31
พ.ค.
08

เลี้ยงเด็ก

สวัสดีวันอาทิตย์ © - 3/12

วันอาทิตย์นี้ห้องพักของผมเหมือนกลายเป็นโรงเรียนทหาร  เพราะต้องกรำสอนสั่งสร้างระเบียบวินัยให้กับเด็กชายวัยเจ็ดขวบคนหนึ่ง

            สิ่งที่ผมกำลังจะกล่าวต่อไปนี้หาได้เป็นการกล่าวหาว่าเด็ก–เขาดื้อ  พูดสั่งหรือบอกให้ทำอะไรมักต้องเอ่ยซ้ำ ๆ มากกว่าสองครั้ง

            เด็กดื้อไม่ได้เป็นมาโดยกำเนิดนะครับ  มันขึ้นกับสภาพแวดล้อมการอบรมสั่งสอนของคนในครอบครัว  และนี่ผมไม่ได้กล่าวหาคนในครอบครัวของเด็กชายคนนี้–เขาไม่สอน หรือจะสอนแต่ไม่ตั้งใจเต็มที่ ซ้ำยังตามใจเกินความพอดี

            ท่านผู้อ่านจะรู้สึกอย่างไร ถ้าเด็กวัยนี้สวมใส่เสื้อผ้าเองไม่เป็น กว่าจะสวมได้ก็เล่นเอาเถิดไปเสียสี่ซ้าห้านาที  ยังไม่รวมกางเกงนอกและใน–ทั้งหมดเกือบสิบห้านาทีโดยประมาณ  นี่หมายถึงเฝ้าจับตามองสอนสั่งเขานะครับ  ไม่อย่างนั้นคงนานกว่านี้

            กินข้าวเสร็จแล้วแกนั่งเฉยต้องให้เอ่ยปากถาม  “กินเสร็จแล้วต้องทำยังไง?”

            เขาก็นั่งมองตาปริบ ๆ  แสดงว่าไม่รู้จริง ๆ นั่นแหละ   ทิ้งเวลาให้เอ่ยถามแต่ก็ไม่ถามจึงต้องบอกให้รับรู้  “เอาไปวางที่อ่างล้างจาน”  เขาจึงหยิบจานลุกขึ้นทำตาม

            เอาแค่สองเรื่องนี้ก็ละเหี่ยใจแล้ว  ละเหี่ยใจกับคนทางบ้านของเขา  แน่ละ, ย่อมมีความหงุดหงิดปนอยู่บ้าง

            เมื่ออารมณ์ผ่อนคลาย (ซึ่งอาจเป็นเพราะเด็กกำลังจะกลับบ้านด้วย)  ระหว่างรอยายมารับตัวผมจึงถือโอกาสพูดคุยสอนสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ไม่ดุดันเหมือนครูฝึกทหารโหดเช่นก่อน  กำชับสิ่งที่พูดที่สอนกับเขาว่ากลับบ้านไปแล้วต้องแต่งตัวเองนะ อย่าให้ยายให้ป้ามาทำให้เด็ดขาด  อาบน้ำต้องถูสบู่ให้ทั่วตัวทุกซอกทุกมุมแล้วล้างน้ำให้สะอาด เช็ดตัวให้แห้ง  กินข้าวต้องหมดจานอย่าให้เหลือ (สักเม็ดก็ไม่ได้)  ตักข้าวแต่น้อย ๆ ให้พอกิน ถ้าไม่อิ่มค่อยตักใหม่  แล้วเวลาถามอะไรตอบให้เสียงดังฟังชัดอย่างึมงำ ๆ ในลำคอ  อันนี้ไม่จำเป็นต้องทำเฉพาะต่อหน้าผมนะครับ มันจะเป็นการดีอย่างมากสำหรับพูดจากับคุณครูและผู้ใหญ่ทุก ๆ คน

