สวัสดีวันอาทิตย์ © - 3/7
สวัสดีฯสัปดาห์นี้โยกมานั่งเขียนต้นฉบับเย็นวันเสาร์แทนที่จะเป็นวันศุกร์เหมือนสัปดาห์ที่แล้ว ๆ มา ด้วยเหตุผลเดิม ๆ ครับ คิดหาเรื่องต่าง ๆ มาเล่าสู่กันฟังไม่ได้ นับวันผมออกจะเรื่องมากมากกว่ามีเรื่องมากมายความรู้สึกกับสิ่งที่เห็นและเป็นไป
โชคดี (ผมมักเปรยประโยคนี้กับตัวเอง) อีกครั้งที่จู่ ๆ ก็มีเรื่องเข้ามาและทำให้นึกอยากเล่าสู่กันฟัง ครับ, ยังคงวนเวียนอยู่กับหนังสือ ภาพยนตร์ บทเพลง และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสามสิ่งนี้
เพิ่งได้ชมภาพยนตร์ The Brave One ซึ่งมีคุณโจดี้ ฟอสเตอร์ นำแสดงเมื่อคืนวาน
หนแรกไม่มีความอยากจะชม แม้ว่าเจ้าของร้านหนังเช่าจะพยายามเล่าเรื่องย่อให้ฟังแล้วว่าไม่ใช่หนังบู๊ล้างผลาญ (ผมคิดอย่างนั้นเพียงเพราะเห็นปกนางเอกถือปืนออโตเมติก 9 ม.ม.) ออกแนวดรามามากกว่าด้วยซ้ำ ผมว่า-เอาไว้ก่อน แล้วเลือก Atonement กลับห้องพัก (Atonement ตรงตามความต้องการของผมมากกว่า-ดรามาและย้อนยุค) กระทั่งเมื่อวานซืนคุณรัญชณ์นำ The Brave One มาให้ ถามว่าดูหรือยัง ผมคิดในใจสงสัยฟ้ากำหนดมาละมั้งว่าผมจะต้องได้ดูเรื่องนี้ รับไว้ด้วยความยินดี การหยิบยืมเช่นนี้ไม่มีกำหนดส่งคืน คุณรัญชณ์ว่าไม่ต้องรีบ ด้วยคงเข้าใจว่าผมกำลังพยายามดู The Godfather ให้จบทั้งสามภาค หลังจากตั้งใจมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่
ดูภาพยนตร์จบแล้วผมออกมานั่งรับลมที่ระเบียง พลางคิดว่าหนังพยายามบอกอะไรแก่ผู้ชม
เหตุผลในการแก้แค้นของนางเอกหรือ?… ซึ่งโครงเรื่องหลักมันก็เป็นอย่างนั้น
การจะฆ่าใครสักคนมันต้องมีเหตุมาก่อนหน้า…
หนังเผยให้เห็นเหตุนั้นตั้งแต่ต้นเรื่อง อิริกากับคู่หมั้นถูกกลุ่มอันธพาลวัยรุ่นทำร้ายขณะเดินเล่นในปาร์ค โชคร้ายเดวิดคู่หมั้นของเธอเสียชีวิต โชคดี (?) เธอเจ็บปางตายแต่มีชีวิตรอด…
ถึงตรงนี้ผมเดาว่าเธอจะต้องจับปืนออกล่าตัวสารเลวพวกนั้น แต่เปล่าเลย…เธอกลับหวาดผวากับสภาพสิ่งรอบข้างในเมืองที่เธอรัก และความหวาดผวาทำให้เธอหวาดกลัว คิดว่าสมควรแล้วที่จะต้องปกป้องตนเอง
อะไรก็ไม่ดีกว่าปืนสักกระบอก (ปืนเถื่อนหาซื้อได้ในไชน่าทาวน์ราคาหนึ่งพันเหรียญพร้อมลูกกระสุนและวิธีใช้)
บทภาพยนตร์ผูกเรื่องต่าง ๆ ให้โยงไปสู่ตอนจบ (ไคลแมกซ์) ให้เธอได้พบกลุ่มอันธพาลที่ทำร้ายทำลายชีวิตเธอโดยเหตุบังเอิญมากกว่าตั้งใจ (เหมือนอิริกาจะเลิกล้มความพยายามเมื่อคดีของเธอไม่รุดหน้าจากตำรวจท้องที่)
ในขณะที่เล็งปากกระบอกปืนพร้อมลั่นไกใส่สารเลวคนสุดท้าย เธอเกิดความลังเลจากคำพูดของนักสืบเมอร์เซอร์ “คุณไม่มีสิทธิ์ ผมมีสิทธิ์ตามล่าและยิงเขา”
ผมคิด…ไม่รอด! ไอ้สารเลวนั่นไม่รอดแน่ ลั่นไกสิอิริกา! ลั่นไกแล้วทุกอย่างก็จบ (ผมจะได้เข้านอนเสียที)
ผมคิดว่าบทมันจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ จากนั้นเธอก็ถูกจับตามระเบียบ แต่ทว่าผมเดาผิดอีกแล้ว เธอส่งปืนให้นักสืบเมอร์เซอร์ก็จริงแต่เขากลับส่งปืนของตัวเองให้แทน “เอาละ ถ้าคุณจะใช้ปืนก็ต้องให้ถูกกฎหมาย”
อิริกาไม่ลังเล รับปืนมาแล้วลั่นไกทันที
ตูม!!
