16
เม.ย.
08

มิตรน้ำหมึก : จินตนาการ

จินตนาการ

คอลัมน์ มิตรน้ำหมึก โดย ณรงค์ จันทร์เรือง

มติชนสุดสัปดาห์, ๑๑-๑๗ เมษายน ๒๕๕๑  ฉบับที่ ๑๔๔๓

 

จากประสบการณ์ สังเกตการณ์ มาถึงจินตนาการ

            ถึงแม้นักเขียนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยยอมรับว่าตนมี “พรสวรรค์” ยกเว้นแต่ “พรแสวง” เป็นแรงดลใจให้เกิดจินตนาการ  แม้ว่าช่วงแรก ๆ จะค่อนข้างฟุ้งซ่าน สับสน จับต้นชนปลายแทบจะไม่ติด แต่หมั่นฝึกปรือวิทยายุทธ์ไม่ลดละหรือย่อท้อเสียง่าย ๆ  คำว่า จินตนาการ ก็เริ่มจะทอแสงเจิดจ้าออกมาให้เห็นโดยง่าย

            สรุปว่า ไม่ค่อยได้ยินใครปฏิเสธว่าตัวเองสิ้นไร้ซึ่งจินตนาการ ก่อนจะปลุกปั้นตัวหนังสือให้ร้อยเรียงร่ายส้ายขึ้นมาเป็นแน่นนอน

            ว่าแต่ประสบการณ์กับจินตนาการนั้น จะมีน้ำหนักโน้มเอียงไปในทางใดมากกว่ากัน ผลงานย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ชัดเจน เป็นรูปธรรมชัดแจ้ง  โดยเฉพาะผลงานที่กำเนิดจากพื้นฐานของประสบการณ์เกือบเต็มร้อย

            ศรีบูรพา  ดอกไม้สด  อรวรรณ  มนัส จรรยงค์  คึกฤทธิ์ ปราโมช  สด กูรมะโรหิต  อิศรา อมันตกุล  ป. บูรณปกรณ์  ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์  ก.สุรางคนางค์ (ในยุคต้น ๆ )  จิตร ภูมิศักดิ์  ลาวคำหอม  ทะนง ศรัทธาทิพย์  อ. ไชยวรศิลป์  เสนีย์ เสาวพงศ์  ‘รงษ์ วงษ์สรรค์  และ อาจินต์ ปัญจพรรค์  เป็นต้น

            ปกรณ์ ปิ่นเฉลียว  วสิษฐ เดชกุญชร  ลิขิต วัฒนปกรณ์  และ  มนัส สัตยารักษ์ นายตำรวจนักเขียนผู้สั่งสมบ่มเพาะประสบการณ์จนสุกงอม  ก็ได้ชื่อว่าเขียนเรื่องที่เคยพบผ่านจนเจนตาเจนใจออกมาเป็นเรื่องสั้นหรือนวนิยาย

            จะโน้มเอียงไปทางจินตนาการบรรเจิดพอหอมปากหอมคอ หรือเพื่อเปลี่ยนแปรบรรยากาศเล็กน้อย  ก็อย่าง “เงาอุบาทว์” เรื่องสั้นอันคะนึง อื้ออาวในชั่วข้ามคืนของ ปกรณ์ ปิ่นเฉลียว นั่นประไร!

 

 

            มีผู้ตั้งคำถามว่า “นวนิยายหมายความว่าอะไร แปล ตามตัว”

            คำตอบจากอาจารย์เปลื้อง ณ นคร (นายตำรา ณ เมืองใต้) คือ

            “ศัพท์ นวนิยาย นี้เป็นศัพท์ที่ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ท่านทรงตั้งขึ้น  คำว่า “นว” แปลว่า “ใหม่” (ส่วน) “นิยาย” คือ “เรื่องที่ไม่จริง”

            นวนิยาย ก็คือเรื่องไม่จริงแบบใหม่ แต่อันนี้ท่านก็ทรงตั้งศัพท์ขึ้นเทียบกับคำอังกฤษที่เรียกว่า novel  คำว่า novel แปลได้อย่างหนึ่งว่า “ใหม่”  ในยุโรปสมัยก่อน การแต่งเรื่องต่าง ๆ มีวิธีแต่งเหมือนเล่านิทานต่อไปเรื่อย ๆ

