้วแต่
    จากห้องพักเรือนล้าน ก็กลายเป็น “แสน” ได้

    ลองจัด ลอง”ปัดฝุ่น”เสียใหม่ จากแสนกลายเป็นล้านได้
    … น่าลอง น่าลอง

    : )

  2. สิงหาคม 3, 2008 ที่ 09:51

    สวัสดีเช้าวันอาทิตย์ขอรับ

    นี่เป็นในรอบกี่วัน (ไม่ทราบ) ที่ผมเข้าร้านตอนเช้าวันอาทิตย์ เพิ่งชมรายการ “สนทนาประสาสมัคร” จบก็แวะเข้าร้านทันที

    พบข้อความของท่านเข้ามาแต่เช้า–ชื่นใจครับ

    สมัยเรียนและทำงานเกี่ยวกับบ้านๆ ผมชอบอ่านนิตยสาร “บ้านและสวน” (จำเป็นสำหรับคนอาชีพด้านนี้) ทั้งภาพ การออกแบบ และตกแต่งหลายครั้งที่พบว่า “ง่าย” และ “ถูก” น่าอยู่ถ้าทำให้ลงตัว

    จำได้ครั้งหนึ่ง พี่ท่านอาร์คิเต็คท์ บอกว่า “ภายนอกไม่สน สนภายในมากกว่า” หมายถึงการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ภายใน จัดวางตามความพอใจของตัวเอง-ลูกค้า เป็นสำคัญ บ้านของท่านภายนอกจึงปล่อยเปลือย ใช้สีจากวัสดุธรรมชาติ เช่นทรายล้าง, อิฐมอญเซาะร่องโชว์แนว ฯลฯ

    ดูเหมือนไม่ใช่บ้านของคนระดับเต็คท์ แต่พอเข้าข้างใน โอ้โห! สุดยอด ไม่หรูเลิศอลังการ ทว่ามันน่าอยู่ ของตกแต่งเป็นของท้องถิ่น และ “ทำมือ” เกือบทั้งนั้น

    หลายคนให้ความสำคัญที่ข้างนอก–เหมือนเสื้อผ้า แต่ข้างในใช้สอยอะไรไม่ได้เลย!

    ด้วยมิตรภาพครับ

  3. สิงหาคม 3, 2008 ที่ 23:23

    (จากเมล์ของปลาย–ผมเอามาติดไว้ที่นี่นะครับ)

    ตอนอยู่กรุงเทพฯ ยามมีความจำเป็นต้องย้ายที่อยู่ใหม่ สิ่งที่ต้องคำนึงอันดับแรกคือระเบียงตามมาด้วยห้องน้ำ ถ้าระเบียงแคบชนิดที่ว่าวางตะกร้าผ้าและกะละมังหนึ่งใบก็เต็ม คงต้องขอลาแม้นค่าเช่าและทำเลจะดีเพียงใด สำหรับปลายระเบียงหลังห้องคือพื้นที่สารพัดประโยชน์ ซักผ้า ล้างจาน ทำกับข้าว อ่านหนังสือ และเลี้ยงกระต่าย

    อพาร์มเม้นต์สุดท้ายที่อยู่ในกรุงเทพฯ ระเบียงไม่ถึงกับกว้างมากมายอย่างคอนโดหรู หากก็ไม่แคบขนาดไปนอนอ่านหนังสือไม่ได้

    วันแรกที่ไปอยู่มันเป็นเพียงระเบียงโล่งๆ หลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศมาชิดผนังห้องน้ำ ด้านบนเจ้าอุปกรณ์ปล่อยความร้อน เป็นที่วางกล่องเก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้ เหล็กรองรับคอมเพรสเซอร์มีรูสามรูห่างกันพอประมาณทั้งสองขา ขาฝั่งนอกที่ถูกแดดเป็นที่แขวนโฮย่าสองต้น และพื้นที่ว่างกลางอากาศระหว่างคอมเพรสเซอร์และราวตากผ้า มีกะละมังสำหรับซักล้างวางไว้ด้านบน