จากนั้นนักสืบเมอร์เซอร์ให้เธอยิงเขา (เอาแค่พอถาก ๆ) เพื่อสร้างเรื่องให้เป็นการล้างแค้นของแก๊งอันธพาลธรรมดา ๆ เท่านั้น
อิริกาเดินไปยังสถานที่เกิดเหตุในปาร์คพร้อมกับเสียงของเธอคลอด้วยเสียงเศร้า ๆ ของ Sarah McLachlan กับเพลง Answer จากนั้นภาพค่อย ๆ เลือนไป
“ไม่มีวันกลับไปเป็นคนที่เราเคยเป็น สิ่งนี้ คนแปลกหน้า เธอกลายเป็นตัวเราไปแล้ว”
ต้นเรื่องเธอบอกไว้ว่า
“มันช่างน่าตกใจ ตัวชา เมื่อได้รู้ว่าในตัวเรามีคนแปลกหน้า คนที่มีแขนขาของเรา คนแปลกหน้าที่ไม่หลับไหล ไม่อยู่นิ่ง ซึ่งเดิน กิน และมีชีวิต”
ลมเย็นพัดมาผะผ่าว ผมคิด…หนังพยายามบอกอะไรแก่ผู้ชม-เหตุผลในการแก้แค้นของอิริกาหรือ…
คิดไปถึงคำพูดของนักสืบเมอร์เซอร์ “คุณไม่มีสิทธิ์ ผมมีสิทธิ์ตามล่าและยิงเขา” และ “เอาละ ถ้าคุณจะใช้ปืนก็ต้องให้ถูกกฎหมาย”
หรือหนังนอกจากจะแสดงให้เห็นเหตุแห่งการกระทำของอิริกาแล้วยังถามเราด้วยว่า หากเราเป็นเมอร์เซอร์จะห้าม หรือสนับสนุนอิริกา
ผมตอบไม่ได้! ท่านผู้อ่านล่ะครับ?
หนังจบกำกวมแบบนี้ดีแล้ว ดูเป็นธรรมชาติของมนุษย์ดี, สวัสดี ·
26 เม.ย. 51
เสียงในฟิล์ม.
“There’s plenty of ways to die. But you have to figure out way to live. Now, that’s hard.”
“It is astonishing numbing, to find that inside you there is a stranger. One that has your arms…your legs…your eyes. A sleepless, restless stranger who keeps walking…keeps eating…keeps living. There is no going back to that other person that other place. This thing, this stranger she is all you are now.”
“You do not have the right. I have the right to hunt him down and to shoot him. Now, if you’re gonna use a gun, you make sure it’s legal.”
“What the fuck are you doing, man? You are a fucking cop!”
“Not tonight.”
“Put me in cuffs! Got me out of here!”
”Shut…fucking…up”
Bang!!
The Brave One (2007)
How many wrongs to make it right?