            ต่อมามีนักเขียนในอิตาลีเขียนเรื่องมีแนวใหม่ขึ้น  เรื่องแบบใหม่นี้เขาตั้งชื่อว่า novella  ปรากฏว่ามีคนนิยมอ่าน  คนอังกฤษก็เอาวิธีแต่งนี้ไปใช้เขียนในประเทศอังกฤษ  และเรียกเรื่องที่แต่งว่า novel  ก็เกิดเป็นเรื่องอ่านเล่นแบบใหม่ขึ้น  เรื่องแปลกใหม่ ๆ ก็ว่า novelty ภาษาไทยก็ใช้คำว่า นวนิยาย” (จาก “สวนหนังสือ” ฉบับที่ ๘)

            นอกจากนี้ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ (ท่านวรรณ) ได้บัญญัติศัพท์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย  เป็นที่รับรองและได้รับความนิยมใช้แพร่หลายตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันนี้

            เช่น จักรภพ  โทรทัศน์  บริการ  ประชาคม  ประชากร  ปฏิวัติ  ปฏิรูป  พัฒนา  วัฒนธรรม  วารสารศาสตร์  วิกฤต  วิสาหกิจ  ศิลปะศาสตร์  สาธารณรัฐ  สหพันธ์  สมาพันธ์  สังคมสงเคราะห์  สถาบัน  สื่อสารมวลชน  อภิสิทธิ์  เอกสิทธิ์  มลพิษ   ภาพลักษณ์  คณะลัทธินิยม  นิกาย  ปุถุชน…  และ จักพรรดิ  เป็นต้น

            จาก “เรื่องยาว” มาถึง “เรื่องสั้น”

            short story ตรงตัวจากภาษาปะกิต  นเรศ นโรปกรณ์ ใช้คำว่า “ชวนิยาย” ให้เข้าคู่กับ “นวนิยาย” แต่ไม่ค่อยมีใครนิยมใช้เท่ากับคำพื้น ๆ ที่เรียกขานกันว่า “เรื่องสั้น” กับ “เรื่องยาว”  จำง่ายซะไม่มี

            โนเวลเล็ต-โนเวลหลุดอะไรนี่เรียกจำยาก สู้ใช้คำไทยง่าย ๆ ดีกว่า  ใครจะเรียก “เรื่องสั้นขนาดยาว” หรือ “เรื่องยาวขนาดสั้น” ก็ได้ตามสะดวกปากก็แล้วกัน

 

 

ถึงแม้จะเคยเชื่อถือกันมานานกาเลว่าประสบการณ์  สังเกตการณ์  และ จินตนาการนั้นสำคัญยิ่งสำหรับคนเขียนหนังสือ  ถ้าใครขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปแล้วก็ควรไปทำมาหากินอย่างอื่นเสียเถิด อย่าได้คิดอ่านหรืออุตริมารบกวนบรรณาธิการและคนอ่านอีกสืบไปเลย

            มีผู้ตั้งข้อวิมุติกังขาว่ามีความสำคัญทัดเทียมกันจริงหรือ  ในเมื่อประสบการณ์ก็ดี  ความรู้รอบตัวต่าง ๆ ก็ดี  ล้วนมีแต่ขีดจำกัดจำเขี่ย  แต่จินตนาการย่อมกว้างขวางล้ำลึก  แผ่กระจายรายล้อมโลกไม่มีวันสิ้นสุดไปตลอดกาลนาน

            กล่าวโดยรวบรัดก็คือ…

            การอ่าน กับ ประสบการณ์ เป็นแรงบันดาลใจ ไม่ว่าจะมองในแง่ใดก็ถือว่าเป็นความรอบรู้วันยังค่ำคืนยังรุ่ง  จินตนาการย่อมจะอุบัติขึ้นเพราะเป็นแรงบันดาลใจแน่นอน…แต่จินตนาการนั้นมีปีกอันกว้างใหญ่ มีพลังลี้ลับน่ามหัศจรรย์ อาจดั้นด้นไปในนภากาศเวิ้งว้าง  ดำดิ่งลงไปใต้มหาสมุทรสุดลึกล้ำได้ง่ายดายเกินใครจะคาดฝัน