    มุมชิดผนังห้องน้ำซึ่งทำมุมฉากกับผนังห้องถูกวางชั้นเหล็กรูปสามเหลี่ยมเข้ามุมห้าชั้น ซึ่งบรรจุด้วยกระปุกผงซักฟอก ขวดน้ำยาปรับผ้า น้ำยาล้างจาน แปรงซักผ้า แปรงขัดพื้น แปรงสีฟันเก่าๆ ฟองน้ำ สก็อตไบท์ และของกระจุกกระจิกทั้งหลาย ชั้นบนสุดวางกระถางกุหลาบนางฟ้า (เพื่อนให้มา)

    มีหญ้าปลอมที่ค่อนข้างเหมือนจริงขนาดฟุตครึ่งเป็นบ้านน้องขนมจีน กระต่ายสีขาวเหมือนเส้นขนมจีนที่ไม่รู้สายพันธุ์เพราะมีคนซื้อให้ (เวลาซักผ้าขนมจีนได้เข้าไปเล่นในห้องแทน) วันไหนว่างๆ ก็ยกเก้าอี้มานอนเอนหลังอ่านหนังสือ ภายในห้องค่อนข้างมืด อ่านหนังสือริมระเบียงนอกจากมีแสงพอแล้ว ยังมีลมเย็นๆ พัดผ่านให้ชื่นใจในบางครั้ง

    จะว่าไปมันเป็นพื้นที่เล็กๆ ซึ่งถูกใช้ประโยชน์มากที่สุดด้วยซ้ำไปยามมีเวลาว่างอยู่ที่ห้อง และเวลานั้นหาได้หมดไปกับการนอน และถ้าอยู่ห้องหากไม่ได้เปิดแอร์ประตูระเบียงจะเป็นประตูที่ไม่เคยปิด แม้นยามนอนก็เถอะ

    ว่าไปแล้ว…ขนาดพื้นที่อาจไม่ใช่สิ่งสำคัญ หากใช้เวลาอ่านหนังสือในห้อง คล้ายกับว่าถูกจำกัดให้อยู่ในพื้นที่เพียงเท่านี้ ขณะที่ระเบียงหลังห้องแม้จะมีบริเวณเล็กกว่ามากหากสายตาที่สามารถทอดออกไปภายนอกนั่นใดคือสิ่งบ่งชี้ ชีวิตไม่ได้ถูกจำกัดความคิดและจินตนาการ

    สวัสดีวันอาทิตย์…สวัสดีพื้นที่เล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความฝันและความทรงจำ

  4. 4 lek
    สิงหาคม 3, 2008 ที่ 23:24

    it would be nice if we can do some activities on ระเบียง/เฉลียง, for example BBQ, Tea, reading.

  5. สิงหาคม 3, 2008 ที่ 23:30

    สวัสดีครับท่านเล็ก

    ระเบียง/เฉลียง ขนาดที่ทำ BBQ ได้…เยี่ยมจริงๆ ถ้าเป็นที่เมืองไทยนะครับ นอกจากทำไม่ได้แล้ว ยังอาจถูกเพื่อนข้างห้องโวยวายเอาได้!!

    เอาแค่ปลาเค็ม นี่ละ ของต้องห้ามเลย…ได้กลิ่นทีไรหิ๊ว ทันที (ฮา)

  6. 6 แทนขวัญ
    สิงหาคม 5, 2008 ที่ 10:35

    เดินออกมาสูบบุหรี่ที่นอกระเบียง..ปลดปล่อยอารมณ์ให้ลอยคว้างไปกับควันบุหรี่ ในยามนี้ทั้งควันบุหรี่และความรู้สึกมันช่างสวยงามเหลือเกิน

  7. 7 lek
    สิงหาคม 5, 2008 ที่ 11:18

    @ แทนขวัญ
    Please be aware of your neighbor may smell that. My friend always complained to me about her neighbor smoking.

  8. สิงหาคม 5, 2008 ที่ 12:28

    บางวันนั่งเขียนงาน หรือนอนในห้องกลิ่นบุหรี่ลอยฉุนเข้ามา สงสัยจะตีพัดมาตามลมจากห้องใดห้องหนึ่ง

    กลับกัน ควันจากห้องผมคงลอยไปกระทบจมูกห้องอื่นบ้าง…

    คนสูบคงไม่บ่นอะไรนัก แต่สำหรับคนไม่สูบนี่สิ ผมเริ่มคิดตระหนัก

    สูบในห้องน้ำเสียเลย…

    ป.ล.บุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (เฮ้อ!)