Genre:Crime / Drama / Thriller
Director: Neil Jordan
Cast : Jodie Foster : Erica Bain
Terrence Howard : Detective Mercer





ผมกำลังเขียนอะไรเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้อยู่พอดีท่านพี่
เอาเป็นว่าผมเลิกเขียนแล้วมาคุยกะท่านพี่ในนี้ดีกว่า
The brave one จำชื่อภาษาไทยไม่ได้แล้ว ปกติก็ไม่ค่อยจำชื่อภาษาไทยอยู่เพราะมันคนละเรื่องกับชื่อภาษาอังกฤษเลย
แต่มีเรื่องนึง จำได้ว่าชอบมากทั้งชื่อ ภาษาอังกฤษกับภาษาไทย เรื่อง
shoot em up ยิงแม่งเลย โอ๊ย โดนใจขนาด เอิ๊ก
เข้าเรื่องดีกว่า
The brave one เล่าเรื่องผ่าน อีริก้า เบน ผู้พิสมัยเสียงของมหานิวยอร์ก แต่เมืองที่เธอหลงใหลก็กลับทำร้ายเธอและคนที่เธอรัก
ความหวาดผวาหลังเกิดเหตุทำให้เธอตัดสินใจซื้อ ปืน โดยจุดประสงค์แรกเพื่อการป้องกันตัว และความรู้สึกปลอดภัยในชีวิต
แล้วการตามล้างแค้นทรชนก็เกิดขึ้น
ศพแล้วศพเล่าที่ถูกปืนและเธอพิพากาษาความผิด
อีริก้าเริ่มรู้สึกว่าเธอเป็นคนแปลกหน้าของตนเอง
อาการสั่นเทา ประหม่า ในคราสังหารหนแรก
ค่อย ๆ หายไป จนกระทั่งเมื่อเธอเหนี่ยวไกปืนเพื่อสังหารทรชน
เธอกลับนิ่ง นิ่งจนเธอเริ่มกลัวใจตัวเอง
หนังเรื่องนี้ผมว่ามันมีความเป็นปุถุชน สูงมากนะท่านพี่ว่าไหม
แรกทีเดียวผมก็ไม่ได้อยากดูเท่าไหร่ แต่ว่าคุณนายที่บ้านแกเช่ามา
และสำคัญเป็นหนังที่แถมมาอีกต่างหาก คล้ายกับว่าไม่รู้จะเลือกหนังเรื่องใดดีก็หยิบส่ง ๆ มา
หน้าปกเป็นภาพผู้หญิงถือปืน คงบู๊ล้างผลาญมันหยดแน่
แต่สุดท้ายคุณนายที่บ้านก็ปล่อยให้ผมดูอยู่คนเดียว เธอแอบงีบหลับไปเสียก่อน
การคาดเดาตอนจบของเรื่องผิดพลาดหมด
นายตำรวจเริ่มรู้สึกว่าการเอาผิดกับอาชญากรด้วยตัวบทกฏหมายชักใช้การไม่ได้เสียแล้ว
แต่ก็ยังยึดมั่นในอุดมการณ์ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
ผมว่าเขาต้องต่อสู้กับตัวเองอย่างหนักกว่าจะตัดสินใจใช้
อำนาจที่ตนมี ช่วยอีริก้าชำระแค้น และปล่อยเธอไป
เขายอมให้อีริก้ายิงเขาที่แขนเพื่อจัดฉาก อำพราง แล้วให้อีริก้าหนีไป
สุดท้าย หนังไม่ได้บอกว่า เมื่อนายตำรวจหนุ่มคนนั้นช่วยเธอชำระแค้นแล้ว อีริก้า ยังจะสังหารทรชนต่อไปไหม หรือความช่วยเหลือและมิตรภาพที่นายตำรวจมอบให้ จะช่วยทำให้เธอกลับมาเป็น อีริก้า คนเดิม ได้หรือไม่??
ผมชอบหนังเรื่องนี้นะท่านพี่ อย่างที่บอก มันมีความเป็นปุถุชนสูงมาก เพราะผมเองก็เคยคิด ว่าไอ้พวกมอไซค์กวนเมือง ไอ้พวกปาหินใส่รถ มันควรจะต้องได้รับการพิพากษาจากศาลเตี้ย
แต่จะมีสักกี่คนที่กล้าทำ
และการที่ตำรวจดี ๆ นายนึง ยอมช่วยฆาตกรกระทำความผิด
อะไรผลักดันให้เขาละเมิดอุดมการณ์ที่เขาปฏิญาณ
ชอบครับท่านพี่ เป็นหนังในดวงใจอีกเรื่องทีเดียว
หิวแว้วว ไปหาอะไรใส่ท้องก่องเด้อ
สวัสดีครับผม
ดีใจที่ได้เจอคนคิดและเชื่ออะไรคล้ายกัน
