สวัสดีวันอาทิตย์ © - 3/12
วันอาทิตย์นี้ห้องพักของผมเหมือนกลายเป็นโรงเรียนทหาร เพราะต้องกรำสอนสั่งสร้างระเบียบวินัยให้กับเด็กชายวัยเจ็ดขวบคนหนึ่ง
สิ่งที่ผมกำลังจะกล่าวต่อไปนี้หาได้เป็นการกล่าวหาว่าเด็ก–เขาดื้อ พูดสั่งหรือบอกให้ทำอะไรมักต้องเอ่ยซ้ำ ๆ มากกว่าสองครั้ง
เด็กดื้อไม่ได้เป็นมาโดยกำเนิดนะครับ มันขึ้นกับสภาพแวดล้อมการอบรมสั่งสอนของคนในครอบครัว และนี่ผมไม่ได้กล่าวหาคนในครอบครัวของเด็กชายคนนี้–เขาไม่สอน หรือจะสอนแต่ไม่ตั้งใจเต็มที่ ซ้ำยังตามใจเกินความพอดี
ท่านผู้อ่านจะรู้สึกอย่างไร ถ้าเด็กวัยนี้สวมใส่เสื้อผ้าเองไม่เป็น กว่าจะสวมได้ก็เล่นเอาเถิดไปเสียสี่ซ้าห้านาที ยังไม่รวมกางเกงนอกและใน–ทั้งหมดเกือบสิบห้านาทีโดยประมาณ นี่หมายถึงเฝ้าจับตามองสอนสั่งเขานะครับ ไม่อย่างนั้นคงนานกว่านี้
กินข้าวเสร็จแล้วแกนั่งเฉยต้องให้เอ่ยปากถาม “กินเสร็จแล้วต้องทำยังไง?”
เขาก็นั่งมองตาปริบ ๆ แสดงว่าไม่รู้จริง ๆ นั่นแหละ ทิ้งเวลาให้เอ่ยถามแต่ก็ไม่ถามจึงต้องบอกให้รับรู้ “เอาไปวางที่อ่างล้างจาน” เขาจึงหยิบจานลุกขึ้นทำตาม
เอาแค่สองเรื่องนี้ก็ละเหี่ยใจแล้ว ละเหี่ยใจกับคนทางบ้านของเขา แน่ละ, ย่อมมีความหงุดหงิดปนอยู่บ้าง
เมื่ออารมณ์ผ่อนคลาย (ซึ่งอาจเป็นเพราะเด็กกำลังจะกลับบ้านด้วย) ระหว่างรอยายมารับตัวผมจึงถือโอกาสพูดคุยสอนสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ไม่ดุดันเหมือนครูฝึกทหารโหดเช่นก่อน กำชับสิ่งที่พูดที่สอนกับเขาว่ากลับบ้านไปแล้วต้องแต่งตัวเองนะ อย่าให้ยายให้ป้ามาทำให้เด็ดขาด อาบน้ำต้องถูสบู่ให้ทั่วตัวทุกซอกทุกมุมแล้วล้างน้ำให้สะอาด เช็ดตัวให้แห้ง กินข้าวต้องหมดจานอย่าให้เหลือ (สักเม็ดก็ไม่ได้) ตักข้าวแต่น้อย ๆ ให้พอกิน ถ้าไม่อิ่มค่อยตักใหม่ แล้วเวลาถามอะไรตอบให้เสียงดังฟังชัดอย่างึมงำ ๆ ในลำคอ อันนี้ไม่จำเป็นต้องทำเฉพาะต่อหน้าผมนะครับ มันจะเป็นการดีอย่างมากสำหรับพูดจากับคุณครูและผู้ใหญ่ทุก ๆ คน
อื้อฮือ…ทบทวนการสอนสั่งของผมต่อเขาแล้วจุกจิกเอาเรื่องเหมือนกัน ก็ต้องจุกจิกละครับ ไม่จุกจิกไม่ได้ เด็กวัยนี้เลยพ้นการสอนสั่งมาแล้ว หมายถึงถ้าสอนเขามาแต่เริ่มจำความได้ถึงวันนี้ก็ไม่เป็นปัญหา ผมมีความคิดว่าเด็กวัยเจ็ดขวบนี้ สิ่งที่สอนเขาไปสมควรที่จะกระทำได้แล้ว–เป็นสิ่งพื้นฐานที่เขาจะต้องช่วยเหลือตัวเองได้ หรือช่วยผู้อื่นได้บ้างในบางเรื่อง