            อื้อฮือ…ทบทวนการสอนสั่งของผมต่อเขาแล้วจุกจิกเอาเรื่องเหมือนกัน  ก็ต้องจุกจิกละครับ ไม่จุกจิกไม่ได้  เด็กวัยนี้เลยพ้นการสอนสั่งมาแล้ว หมายถึงถ้าสอนเขามาแต่เริ่มจำความได้ถึงวันนี้ก็ไม่เป็นปัญหา  ผมมีความคิดว่าเด็กวัยเจ็ดขวบนี้  สิ่งที่สอนเขาไปสมควรที่จะกระทำได้แล้ว–เป็นสิ่งพื้นฐานที่เขาจะต้องช่วยเหลือตัวเองได้ หรือช่วยผู้อื่นได้บ้างในบางเรื่อง

            ผมย้อนคิดไปถึงตัวเองในวัยเดียวกับเขานี้ ผมทำได้หมดอย่างที่สอนเขา  แน่ละ, ก่อนหน้าต้องมีคนสอนผม  สอนแล้วก็ทำได้ ถ้าไม่ทำก็ไม่มีใครมาทำให้เรา ไม่ว่าจะกระเง้ากระงอดเพียงใดก็ตาม  แล้วบ้านผมก็ไม่ยอมให้ทำอย่างนั้นเสียด้วย  ถึงเวลากินต้องกิน  ถึงเวลานอนก็ต้องนอน–ต้องรู้จักแบ่งเวลาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ 

            พี่ ๆ น้อง ๆ ผมถูกเลี้ยงมาอย่างนี้นะครับ  ฉะนั้นเมื่อเห็นการเลี้ยงดูที่ตรงกันข้ามจึงหงุดหงิดเพราะไม่ได้ดั่งใจ

 ”

 

ระหว่างความมีระเบียบและวินัยผมไม่รู้ว่าสิ่งไหนมาก่อนกัน แต่ก็น่าจะมาควบคู่กัน  บ้านผมเลี้ยงโดยเน้นวินัยมาก่อนแล้วระเบียบมาเองทีหลัง  พูดก็พูดเถอะ ระเบียบนี่ผมมีไม่เต็มร้อยหรอกครับ  บางเรื่องก็มีมาก บางเรื่องก็น้อยเต็มที, อย่างไรก็ตาม จะมีหรือไม่มีทั้งสองอย่างนี้ไม่เดือดร้อนใครใช่ไหมครับ  แต่ทว่าไม่ใช่…คนที่จะเดือดร้อนที่สุดก็คือตัวของเราเอง แล้วเป็นแรงเหวี่ยงไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น สุดท้ายก็ย้อนกลับมาหาตัวอีกครั้ง

            เช่น หากเราเป็นคนขับรถแต่ไม่มีวินัย ไม่เคารพกฎจราจรอาจขับรถไปเฉี่ยวชนคนอื่นบาดเจ็บล้มตาย  คนตายก็คือคนอื่น (ซึ่งอาจบังเอิญว่าเขาไม่มีวินัยในการขับรถเหมือนกัน) แล้วเราก็ถูกจับถูกปรับ  เสียคนเสียอนาคตเพราะตัวเองไม่มีวินัยต่อสังคมต่อส่วนรวม

            วินัยส่วนตัวอันมีนัยยะถึงความรับผิดชอบชีวิตตัวเอง  ไปทำงานสายเพราะตื่นนอนสาย  ทำงานไม่ทันกำหนดส่งเพราะมัวแต่ทำงานนอก  อีกสารพัดละครับที่อาจยกมาแล้วเสียเวลาอ่านเปล่า ๆ ปลี้ ๆ

            ถามผม-ที่เขียนอย่างนี้  สอนเด็กอย่างนั้น ผมเป็นอย่างที่เขียนที่สอนเขาไหม  ผมตอบ-ก็เป็นอย่างนั้นละครับ เป็นอย่างที่ท่านได้อ่าน  ส่วนที่นอกเหนือไปจากนี้ขอละไว้ ไม่จำเป็นต้องประกาศให้ทราบทั่วถึงกัน