อย่างน้อยสวัสดีวันอาทิตย์นี้ก็บอกแล้วล่ะว่าเราต่างเป็นผู้ที่มิพศมัยในความรุนแรงเช่นภาพปก
ข้าเจ้าดูหนังเรื่องนี้เพราะชื่อ “โจดี้ ฟอสเตอร์”
หนังที่เธอเล่นมันมีอะไรอะไรให้เราค้นหาไปพร้อมกับเธอมากกว่าฉากบู๊สนั่นลั่นทีวีเป็นแน่แท้
ท่านประทีปเจ้าคะ…ข้าเจ้าหายตกใจนานแล้วกับคนแปลกหน้าอีกคนในตัวข้าเจ้า
ถ้าไม่ชอบใจเขา ไม่พอใจในความเป็นเขา ก็จัดที่จัดทางให้เขาอยู่อย่างสงบ อย่าได้ตื่นขึ้นมาทำร้ายทำลายใคร เท่านั้นเป็นพอ
มนุษย์ก็เป็นสัตว์นะท่าน แม้นจะได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ ทว่าในความเป็นจริงเราก็ยังคงมีสัญชาตญาณดิบความเป็นสัตว์ซุกซ่อนอยู่
- – -
“หัวใจเธอต้องกล้า” ชื่อภาษาไทยนี่ช่างเป็นเฟมินิสต์เอามากๆ ในสายตาข้าเจ้า
แต่ข้าเจ้าหาใช่ผู้บูชาเฟมินิสต์ไม่
ท่านทั้งสองเจ้าคะ…ท่านรู้อะไรไหม สิ่งที่ข้าเจ้าเห็นสำหรับหญิงสาวผู้พิศมัยเฟมินิสต์คือ ความเข้มแข็งในแบบที่ผู้หญิงมีมันกลายเป็นความแข็งกระด้างไป และแน่นอนไม่ว่าหัวใจเธอจะเคยมองโลกด้วยสายตาอ่อนโยนขนาดไหน เธอก็กลับกลายเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้ายเพิ่มมากขึ้น
จากชีวิตหญิงสาวที่มีความสุข เป็นความสุขที่กำลังเป็นเส้นกราฟพุ่งขึ้นสูงด้วยเธอกำลังจะแต่งงาน
ดิ่งลงอย่างเร็วด้วยการถูกทำร้าย เป็นธรรมดาของมนุษย์ค่ะยามรู้สึกว่าชีวิตตนไม่ปลอดภัย ก็มักเกิดอาการหวาดกลัว
แต่ชีวิตเอริก้าไม่เพียงแค่หวาดกลัว เธอกลายเป็นหญิงสาวที่หัวใจมีแผล
กระบวนการยุติธรรมนั้นก็หาได้ช่วยอะไรเธอได้ สุดท้ายเธอจึงเลือกวิถีทางพึ่งต้นเอง ตั้งต้นเป็นศาลตัดสินคดีความผิด
ทั้งทั้งสองคนเห็นแล้วว่า…เอริก้าออกจะสับสนอยู่สักหน่อยกับการกระทำของเธอ การกระทำของคนแปลกหน้าในตัวเธอ ว่ามันก็ไม่ต่างอะไรกับพวกนั้นที่ทำร้ายเธอ ทว่าเธอก็ปลอบประโลมจิตใจที่บาดเจ็บของตนว่า…เธอคือผู้พิทักษ์…หาใช่…ผู้ร้าย…
นี่ล่ะท่านอีกจุดหนึ่งซึ่งแสดงออกถึงความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง!!!
ท่านทั้งสองคะ…สำหรับท่านแล้ว การแก้แค้นสามารถรักษาอาการบาดเจ็บทางใจที่เกิดขึ้นได้มั้ยคะ
ข้าเจ้าว่า…ไม่…ไม่ว่าคนที่ทำร้ายเธอและคนรักจะตายหมด รอยแผลนั่นก็ไม่มีวันจางหาย
ข้าเจ้ามองว่าเอริก้าหลอกตัวเอง หลอกว่าตนเป็นผู้พิทักษ์ เพื่อที่จะได้ไม่รู้สึกผิด
การหลอกตัวเองและทำเช่นนั้นมันทำให้อีกส่วนของใจรู้สึกว่า นั่นคือคนแปลกหน้าในตัวเธอ
ข้าเจ้าเกิดคำถามเช่นกัน แต่มันไม่เหมือนท่านหรอกนะ
ข้าเจ้าสงสัยว่า…ถ้าเรารู้ว่าการตั้งตนเป็นศาลพิพากษาชีวิตใครเพื่อรักษาแผลในใจตน มันทำให้เราต้องเปลี่ยนไปจากที่เราเคยเป็น เปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ และมันเป็นการเปลี่ยนที่เรามิได้พึงพอใจ เรายังจะเลือกที่กระทำเช่นนั้นไหม?