            ประสบการณ์กับสังเกตการณ์อาจเป็นบันไดขั้นแรก ๆ สำหรับก้าวย่างขึ้นไปสู่บันได้ขั้นที่สูงกว่า คือ จินตนาการ นั่นแล

 

 

วิลาศ มณีวัต เคยให้สัมภาษณ์ คำรพ นวชน เมื่อราว ๒๐ ก่อนไว้ว่า…นวนิยายที่โด่งดังในยุคแรกของเขาคือ “ชีวิตไม่มีพรมแดน” ซึ่งเขาเคยเล่าไว้ว่าได้รับแรงบันดาลใจจาก “ละครแห่งชีวิต” ของ ม.จ.อากาศดำเกิง รพีพัฒน์

            “ผมอ่านแล้วอ่านอีก อ่านอย่างหลงใหล  และต้องยอมรับว่ามันมีอิทธิพลต่อแนวทางการดำเนินชีวิตของผมเป็นอย่างมาก  หนังสือเล่มนั้นทำให้ผมไม่อยากเป็นอย่างอื่น นอกจากคนหนังสือพิมพ์  อยากไปสืบข่าวที่อังกฤษบ้าง  อยากจะไปดมกลิ่นหมอกที่ลอนดอน  อยากไปดูระบำที่ปารีส  แต่ความเป็นจริงเดินช้าไม่ทันใจ  ผมจึงฝันมันขึ้นมา และได้กลายเป็นนิยายในนามของ วิไล วัชรวัต…ซึ่งเขียนผิดไปเยอะเหมือนกัน เพราะผมเขียนจากหนังสือบวกแผนที่  บวกความฝัน  และบวกความกำแหงขนาดหนัก…”

            ขนาดเขียนถึงบ้านเมืองไกลโพ้น โดยที่เจ้าตัวไม่เคยย่างกรายไปเลยเรื่องราวยังสนุกสนานจนถึงโด่งดัง ขนาดละครคณะศิวารมณ์ มานำตอนหนึ่งไปสร้างละคร โดยให้ชื่อว่า “แว่วเสียงยิปซี” จากฝีมือบทละครระดับ “เทพ” สุวัฒน์ วรดิลก

            “ผมต้องขอบคุณ คุณสุวัฒน์ วรดิลก ไว้ในที่นี้ด้วยอย่างสูง”  วิลาศ มณีวัต บอกกล่าวให้รับรู้โดยทั่วกัน  “เพราะทำเป็นละครได้ดีกว่าเรื่องเดิมของผมเป็นอันมาก”

            วิลาศ มณีวัตสนใจต่องานเขียนประเภทเรื่องสั้นและนวนิยาย ในยุคแรกเริ่มของวัยหนุ่มประเภทอ่านหนังสือแทบจะไม่เป็นอันกินอันนอน…คำรพ นวชน สรุปว่า

            “การสั่งสมความเจนจัดในการอ่าน ผนวกกับความเป็นคนช่างคิดช่างฝันของเขามากกว่าจะมีพื้นฐานมาจากประสบการณ์ของชีวิตที่เป็นจริง”

 

 

จินตนาการอันกว้างไกลถึงขนาดแผ่ไพศาล ไร้กฎเกณฑ์หรือขอบเขตใด ๆ มาขัดขวางกางกั้น ย่อมมิได้จำกัดจำเขี่ยเฉพาะโครงเรื่องอันนำพาผู้อ่านไปสู่โลกของของความคิดฝันแต่เพียงอย่างเดียว

            ฉาก  ตัวละคร  คำพูดคำจา ที่ไม่ว่ายังไงก็หนีอมตะวาจาของ ชาร์ล ดิกเก้น ไปไม่ได้เด็ดขาด นั่นคือ “นวนิยายต้องสมเหตุสมผล”