ผมย้อนคิดไปถึงตัวเองในวัยเดียวกับเขานี้ ผมทำได้หมดอย่างที่สอนเขา แน่ละ, ก่อนหน้าต้องมีคนสอนผม สอนแล้วก็ทำได้ ถ้าไม่ทำก็ไม่มีใครมาทำให้เรา ไม่ว่าจะกระเง้ากระงอดเพียงใดก็ตาม แล้วบ้านผมก็ไม่ยอมให้ทำอย่างนั้นเสียด้วย ถึงเวลากินต้องกิน ถึงเวลานอนก็ต้องนอน–ต้องรู้จักแบ่งเวลาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ
พี่ ๆ น้อง ๆ ผมถูกเลี้ยงมาอย่างนี้นะครับ ฉะนั้นเมื่อเห็นการเลี้ยงดูที่ตรงกันข้ามจึงหงุดหงิดเพราะไม่ได้ดั่งใจ
”
‘
‘
ระหว่างความมีระเบียบและวินัยผมไม่รู้ว่าสิ่งไหนมาก่อนกัน แต่ก็น่าจะมาควบคู่กัน บ้านผมเลี้ยงโดยเน้นวินัยมาก่อนแล้วระเบียบมาเองทีหลัง พูดก็พูดเถอะ ระเบียบนี่ผมมีไม่เต็มร้อยหรอกครับ บางเรื่องก็มีมาก บางเรื่องก็น้อยเต็มที, อย่างไรก็ตาม จะมีหรือไม่มีทั้งสองอย่างนี้ไม่เดือดร้อนใครใช่ไหมครับ แต่ทว่าไม่ใช่…คนที่จะเดือดร้อนที่สุดก็คือตัวของเราเอง แล้วเป็นแรงเหวี่ยงไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น สุดท้ายก็ย้อนกลับมาหาตัวอีกครั้ง
เช่น หากเราเป็นคนขับรถแต่ไม่มีวินัย ไม่เคารพกฎจราจรอาจขับรถไปเฉี่ยวชนคนอื่นบาดเจ็บล้มตาย คนตายก็คือคนอื่น (ซึ่งอาจบังเอิญว่าเขาไม่มีวินัยในการขับรถเหมือนกัน) แล้วเราก็ถูกจับถูกปรับ เสียคนเสียอนาคตเพราะตัวเองไม่มีวินัยต่อสังคมต่อส่วนรวม
วินัยส่วนตัวอันมีนัยยะถึงความรับผิดชอบชีวิตตัวเอง ไปทำงานสายเพราะตื่นนอนสาย ทำงานไม่ทันกำหนดส่งเพราะมัวแต่ทำงานนอก อีกสารพัดละครับที่อาจยกมาแล้วเสียเวลาอ่านเปล่า ๆ ปลี้ ๆ
ถามผม-ที่เขียนอย่างนี้ สอนเด็กอย่างนั้น ผมเป็นอย่างที่เขียนที่สอนเขาไหม ผมตอบ-ก็เป็นอย่างนั้นละครับ เป็นอย่างที่ท่านได้อ่าน ส่วนที่นอกเหนือไปจากนี้ขอละไว้ ไม่จำเป็นต้องประกาศให้ทราบทั่วถึงกัน
เหมือนผมบ่นสำมะหาอะไรก็ไม่รู้ ครับ, ก็เหมือนกับความรู้สึกในทันทีเด็กชายคล้อยหลังไป รู้ทั้งรู้ว่าคงไม่มีความเปลี่ยนแปลง (หรือเปลี่ยนก็น้อย) เพราะที่บ้านเขาไม่จ้ำจี้จ้ำไชแบบนี้ สงสารเด็กครับ หากเป็นอย่างนี้ต่อไปเห็นทีจะแย่ แล้วที่แย่ไปด้วยก็ไม่พ้นคนในครอบครัวของเด็ก ไม่เริ่มสร้างวินัยวันนี้ (ทั้งที่ช้าเกินไป) แล้วจะไปสร้างกันวันไหน
ไม้อ่อนดัดง่ายนะครับ ไม้แข็งก็ใกล้ฝั่งลงไปทุกวัน ๆ ไม่คิดเลิกรังแกเด็กบ้างหรืออย่างไร?…
บางคนว่าอยากรู้นักถ้าผมมีลูกเองจะเลี้ยงได้อย่างที่สอนลูกคนอื่นบ้างหรือเปล่า–ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะครับ, สวัสดี ·
25 พ.ค. 51






ท่านพี่
กระผมใช้วิธี copy เนื้อหาสัปดาห์ของท่านพี่ไปวางใน เวิร์ด แล้วขยายให้มันตัวโต ๆ อาการเบลอก็ยังเหมือนเดิม อยู่ดี!!