สวัสดีวันอาทิตย์เจ้า
ต้องขอขอบคุณท่านทั้งสองที่เข้ามาเติมเต็มเรื่องราวของอิริกา ซึ่งผมตั้งใจปล่อยเรื่องแต่แรกไว้…ด้วยเกรงว่าจะเขียนทำร้ายจิตใจของคนที่ยังไม่ได้ชมและอยากจะชม
ผมเขียนอย่างย่นย่อไม่เป็น เขียนแล้วเล่ายาวประมาณนายบุญชูนั่นแล
ซึ่งท่านทั้งสองเขียนได้อย่างกระชับ ต้องขอนับถือเป็นอย่างยิ่ง
ผมพิสมัยความรุนแรงหรือ?… เปล่าเลยขอรับ ไยแม่เพลงคิดเช่นนั้น ที่ว่า คงเป็นหนังบู้ล้างผลาญ ก็เพียงเห็นปก
จากความเคยชินที่นักทำหนังมักสื่อออกมาจากปก
นี่เอง ผมจึงรีบบอกก่อนว่า มันไม่ใช่นะ ไม่งั้นคนที่ไม่ชอบแนวนี้คงไม่ดู
อย่างท่านป๋าว่า แต่แรก เรา เดาผิด เดาผิดตั้งแต่แรกเลยว่ามันบู๊
เข้าไปอ่านรายละเอียดที่ imdb.com บอกว่า ตื่นเต้น อาชญากรรม
และหนังก็จบลงที่ความกำกวม นี่ละที่ผมชอบอย่างคาดไม่ถึงว่า ยุคสมัยนี้จะมีหนังจบแบบนี้ มันก็เหมือนกับความคิดของคน
ย้อนกลับไปดู ตอนที่อิริกาบันทึกเสียงตัวเอง ที่ว่า รู้สึกตัวชา…นั้น เมอร์เซอร์เองก็กำลังสับสน ผิดหวังกับการเอาจริงเอาจังของตัวเอง เขาอยากจับเจ้าพ่อยาเสพติดที่ตามมาสามปี แต่มันก็รอด เขาหวังใช้กฎหมาย แต่ก็ทำไม่ได้
ดูเหมือนเขาอาจอยากคิด “ยิงแม่งเลย” อย่างว่า แต่มันก็ขัดแย้งกับตัวตนด้านดี
หนังกำลังบอกเราอีกอย่างว่า เรามีตัวตนสองตน คือ ด้านที่ดี และด้านที่ไม่ดี คือทั้งสองบางครั้งต้องต่อสู้
เคยทะเลาะกับตัวเองไหมครับ อยากทำนั่นทำนี่ แต่อีกตนก็เข้ามาขัดแย้ง…
ผมว่า นั่นคือ มโนธรรม หรือมโนสำนึกของเรา
อารมณ์ที่ท่านป๋าพรรณนามานั้น มันสะท้อนเช่นเดียวกับเมอร์เซอร์… ผมเองก็คิดอย่างนั้น
แต่ไม่กล้าพอที่จะทำ
เราอาจต้องตกอยู่ในสภาพของ อิริกาเสียก่อนกระมัง?
เคยชม A Time to Kill ไหม
การฆ่าของพ่อที่ลูกสาวถูกรุมข่มขืนจากชาวผิวขาว…
ฉากยิงกลางศาลมันขนลุกซู่ ถามตัวเองว่า เป็นเรา เราจะทำอย่างนั้นไหม?…
นี่คือเรื่องทางโลก ทางธรรมคือต้องให้อภัย…
เราต้องสร้างเกราะคุ้มกันตนเองด้วยธรรม ทว่าจะทำได้สักแค่ไหน ขึ้นอยู่กับตัวเรา
ผมตัดสินใจชมเรื่องนี้ เพราะ ฟอสเตอร์ ด้วยคิดอย่างเดียวกับแม่เพลง ระดับที่เธอเล่น คงมีอะไรมากกว่าที่เห็น
บทภาพยนตร์เดิมนี้ เป็นการแก้แค้นของผู้ชาย แต่มาเขียนดัดแปลงก่อนถ่ายทำ ผมว่า การเปลี่นเป็นผู้หญิงนั้น คงตั้งใจสื่ออะไรบางอย่าง ที่หาได้เกี่ยวกับอะไรนิสต์นั่น
ผู้หญิงละเอียดอ่อนกว่าผู้ชายขอรับ
ด้วยมิตรภาพ.
ป.ล.ด้วยคำถามท้ายสุดของแม่เพลง ทำให้ผมคิดถึง city of angels
“ถ้ารู้ว่าการกลายมาเป็นคนแล้วต้องพบกับความผิดหวังยังจะเลือกอย่างนี้ไหม?”
“ขอเพียงแค่ได้ทำอย่างที่ใจต้องการ…”
would rather have had one breath of her hair, one kiss from her mouth, one touch of her hand, than eternity without it. One.
ท่านประทีปคะ…มิพิศมัยความรุนแรง แปลว่า ไม่ชื่นชอบความรุนแรงค่ะ
ท่านคงอ่านตกไปตัวหนึ่ง
ว่าไป…ปกก็ทำออกมาเท่ห์มากกว่าสื่อถึงความรุนแรงนะ เพราะในความเป็นอเมริกันชน ภาพนี้คงไม่สื่อให้เห็นถึงความรุนแรงแต่อย่างใด
กับคำตอบที่ท่านให้ไว้จากคำพูดของหนัง City of Angels
แหม…ท่าน เรื่องนี้มันออกจะโรแมนซ์นะ
เพราะงั้น “ขอเพียงแค่ได้ทำอย่างที่ใจต้องการ”
มันจึงให้ความรู้สึกอันเป็นด้านตรงข้ามกับ The Brave One
โดยสิ้นเชิง
ไม่งั้นข้าเจ้าก็จะถามต่อล่ะว่า…การลุกขึ้นมาจับปืนแก้แค้นนั้นคือความต้องการของใจจริงๆ หรือ
เพราะการปลิดชีพผู้ร้ายคนแรกนั้น ใจของเอริก้าคงหาต้องการไม่
ทว่าคงทำไปเพื่อป้องกันตนเองเสียล่ะมากกว่า
เคยอ่านหนังสือเล่มนี้ไหม “สองดวงจันทร์”
มันมีคำพูดประมาณว่าอย่าตัดสินการกระทำของใคร จนกว่าเราจะตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเขา
.