            จะ “แปดสิบวันรอบโลก” หรือ “ผู้ชนะสิบทิศ” ก็ล้วนแต่ทำให้ผู้อ่านเชื่อถือถือได้ทั้งสิ้น  ไม่ว่า ฉาก  ตัวละคร  คำพูดคำจา สอดรับกับถ้อยคำของ แมรี่ คอเรลลี่ ที่ยืนยันว่า “ไม่มีถ้อยคำใด ๆ จะโรแมนติกเกินไป”

            จินตนาการจากผู้เขียนฝ่ายเดียวหาเพียงพอไม่  ผู้อ่านต้องปลดปล่อยใจให้ลอยล่องไปในจินตนาการด้วยเช่นกัน  ขืน “ลับ ลวง พราง” ฝ่ายเดียวเดี๋ยวก็หมดสนุกกันพอดี (ฮา) ·


14 Responses to “มิตรน้ำหมึก : จินตนาการ”


  1. เมษายน 16, 2008 ที่ 18:41

    เข้าไต้เข้าไฟสวัสดิ์ขอรับพี่ท่าน

    วันนี้ล่วงภาระกิจปีใหม่ไทย วันพรุ่งคงได้กลับเข้าอักขระวัตรเดิม ๆ ไม่ทราบพี่ท่านจัดการ WP ได้เป็นปกติหรือยังขอรับ?

    คารวะ

  2. เมษายน 16, 2008 ที่ 21:48

    สวัสดีฮับน้าประทีป-น้าดินที่เคารพรัก

    สวัสดีวันปีใหม่ไทยด้วยฮับ
    อ้ะ…อย่าเพิ่งงงว่าป๋มเป็นใคร
    ป๋มชื่อ “พีพี” ลูกชายแม่เพลงไงฮับ

    หม่าม๊าบอกว่าขอเคลียร์งานก่อนแล้วจะเข้ามาทักทายฮับ
    ตอนนี้ฟังเสียงป๋มไปก่อนละกันฮับ

    น้าทีปฮับ…จินตนาการคืออะไรฮับ
    ป๋มถามหม่าม๊า…หม่าม๊าว่าจินตนาการคือแสงไฟ
    ป๋มไม่เข้าใจภาษาหม่าม๊าเท่าไหร่หรอกฮับ
    จุนยายก็บอกว่าไม่มีใครเข้าใจภาษาหม่าม๊าหรอกฮับ
    หม่าม๊าชอบเข้าใจอะไรยากและพูดอะไรยากๆ ให้ไม่เข้าใจ

    อย่างป๋มถามถึงจินตนาการหม่าม๊ากลับพูดถึงฝันกลางวันไปซะนี่

    เฮ้อ…ดึกมากแล้วป๋มขอตัวนอนก่อนล่ะฮับ
    หม่าม๊าจะได้ใช้คอมพ์ทำงานซะที

    ราตรีสวัสฮับน้าทีป-น้าดิน

    …น้องพีพีลูกแม่เพลง…

  3. 3 สิญจน์ สวรรค์เสก
    เมษายน 17, 2008 ที่ 19:04

    ได้อ่านบทความดีๆ จากท่านผู้ผ่านโลกผ่านชีวิตไปก่อนเช่นนี้แล้ว เพลิดเพลินเหลือกำลังล่ะขอรับพระคุณพี่ท่าน

    เกล้าขอกราบแทรกหว่างขางามๆ สักสามที ในกุศลเจตนาดีที่พี่ท่านอุตส่าห์พิมพ์ถ้อยวลีดีๆ เหล่านี้มาฝากกัน

    ว่าแต่ว่า ไหง๋มีกลิ่นอับๆ ด้วยล่ะขอรับนี่?

    ฤ พี่ท่านหมักมันเอาไว้มาตั้งแต่ช่วงสงกรานต์?

    อืมม์ เป็นไปได้ เป็นไปได้ ความจริงอาจจะเป็นเช่นนั้นก็ได้

    ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้หากเรามีจินตนาการ – แม่นบ่? ใช่ไหม?