            เหมือนผมบ่นสำมะหาอะไรก็ไม่รู้  ครับ, ก็เหมือนกับความรู้สึกในทันทีเด็กชายคล้อยหลังไป  รู้ทั้งรู้ว่าคงไม่มีความเปลี่ยนแปลง (หรือเปลี่ยนก็น้อย) เพราะที่บ้านเขาไม่จ้ำจี้จ้ำไชแบบนี้  สงสารเด็กครับ หากเป็นอย่างนี้ต่อไปเห็นทีจะแย่  แล้วที่แย่ไปด้วยก็ไม่พ้นคนในครอบครัวของเด็ก  ไม่เริ่มสร้างวินัยวันนี้ (ทั้งที่ช้าเกินไป) แล้วจะไปสร้างกันวันไหน 

            ไม้อ่อนดัดง่ายนะครับ  ไม้แข็งก็ใกล้ฝั่งลงไปทุกวัน ๆ ไม่คิดเลิกรังแกเด็กบ้างหรืออย่างไร?…

            บางคนว่าอยากรู้นักถ้าผมมีลูกเองจะเลี้ยงได้อย่างที่สอนลูกคนอื่นบ้างหรือเปล่า–ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะครับ, สวัสดี ·

 

25 พ.ค. 51


4 Responses to “เลี้ยงเด็ก”


  1. มิถุนายน 1, 2008 at 08:20

    ท่านพี่
    กระผมใช้วิธี copy เนื้อหาสัปดาห์ของท่านพี่ไปวางใน เวิร์ด แล้วขยายให้มันตัวโต ๆ อาการเบลอก็ยังเหมือนเดิม อยู่ดี!!

    แม้ขณะพิมพ์ในกล่องคอมเม้นท์ตัวหนังสือ แม่งก็เบลอ ทรมาน ชิบ!!

    ออกตัวว่าอ่านไม่ครบ แต่ก็พอจับใจความได้

    เวลานี้ไอ้อีฟลูกสาว กำลังถึงวัยดื้อถึงโคตรดื้อ ผมคิดเอาว่าเด็กวัยนี้กำลังมีความคิดเป็นของตัวเอง บอกให้ทำอะไรชักบ่ายเบี่ยง เพิกเฉย จำเป็นจะต้องดุ และค่อย ๆ สอน หรือแม้กระทั่งต้องลงไม้ลงมือ พอหอมปากหอมคอ การจะสั่งสอนคนให้มีระเบียบวินัยนั้นช่างยากเย็นนะขอรับ แต่เราจำเป็นต้องทำ หากเด็กโตมาเป็นคนไม่มีระเบียบ วินัย (เฃ่นผม) มันจะลำบาก ทำอะไรไม่เสร็จไม่สิ้น ขาดความอดทน ผมจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีดำเนินชีวิต เพื่อเป็นแบบอย่างให้ลูก ยกตัวอย่างเช่น ผมชอบสบถคำหยาบ ก็ต้องเลิก หรือยั้งใจไม่ให้มันหลุดออกจากปากง่าย วันนั้น นั่งด่า ยานกฯ ลืมไปว่าลูกนั่งอยู่ด้วย ไอ้อีฟมันจะและสบถตาม จนผมอึ้ง จนถึงวันนี้ไอ้อีฟมันยังสบถคำนั้นให้ผมได้ยินอยู่เลย