ขอถามป๋าไอซ์หน่อยเจ้า ม่ะกี้ลืมมมมมมม
ที่ชอบหนังเรื่องนี้นี่เพราะมีความเป็นเชอยู่ในหนังสูงเหรอคะป๋าไอซ์
ว่าแต่ใว่ท่านปุถุชนจ่ายค่าชื่นชมที่ป๋าไอซ์มีให้ยังไงกันนี่ (ฮา)
โอ้ A time to kill
เป็นอีกเรื่องที่จำ ชื่อภาษาไทยได้ขอรับ
ยุติธรรมอำมหิต
แซมมวล แอล. แจ็คสัน
แมทธิม แมคอนาเฮ
ส่วนทนายสาวคนนั้นผมจำไม่ได้แล้ว
ผมจำความรู้สึกตอนการพิจารณาคดีสิ้นสุด
ชายผิวขายสองคนเดินลงบันไดวนลงมา
ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จำไม่ได้ว่า การตัดสินนั้นเป็นการยกฟ้องหรือพิพากษาลงโทษสถานเบา
แล้วชายผิวดำคนนึงก็กราดปืนกลใส่ชายผิวขาวสองคนนั้น
เขาถูกจับและขึ้นศาลเพื่อพิจาณาโทษ
ตอนที่ผมขนลุกและเรียกน้ำตาได้ไม่น้อย คือตอนนที่
ทนายจำเลยจะต้องกล่าวเพื่อปิดดคี
เขาบอกให้คณะลูกขุนลองหลับตาและนึกภาพ ฉากชายผิวขาวสองคนในอาการมึนเมา ขัยรถปิคอัพสภาพโทรมๆ ผ่านมาในย่านที่คนผิวดำพักอาศัย เด็กน้อยผิวดำคนนึงกำลังเล่นอะไรไปเรื่อย แต่ต้องถูกกระทำการทารุณสารพัด เหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ด้วยการปัสสาวะรด ทนายจำเลยถามคณะลูกขุนว่า หากเด็กคนนั้นเป็นลูกของพวกคุณ คุณจะทำอย่างไร (อาจไม่ถูกต้องนัก เพราะนึกเอาสด ๆ ขณะพิมพ์)
ผมจำได้ไม่แล้วว่าผลสรุปทางคดีจบลงอย่างไร
แต่ภาพการกราดยิงในศาลสถิตยุติธรรม
มันก็เป็นภาพที่ชวนมองและน่าคิดนะขอรับท่านพี่ แม่เพลง
กฎหมาย
หรือตัวแทนที่เราเลือกกันไปร่างกฎหมาย
พวกมันทำหน้าที่แทนเรา รักษาผลประโยชน์ให้เรามากน้อยเพียงไร
ผู้บังคับใช้กฎหหมาย ผู้รักษาตรวจตราให้คนรักษากฎหมาย
ทำหน้าที่ได้ยุติธรรมเพียงไร เขาสามารถจับคนที่ยิงตายได้ไหม เขาเอามันมาลงโทษได้ไหม หากว่ามันคนนั้นเป็นลูกชายนักการเมือง
แล้วเหตุใด เสียงร้องของแพะยังคงดังข้ามกำแพงรั้วและลูกกรงออกมาไม่ได้ขาด
ผมหาได้นิยมความรุนแรง แม้จะตื่นตาตื่นใจฉากแอคชั่นของน้อง จีจ้าใน ช็อคโกแลต แต่บางครั้งผมเองก็อยากให้มีคนบ้า ๆ อย่างเอรีก้า ที่คิดว่าตนเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี เป่าขมองไอ้พวกทรชนให้แดดิ้นสิ้นซากไปเสียบ้าง เวลาดูข่าวอ่านข่าว จะได้ไม่รู้สึกอึดอัด
…..
ตอบแม่เพลง
เช หรือ เชถูกยิงตายที่โบลิเวียไปแล้วนี่แม่หญิง
เอิ๊ก อ๋อ ปุถุชน คนละอย่างกันแม่หญิงก็
แกไม่จ่ายหรอกพี่เชอ่ะ
หรือจ่ายจะขอยาเส้นอบหอม ๆ สักห่อสองห่อ
เอิ๊ก
แม่เพลง
อ้อ…ต้องขอประทานโทษเป็นอย่างยิ่งขอรับแม่เพลง คำว่า มิ นั่นมันแทรกระหว่างกลางแทบตัวลีบเล็ก คนสายตาไม่ดีจึงมองข้ามไป
มองข้ามอย่างเห็นต่างเป็นอีกอารมณ์หนึ่งเลยเชียว…
ไม่ว่าจะคนละอารมณ์หรือไม่ (หมายถึง แองเจิล กับ แบรฟวัน) นั่นไงขอรับ เซ็ธ ผิดไหม ที่ตัดสินใจมาเป็นมนุษย์ อิริกาล่ะ ผิดไหม?