    คารวะขอรับ

    -สิญจน์-

  4. เมษายน 17, 2008 ที่ 19:51

    ยังหาที่ลงแคตาล็อกไม่ได้เลยขอรับท่านพี่ เลยต้องใช้ tag ไปชั่วคราว

    น้องพีพี อันความเห็นของน้องนั่นแลไซร้คือ จินตนาการย่อม ๆ เลย–ขอบอก

    ท่านสิญจน์ ไอกลิ่นอับหมายถึงกลิ่นอันใด นั่นน่ะ ฉบับล่าสุดนะขอรับ อ้อ ไม่เปียกน้ำนะนั่น มาก่อนสงคราม เอ๊ย สงกรานต์

  5. เมษายน 17, 2008 ที่ 22:11

    (โอ..น้องพีพี ลูกแม่เพลง!)
    ..
    ..
    พี่ท่านขอรับ..สงสัย WP จะเลิกใช้แคตฯ แล้วล่ะขะรับ คงใช้แต่ Tag

    คารวะ

  6. เมษายน 17, 2008 ที่ 22:28

    หลายวันมานี่รู้สึกได้ว่าร่างกายอ่อนแออย่างไรบอกไม่ถูกท่านพี่
    เห็นทีจะต้องงดสุราสักหลายเดือน หรือไม่ก็เลิกดื่มไปเลย
    แต่บุหรี่นี่สิท่านพี่ ใจรักไปเสียแล้ว ฮา

    หวังว่าท่านพี่จะสบายดีขอรับ

  7. เมษายน 18, 2008 ที่ 12:23

    โอว สหาย บุหรี่น่ะ ให้ตาย อย่ามากนักเชียว ผมเองก็พยายามลดนะ ไม่ตามใจความอยาก

    มันเป็นนิสัยน่ะขอรับ พยายามดัดนิสัยตนเองบ้าง

    -0-

    เรียนพี่ท่าน ยังคงใช้แคตาลอกได้ ผมลองมาใช้เครื่องที่ทำงาน วินโดวส์ 2000 มันอ่านค่าได้ (ในหน้าwrite post) ที่เขียนว่า catalog

    เวอร์ชั่น IE ของท่านพี่ กับผม คงไม่สัมพันธ์กับระบบ WP มันเลยไม่ปรากฏกล่องแคตาลอก ให้ใช้…

    นี่ผมเลยเล่นสร้าง Draft เผื่อไว้เลย 5555

  8. เมษายน 18, 2008 ที่ 14:16

    เฮ้อ
    ถึงอย่างนั้น ทุกวันนี้ผมก็ต้องซื้อหนึ่งซองทุก 5 วันท่านพี่
    ราคากลาง ๆ ท่านพี่ ไม่แพง ไม่ถูก

  9. เมษายน 18, 2008 ที่ 14:30

    กระผมว่า”จินตนาการ” มันพาให้เราวิ่งไปหาความรู้นะครับ

    ขอบคุณสำหรับบทความขอรับท่านพี่

  10. เมษายน 18, 2008 ที่ 15:31

    ไอน์สไตน์ เขาว่า

    “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้”

    ท่านป๋า 5 วัน ซอง พอทน ๆ

  11. เมษายน 18, 2008 ที่ 17:44

    หมาน้อยนั่นฤาจดหมายจากท่าน

  12. 12 สิญจน์ สวรรค์เสก
    เมษายน 18, 2008 ที่ 20:08

    ไอ้กลิ่นอับนั้นหมายถึงกลิ่นอะไร?

    บ๊ะ! ไยท่านพี่ถึงมาถามเกล้ากระผมเช่นนี้เล่าขอรับ

    หนังสือหนังหาน่ะ ไม่มีกลิ่นอับดอกขอรับ มีแต่จะหอมกลิ่นหมึกกลิ่นกระดาษล่ะไม่ว่า

    แต่กลิ่น “ไข่ข้าว” ที่หมักแล้วหมักอีกแต่ไม่ยอมซัก เอ๊ย ยอมฟักเสียทีนี่สิ – ตึๆ ดีพิลึกล่ะ!!

    .
    .