แม้ขณะพิมพ์ในกล่องคอมเม้นท์ตัวหนังสือ แม่งก็เบลอ ทรมาน ชิบ!!
ออกตัวว่าอ่านไม่ครบ แต่ก็พอจับใจความได้
เวลานี้ไอ้อีฟลูกสาว กำลังถึงวัยดื้อถึงโคตรดื้อ ผมคิดเอาว่าเด็กวัยนี้กำลังมีความคิดเป็นของตัวเอง บอกให้ทำอะไรชักบ่ายเบี่ยง เพิกเฉย จำเป็นจะต้องดุ และค่อย ๆ สอน หรือแม้กระทั่งต้องลงไม้ลงมือ พอหอมปากหอมคอ การจะสั่งสอนคนให้มีระเบียบวินัยนั้นช่างยากเย็นนะขอรับ แต่เราจำเป็นต้องทำ หากเด็กโตมาเป็นคนไม่มีระเบียบ วินัย (เฃ่นผม) มันจะลำบาก ทำอะไรไม่เสร็จไม่สิ้น ขาดความอดทน ผมจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีดำเนินชีวิต เพื่อเป็นแบบอย่างให้ลูก ยกตัวอย่างเช่น ผมชอบสบถคำหยาบ ก็ต้องเลิก หรือยั้งใจไม่ให้มันหลุดออกจากปากง่าย วันนั้น นั่งด่า ยานกฯ ลืมไปว่าลูกนั่งอยู่ด้วย ไอ้อีฟมันจะและสบถตาม จนผมอึ้ง จนถึงวันนี้ไอ้อีฟมันยังสบถคำนั้นให้ผมได้ยินอยู่เลย
อยากจะคุยนานกว่านี้ แต่ตัวหนังสือมันเล็กมากแถมเบลออีก ไม่ไหวจริง ๆ ท่านพี่
เอาเป็นว่า สวัสดีวันอาทิตย์นะขอรับ
สวัสดียามเช้าวันอาทิตย์ท่านประทีป
ทำไมเด็กจึงดื้อ…ท่านเคยถามตัวเองไหม
เอาใหม่…ท่านดื้อหรอเคยเห็นผู้ใหญ่ดื้อหรือเปล่าคะท่านประทีป…ทำไมผู้ใหญ่ถึงดื้อ
สำหรับข้าเจ้าไม่ว่า “เด็ก” หรือ “ผู้ใหญ่” เราดื้อเพราะเราต้องการเรียกร้องความสนใจส่วนหนึ่ง
อาการของหนุ่มน้อยวัยเจ็ดขวบที่ท่านเล่าไม่ได้เรียกดื้อนะคะ
พ่อหนูนั่นเพียงแต่ “ไม่เคย” มาก่อน
เรื่องบางเรื่องมันอาศัยสัญชาตญาณไม่ได้ ต้องอาศัยการมอง, ดู และจดจำ เพื่อกระทำตามอย่าง
ดูหนังให้สนุกนะท่าน แล้วมาคุยเรื่องหนังให้ฟังบ้าง
ท่านเพลงครับ หากว่าเราสอนแล้ว แล้วเขาก็ทำ รู้ว่าเราต้องการให้เขาทำอย่างนั้น…
สรุปคือ ดื้อ เพราะว่ารู้แล้ว ส่วนเรื่องที่เขายังไม่รู้ ผมก็ไม่ว่าเขาดื้อ…
เข้าทำนองรู้…แล้วยังทำ
.
.
ท่าป๋า ขนาดที่ต้องอดทนพิมพ์ เล่าเรื่องหลานอีฟมาตั้งมาก ถนอมสายตาด้วยขอรับ อย่าไปทนกับจอคอมพ์นานนัก ว่าแต่ ยังไม่ได้ซื้อใหม่ใช่ไหม
อย่ารีรอ มันไม่คุ้มกันเลยครับ เสียสายตาเอาง่าย ๆ
-ด้วยมิตรภาพ-
คุณประทีป … จุดไฟให้เขียนถึงการเลี้ยงลูก(คน)
ลูกชาย ๙ ขวด เอ้ย ๙ ขวบ … ถึงไม่ดีเด่ แต่ “พอใช้ได้”
http://culturegap.wordpress.com/2008/06/04/kid1/
อนาคต ค่อยๆ ดูกันไป โลกภายนอกวุ่นวาย
เด็กดี- ไม่ดี ต้องทำใจ ไว้ให้ได้ ๒ ส่วน ๓
: )