อย่าตัดสินใครจนกว่าเราจะตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเขา…
เมื่อก่อนเป็นบ่อยครับ ผิด-ถูก ดี-ไม่ดี ฯลฯ เดี๋ยวนี้ ไม่แล้ว ไม่มีอะไรทั้งนั้นดังว่า เลิกคิดมันก็ดี ชีวิตใครก็ของคนนั้นครับ เรามีหน้าที่เพียงขับเคลื่อนชีวิตของเราให้ดีเท่าที่จะทำได้ก็พอ
อันนี้หมายถึงในแง่ ไม่คิดตัดสินตัวตนของใครนะครับ
-0-
ท่านป๋า
แมทธิว แมคคอร์นาเฮย์ ส่วนทนายสาวอีกคนก็ แซนดร้า บัลล็อค (เขียนถูกตามเสียงไหม?)
ขอบคุณที่นำเอาฉากนั้นมาเล่าอีกครั้ง ผมยังจำภาพได้เสมอ…
อ้อ ลูกท่านนายนั้น เข้ากรมเป็นนายทหารแล้ว ข่าวว่า ฝ่ายโจทก์ ไม่ร้องอุทธรณ์
จบข่าว
(เย้ยฟ้าท้าดิน-ปกเนชั่นสุดฯ)
อรุณสวัสดิ์ขอรับพี่ท่าน
ได้รับ ‘จดหมายจากนักเขียนหนุ่ม’ จากท่านขุลล์แสนฯ อ่านจบช่วง ‘ขจรฤทธิ์’ เมื่อคืน แต่ยังไม่จบช่วงดอกขอรับ ผ่านไปสักฉบับสองฉบับ ให้รู้สึกคันไม้คันกระดองใจ จะเปิดเครื่องเขียนมาหาพี่ท่าน
เพราะขณะอ่านไปพลางขมองก็คิดไปพลาง ไม่ว่าเป็นความรู้สึกสะท้อนต่อวรรณกรรมเพื่อชีวิต บรรยากาศเขียน-ขายวงการหนังสือ ความต่างคิดสุดขั้วกับท่านเจ้าสำนักหนอน ฯลฯ
ต่าง ๆ เหล่านี้กระจุกอยู่ตรงคอขวดขมอง มันพร่ำจะทะลักออก หันไปมาไม่เห็นใครที่พอจะเป็นกระโถนปิดทองท้องพระโรง เห็นก็มีแต่พี่ท่านนี่แลขะรับ ร่ำ ๆ จะเขียนมาให้ได้ แต่ก็ต้องยั้งใจไม่ใช้เน็ต (โดยเฉพาะตอนกลางคืน มันอืดเสียยิ่งกว่าน้ำประปาอบต.)
เช้านี้ได้เวลาเน็ตคืนมาแล้ว
อีกไม่นานสองนานจะส่งมาตีเข่า!
คารวะ
อรุณรุ่งถูกสายฝนปกคลุมสวัสดิ์เจ้า
ท่านประทีปเจ้าคะ…
ถูกต้องแล้วท่าน มนุษย์เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่มิได้มีความยิ่งใหญ่ใดเลย
แต่มนุษย์นั้นชอบคิดว่าตนยิ่งใหญ่เหลือคณาจึงมักตั้งตนเป็นศาลสูงพิพากษาชีวิตใครต่อใคร
ลำพังการพยายามหายใจบนโลกใบนี้อย่างมั่นคงก็เป็นเรื่องแย่พอแล้วสำหรับข้าเจ้า
ป๋าไอซ์เจ้าขา…
สงกะสัยแก็งค์หน้ารามนี่คงนิยมชมชอบยาเส้นหอมๆ กันทั้งบางกระมัง
ข้าเจ้าเคยได้กลิ่นวานิลาจากยาเส้นพี่วร พี่ท่านรึก็มีน้ำใจแบ่งปันให้ได้ลิ้มรสชาติและกลิ่นละมุนนั้นด้วยตนเอง
ติดอย่างเดียววววววววววววววววววววววววววว
ข้าเจ้าสูบยาไม่เป็น (ฮา)
ท่านดิลล์ตี้ฮัก…
โอ้…ใยท่านคิดเช่นนั้น
ข้าเจ้าหรืออ่านจดหมายจากนักเขียนหนุ่มไปก็อดใจไป
รอท่านประทีปเปิดประเด็นเสียก่อน
แต่เหตุไฉนท่านจึงคิดกระซิบสนทนากันสองต่อสองเล่า
โปรดแบ่งปันเพื่อนผู้ยากไร้ความรู้แลความคิดของท่านด้วยคนเถิด