    แทนขวัญสูบด้วยหรือ?

  9. 9 แทนขวัญ
    สิงหาคม 6, 2008 ที่ 11:37

    @ khun lek… for that case i’d better smoke in my own room or easier not to smoke : ) so that I wouldnt bother my neighbor ka.

    พี่ชาย จริง ๆ ก็สูบล่ะ แต่วันโน้นมารยาทดี และเกรงใจพี่เลยไม่สูบดีกว่า ให้พี่สูบคนเดียว แล้วถือโอกาสกำจัดยำถั่วพลูดีกว่า : )

    ด้วยรัก

  10. สิงหาคม 6, 2008 ที่ 14:13

    อะไรจะสู้ยำถั่วพูละครับ ท่านน้อง…

    อยากกินโดยพลัน!

  11. สิงหาคม 8, 2008 ที่ 16:32

    โอ..แค่วางหมอนก็เต็มแระ
    แล้วจานั่งยังไงล่ะเนี่ย!?

  12. 12 ประทีป จิตติ
    สิงหาคม 10, 2008 ที่ 03:12

    นั่งกับพื้นแล้วชื่นชมสิขอรับพี่ท่าน–ฮา


ใส่ความเห็น




ถ้อยความคมคำ

“เราไม่เคยทำ ‘ชั่ว’ ไม่เคย ‘โกง’ คน ไม่เคย ‘เอาเปรียบ’ คน ชีวิตจึงถูกกระทำ ถูกเอาเปรียบตลอดเวลา เรา ‘ต่อรอง’ อะไรไม่เป็น ไม่เคยเรียกร้องค่าต้นฉบับนอกจากเขาจัดให้ อีกอย่างเราเป็นคน ‘ใจอ่อน’ ซื้อของไม่เคยต่อ ยิ่งคนแก่ขายก็ยิ่งไม่ต่อ”

'รงค์ วงษ์สวรรค์

ตู้ป.ณ.

prateepjitti@hotmail.com

เรื่องในบ้าน

ผู้มาเยือน

  • 72,231 hits

RSS ก้าวรอก้าว

  • ก้าวฯที่ ๔๓ พฤศจิกายน 14, 2009
    kaawrowkaw
  • มายา พฤศจิกายน 14, 2009
    kaawrowkaw
  • ทำมือ ทำไม พฤศจิกายน 14, 2009
    เรื่องจากปก โดย กีรติ ทำมือ ทำไม . . มีคำถามอยู่มากว่า ทำไมเราจึงต้องรู้จักที่จะผลิตข้าวของเครื่องใช้เองบ้าง ทำไมเราไม่ซื้อ ซื้อ ซื้อ เป็นคำถามที่ตอบไม่ง่าย และยากที่จะอธิบาย คนเราเรียนรู้จักชีวิตที่สุขสบายมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะเป็นการติดยึดอยู่กับสิ่งนั้น สิ่งนี้ แม้ว่าไม่มีโอกาสจะได้รับก็ยังคงตะกายเพื่อให้ได้มา จึงเห็นผู้คนปากกัดตีนถีบมากหน้าหลายตา ดิ้นรนแ […]
    kaawrowkaw

RSS นารินทร์ ทองดี

  • นิทานหลานยาย (๑) พฤศจิกายน 15, 2009
    ย้อนไปยังครั้งก่อนตอนเป็นเด็กตัวเล็กๆกระจ้อยด้อยเดียงสาวงนิทานหลานยายที่ปลายนาจุดกำเนิเปิดฟ้าจินตนาการย้อนไปยินสำเนียงเสียงยายเล่าถึงเรื่องราวเก่าๆเขาเล่าขานสื่อสุขโศกโลกธรรมเป็นตำนานเรื่องพื้นบ้านนิทานปรัมปราย้อนไปดอมดมกลิ่นผ้าซิ่นไหมซึ้งถึงรักจากใจผ่านใยผ้าด้วยใช้รักถักทอต่อผืนมาแกมกลิ่นกายชาวนาชราวัย(มีต่อ) […]
    noreply@blogger.com (Narin Thongdee)