    แฮ่ๆ จินตนาการขอรับท่านพี่ จินตนาการ

  13. เมษายน 19, 2008 ที่ 12:06

    แม่เพลงเอ๋ย ข้าน้อยหมายความว่าให้ท่านเปิดตู้ไปรษณีย์ มิเกี่ยวอันใดกับหมาน้อยสักหน่อย
    หมาน้อยนี้ มอบให้น้อง พีพี แทนนะขอรับ

    -0-

    เข้าใจครับท่านสิญจน์ ผมรู้สึกช้าไป (ฮา)

    ถ้าเป็นกลิ่นกระดาษปรู๊ฟอย่างงานเล่มของน้าชาตินั่นหอมครับ แต่พวกนิตสารนี่เหม็นกลิ่นหมึกมากกว่า ดีที่ว่า มติชนฯ ไม่ค่อยมีครับ

    มีแต่กลิ่นอาหารสมองหอมฉุย

    หิวมั้ยล่ะ พี่น้อง–

  14. เมษายน 19, 2008 ที่ 13:12

    กรั่กๆๆ โทษทีท่าน

    ยังไงท่านช่วยเปิดตู้ไปรษณีย์ของท่านด้วยเจ้า
    ร้อนๆ เลย (ฮา)


ใส่ความเห็น




ถ้อยความคมคำ

“เราไม่เคยทำ ‘ชั่ว’ ไม่เคย ‘โกง’ คน ไม่เคย ‘เอาเปรียบ’ คน ชีวิตจึงถูกกระทำ ถูกเอาเปรียบตลอดเวลา เรา ‘ต่อรอง’ อะไรไม่เป็น ไม่เคยเรียกร้องค่าต้นฉบับนอกจากเขาจัดให้ อีกอย่างเราเป็นคน ‘ใจอ่อน’ ซื้อของไม่เคยต่อ ยิ่งคนแก่ขายก็ยิ่งไม่ต่อ”

'รงค์ วงษ์สวรรค์

ตู้ป.ณ.

prateepjitti@hotmail.com

เรื่องในบ้าน

ผู้มาเยือน

  • 72,231 hits

RSS ก้าวรอก้าว

  • ก้าวฯที่ ๔๓ พฤศจิกายน 14, 2009
    kaawrowkaw
  • มายา พฤศจิกายน 14, 2009
    kaawrowkaw
  • ทำมือ ทำไม พฤศจิกายน 14, 2009
    เรื่องจากปก โดย กีรติ ทำมือ ทำไม . . มีคำถามอยู่มากว่า ทำไมเราจึงต้องรู้จักที่จะผลิตข้าวของเครื่องใช้เองบ้าง ทำไมเราไม่ซื้อ ซื้อ ซื้อ เป็นคำถามที่ตอบไม่ง่าย และยากที่จะอธิบาย คนเราเรียนรู้จักชีวิตที่สุขสบายมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะเป็นการติดยึดอยู่กับสิ่งนั้น สิ่งนี้ แม้ว่าไม่มีโอกาสจะได้รับก็ยังคงตะกายเพื่อให้ได้มา จึงเห็นผู้คนปากกัดตีนถีบมากหน้าหลายตา ดิ้นรนแ […]
    kaawrowkaw

RSS นารินทร์ ทองดี

  • นิทานหลานยาย (๑) พฤศจิกายน 15, 2009
    ย้อนไปยังครั้งก่อนตอนเป็นเด็กตัวเล็กๆกระจ้อยด้อยเดียงสาวงนิทานหลานยายที่ปลายนาจุดกำเนิเปิดฟ้าจินตนาการย้อนไปยินสำเนียงเสียงยายเล่าถึงเรื่องราวเก่าๆเขาเล่าขานสื่อสุขโศกโลกธรรมเป็นตำนานเรื่องพื้นบ้านนิทานปรัมปราย้อนไปดอมดมกลิ่นผ้าซิ่นไหมซึ้งถึงรักจากใจผ่านใยผ้าด้วยใช้รักถักทอต่อผืนมาแกมกลิ่นกายชาวนาชราวัย(มีต่อ) […]
    noreply@blogger.com (Narin Thongdee)