“เมื่อไปถึงอุ้งหัตถ์ของพระเจ้า และพระองค์ทรงถามว่า
ฉันชอบอะไรมากที่สุด ฉันจะตอบว่า…ฉันชอบคุณที่สุด”
ด้วยมิตรภาพ
แม็กจำแลง
เห็นคำว่า พิศมัย จากแม่เพลง หลายที่…
ที่ถูก คือ พิสมัย
สังเกตอย่างไม่สับสน (ผมใช้มาแล้ว)
พิศ… จะต้องตามด้วย ว.แหวน เช่น พิศวง พิศวาท และ (จำไม่ได้…)
พิส… จะต้องตามด้วยอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ ว.แหวน เช่น พิสดาร พิสมัย และ…
ถ้าว. แหวน ต้อง ศ.ศาลา (คนเศร้าเท่านั้น)
-0-
ผมคุยกับน้องกวี ท่านว่า นั่นเป็นความคิดอันสุดชั้ว แต่มันก็ไม่ใช่ความคิดเลวร้าย อย่างที่ท่านพี่เห็นน่ะขอรับ
ผมอ่านจบแล้วช่วงพี่ขจร แล้วกระโดด ไปยัง จรรยา…
ช่วงนี้เล่นดูหนังมากกว่าอ่านขอรับ
รอคอยด้วยดวงหทัยระทึก…
ด้วยจิตคารวะ
ขอบคุณเจ้าท่านประทีป ขอบคุณขนาด
แล้วพิศ กับ พิส ยามอยู่โดดเดี่ยวความหมายว่าจะได๋คะ
แหม้…เราโดดจากพี่ขจรฤทธิ์ไปจรรยาเช่นเดียวกันเลยท่าน
ท่านนั่นล่ะ แนะนำข้าเจ้าให้อ่านจรรยา
เห็นผมเป็นท่านพจนาฯ ไปเสียได้
พิศ ๑ [พิด] ก. เพ่งดู, แลดูโดยถี่ถ้วน.
พิศ ๒ [พิด] ว. ยี่สิบ. น. เรียกเหรียญทองครั้งรัชกาลที่ ๔ ชนิดหนึ่ง มีค่า
เท่ากับ ๑ ใน ๒๐ ของชั่ง = ๔ บาท ว่า ทองพิศ. (ส. วึศ; ป. วีส).
—
คำ พิส ค้นไม่เจอ โปรดพิมพ์ใหม่
ท่านออนไลน์ได้ที่ http://rirs3.royin.go.th/dictionary.asp
(สะดวก ไม่ตั้งพลิกหา แต่ จำไว้ก็ดีนะท่าน จะได้ไม่ต้อง กิ๊ก บ่อย ๆ (ฮา))
—
แถม คำว่า ใย กับไย
ไย ว. ไฉน, อะไร, ทําไม, เช่น จะช้าอยู่ไย ไยจึงไม่มา.
ใย น. สิ่งที่เป็นเส้นเล็ก ๆ บาง ๆ เช่น ใยบัว ใยแมงมุม. ว. นวลบาง,
บาง ๆ, ละเอียดอ่อน เช่น นวลใย.
ตั้งใจจะดู มาเลน่า หนังอีตาเหลียน ให้ได้ท่านพี่
ท่านพี่ดูอ่ะยัง หนังที่มีเด็กกำลังจะโตเป็นวัยรุ่น
แอบไปหลงใหล แม่ม่ายแสนสวยนาม มาเลน่า
ครั้งนี้ผมจะได้ดูแบบไม่มีการตัดตอน
อยากรู้ว่าหนังที่โดนหั่นกับไม่โดน
อารมณ์ร่วมจะเป็นอย่างไร
ผมดูฉบับหั่นไปแล้ว
ตอนนี้กำลังจะได้ดูฉบับไม่หั่น
อีกสองสามวันได้ดูแน่
หากไม่ผิดพลาดจนไม่สามารถดูได้
จะมาเล่าให้ท่านพี่ฟังนะ
ไปแระ
สวัสดีครับ
ท่านประทีป…
อู้งาน วันนี้อู้งานรึท่าน
มีเวลามาตอบในช่วงเวลางาน (ฮา)
แต่ยังไงก็ขอบคุณมากๆ เจ้า
พิส ไม่มีความหมายจริงหรือ
เหมือนเคยเห็นผ่านๆ ในบทกวี
รอคอยด้วยใจระทึกขอรับท่านป๋า…
แม่เพลง ข้าเจ้าหาได้อู้ขอรับ แวบเข้ามา แวบเข้ามา…
พิส ก็ท่านพจ อานนท์ เอ๊ย พจนาฯว่าอย่างนั้น