    อยากจะคุยนานกว่านี้ แต่ตัวหนังสือมันเล็กมากแถมเบลออีก ไม่ไหวจริง ๆ ท่านพี่

    เอาเป็นว่า สวัสดีวันอาทิตย์นะขอรับ

  2. 2 แม่เพลง
    มิถุนายน 1, 2008 at 08:27

    สวัสดียามเช้าวันอาทิตย์ท่านประทีป

    ทำไมเด็กจึงดื้อ…ท่านเคยถามตัวเองไหม
    เอาใหม่…ท่านดื้อหรอเคยเห็นผู้ใหญ่ดื้อหรือเปล่าคะท่านประทีป…ทำไมผู้ใหญ่ถึงดื้อ
    สำหรับข้าเจ้าไม่ว่า “เด็ก” หรือ “ผู้ใหญ่” เราดื้อเพราะเราต้องการเรียกร้องความสนใจส่วนหนึ่ง

    อาการของหนุ่มน้อยวัยเจ็ดขวบที่ท่านเล่าไม่ได้เรียกดื้อนะคะ

    พ่อหนูนั่นเพียงแต่ “ไม่เคย” มาก่อน

    เรื่องบางเรื่องมันอาศัยสัญชาตญาณไม่ได้ ต้องอาศัยการมอง, ดู และจดจำ เพื่อกระทำตามอย่าง

    ดูหนังให้สนุกนะท่าน แล้วมาคุยเรื่องหนังให้ฟังบ้าง

  3. 3 จิต จิตติ
    มิถุนายน 2, 2008 at 05:27

    ท่านเพลงครับ หากว่าเราสอนแล้ว แล้วเขาก็ทำ รู้ว่าเราต้องการให้เขาทำอย่างนั้น…

    สรุปคือ ดื้อ เพราะว่ารู้แล้ว ส่วนเรื่องที่เขายังไม่รู้ ผมก็ไม่ว่าเขาดื้อ…

    เข้าทำนองรู้…แล้วยังทำ
    .
    .
    ท่าป๋า ขนาดที่ต้องอดทนพิมพ์ เล่าเรื่องหลานอีฟมาตั้งมาก ถนอมสายตาด้วยขอรับ อย่าไปทนกับจอคอมพ์นานนัก ว่าแต่ ยังไม่ได้ซื้อใหม่ใช่ไหม

    อย่ารีรอ มันไม่คุ้มกันเลยครับ เสียสายตาเอาง่าย ๆ

    -ด้วยมิตรภาพ-

  4. มิถุนายน 5, 2008 at 05:38

    คุณประทีป … จุดไฟให้เขียนถึงการเลี้ยงลูก(คน)
    ลูกชาย ๙ ขวด เอ้ย ๙ ขวบ … ถึงไม่ดีเด่ แต่ “พอใช้ได้”

    http://culturegap.wordpress.com/2008/06/04/kid1/

    อนาคต ค่อยๆ ดูกันไป โลกภายนอกวุ่นวาย
    เด็กดี- ไม่ดี ต้องทำใจ ไว้ให้ได้ ๒ ส่วน ๓

    : )


Leave a Reply




ถ้อยความคมคำ

“เราไม่เคยทำ ‘ชั่ว’ ไม่เคย ‘โกง’ คน ไม่เคย ‘เอาเปรียบ’ คน ชีวิตจึงถูกกระทำ ถูกเอาเปรียบตลอดเวลา เรา ‘ต่อรอง’ อะไรไม่เป็น ไม่เคยเรียกร้องค่าต้นฉบับนอกจากเขาจัดให้ อีกอย่างเราเป็นคน ‘ใจอ่อน’ ซื้อของไม่เคยต่อ ยิ่งคนแก่ขายก็ยิ่งไม่ต่อ”

'รงค์ วงษ์สวรรค์

"เราจะเป็นอะไรในสายตาคนอื่นได้ทั้งนั้น แต่เราจะเป็นใครอื่นไปไม่ได้สำหรับตัวเรา--ในความคิดของเรา"

ผมเอง

ตู้ป.ณ.

prateepjitti@hotmail.com

เรื่องในบ้าน

ผู้มาเยือน

  • 65,868 hits